LOGINตอนที่ 62
ความจริง
ณ ศาลาในเขตตำหนักฮองเฮา..
"เชิญฝ่าบาทเอ่ยเพคะ" หลิวซีจินถามขึ้น
"ข้าลงโทษสนมกุ้ยเหมยให้แล้ว" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้น
"ท่านลงโทษนางอย่างไร" หลิวซีจินถามขึ้น
"กักบริเวณนางภายในตำหนักสามวัน" ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น
"นั่นเรียกว่าการลงโทษแล้วหรือ?...เหตุใดการลงโทษของท่านจึงได้สุขสบายเช่นนั้น..." หลิวซีจินเอ่ยเสียงเรียบใบหน้างามคล้ายกับไม่พอใจ นางคิดว่ากุ้ยเหมยได้รับโทษน้อยเกินไป...สำหรับการทำลายแปลงสมุนไพรที่นางสั่งคนปลูกดูแลมาตลอดสามเดือน
"เจ้าจะบอกว่าข้าไม่ยุติธรรมเช่นนั้นหรือ?" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
"ย่อมเป็นเช่นนั้น" หลิวซีจินตอบขึ้น
"จบเรื่องนี้เถิด...ที่มาวันนี้ข้าต้องการคำตอบจากเจ้าเรื่องนี้" ชุนหลุนซีเปลี่ยนเรื่องก่อนจะดึงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ หลิวซีจินพบว่ามันคือกระดาษสองแผ่นที่เขียนด้วยลายมือของนางนั่นเอง คิ้วเรียวขมวดทันที...เหตุใดสูตรยาของนางจึงอยู่กับเขา
"กระดาษสองแผ่นนี้...แผ่นหนึ่งข้านำมาจากจวิ้นอ๋อง...อีกแผ่นหนึ่งข้าได้มาจากห่อผ้าของหมอหญิงที่ตกเหวไประหว่างเดินทางมาที่นี่...." ชุนหลุนซีเอ่ยก่อนจะเลื่อนกระดาษสองแผ่นที่เขียนสูตรยา ด้วยลายมือเดียวกัน ด้านหลิวซีจินที่เห็นเช่นนั้น
ก็ได้แต่เบิกตากว้าง...หลิวซีจินหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ก็จำได้ทันทีว่าเป็นกระดาษจากโรงหมอหลิวจิน!ไม่ผิดแน่! นี่คือกระดาษสูตรยาที่อยู่ในห่อผ้าของนางตอนตกเหวไป...นี่หมายความว่าห่อผ้านั้นมิได้ตกไปกับร่างของนาง...ตอนนั้นที่นางถูกพายุพัดลงเหวคล้ายว่ามีองครักษ์ผู้หนึ่งพยายามคว้าตัวนางไว้อาจเป็นช่วงเวลานั้นก็เป็นได้...แต่เวลานั้นผู้ใดกันจะมีเวลาสนใจว่าห่อผ้านั้นอยู่ที่ใด หลิวซีจินที่ยังคงครุ่นคิด..... หากเป็นเช่นนี้นั่นหมายถึงหลักฐานจากซ่งเอวี่ยต้องถึงมือคนตรงหน้าแล้วเช่นกัน...หากเป็นเช่นนี้....ก็ถือว่านางได้ทำในสิ่งที่รับปากกับซ่งเอวี่ยแล้ว...ดียิ่งนัก...หลิวซีจินคิดก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ฮองเฮา เจ้ามีสิ่งใดที่อยากบอกข้าหรือไม่?" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นราวกับต้องการสอบสวนบางอย่าง ดวงตาคมจดจ้องเข้าในดวงตาคู่งามของนางคล้ายต้องการสะกดจิตนางก็ไม่ปาน
"ฝ่าบาท...อักษรในกระดาษสองแผ่นนี้เป็นข้าที่เขียน
มันเอง""แล้วเหตุใด หมอหญิงผู้นั้นจึงมีสูตรยาของเจ้าอยู่ใน
ห่อผ้านั้น" ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยขึ้น คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยดวงตาคมจดจ้องที่ใบหน้างามของหลิวซีจิน"ความจริงก็คือข้าคือหลิวซีจินหมอหญิงผู้นั้น... " หลิวซีจินเอ่ยขึ้น นางคิดว่าคงถึงเวลาที่ต้องบอกความจริงแล้ว เขาจะเชื่อหรือไม่คงต้องลองดู...ในเมื่อเวลานี้มีหลักฐานที่นางสามารถยืนยันตัวตนได้ เช่นนี้อีกฝ่ายคงเชื่อได้ไม่ยาก หลิวซีจินคิดกับตนเอง
"ความหมายของเจ้าคือ......" ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้นก่อนจะสบเข้าไปในดวงตาคู่งามของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นฮองเฮาของตนอย่างรอคำตอบ....
