Se connecterตอนที่ 72
ฮองเฮาผู้ฆ่าแมว
"เหลียนฮวาต้อยต่ำ แม้แต่...นางกำนัลของฮองเฮาก็ยังกล่าวเช่นนี้กับข้าได้" ชุนเหลียนฮวาแสร้งเอ่ยขึ้นก่อนจะบีบน้ำตา
"ซูลี่ อย่างไรชุนเหลียนฮวาก็เป็นบุตรบุญธรรมของไทเฮา เจ้าไม่ควรเอ่ยกับนางอย่างไร้มารยาท อู๋เหล่ย นำซูลี่ไปโบยยี่สิบครั้ง!" ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
"หยุด! ใครกล้าแตะต้องคนของข้า!" หลิวซีจินที่นิ่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น มือเรียวกำหมัดแน่น
"ฮองเฮา เปาฝูถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไทเฮาและตัวข้าหวงแหนจึงได้ฝากให้ชุนเหลียนฮวาดูแล...แต่นางกำนัลของเจ้า...กล่าววาจาสามหาวกับน้องสาวบุญธรรมของข้า จึงต้องลงโทษเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง" ชุนหลุนซีเอ่ยเสียงเรียบ หลิวซีจินที่ได้ฟังเช่นนั้นก็กำหมัดแน่น...
ชุนหลุนซี...คนไร้ความยุติธรรม
"ฝ่าบาท...... ท่านก็ยังคงตัดสินไร้ความยุติธรรมเช่นเดิม พยานรู้เห็นเหตุใดจึงมีแต่คนของนาง คราวก่อนท่านก็ตัดสินเรื่องแปลงสมุนไพรของข้าแบบไร้ความยุติธรรม ครั้งนี้...ข้าจะไม่ยอมอีก!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นอย่างข่มกลั้นอารมณ์
"ฝ่าบาท ชุนหมี่เยว่ขอเสียมารยาท ข้ายืนยันได้ว่าฮองเฮาเคยช่วยชีวิตเปาฝูไว้.... อีกทั้งเมื่อครู่นางกำนัลเพียงอธิบายไยต้องลงโทษหนักถึงเพียงนี้ด้วย?" ชุนหมี่เยว่ที่เพิ่งมาถึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจ พร้อมกันนี้นางก็รู้สึกประหลาดใจการกระทำของชุนเหลียนฮวาไม่น้อยว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์ใดกันแน่ เหตุใดนางจึงได้กล่าววาจาให้ร้ายฮองเฮา...จริงอยู่ที่หลิวซีจินเคยเฆี่ยนตีสุนัขตายหลายตัว...แต่ทว่าหลังจากที่อีกฝ่ายฟื้นจากความตาย...นางก็ไม่ใช่หลิวซีจินคนเดิมอีกต่อไป...ชุนหมี่เยว่คิดว่านางมองคนไม่ผิดแน่
"อู๋เหล่ย จับนางกำนัลทั้งแปดคนของฮองเฮาไปขังไว้ที่ห้องสอบสวน...เรื่องนี้ถึงจะเป็นเพียงแมว แต่เปาฝูก็เป็นแมวที่ข้าเป็นผู้มอบให้กับน้องสาวบุญธรรมของข้า ต่อให้เป็นฮองเฮาข้าก็จะไม่ปล่อยผ่าน" ชุนหลุนซีเอ่ยเสียงเรียบ
"เสด็จพี่!" ชุนหมี่เยว่ร้องขึ้น
"ชุนหมี่เยว่ เรื่องนี้เจ้าไม่เกี่ยวข้อง กลับตำหนักไปเสีย"
ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นด้วยเสียงต่ำ"ฝ่าบาท!" ชุนหมี่เยว่เอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมหมุนตัวจากไปตามคำสั่งของผู้เป็นพี่ชาย
ด้านหลิวซีจินที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่กำมือแน่น นี่ชุนหลุนซีโดนของหรือไร? เหตุใดจึงไร้เหตุผลเช่นนี้....เดิมนางเพียงต้องการอยู่แบบสงบ...และเขียนหนังสือบันทึกความรู้เรื่องวิชาแพทย์เท่านั้น.... ในเมื่อเป็นเช่นนี้...เห็นทีคงต้องปกป้องตนเองเสียหน่อย หญิงสาวคิดก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ชุนเหลียนฮวา เจ้าส่งศพแมวมาให้ข้า แล้วไปตามหมอที่คิดว่ามีความรู้เรื่องนี้มาที่นี่ เพื่อพิสูจน์บางอย่างพร้อมกันกับข้า" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะนำเข็มพิษออกมา
หนึ่งเค่อ (15 นาที) ต่อมา...
