LOGINซีฮันค่อย ๆ วางกระดาษลง ดวงตาฉายประกายเย็นเฉียบ
“เช่นนั้นแสดงว่า...ผู้ที่เขียนชื่อข้
เซียวจื่อเฟยหันกลับมา เมื่อเห็นฮ่องเต้ยืนอยู่ตรงประตู นางก็ทรุดลงกับพื้นทันที “ฝ่าบาท...”ฮ่องเต้ก้าวเข้ามาช้า ๆ พระพักตร์เย็นชาจนน่ากลัว “เจ้ากำลังทำสิ่งใด”เซียวจื่อเฟยรีบส่ายหน้า “หม่อมฉัน...หม่อมฉันเพียงทำพิธีขอพรเพคะ”ซีฮันซึ่งเดินตามเข้ามาภายหลังมองไปยังผ้าแดงบนโต๊ะ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ “พิธีขอพรที่ต้องเขียนชื่อข้าแล้วใช้มีดกรีดหรือ”เซียวจื่อเฟยสะดุ้ง นางมองซีฮันด้วยสายตาทั้งหวาดกลัวและโกรธแค้น “ฮองเฮา...ท่านวางแผนเล่นงานข้า”ซีฮันไม่โต้เถียง เพียงหันไปพยักหน้าให้ตงเปียน “ตรวจทุกอย่าง”ตงเปียนและองครักษ์รีบค้นห้องทันที ภายในหีบไม้เล็กด้านหลังโต๊ะบูชาพบตำราไสยศาสตร์ต้องห้ามหลายเล่ม ขวดผงสมุนไพรที่หมอหลวงเคยตรวจพบในธูปประหลาด ตุ๊กตาผ้าหลายตัวที่เขียนชื่อคนในวัง และถุงผ้าเล็กซึ่งบรรจุเส้นผมกับเศษผ้าปักตรามังกรอย่างแนบเนียน เมื่อหลี่กงกงเห็นเศษผ้าปักตรามังกรก็หน้าซีด รีบคุกเข่าถวายต่อฮ่องเต้ “ฝ่าบาท เศษผ้านี้คล้ายมาจากฉลองพระองค์เก่าที่เคยส่งไปซ่อมในสำนักผ้าไหมพ่
ซีฮันค่อย ๆ วางกระดาษลง ดวงตาฉายประกายเย็นเฉียบ“เช่นนั้นแสดงว่า...ผู้ที่เขียนชื่อข้าบนตุ๊กตา มิใช่ภูตผีหรือหมอไสยศาสตร์ แต่เป็นคนในตำหนักเซียวจื่อเฟย”ตงเปียนกำหมัดแน่น “จะจับตัวหรูอิงมาสอบสวนทันทีหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันส่ายหน้าอีกครั้ง “ยังไม่”“เหตุใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”“เพราะหรูอิงเป็นเพียงมือ” นางมองตุ๊กตาผ้าที่มีเข็มปักเต็มตัว “ส่วนคนที่สั่งให้ถือเข็ม...ยังนั่งอยู่บนกระดาน”นางพับผ้าห่อตุ๊กตากลับอย่างระมัดระวังก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“คราวนี้ถึงเวลาที่เซียวจื่อเฟยจะเริ่มเดินหมากผิดด้วยตัวเองแล้ว”พิธีกรรมคืนจันทร์ดับคืนเดือนดับมาเยือนเร็วกว่าที่ผู้คนในวังหลังคาดคิด ท้องฟ้ามืดสนิทไร้แสงจันทร์ แม้แต่หมู่ดาวก็ถูกเมฆหนาทึบปกคลุมจนแทบมองไม่เห็น ลมเย็นพัดผ่านชายคาตำหนักเกิดเสียงหวีดหวิวราวกับกำลังเตือนถึงลางร้าย ซีฮันยืนอยู่หน้าบานหน้าต่าง มองความมืดที่ปกคลุมพระราชวังด้วยแววตาสงบนิ่ง ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางปล่อยให้ข