"หม่อมฉันมีนามว่าหลิวซีจิน.... ปีนี้อายุยี่สิบห้าหนาวแล้ว เป็นหมอหญิงที่ท่านเขียนจดหมายเพื่อให้มาถ่ายทอดวิธีรักษาโรคระบาดให้แคว้นหนิงหลงของท่านเพคะ....แต่ระหว่างเดินทาง วันนั้นมีพายุจากที่ใดมิทราบพัดพาข้าตกเหวไป..." หลิวซีจินเล่า
"แล้วอย่างไรต่อ..." ชุนหลุนซีถามขึ้นเมื่อเห็นว่าหลิวซีจินเว้นช่วงไป
"จากนั้นหม่อมฉันก็...มาอยู่ในร่างฮองเฮาของท่าน... หากพระองค์มิเชื่อหม่อมฉันสามารถทายได้ว่าในห่อผ้านั้นมีอะไรบ้าง....นอกจากสูตรยาพวกนี้ ยังมีอุปกรณ์ฝังเข็มของข้า และ....หลักฐานเปิดโปงกบฏจากซ่งเอวี่ยที่ให้ไว้ก่อนตายเพคะ วันนั้นหลังจากที่ท่านไปตรวจค้นโรงหมอหลิวจิน ก็มีคนงานพบเขาบาดเจ็บอยู่ที่แปลงผักของข้า ซ่งเอวี่ยมอบหลักฐานนี้ให้ข้าส่งต่อให้ท่าน" หลิวซีจินเอ่ย ฮ่องเต้หนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่
กำหมัดแน่น..."นอกจากสิ่งที่เจ้าพูดมาแล้ว ยังมีสิ่งใดที่อยู่ในห่อผ้าอีกหรือไม่?" ชุนหลุนซีเอ่ยถามต่อในขณะที่ดวงตาคมยังคงจดจ้องใบหน้างามของผู้ที่ได้ชื่อเป็นฮองเฮา
"มีป้ายทรงกลมที่บิดาข้าฝากไว้เป็นเครื่องป้องกันภัย...เอ่อ ป้ายนั้น มีลักษณะคล้ายป้ายที่ท่านห้อย... ต่างตรงที่สีของดวงตามังกร...ของที่ข้ามีมังกรจะมีดวงตาสีแดงเพคะ..."
หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย...หลิวซีจินเคยได้ยินมาว่าป้ายลักษณะเช่นนี้ที่มีความคล้ายคลึงกับป้ายผู้ปกครองแคว้นใดก็ตาม มักจะเป็นป้ายละเว้นโทษตายได้หนึ่งครั้ง... นางจึงคาดเดาว่าไม่แน่ว่าสิ่งนี้อาจจะช่วยนางให้รอดพ้นโทษหลอกลวงเบื้องสูงก็เป็นได้ หลิวซีจินคิดกับตนเอง"เจ้ารู้หรือไม่ว่าป้ายนั้นไปอยู่กับบิดาเจ้าได้อย่างไร?"
ชุนหลุนซีเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะนำป้ายที่มีลักษณะคล้ายกันสองป้ายมาวางตรงหน้า"เรื่องนี้ข้าเคยถามท่านพ่อแล้ว แต่ท่านพ่อมิบอกสิ่งใด นอกจากเก็บไว้แล้วข้าจะรู้เอง...ข้าจึงเดาเองว่าคือของป้องกันภัยที่ท่านพ่อมอบไว้ให้ก่อนออกบวช แวบแรกที่ข้าเห็นป้ายหนิงหลงจากท่านข้าจึงได้ตกใจไม่น้อย แต่มิได้ถามอะไรท่านเพราะคิดว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีก" หลิวซีจินเอ่ย...
"ความสำคัญป้ายนี่้คือ...คือละเว้นโทษตายจากผู้ปกครองแคว้นหนิงหลงได้หนึ่งครั้ง..." หลิวซีจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจขึ้นมา...นางเดาไม่ผิดจริง ๆ
ที่แท้...ที่บิดานางบอกว่า แล้วนางจะรู้เอง คือสิ่งนี้สามารถช่วยชีวิตนางได้หนึ่งครั้งนั่นเอง...
แล้วหลิวหยางบิดานางได้ป้ายนี้มาได้อย่างไร?
หรือบิดานางเคยมีความดีความความชอบจนได้รับป้ายนี้มาจากฮ่องเต้องค์ก่อน หลิวซีจินคิด...
ชุนหลุนซีพิจารณาป้ายทรงกลมนั้นครู่หนึ่งก่อนจะเก็บเข้าแขนเสื้อของตน
"ท่านไม่คืนมันให้ข้าหรือ?" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็น
อีกฝ่ายยึดกลับไป"ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าเชื่อในสิ่งที่เจ้ากล่าวมาเมื่อครู่ เรื่องนี้ยังต้องพิสูจน์อีกมาก หากเจ้าไม่ใช่ฮองเฮาของข้า....
แล้วเหตุใดไม่บอกเรื่องนี้แก่ข้าตั้งแต่ทีแรก" ชุนหลุนซีถามต่อ ตาคมยังจดจ้องที่ใบหน้างาม"เรื่องเช่นนี้ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ข้าย่อมมิกล้าพูด...ข้าเกรงว่าหากบอกไปนอกจากท่านจะไม่เชื่อ... อีกอย่างข้าเองก็นึกไม่ถึงว่าห่อผ้าที่ติดตัวข้ามาจะไม่ได้ตกเหวไปกับข้า" หลิวซีจิน
เอ่ยขึ้น...."เช่นนั้น ข้าถามเจ้าอีกข้อ...เจ้ายังคงหยิบจับสิ่งของภายในตำหนักและรู้เรื่องราวภายในวังอีกทั้งยังจดจำชื่อผู้คนเช่นฮองเฮาคนก่อนรู้จัก.... หากเจ้ามิใช่ฮองเฮาหลิวซีจินคนก่อน เหตุใดเจ้าจึงมีความทรงจำของนาง" ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยก่อนจะสบตาหลิวซีจินที่มองกลับ
"ข้ามิทราบ แต่ข้าเห็นความทรงจำของนางทันทีที่ฟื้นขึ้นในร่างของนาง แต่เพราะเหตุใดข้าไม่รู้เพคะ " หลิวซีจินเอ่ยยืนยัน
"ฮึ...ฮองเฮา...นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะใช้วิธีแบบใหม่เพื่อทำให้ข้าสนใจ แม้เจ้าจะเลียนแบบลายมือของหมอหญิงผู้นั้นได้...หรือแม้กระทั่งทราบวิธีการรักษาโรคระบาด..หรือเข้าไปแอบดูของในห่อผ้านั้นตอนข้าไม่อยู่แล้วแสร้งทายของที่อยู่ในห่อผ้า...