"เปาฝู ถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ ดูจากผิวหนังและของกล้ามเนื้อ คิดว่าตายมาสองชั่วยาม (4 ชั่วโมง) แล้วพ่ะย่ะค่ะ" หมอผู้ที่มาตรวจร่างแมวเปาฝูเอ่ยขึ้น
"ข้าขอใช้วิธีตรวจสอบของข้าบ้าง" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้เข็มที่ตนมีเพื่อทดสอบจิ้มเข้าไปในร่างกายแมวทีละส่วนก่อนจะสังเกตสีเข็มที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย...นางสังเกตดวงตาของแมวที่ค้างอยู่เช่นนั้นก็อดสงสารไม่ได้ ...เพราะต้องการใส่ร้ายนางแท้ ๆ มันจึงต้องมาตายเช่นนี้หญิงสาวคิดก่อนจะสังเกตอากัปกิริยาของชุนเหลียนฮวาที่ก้มหน้าเล็กน้อย...สตรีผู้นี้ต้องการใส่ความนาง เช่นนั้นคงต้องหาวิธีหลอกล่อให้อีกฝ่ายพูดออกมาเอง
"ครั้งสุดท้ายที่จวิ้นจู่ให้อาหารมันคือเมื่อใด... " หลิวซีจิน
ถามขึ้น"ยามเฉิน (09:00-10:59) เพคะ" ชุนเหลียนฮวาตอบขึ้น
"ก็ราว ๆ สองชั่วยาม (4 ชั่วโมง) เช่นนั้น ข้าขอถาม....
เหตุใด แมวที่ฝ่าบาทให้ท่าน ทั้งยังบอกว่ารักมันหนักหนาแต่กลับปล่อยให้มันหลงมาตำหนักข้าถึงสองครั้ง..." หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้เด็กสาวตรงหน้า"ฮองเฮา ได้โปรดอย่าข่มขู่ข้าอีกเลย ข้าจะไม่ตกปากรับคำเป็นสนมฝ่าบาทแล้วเพคะ" ชุนเหลียนฮวาโพล่งออกมาพลางทำสีหน้าหวาดกลัว ด้านหลิวซีจินที่ได้ยินเด็กสาวตรงหน้าแต่งเรื่องขึ้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นที เด็กสาวตรงหน้านี้จะไม่ธรรมดาอย่างที่คิด หลิวซีจินคิดกับตนเอง
"จวิ้นจู่...ท่านจะให้ข้าพูดหรือไม่ว่าท่านทำอะไรกับแมวตัวนี้...ข้าไม่เคยปลูกพืชที่มีพิษในเขตตำหนัก...ถึงแม้แมวเปาฝูนี่มันมาตายในตำหนักข้าจริง...แต่ผู้ใดจะรู้ได้ว่ามันไม่ได้รับพิษจากที่อื่นมาก่อนแล้วบังเอิญมาตายที่ตำหนักข้า" หลิวซีจินถามขึ้นก่อนจะมองไปที่ร่างแมวที่นอนแน่นิ่ง
"ฮองเฮาหมายความว่าอย่างไรเพคะ หม่อมฉันมิเข้าใจ" ชุนเหลียนฮวาแสร้งตีหน้าซื่อ
"เจ้าบอกว่าข้าวางยาพิษมันใช่หรือไม่?...ในท้องของแมวตัวนี้มียาพิษ...เมื่อครู่ข้าใช้เข็มทดสอบพิษพบว่าพิษชนิดนี้มาจากพิษดอกตู้เจวียน(กุหลาบพันปี) แต่ว่าแม้ว่าในร่างแมวตัวนี้จะมีพิษของตู้เจวียน...แต่คล้ายกับว่าพิษนี่ถูกกรอกลงไปทีหลังจึงติดอยู่แค่ลำคอของมันเท่านั้น.....เพราะสาเหตุการตายที่แท้จริงของมันคือขาดอากาศหายใจ" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น...แน่นอน นางเป็นหมอตั้งแต่สิบขวบ...เคยรักษาทั้งคน ทั้งสัตว์...อีกทั้งบางคดีที่หมอหลวงผู้พิสูจน์การตายของศพ นางก็ถูกฮ่องเต้เรียกไปช่วยสืบอยู่บ่อยครั้ง...
