Mag-log in“เอาละ ระบบ บอกวิธี การอัปเกรดมา” ง่ายๆ เพียงแค่นายท่านหาของป่ามาขาย ระบบจะอัพเกรดหนึ่งครั้ง “อ๋อ…แค่นี้เอง สบายมาก ว่าแต่ผักกับหน่อไม้นี่หละขายได้ไหม?” “แน่นอนว่าได้ ผักป่าได้สิบสามเหรียญเงิน หน่อไม้ได้ ยี่สิบเหรียญเงิน รวมเป็น สามสิบสามเหรียญเงิน กรุณายืนยันการขาย” “ขายเลย!” สิ้นเสียงของเหลิงเหม่ยเม่ย ผักและหน่อไม้ก็หายไปต่อหน้าต่อตา เงินก็ปรากฏขึ้นในมือของ หลิงเหม่ยเม่ย
เมื่อน้องทั้งสามเห็นต่างก็ตกใจ วิ่งเข้าไปหลบที่มุมห้อง แต่แล้วก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบอีกครั้ง กรุณารับอาหารมื้อแรกของวันได้เลย..ปิ๊ง!” ทันใดนั้นซาลาเปาลูกโตๆ 8 ลูกกับน้ำสี่ขวด ก็ปรากฏที่บนโต๊ะอาหาร ทั้งสามยิ่งตะลึงไปใหญ่ แต่กลิ่นซาลาเปาก็หอมยั่วน้ำลายเหลือเกิน
“มาเร็วน้อง ๆ ๆ …มากินซาลาเปาไส้เนื้อก่อนสิกำลังร้อนๆ ..นี่น้ำสะอาด มาเร็วมากินกัน” “ไม่!!..พวกเราไม่กิน แกเป็นใคร แกไม่ใช่พี่ใหญ่ของพวกเราใช่ไหม แกเป็นปีศาจ หลิงห้าวจื่อ ตะโกนเสียงดังด้วยความหวาดกลัว เขาปกป้องน้องสาวทั้งสองที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง ดวงตาของเขาฉายแววไม่ไว้วางใจ หงส์เป่าและจินเป่าเองก็พยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยกับพี่ชาย พวกเธอไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อนในชีวิต และความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจก็ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ของชาวบ้านในยุคนี้
หลิงเม่ยเม่ยถอนหายใจ เธอรู้ดีว่าต้องอธิบายให้น้อง ๆ เข้าใจ ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่กล้ากินอาหารที่ปรากฏขึ้นมาอย่างปริศนานี้เป็นแน่ เธอจะต้องสร้างเรื่องโกหก ที่น่าเชื่อถือที่สุด "ฟังพี่นะน้อง ๆ" หลิงเหม่ยเม่ยพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูจริงจังและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน "เมื่อคืนนี้... ตอนที่พี่ใหญ่กำลังจะจากพวกเจ้าไป ได้มีท่านเซียนองค์หนึ่งปรากฏกายขึ้นมา" เธอเริ่มเล่าเรื่องโกหกที่เธอคิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ท่านเซียนเห็นว่าพวกเราน่าสงสาร พ่อแม่ก็จากไปแล้ว แถมยังต้องอดอยาก ท่านจึงมอบของวิเศษนี้ให้แก่พี่ใหญ่" เธอชี้ไปที่ซาลาเปาและน้ำดื่มที่วางอยู่บนโต๊ะ "ท่านบอกว่า นี่คือ 'ระบบแห่งความอุดมสมบูรณ์' ที่จะช่วยให้พวกเรามีกินมีใช้ ไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป
"ดวงตาของน้อง ๆ ทั้งสามคนค่อยๆ คลายความหวาดกลัวลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย "ท่านเซียนบอกว่า ของวิเศษนี้จะปรากฏให้เห็นเฉพาะ คนที่จิตใจเท่านั้น และหากใครนำเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น ของวิเศษนี้ก็จะหายไปทันที และพวกเราก็จะกลับไปอดอยากเหมือนเดิม" หลิงเหม่ยเม่ยเน้นย้ำเรื่องความลับอย่างหนักแน่น เธอจ้องมอง น้อง ๆ ทีละคน เพื่อให้พวกเขาเห็นถึงความจริงจังในแววตาของเธอ "พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่? นี่คือความลับของครอบครัวเรา ที่จะทำให้พวกเราทุกคนรอดตาย และมีชีวิตที่ดีขึ้น"