ก็ใช่ว่าข้าจะเชื่อ" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้น ด้านหลิวซีจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตาโต...นี่นางอธิบายมาตั้งนาน แล้วที่เขาทำเออออเมื่อครู่นี่คือหลอกถามนางเล่น ๆ เช่นนั้นหรือ?"หากฝ่าบาทมิเชื่อข้าแต่แรก ไยจึงให้ข้าเสียเวลาพูดอยู่นาน"
ตอนพิเศษ 10ข้าคร้านแล้ว ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วที่หยวนลู่จิ่นถูกล่ามโซ่ไว้เช่นนั้น นี่คนบ้านั่นกลัวว่านางจะหนีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ในขณะที่หญิงสาวกำลังคิด ราวกับเสียงสวรรค์ ประตูห้องถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของหวังเฟยหลงที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้อง"เป็นอย่างไร...พระชายา"หวังเฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ"หวังเฟยหลง ท่านทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ ใยต้องล่ามโซ่ข้า ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของท่านนะ!" หยวนลู่จิ่นโวยวายขึ้น เพราะวันนี้นางถูกเขาล่ามโซ่มาหลายชั่วยามแล้ว"น้องหญิง ข้ายังไม่ได้ลงโทษเจ้าเรื่องที่เจ้าพานักฆ่าเข้ามาที่นี่เลย นี่ถือเป็นการลงโทษเจ้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้น"นักฆ่าหรือ? ท่านหมายถึง..เซียวอิงเช่นนั้นหรือ?...."หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น หวังเฟยหลงจึงพยักหน้าแทนคำตอบ หยวนลู่จิ่นที่ได้ฟังเช่นนั้นราวกับถูกสาป"หากข้าไม่ได้สืบเรื่องนางมาก่อน ข้าคงเข้าใจว่าเจ้าต้องการส่งนางมาสังหารข้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องที่เขาตามดูสตรีผู้นี้มานานคาดว่าเป็นคนจากต่างแคว้นปลอมตัวเข้ามาคาดว่าอาจเป็นศัตรูที่ต้องการสังหารเขาจึงแฝงไปในสถานที่ที่มีเขาอยู่...เมื่อคืนนี้หลังจากที่หยวนลู่จิ่นหลับใหลเ
ตอนพิเศษ 9 หลงกลหลังจากที่หยวนลู่จิ่นช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้เขาเรียบร้อยแล้ว...นางจึงยกน้ำจีเสวียเฉ่าที่คั้นเรียบร้อยแล้วให้เขาดื่มทันที ส่วนนางกำนัลทั้งหลายเมื่อเก็บกวาดของที่เขาและนางต่อสู้กันเมื่อครู่เรียบร้อยแล้วก็หายไปจากห้องกว้างนี้อย่างรวดเร็วอย่างรู้งาน"ท่านดื่มนี่ก่อนเถิด หมอหลวงบอกว่าสิ่งนี้ช่วยต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อได้ จะได้หายโดยเร็ว "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นถ้วยยาที่มีน้ำสีเขียวอยู่ในนั้น หวังเฟยหลงมองดูน้ำสีเขียวนั้นก็ทำหน้าขยะแขยงราวกับว่านั่นคือสิ่งที่น่ารังเกียจ"ข้าเกลียดการดื่มน้ำสีเขียวเช่นนี้"เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเบือนหน้าหนีคล้ายเด็กที่ไม่อยากกินยา หากมิใช่เพราะต้องแสร้งบาดเจ็บเพื่อให้นางอยู่ดูแลเขาแล้ว...เขาคงไม่ต้องมาฝืนดื่มน้ำเขียวนี้"ท่านพี่ อย่าทำราวกับเด็กที่ไม่อยากดื่มยาสิ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่หมอแต่ข้าเคยได้ยินมาว่า จีเสวียเฉ่า(บัวบก)นี้ประโยชน์มากมายนัก ไม่เพียงช่วยฆ่าเชื้อโรคต้านอักเสบ ช่วยเรื่องความจำ ช่วยเรื่องลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย"หยวนลู่จิ่นบรรยายสรรพคุณให้อีกฝ่ายราวกับหลอกล่อเด็กน้อยให้กินยาก็ไม่ปาน"ข้าไม่ดื่ม อย่างไรท่านหมอก็ใส่ยาให้ข้าแล้ว