"ไม่จริง...มันถูกยาพิษ" ชุนเหลียนฮวาเถียงขึ้น
"ไยเจ้าจึงมั่นใจว่ามันตายเพราะยาพิษ หมอหลวง ท่านมาดูร่างของแมวเปาฝูนี่อีกครั้งแล้วพิจารณาตามข้า หนึ่งลิ้นของแมวนั้นจุกปากออกมา สอง...บริเวณลำคอของมันมีอาการบวมช้ำจากการบีบรัด และสาม…มันตายมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งวันแต่ถูกแช่แข็งไว้" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น
"เหตุใดท่านจึงคิดว่าข้าเอามันไปแช่น้ำแข็ง" ชุนเหลียนฮวาเอ่ยขึ้นในขณะเบิกตากว้างที่อีกฝ่ายล่วงรู้
"เพราะข้าได้กลิ่นดินประสิวกับเกลือที่ตามขนแมว
อีกทั้งขนแมวมีความชื้นเล็กน้อย สองอย่างนี้รวมกันจะกลายเป็นน้ำแข็ง...หรืออีกนัยหนึ่งมันสามารถถนอมศพของแมวไม่ให้เน่าไปกว่านี้.... นั่นหมายถึงเปาฝูถูกนำไปแช่เย็นไว้ก่อนจะนำมาที่นี่...เพื่อที่จะให้ทุกคนเข้าใจว่ามันตายมาเพียงสองชั่วยาม(4 ชั่วโมง)" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น"มีกลิ่นดินประสิวจริงพ่ะย่ะค่ะ" หมอผู้หนึ่งที่เพิ่งสูดดมกลิ่นเอ่ยขึ้น
"ดินประสิวเช่นนั้นหรือ?....ข้ามิเข้าใจในสิ่งที่ฮองเฮากล่าว"
"เพื่อทำให้มันตายในเวลาที่ข้าอยู่โดยไร้พยาน ท่านถึงขั้นฆ่าแมวของตนเพื่อใส่ร้ายข้า...อำมหิตยิ่ง" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น
"ข้าไม่ได้ทำ..." ชุนเหลียนฮวาอึกอักทันที...เหตุใดเวลานี้ฮองเฮาผู้นี้จึงเกิดมีความรู้เรื่องการถนอมศพของนางได้
ในขณะนั้นเอง หมอหลวงโจวซานก็เข้ามายังท้องพระโรงทันที
"ทูลฮองเฮา ทูลฝ่าบาท อาจเพราะแมวเปาฝูเผลอไปกินดอกไม้มีพิษเข้าจึงตายลงพ่ะย่ะค่ะ จวิ้นจู่บุญธรรมคงมิได้มีเจตนาใส่ร้ายฮองเฮา อาจเพราะจวิ้นจู่เสียใจมากจึงได้กล่าวหาฮองเฮาโดยไม่ทันยั้งคิด" หมอหลวงโจวซานเอ่ยขึ้น
"เรื่องนี้หากข้าไม่มีความรู้เรื่องดินประสิวกับเกลือ ข้าก็คงจะเป็นแพะรับบาป.... สำนักหมอหลวงเหตุใดจึงตัดสินแบบไร้หลักฐานเช่นนี้...." หลิวซีจินเอ่ยขึ้นอย่างไม่กลัวเกรง..นางไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าเพราะเหตุใดหมอที่นี่จึงมิอาจรักษาโรคระบาดนี้ได้...น่าโมโหนัก จู่ ๆ นางก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ฆ่าแมวเสียอย่างนั้น
"ฝ่าบาท เรื่องนี้ท่านจะตัดสินอย่างไร และท่านจะลงโทษนางอย่างไร" หลิวซีจินหันไปถามผู้เป็นโอรสสวรรค์ที่ยังคงนั่งนิ่ง
สีหน้าเรียบเฉย
"ชุนเหลียนฮวา เจ้านำศพเปาฝูไปฝังแล้วกลับตำหนักเสีย กักบริเวณเจ้าสามวัน" ชุนหลุนซีเอ่ยเสียงเรียบ...ก่อนจะสาวท้าวเข้ามาใกล้ฮองเฮาของตนที่เวลานี้หน้าบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ...