ด้านตำหนักเซียวจื่อเฟย บรรยากาศกลับไม่ผ่อนคลายเช่นเดียวกัน เซียวจื่อเฟยนั่งอยู่หน้าอ่างทองเหลือง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจนางกำนัลรีบเข้ามารายงาน “เฟยเหนียงเหนียง เมื่อคืนฝ่าบาทเกือบเสด็จมาถึงแล้วเพคะ แต่จู่ ๆ ก็เสด็จกลับ”เซียวจื่อเฟยกำหมัดแน่น “เป็นไปไม่ได้”หญิงชราที่เป็นผู้สอนพิธีกรรมกล่าวเสียงต่ำ “หากทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ย่อมไม่มีทางผิดพลาด”“แต่ฝ่าบาทไม่มา”หญิงชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม “เมื่อคืนมีผู้ใดรู้เรื่องพิธี”“ไม่มี”“แล้วเศษธูป”เซียวจื่อเฟยชะงัก นางนึกถึงคืนก่อนที่นางกำนัลรายงานว่ามีเงาคนผ่านหลังตำหนัก แต่เมื่อออกไปตรวจกลับไม่พบผู้ใด หัวใจของนางเริ่มเต้นแรง“หรือว่าจะ...”หญิงชราหรี่ตา “มีคนเก็บธูปของเราไป”เซียวจื่อเฟยลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าที่เคยสงบเริ่มมีรอยแตกร้าว“คนในวังไม่มีผู้ใดรู้เรื่องนี้ นอกจาก...”นางหยุดพูด ในหัวมีภาพของสตรีผู้หนึ่งป
หญิงชราผู้สวมชุดดำซึ่งนั่งอยู่มุมห้องกล่าวเสียงต่ำ “จำไว้ อย่าใช้เกินสามคืนติดต่อกัน มิฉะนั้นจะมีคนจับพิรุธได้”เซียวจื่อเฟยพยักหน้า “เพียงให้ฝ่าบาทเสด็จมาหาข้าสักครั้งก็พอ”หญิงชราหัวเราะเบา ๆ “ชายทุกคนล้วนมีจิตใจอ่อนแอ หากใช้วิธีถูกต้อง ย่อมหลงใหลโดยไม่รู้ตัว”ขณะเดียวกัน ฮ่องเต้กำลังประทับอยู่ในตำหนักทรงพระอักษร พระองค์ทรงอ่านฎีกาอยู่เพียงลำพัง แต่ผ่านไปไม่นานก็เริ่มรู้สึกแปลกประหลาด พระองค์วางพู่กันลงไม่ทรงทราบเหตุใด จู่ ๆ ภาพของเซียวจื่อเฟยกลับผุดขึ้นมาในพระทัย ทั้งที่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พระองค์แทบไม่เคยเสด็จไปตำหนักของนางเลยหลี่กงกงสังเกตเห็นฮ่องเต้ทรงเหม่อจึงถามอย่างเป็นห่วง “ฝ่าบาท จะทรงพักก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ส่ายพระเศียรเบา ๆ “ไม่รู้เหตุใด...”พระองค์ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว“เรารู้สึกเหมือนควรไปที่ใดสักแห่ง”หลี่กงกงรีบถาม “จะเสด็จไปตำหนักฮองเฮาหรือพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบช้า ๆ“ไม่ใช
โถวฝ่าเฟยกล่าวต่อ “หม่อมฉันรู้ว่าเสื้อคลุมนั้นเกือบทำร้ายฮองเฮา แต่หม่อมฉันยังอยากขอให้พระองค์เก็บไว้ เพราะทุกฝีเข็มในนั้น หม่อมฉันปักด้วยใจจริง หากพระองค์ทรงทำลายมัน หม่อมฉันคงเสียใจไปทั้งชีวิต”ซีฮันพยักหน้า “ข้าไม่เคยคิดจะเผาทิ้ง”นางหันไปสั่งตงเปียน “นำเสื้อคลุมมา”ไม่นาน เสื้อคลุมดอกเหมยก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะอีกครั้ง โถวฝ่าเฟยมองผลงานของตนด้วยแววตาปนเศร้า ซีฮันคลี่เสื้อออกอย่างช้า ๆ ตั้งใจจะตรวจดูอีกครั้ง เพราะนางเชื่อว่าคนร้ายอาจทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้โดยไม่รู้ตัวโถวฝ่าเฟยใช้นิ้วลูบลายดอกเหมยเบา ๆ แล้วกล่าว “ลายนี้หม่อมฉันออกแบบเองทั้งหมด ยกเว้น...”