ตอนพิเศษ 8 การต่อสู้"ข้าไม่มีบุรุษอื่น...ปล่อย! ข้าเจ็บ""เช่นนั้นเหตุใดจึงอยากหย่าและหนีไปจากข้านัก""เพราะข้าเกลียดท่าน! แม้คืนแรกของการเข้าหอ ท่านยังกล่าวว่าหากข้าไม่ตั้งครรภ์ภายในหนึ่งเดือนท่านจะรับอนุชายาเข้าตำหนัก...ท่านเห็นข้าเป็นอะไร! หากมีข้าเพียงเพื่อเรื่องนั้น...ท่านก็หย่าให้ข้าเถอะ"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นดวงตาคู่งามมีน้ำคลอหน่วยเล็กน้อย ก่อนจะผลักร่างหนาออกจนเป็นอิสระ มือเรียวดึงหนังสือหย่าออกมาหนึ่งฉบับก่อนจะกางออกให้เขาดู"ข้าประทับลายนิ้วมือแล้ว ขาดแต่การประทับลายนิ้วมือของท่าน"ด้านหวังเฟยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย"หยวนลู่จิ่น นี่คือสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท เจ้าคิดว่าจะไปจากข้าได้ง่ายๆเช่นนั้นหรือ? ข้าไม่มีวันหย่ากับเจ้า""เพราะเหตุใด?! "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทน"เพราะเจ้าเป็นภรรยาข้า ต่อให้ครบหนึ่งปี ข้าก็ไม่หย่ากับเจ้า""ท่านมันเห็นแก่ตัว! ท่านไม่หย่าก็ช่างแต่ข้าจะหนีจากท่าน!"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นจะหมุนตัวเตรียมจากไปแต่ทว่า หวังเฟยหลงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เขาใช้วรยุทธขว้างตะเกียบไปยังจุดล็อคตรงบานประตูด้วยความชำนาญฟ้าว!ปึก!"หวังเฟยหลง! อะไร
ตอนพิเศษ 7 แผนกลบเกลื่อน หลังจากที่หยวนลู่จิ่นพาตนเองมาอยู่ที่ตำหนักองค์รัชทายาทก็พบว่าเซียวอิงกำลังรินสุราสามีของตน หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อยวันนี้หยวนลู่จิ่นสวมอาภรณ์สีเงินโปร่งใบหน้างามที่แทบไม่ต้องแต่งอะไรก็ดูงดงามนักในสายตาของหวังเฟยหลง อาหารถูกนำมาวางตั้งไว้บนโต๊ะ ในขณะที่เซียวอิงกำลังนั่งบรรเลงเพลงพิณอย่างไพเราะจนสตรีเช่นนางยังรู้สึกชอบฟังเสียงดนตรี....."ท่านพี่ เซียวอิงมีความสามารถหลากหลายด้านเช่นนี้ น่าเสียดายยิ่งนัก ที่นางไม่ได้ตกแต่งเป็นภรรยาผู้ใดเสียที"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะลอบสังเกตอากัปปกิริยาของคนตรงหน้าที่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปาก"เจ้ากล่าวมาไม่ผิด เซียวอิงมีความสามารถหลายด้านนัก"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าทั้งคู่คงจะร่วมเตียงกันได้โดยไม่ต้องวางยาปลุกกำหนัดเป็นแน่...อย่างไรก็ตามนางจะต้องหาอนุภรรยาให้เขาอีกหลายคน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีความต้องการเรื่องเช่นนั้นกับนาง...บิดานางเคยบอกนางว่า สมรสพระราชราชทานนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดนางก็ต้องอยู่ให้ครบหนึ่งปีจากนั้น...นางก็จะเขียนใบหย่าให้เขา
