แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: อักษรามณี
last update วันที่เผยแพร่: 2025-04-07 10:48:54

นางสวมอาภรณ์ไหมสีแดงเข้ม ปักหงส์ทองงดงาม เครื่องประดับบนศีรษะหรูหราเสียจนดูเด่นกว่าฮองเฮาเสียอีก ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างผู้ชนะตั้งแต่ยังไม่เริ่มสงคราม

เข่อชิงเดินเข้ามาโดยไม่แม้แต่จะถวายความเคารพเต็มพิธี เพียงย่อตัวเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ พระวรกายของพระองค์ยังทรุดโทรมเช่นเดิมหรือเพคะ”

ซีฮันในอดีตยิ้มอ่อน

“ข้าดีขึ้นแล้ว”

เข่อชิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนมองหน้าสนมคนอื่น

“ดีขึ้นหรือเพคะ ข้ากลับได้ยินว่าหมอหลวงต้องเข้าออกตำหนักทุกวัน หากเป็นเช่นนี้ เกรงว่าพระองค์จะดูแลวังหลังไม่ไหว”

เหล่าสนมหัวเราะคิกคัก

ซีฮันคนเก่าก้มหน้าลง ไม่ตอบโต้แม้แต่คำเดียว

ภาพนั้นทำให้ซีฮันคนใหม่กำหมัดแน่น

นางรู้ดีว่าคนแบบเข่อชิงกำลังใช้วิธีลดทอนอำนาจผู้นำต่อหน้าคนหมู่มาก ยิ่งฮองเฮาเงียบ คนอื่นก็ยิ่งเชื่อว่านางอ่อนแอ

ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง

คราวนี้เป็นงานเลี้ยงดอกโบตั๋นในตำหนักหลวง

เซียนรื่อหงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ข้างฮองเฮา ใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน รินชาให้ด้วยตนเอง

“เหนียงเหนียง ทรงเสวยให้น้อยเกินไปนะเพคะ หากพระวรกายไม่แข็งแรง พวกหม่อมฉันจะเป็นห่วง”

ซีฮันในอดีตยิ้มซาบซึ้ง

“เจ้าช่างมีน้ำใจ”

เซียนรื่อหงจับมือฮองเฮาไว้แน่น

“หม่อมฉันย่อมภักดีต่อพระองค์เสมอ”

ทันทีที่ซีฮันลุกออกไปเปลี่ยนฉลองพระองค์ เซียนรื่อหงกลับเดินไปหาเข่อชิงที่ยืนอยู่หลังม่าน

“ฮองเฮาเชื่อข้าทุกอย่างเพคะ”

เข่อชิงหัวเราะเบา ๆ

“ทำดีมาก ข่าวที่นางเล่าให้เจ้าฟัง รีบมาบอกข้าทุกเรื่อง”

เซียนรื่อหงยิ้มอย่างประจบ

“ตราบใดที่หวงกุ้ยเฟยทรงเมตตา หม่อมฉันย่อมอยู่ฝ่ายพระองค์”

ภาพตรงหน้าทำให้ซีฮันรู้สึกเหมือนมีมีดกรีดลงกลางอก

ความจริงแล้ว ฮองเฮาคนเก่าไม่เคยมีมิตรเลยแม้แต่คนเดียว

ทุกคนเพียงสวมหน้ากากเข้าหา

ภาพหมุนเปลี่ยนอีกครั้ง

ตำหนักของยู่จินเชียงกุ้ยเฟยเต็มไปด้วยชั้นวางสมุนไพร ขวดหยกนับร้อยเรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นสมุนไพรหอมอบอวลไปทั่วห้อง

ยู่จินเชียงกำลังบดสมุนไพรอยู่หน้าครกหิน

แต่สิ่งที่ทำให้ซีฮันตัวเย็นเฉียบคือ ข้างมือของนางมีแมงป่องสีดำ งูเขียวตัวเล็ก และคางคกพิษถูกขังอยู่ในกรงไม้

หญิงสาวยิ้มบาง ๆ

“เพียงหยดเดียวก็เพียงพอ”