นี่มันคือ...การลงโทษอะไรกัน?
ไร้ความยุติธรรมยิ่งนัก!
นางเกลียดเขาจริง ๆ
"เพคะ" ชุนเหลียนฮวารับคำก่อนจะหมุนตัวจากไปพร้อมกับร่างเปาฝูก่อนจะหันมายิ้มเยาะหลิวซีจินเล็กน้อย
"ส่วนฮองเฮา.... อย่างไรข้าก็ไม่ไว้ใจเจ้า...นับจากนี้เป็นต้นไป ให้ฮองเฮาย้ายไปอยู่ที่ตำหนักข้า...ข้าจะจับตาดูฮองเฮาด้วยตนเอง" ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น ด้านหลิวซีจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่เบิกตากว้าง
อะไรของเขากัน จู่ ๆ ก็จะให้นางไปอยู่ที่ตำหนักเขา
บ้าไปแล้วหรือไรกัน...นอกจากจะไม่ช่วยนางแล้วยังจะมาจับจ้องนางอีก....สวรรค์! เขามันคนไร้ความยุติธรรม!
"ฝ่าบาท ข้าไม่ไป!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้น
"หากฮองเฮากล้าขัดคำสั่งข้า...ถือว่านางกำนัลทั้งแปดคนมีความผิด...หากฮองเฮาของพวกเจ้าไม่พาตนเองไปอยู่ที่ตำหนักข้า...พวกเจ้าย่อมต้องถูกโบยคนละยี่สิบไม้" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นางกำนัลทั้งแปดที่ได้ฟังเช่นนั้นก็หวาดหวั่นยิ่ง
"ข้าไป ข้าไป! ขอเวลาเก็บของสักครู่เถิด... " นางรีบตอบพลางก่นด่าในใจ
ตอนพิเศษ 10ข้าคร้านแล้ว ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วที่หยวนลู่จิ่นถูกล่ามโซ่ไว้เช่นนั้น นี่คนบ้านั่นกลัวว่านางจะหนีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ในขณะที่หญิงสาวกำลังคิด ราวกับเสียงสวรรค์ ประตูห้องถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของหวังเฟยหลงที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้อง"เป็นอย่างไร...พระชายา"หวังเฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ"หวังเฟยหลง ท่านทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ ใยต้องล่ามโซ่ข้า ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของท่านนะ!" หยวนลู่จิ่นโวยวายขึ้น เพราะวันนี้นางถูกเขาล่ามโซ่มาหลายชั่วยามแล้ว"น้องหญิง ข้ายังไม่ได้ลงโทษเจ้าเรื่องที่เจ้าพานักฆ่าเข้ามาที่นี่เลย นี่ถือเป็นการลงโทษเจ้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้น"นักฆ่าหรือ? ท่านหมายถึง..เซียวอิงเช่นนั้นหรือ?...."หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น หวังเฟยหลงจึงพยักหน้าแทนคำตอบ หยวนลู่จิ่นที่ได้ฟังเช่นนั้นราวกับถูกสาป"หากข้าไม่ได้สืบเรื่องนางมาก่อน ข้าคงเข้าใจว่าเจ้าต้องการส่งนางมาสังหารข้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องที่เขาตามดูสตรีผู้นี้มานานคาดว่าเป็นคนจากต่างแคว้นปลอมตัวเข้ามาคาดว่าอาจเป็นศัตรูที่ต้องการสังหารเขาจึงแฝงไปในสถานที่ที่มีเขาอยู่...เมื่อคืนนี้หลังจากที่หยวนลู่จิ่นหลับใหลเ
ตอนพิเศษ 9 หลงกลหลังจากที่หยวนลู่จิ่นช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้เขาเรียบร้อยแล้ว...นางจึงยกน้ำจีเสวียเฉ่าที่คั้นเรียบร้อยแล้วให้เขาดื่มทันที ส่วนนางกำนัลทั้งหลายเมื่อเก็บกวาดของที่เขาและนางต่อสู้กันเมื่อครู่เรียบร้อยแล้วก็หายไปจากห้องกว้างนี้อย่างรวดเร็วอย่างรู้งาน"ท่านดื่มนี่ก่อนเถิด หมอหลวงบอกว่าสิ่งนี้ช่วยต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อได้ จะได้หายโดยเร็ว "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นถ้วยยาที่มีน้ำสีเขียวอยู่ในนั้น หวังเฟยหลงมองดูน้ำสีเขียวนั้นก็ทำหน้าขยะแขยงราวกับว่านั่นคือสิ่งที่น่ารังเกียจ"ข้าเกลียดการดื่มน้ำสีเขียวเช่นนี้"เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเบือนหน้าหนีคล้ายเด็กที่ไม่อยากกินยา หากมิใช่เพราะต้องแสร้งบาดเจ็บเพื่อให้นางอยู่ดูแลเขาแล้ว...