ตอนพิเศษ 6แผนการณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง"พี่สะใภ้ หากพี่ใหญ่ทราบว่าข้ามาพบท่านเขาต้องแหกอกข้าแน่ เหตุใดท่านไม่กลับไปตำหนักเสียทีเล่า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยถามขึ้นก่อนจะมองซ้ายขวา“ข้ากังวลเรื่องพี่ชายของท่าน กล่าวตามตรง ในฐานะที่เราเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน และท่านยังเป็นน้องชายของสามีข้า ดังนั้นข้าจึงอยากให้ท่านช่วย” หยวนลู่จิ่นเอ่ยทันที"เรื่องอะไรกัน?""ข้าอยากให้ท่านช่วยแนะนำข้าว่าสตรีเช่นใดที่หวังเฟยหลงถูกใจ เวลาที่เขาเข้าหอโคมเขียวเขามักจะชอบเรียกผู้ใดหรืออุ่นเตียงหรือ?""ท่านถามเช่นนี้... "เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะหรี่ตาลงมองดูพี่สะใภ้อย่างไม่ไว้วางใจ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าต้องให้อีกฝ่ายช่วยจึงตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คนตรงหน้าฟัง รวมถึงการไปทาบทามฝางผิงเกอแต่ได้รับการปฏิเสธอีกด้วย"ท่านจะหาอนุให้เสด็จพี่!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นในขณะที่เบิกตากว้าง"ข้ารู้ว่ามันอาจดูประหลาด กล่าวตามตรง ข้าเคยได้ยินมาว่า บุรุษที่มีมากภรรยาทั้งยังชอบเที่ยวสถานที่เช่นนั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อยิ่งนัก ไหนจะต้องตั้งครรภ์ตอนเบ่งท้องคลอดบุตร..ข้ากังวลเรื่องคลอดบุตรที่สุด"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม
ตอนพิเศษ 5 ทาบทามสตรีให้สามี หยวนลู่จิ่นเดินทางไปที่สำนักศึกษาที่นางร่ำเรียนมา นางเข้าไปคารวะผู้เป็นอาจารย์เรียบร้อยแล้วจึงขอพบฝางผิงเกอทันที"ผิงเกอ เจ้ายังมีใจให้กับหวังเฟยหลงอยู่หรือไม่?"หยวนลู่จินถามอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม"ข้า...."ฝางผิงเกอเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นอาการเช่นนั้นก็ยิ้มร้ายกาจออกมาเล็กน้อย..."เจ้าไม่ต้องพูดข้าก็รู้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้า..เต็มใจจะแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทหรือไม่ "หยวนลู่จิ่นถามขึ้น ด้านฝางผิงเกอที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างทันทีนี่อีกฝ่ายจะให้นางแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทจริงหรือ?"พระชายา! ท่านเพิ่งแต่งกับองค์รัชทายาทเมื่อไม่กี่วันเองมิใช่หรือเจ้าคะ" ฝางผิงเกอ บุตรสาวของอาจารย์นางเอ่ยขึ้นคิ้วขมวดด้วยความประหลาดใจ"ข้ากล่าวตามตรงกับเจ้า ข้าไม่อยากมีบุตร ข้าจึงอยากหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด อีกทั้งอยากสนับสนุนเจ้าให้ลงเอยกับเขา"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น"พระชายา ท่านมีเรื่องกับองค์รัชทายาทมาก่อนหรือ? เหตุใดจึงไม่อยากมีบุตร... แม้ว่าข้าจะอยากแต่งให้องค์รัชทายาทแต่เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องขออนุญาตจากท่านพ่อก่อน"ฝางผ