หลิงห้าวจื่อมองพี่สาวอย่างพิจารณา แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่คำว่า "รอดตาย" และ "มีชีวิตที่ดีขึ้น" นั้นช่างเย้ายวนใจนัก พวกเขามองไปที่ซาลาเปาไส้เนื้อที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนอีกครั้ง ท้องของเขาร้องครวญครางอย่างรุนแรง "จริงหรือพี่ใหญ่? พวกเราจะไม่ต้องอดอยากอีกแล้ว" จินเป่าถามเสียงแผ่วเบา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวัง
"จริงสิ" หลิงเหม่ยเม่ยยิ้ม "พี่ใหญ่ขอสัญญา" เธอหยิบซาลาเปาขึ้นมาหนึ่งลูก แล้วกัดเข้าไปคำใหญ่เพื่อแสดงให้น้อง ๆ เห็นว่ามันปลอดภัย "ดูสิ อร่อยมากเลยนะ" กลิ่นหอมของซาลาเปาที่โชยมาพร้อมกับภาพที่พี่สาว กำลังกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้ความหิวโหยเข้าครอบงำความหวาดกลัวของน้อง ๆ ในที่สุดหลิงห้าวจื่อเป็นคนแรกที่ค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะอาหาร ตามด้วยจินเป่าและหงส์เป่าที่ยังคงลังเลเล็กน้อย
"มาสิ อย่ากลัวเลย" หลิงเหม่ยเม่ยยื่นซาลาเปาให้ห้าวจื่อหนึ่งลูก "ลองชิมดูสิ" หลิงห้าวจื่อรับซาลาเปามาอย่างระมัดระวัง เขากัดเข้าไปคำเล็กๆ ก่อนที่ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ รสชาติของเนื้อหมู ที่นุ่มละมุนลิ้น ผสมกับแป้งที่เหนียวนุ่มและไส้ที่ปรุงรสอย่างกลมกล่อม มันเป็นรสชาติที่เขาไม่เคยลิ้มลองมาก่อนในชีวิต "อร่อย... อร่อยมากพี่ใหญ่!" ห้าวจื่ออุทานด้วยความตื่นเต้นน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจ
เขากัดซาลาเปาคำแล้วคำเล่าอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่ามันจะหายไป เมื่อเห็นพี่ชายกินอย่างเอร็ดอร่อย จินเป่าและหงส์เป่า ก็ไม่รอช้า พวกเธอรีบหยิบซาลาเปามาคนละลูก กัดเข้าไปอย่างไม่ลังเล เสียงเคี้ยวตุ้ยๆ ดังไปทั่วห้อง ใบหน้าของพวกเธอเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน พวกเธอไม่เคยคิดฝันว่าจะได้กินอาหารที่อร่อยขนาดนี้ หลิงเหม่ยเม่ยมองภาพน้อง ๆ กินอาหารอย่างมีความสุข หัวใจของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและโล่งใจ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง เธอจะต้องทำให้ชีวิตของน้อง ๆ ดีขึ้นให้ได้
เธอจะต้องใช้ระบบซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้พวกเขารอดพ้นจากความอดอยาก และมีชีวิตที่สมบูรณ์ พูนสุขอย่างที่ควรจะเป็น เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์อ่อนๆ สาดส่องผ่านรอยร้าวของผนังไม้เข้ามาในบ้านเก่าๆ ของตระกูลหลิง หลิงเหม่ยเม่ย ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในร่างนี้ ความหิวโหยที่เคยกัดกินกระเพาะอาหารได้หายไปแล้ว แทนที่ด้วยความอิ่มเอมใจจากซาลาเปาไส้เนื้อที่เธอได้รับจากระบบเมื่อคืนนี้ แม้จะยังไม่เต็มอิ่มมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างกาย มีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง
“อ๋องอี้!” องค์จักรพรรดิทรงอุทานด้วยความดีใจ และประหลาดใจอย่างที่สุด พระองค์ไม่คิดว่าจะได้เห็นพระโอรสอีกครั้ง และไม่คิดว่าพระโอรสจะกลับมาได้ในสถานการณ์เช่นนี้“เสด็จพ่อ!” อ๋องอี้พุ่งตรงเข้าไปยังบัลลังก์ พลางส่งสายตาอันดุดันไปยังเสนาบดีรั่ว “เสนาบดีรั่ว เจ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายเสด็จพ่อ และอินอ๋อง!” เสนาบดีรั่วหัวเราะอย่างเยือกเย็น “เจ้ามาทำอะไรที่นี่ อ๋องอี้? คิดว่าเจ้าจะมาเปลี่ยนสถานการณ์ได้หรือ?” เขาหันไปสั่งทหาร “จัดการพวกมันซะ!” แต่ก่อนที่ทหารของเสนาบดีรั่วจะได้เคลื่อนไหว หลิงเม่ยเม่ยก็เปิดฉากยิงปืนกลเข้าใส่พวกทหาร เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนพุ่งเข้าใส่ร่างของทหารหลายคนล้มลงด้วยคมกระสุนที่แม่นยำ จินเป่าและหงส์เป่าก็พุ่งเข้าใส่ทหารที่เหลือด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและดุเดือด แต่ด้วยความสามารถที่เหนือกว่าของทั้งสามสาว ทำให้ทหารของเสนาบดีรั่วไม่อาจต้านทานได้ พวกเขาล้มตายลงอย่างรวดเร็วราวกับใบไม้ร่วง เสนาบดีรั่วและฮองเฮาต่างตกใจกลัวเมื่อเห็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครสามารถจัดการกับทหารของพวกเขาได้อย่างง่ายดายเช่น
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและเสียงโห่ร้องที่ดังใกล้เข้ามาจากเบื้องล่างก็บ่งบอกถึงการมาถึงของกองกำลังของเสนาบดีรั่ว แสงคบเพลิงที่ส่องสว่างเรืองรองราวกับทะเลเพลิงที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นเงาตะคุ่มของทหารนับพันที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน “เตรียมพร้อม!” หลิงเม่ยเม่ยออกคำสั่ง เสียงของนางเย็นเยียบและเด็ดเดี่ยวราวกับน้ำแข็งที่กำลังจะละลาย “ยิง!” อ๋องอี้ไม่ลังเล เขากดไกปืนกลรัวยิงใส่กองทัพที่กำลังบุกเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เสียงปืนกลดังสนั่นหวั่นไหวกระสุนนับร้อยนับพันนัด พุ่งทะลวงเข้าใส่ขบวนทัพของเสนาบดีรั่วราวกับห่าฝน ทหารนับสิบต่างล้มลงระเนระนาด เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม ปืนกลเครื่องมือแห่งความตายที่น่าสะพรึงกลัวในมือ ของเขา เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของปืนที่อยู่ในมือ แต่จิตใจของเขากลับแน่วแน่และมุ่งมั่นที่จะปกป้องอาณาจักรหลิงเม่ยเม่ยก็ยิงปืนกลของนางเช่นกัน กระสุนพุ่งออกไปอย่างไม่หยุดหย่อน สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับกองทัพเบื้องล่าง ทหารที่รอดชีวิตต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างไม่คิดชีวิต จินเป่าและหงส์เป่าเป่าที่ประจำอยู่ตามจุด
รถยนต์สปอร์ตสีแดงพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็ว ที่น่าเหลือเชื่อ ราวกับลูกศรที่พุ่งออกจากคันธนู เมื่อรถยนต์สปอร์ตสีแดงพุ่งเข้ามาใกล้ จุดซุ่มโจมตี เสียงปืนและเสียงดาบก็ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ หลิงเม่ยเม่ยตัดสินใจทันที เธอเหยียบเบรกจนรถหยุดสนิทในพริบตา ท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งฝ่าย นักฆ่า และทหารของอ๋องอี้“ท่านอ๋อง! ข้ามาช่วยท่านแล้ว!” หลิงเม่ยเม่ยตะโกนเสียงดังสุดเสียง พร้อมกับกดปุ่ม เปิดประทุนรถ หลังคาของรถยนต์สปอร์ตสีแดงเลื่อนเปิดออก อย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นหญิงสาวผู้เลอโฉมพร้อมด้วย น้องสาวสองคนในชุดที่ดูแปลกตา แต่ละคนถือปืนในมือแน่น อ๋องอี้ที่กำลังต่อสู้อยู่ถึงกับชะงักงัน เขาหันมามอง หลิงเม่ยเม่ยด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา นี่มันอะไรกัน! หลิงเหม่ยเม่ย มาได้อย่างไร และยานพาหนะนี้คืออะไรกันแน่! ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว หลิงเม่ยเม่ยก็เริ่ม กราดยิง ใส่กลุ่มนักฆ่าและทหารของเสนาบดีรั่วอย่างไม่ลังเล “ปัง! ปัง! ปัง!” เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ นักฆ่าและทหารจำนวนมากที่อยู่ใกล้รถล้มลงไปในทันที ร่างของพวกมันกระตุกก่อนจะแน่นิ่งไป เลือดส
“ทำตามที่พี่บอกนะจ๊ะ ถือปืนแบบนี้” เธอสาธิตวิธีการจับปืน การเล็งเป้า และการลั่นไกรอย่างคล่องแคล่ว แม้จะห่างหายจากการฝึกฝนไปนาน แต่ความทรงจำและทักษะจากโลกเดิมก็ยังคงฝังแน่น ในตัวเธอ ระบบเริ่มให้คำแนะนำ ทีละขั้นตอนอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการยืน การหายใจ การจัดตำแหน่งมือและการควบคุมแรงสะท้อนกลับ จินเป่าและหงส์เป่า เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเกินคาด ด้วยผลพวงจาก น้ำยาอัจฉริยะ ที่พวกเธอดื่มไปก่อนหน้านี้ เพียงไม่กี่นาที พวกเธอก็สามารถจับปืนและยิงเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ“ยอดเยี่ยมมากน้อง ๆ!” หลิงเม่ยเม่ยเอ่ยชมด้วยความภูมิใจเธอเองก็สามารถกลับมาคุ้นเคย กับการใช้ปืน ได้ในเวลาอันสั้น เพียงไม่นานเสียงปืนก็ดังสนั่นไปทั่วสนามซ้อม เป้าซ้อม ล้มระเนระนาดด้วยความแม่นยำของสามพี่น้อง“ระบบ! ตอนนี้สถานการณ์ของท่านอ๋องเป็นยังไงบ้าง?” หลิงเหม่ยเม่ย ถามอย่างกระวนกระวาย เมื่อรู้สึกว่าเวลาได้ผ่านไปพักใหญ่แล้ว “ขบวนของท่านอ๋องอี้กำลังเดินทางมาถึง จุดซุ่มโจมตี แล้ว เหลือเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วยาม” เสียงระบบตอบกลับ“แย่แล้ว!” หลิงเม่ยเม่ยอุทาน“เราจะทำยังไงดี ต่อให้ขี่ม้าเร็วที่สุดก็ไม่สามารถวิ่งทันท่านอ๋องได้!
หลิงเหม่ยเม่ยตกใจกับสิ่งที่น้อง ๆ ได้ยินมาเธอรู้ดีว่ายายจูและป้าหลิวคือสองแม่บ้านที่ปากไวและชอบนินทา เรื่องชาวบ้าน ไปทั่ว แต่ครั้งนี้สิ่งที่พวกนางพูด กลับเป็นเรื่องสำคัญถึงชีวิต! ยายจูเป็นแม่บ้านเก่าแก่ ของจวนอ๋องอี้ ส่วนป้าหลิวเป็นแม่บ้าน ที่คอยสอดส่อง ข่าวในวังและนำมาเล่าให้ยายจูฟังเสมอ และบ่อยครั้งที่ข้อมูลของพวกนางมักจะมีความแม่นยำอย่างน่าตกใจ เพราะพวกนางสามารถเข้าถึงข่าวสารภายในวังได้ง่ายกว่าคนอื่น ๆ“ใจเย็นๆ นะน้อง ๆ” หลิงเหม่ยเม่ยพยายามปลอบโยน เธอรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งตกใจ พี่ใหญ่! เราต้องช่วยท่านอ๋องนะเจ้าคะ!” จินเป่าร้องไห้สะอึกสะอื้น“ท่านอ๋องใจดีกับพวกเรามาก ท่านรับพวกเราเป็นบุตรบุญธรรม!”“ใช่เจ้าค่ะ! เราจะปล่อยให้ท่านอ๋องตายไม่ได้นะเจ้าคะ!” หงส์เป่าเสริม ใบหน้าเปรอะเปื้อนน้ำตา หลิงเม่ยเม่ยพยักหน้าอย่างหนักแน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้ว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อช่วยชีวิตอ๋องอี้ให้ได้ เธอจะไม่มีวันปล่อยให้คนที่เธอรักต้องตกอยู่ในอันตรายเพียงลำพัง “ฟังพี่นะน้อง ๆ” หลิงเม่ยเม่ยกล่าวเสียงจริงจัง “พี่จะพาน้อง ๆ เข้าไปในพื้นที่ของพี่ใน