เขาคงไม่ต้องมาฝืนดื่มน้ำเขียวนี้"ท่านพี่ อย่าทำราวกับเด็กที่ไม่อยากดื่มยาสิ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่หมอแต่ข้าเคยได้ยินมาว่า จีเสวียเฉ่า(บัวบก)นี้ประโยชน์มากมายนัก ไม่เพียงช่วยฆ่าเชื้อโรคต้านอักเสบ ช่วยเรื่องความจำ ช่วยเรื่องลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย"หยวนลู่จิ่นบรรยายสรรพคุณให้อีกฝ่ายราวกับหลอกล่อเด็กน้อยให้กินยาก็ไม่ปาน"ข้าไม่ดื่ม อย่างไรท่านหมอก็ใส่ยาให้ข้าแล้ว
ตอนพิเศษ 8 การต่อสู้"ข้าไม่มีบุรุษอื่น...ปล่อย! ข้าเจ็บ""เช่นนั้นเหตุใดจึงอยากหย่าและหนีไปจากข้านัก""เพราะข้าเกลียดท่าน! แม้คืนแรกของการเข้าหอ ท่านยังกล่าวว่าหากข้าไม่ตั้งครรภ์ภายในหนึ่งเดือนท่านจะรับอนุชายาเข้าตำหนัก...ท่านเห็นข้าเป็นอะไร! หากมีข้าเพียงเพื่อเรื่องนั้น...ท่านก็หย่าให้ข้าเถอะ"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นดวงตาคู่งามมีน้ำคลอหน่วยเล็กน้อย ก่อนจะผลักร่างหนาออกจนเป็นอิสระ มือเรียวดึงหนังสือหย่าออกมาหนึ่งฉบับก่อนจะกางออกให้เขาดู"ข้าประทับลายนิ้วมือแล้ว ขาดแต่การประทับลายนิ้วมือของท่าน"ด้านหวังเฟยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย"หยวนลู่จิ่น นี่คือสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท เจ้าคิดว่าจะไปจากข้าได้ง่ายๆเช่นนั้นหรือ? ข้าไม่มีวันหย่ากับเจ้า""เพราะเหตุใด?! "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทน"เพราะเจ้าเป็นภรรยาข้า ต่อให้ครบหนึ่งปี ข้าก็ไม่หย่ากับเจ้า""ท่านมันเห็นแก่ตัว! ท่านไม่หย่าก็ช่างแต่ข้าจะหนีจากท่าน!"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นจะหมุนตัวเตรียมจากไปแต่ทว่า หวังเฟยหลงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เขาใช้วรยุทธขว้างตะเกียบไปยังจุดล็อคตรงบานประตูด้วยความชำนาญฟ้าว!ปึก!"หวังเฟยหลง! อะไร
ตอนพิเศษ 7 แผนกลบเกลื่อน หลังจากที่หยวนลู่จิ่นพาตนเองมาอยู่ที่ตำหนักองค์รัชทายาทก็พบว่าเซียวอิงกำลังรินสุราสามีของตน หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อยวันนี้หยวนลู่จิ่นสวมอาภรณ์สีเงินโปร่งใบหน้างามที่แทบไม่ต้องแต่งอะไรก็ดูงดงามนักในสายตาของหวังเฟยหลง อาหารถูกนำมาวางตั้งไว้บนโต๊ะ ในขณะที่เซียวอิงกำลังนั่งบรรเลงเพลงพิณอย่างไพเราะจนสตรีเช่นนางยังรู้สึกชอบฟังเสียงดนตรี....."ท่านพี่ เซียวอิงมีความสามารถหลากหลายด้านเช่นนี้ น่าเสียดายยิ่งนัก ที่นางไม่ได้ตกแต่งเป็นภรรยาผู้ใดเสียที"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะลอบสังเกตอากัปปกิริยาของคนตรงหน้าที่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปาก"เจ้ากล่าวมาไม่ผิด เซียวอิงมีความสามารถหลายด้านนัก"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าทั้งคู่คงจะร่วมเตียงกันได้โดยไม่ต้องวางยาปลุกกำหนัดเป็นแน่...อย่างไรก็ตามนางจะต้องหาอนุภรรยาให้เขาอีกหลายคน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีความต้องการเรื่องเช่นนั้นกับนาง...บิดานางเคยบอกนางว่า สมรสพระราชราชทานนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดนางก็ต้องอยู่ให้ครบหนึ่งปีจากนั้น...นางก็จะเขียนใบหย่าให้เขา