นางหยุดพูดกะทันหัน ซีฮันเงยหน้ามอง “ยกเว้นอะไร”“แปลกจัง...”โถวฝ่าเฟยขมวดคิ้ว ก่อนดึงชายเสื้อด้านในขึ้นมา “ตรงนี้ไม่ใช่ฝีมือของหม่อมฉัน”ซีฮันรีบรับเสื้อคลุมมาพิจารณา บริเวณด้านในของชายเสื้อ ใต้ลายดอกเหมยที่แทบไม่มีผู้ใดเปิดดู มีลายปักเล็กมากซ่อนอยู่ หากไม่สังเกตอย่างละเอียดก็จะคิดว่าเป็นเพียงด้าย
แต่โถวฝ่าเฟยกลับพูดต่อราวกับกลัวว่าหากหยุดแล้วจะไม่มีความกล้าอีก “นางข่มขู่หม่อมฉันว่า หากบอกเรื่องเสื้อคลุมหรือผงพิษ ครอบครัวของหม่อมฉันจะไม่มีชีวิตรอด นางมัดหม่อมฉันไว้ในห้องลับ ไม่ให้อาหาร ไม่ให้น้ำ และบอกว่าจะปล่อยให้หม่อมฉันตายอย่างไม่มีผู้ใดพบศพ”ทั่วศาลาเงียบกริบ จินเช่อเฟยพยายามตั้งสติ“ฝ่าบาทเพคะ นางไม่มีหลักฐาน”ซีฮันจึงหยิบผ้าผืนเล็กออกมาจากแขนเสื้อ “หม่อมฉันมี”นางคลี่ผ้าสีขาวออก ภายในคือกระดุมหยกเม็ดหนึ่ง“กระดุมเม็ดนี้หลุดอยู่ภายในห้องลับ”ตงเปียนรับไปถวายฮ่องเต้ ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเพียงครู่เดียวก็จำได้ เพราะกระดุมลายดอกโบตั๋นสีม่วงเช่นนี้ เป็นแบบพิเศษที่พระองค์พระราชทานแก่จินเช่อเฟยเมื่อสองปีก่อน มีเพียงชุดของนางเท่านั้นที่ใช้กระดุมชนิดนี้ จินเช่อเฟยเริ่มหน้าซีด แต่ซีฮันยังไม่หยุด“ยังมีอีกหนึ่งสิ่ง”นางพยักหน้าให้ตงเปียน ขันทีหนุ่มนำผ้าผืนหนึ่งออกมา ภายในห่อเข็มพิษที่พบในห้องลับ หมอหลวงก้าวออกมากราบทูล“ฝ่าบาท เข็มเหล่านี้เคลือบพิษชนิดเดียวกั
“แล้วเจ้าว่าพวกนางเป็นเช่นไรเล่าตงเปียน”“พวกนางไม่น่าไว้วางใจ พระองค์ไว้วางพระทัยพวกนางมิได้เลยแม้แต่คนเดียว เหล่านางเหมือนงูพิษคอยฉกกัดพระองค์”“ตงเปียน...เจ้ารู้หรือเปล่าว่าพวกงูกลัวอะไรมากที่สุด”“กลัวอะไรหรือเพคะ?”“มันก็เหมือนสัตว์ทั่วไป กลัวการถูกทำร้าย งูน่ะพิษแรงและมันก็มีวิธีการเอาตัวรอด
ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม
พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป
“ข้ามิกลัวดอก คนในราชสำนักล้วนอยู่ใต้อาณัติของข้า ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของฮองเฮานั้นอยู่ได้อีกมินาน ก็นางช่างอ่อนแอ มีวาสนาหากไร้ซึ่งอำนาจก็มิอาจทำอันใดได้ นางมิมีใครอยู่เคียงข้าง แม้พ่อของนางเป็นถึงแม่ทัพกองธงขอบเหลืองที่ฮ่องเต้ต้องทรงให้ความเกรงใจแต่ความอ่อนแอจะฝังนางทั้งเป็น และวันหนึ่งข้านี่ล่ะจะเห