ดวงตาของเธอประสาน กับดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของอ๋องอี้ เธอเห็นความเจ็บปวดและความผิดหวังในแววตาคู่นั้น และนั่นทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน เธอกำลังจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง แต่อ๋องอี้กลับเป็นฝ่ายชิงพูดขึ้นก่อน “ข้ามาที่นี่วันนี้ มิได้มีเพียงเรื่องความรู้สึกของข้าเท่านั้น” อ๋องอี้ปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววกังวลและเคร่งเครียด “ข้าได้รับรายงานจากสายข่าวลับว่าตระกูลรั่วกำลังจะลงมือ” หลิงเม่ยเม่ยขมวดคิ้วแน่น สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันที เธอนึกถึงเสนาบดีรั่วผู้เจ้าเล่ห์และบุตรสาวผู้ริษยาของเขา “ลงมือ…ท่านหมายความว่า?” “พวกมันมีแผนร้าย!” อ๋องอี้ลดเสียงลงเล็กน้อย พลางกวาดสายตาไปรอบห้องเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีใครแอบฟัง “องค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้ข้านำกำลังไปป้องกันประเทศทางตอนเหนือ เพราะศัตรูกำลังประชิดเมืองนั่นคือแผนลวงให้ข้าออกจากเมืองหลวง เพื่อที่เสนาบดีรั่วจะได้สบโอกาสยึดครองวังหลวง” หัวใจของหลิงเหม่ยเม่ยหล่นวูบ เมื่อเธอได้ยินเช่นนั้น เธอรู้ว่าอ๋องอี้ไม่ได้พูดเล่น และแผนการของเสนาบดีรั่ว นั้นอันตรายถึงชีวิตจริง
"ไม่ใช่หรอก นี่คือ 'หญ้าเงิน' เป็นสมุนไพรที่ช่วยบำรุงกำลังและแก้ปวดเมื่อยได้" หลิงเหม่ยเม่ย อธิบาย เธอเริ่มเก็บหญ้าเงินใส่ตะกร้าอย่างระมัดระวัง น้อง ๆ มองพี่สาวด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าผักป่าชนิดนี้มีสรรพคุณเช่นนี้ พวกเขาเดินต่อเข้าไปอีกไม่นาน หลิงเม่ยเม่ยก็ต้องหยุดชะงัก ดวงตาของ
เธอเหลือบมองน้อง ๆ ทั้งสามที่ยังคงหลับใหลอยู่บนเสื่อฟางเก่าๆ ใบหน้าของพวกเขายังคงซูบผอม แต่ก็ดูสงบขึ้นกว่าเมื่อวาน มากนัก หลิงเหม่ยเม่ยยิ้มบางๆ ในใจ เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อน้อง ๆ ตื่นขึ้นมา หลิงเม่ยเม่ยก็จัดแจงนำบะหมี่เกี๊ยวน้ำชามโตในยุคปัจจุบัน และน้ำดื่มจากที่ระบบจัดให้อ
"พี่รองออกไปหาของป่าตั้งแต่เช้า ยังไม่กลับมาเลย" จินเป่าตอบ น้ำเสียงของเธอเองก็เต็มไปด้วยความกังวลหลิงเหม่ยเม่ยเงียบไปครู่หนึ่ง เธอต้องทำความเข้าใจ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวในยุคปี 70 ยุคที่ผู้คนอดอยาก ยากจน และเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ยุคที่อาหารเป็นสิ่งล้ำ
ความเจ็บปวดเสียดแทงไปทั่วร่าง หลิงเม่ยเม่ยรู้สึกราวกับถูกบดขยี้ด้วยแรงมหาศาล ความเหนื่อยล้าสะสมมาหลายวันจากการหมกมุ่น อยู่กับการทดลองพืชพันธุ์ชนิดใหม่ในห้องแล็บปิดตาย ทำให้ร่างกายของเธออ่อนแอถึงขีดสุด ภายในห้องหมุนคว้างเธอพยายามจะเอื้อมมือคว้าอะไรบางอย่าง แต่แขนขากลับไร้เรี่ยวแรง ราวกับเป็นตุ๊กตา