ตอนพิเศษ 6แผนการณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง"พี่สะใภ้ หากพี่ใหญ่ทราบว่าข้ามาพบท่านเขาต้องแหกอกข้าแน่ เหตุใดท่านไม่กลับไปตำหนักเสียทีเล่า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยถามขึ้นก่อนจะมองซ้ายขวา“ข้ากังวลเรื่องพี่ชายของท่าน กล่าวตามตรง ในฐานะที่เราเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน และท่านยังเป็นน้องชายของสามีข้า ดังนั้นข้าจึงอยากให้ท่านช่วย” หยวนลู่จิ่นเอ่ยทันที"เรื่องอะไรกัน?""ข้าอยากให้ท่านช่วยแนะนำข้าว่าสตรีเช่นใดที่หวังเฟยหลงถูกใจ เวลาที่เขาเข้าหอโคมเขียวเขามักจะชอบเรียกผู้ใดหรืออุ่นเตียงหรือ?""ท่านถามเช่นนี้... "เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะหรี่ตาลงมองดูพี่สะใภ้อย่างไม่ไว้วางใจ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าต้องให้อีกฝ่ายช่วยจึงตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คนตรงหน้าฟัง รวมถึงการไปทาบทามฝางผิงเกอแต่ได้รับการปฏิเสธอีกด้วย"ท่านจะหาอนุให้เสด็จพี่!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นในขณะที่เบิกตากว้าง"ข้ารู้ว่ามันอาจดูประหลาด กล่าวตามตรง ข้าเคยได้ยินมาว่า บุรุษที่มีมากภรรยาทั้งยังชอบเที่ยวสถานที่เช่นนั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อยิ่งนัก ไหนจะต้องตั้งครรภ์ตอนเบ่งท้องคลอดบุตร..ข้ากังวลเรื่องคลอดบุตรที่สุด"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม
ตอนพิเศษ 5 ทาบทามสตรีให้สามี หยวนลู่จิ่นเดินทางไปที่สำนักศึกษาที่นางร่ำเรียนมา นางเข้าไปคารวะผู้เป็นอาจารย์เรียบร้อยแล้วจึงขอพบฝางผิงเกอทันที"ผิงเกอ เจ้ายังมีใจให้กับหวังเฟยหลงอยู่หรือไม่?"หยวนลู่จินถามอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม"ข้า...."ฝางผิงเกอเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นอาการเช่นนั้นก็ยิ้มร้ายกาจออกมาเล็กน้อย..."เจ้าไม่ต้องพูดข้าก็รู้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้า..เต็มใจจะแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทหรือไม่ "หยวนลู่จิ่นถามขึ้น ด้านฝางผิงเกอที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างทันทีนี่อีกฝ่ายจะให้นางแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทจริงหรือ?"พระชายา! ท่านเพิ่งแต่งกับองค์รัชทายาทเมื่อไม่กี่วันเองมิใช่หรือเจ้าคะ" ฝางผิงเกอ บุตรสาวของอาจารย์นางเอ่ยขึ้นคิ้วขมวดด้วยความประหลาดใจ"ข้ากล่าวตามตรงกับเจ้า ข้าไม่อยากมีบุตร ข้าจึงอยากหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด อีกทั้งอยากสนับสนุนเจ้าให้ลงเอยกับเขา"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น"พระชายา ท่านมีเรื่องกับองค์รัชทายาทมาก่อนหรือ? เหตุใดจึงไม่อยากมีบุตร... แม้ว่าข้าจะอยากแต่งให้องค์รัชทายาทแต่เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องขออนุญาตจากท่านพ่อก่อน"ฝางผ