นางใช้เข็มเงินแตะพิษจากเขี้ยวงูลงในน้ำยา ก่อนบดรวมกับผงสมุนไพรสีขาวอย่างชำนาญ นางกำนัลคนสนิทถามเบา ๆ

“หวงกุ้ยเฟยรับสั่งว่าต้องให้ฮองเฮาสิ้นพระชนม์เร็วขึ้นหรือเพคะ”

ยู่จินเชียงส่ายหน้า “ไม่...หากตายเร็วเกินไป ทุกคนจะสงสัย”

นางหัวเราะอย่างเย็นชา “ค่อย ๆ ทำลายหัวใจ ทำลายตับ ทำลายชีพจร ให้นางตายเหมือนคนป่วยตามธรรมชาติ”

ภาพนั้นทำให้ซีฮันขนลุกไปทั้งร่าง นี่ไม่ใช่การวางยาธรรมดา แต่เป็นการฆ่าที่วางแผนมาเป็นปี ภาพเปลี่ยนอีกครั้ง ฮองเฮาคนเก่านั่งอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเผือด ยู่จินเชียงยกถ้วยยาเข้ามา

“เหนียงเหนียง โอสถนี้หายากมาก หม่อมฉันใช้เวลาหลายเดือนจึงรวบรวมสมุนไพรได้ครบ”

ซีฮันในอดีตรับถ้วยมาด้วยความซาบซึ้ง

“เจ้าลำบากแล้ว”

ยู่จินเชียงยิ้มอ่อน “ขอเพียงพระองค์หายประชวร หม่อมฉันก็ยินดี”

แต่ทันทีที่ฮองเฮายกถ้วยขึ้นดื่ม ยู่จินเชียงกลับเหลือบมองนางกำนัลของตน ทั้งสองยิ้มให้กันเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความสะใจ ภาพทั้งหมดแตกกระจายราวกับกระจกถูกทุบ

ซีฮันสะดุ้งลืมตาขึ้นทันที หายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อม เหงื่อเย็นไหลเต็มหน้าผาก แม้อากาศจะหนาวเหน็บก็ตาม

“เหนียงเหนียง!” ตงเปียนรีบวิ่งเข้ามาจากด้านนอก “พระองค์ทรงฝันร้ายหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันยังหอบหายใจ ดวงตาแดงก่ำ นางไม่ตอบทันทีเพราะสิ่งที่เห็นไม่ใช่ความฝันแต่คือความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิม นางเอามือแตะหน้าอก รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด ความอับอาย ความโดดเดี่ยว และความสิ้นหวังที่ซีฮันคนเดิมต้องเผชิญ

ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้โง่ ไม่ได้อ่อนแอโดยกำเนิด แต่นางถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูกคนทั้งวังร่วมมือกันทำให้เชื่อว่าตัวเองไร้ค่า จนไม่กล้าสงสัยใครอีก ตงเปียนส่งผ้าเช็ดหน้าให้อย่างเป็นห่วง

“กระหม่อมจะไปตามหมอหลวงดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันรีบจับแขนเขาไว้ “ไม่ต้อง”

“แต่พระองค์...”

“ข้าสบายดี”

นางค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง แม้ร่างกายยังอ่อนแรง แต่ดวงตากลับหนักแน่นกว่าเดิมหลายเท่า

“ตงเปียน”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ที่ผ่านมา...เจ้าพยายามเตือนฮองเฮาหรือไม่”

ขันทีหนุ่มก้มหน้าลง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“กระหม่อมเคยทูลหลายครั้งว่าหวงกุ้ยเฟยไม่น่าไว้ใจ เคยทูลว่าเซียนรื่อหงเข้าหาเพราะหวังผล เคยทูลว่าโอสถของยู่จินเชียงไม่ควรเสวย แต่พระองค์ตรัสเสมอว่าพวกนางเป็นพี่น้องในวังหลัง ไม่ควรระแวงกัน”

เขากัดริมฝีปากแน่น “กระหม่อมปกป้องพระองค์ไม่ได้”

ซีฮันมองเขานิ่ง “ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”

นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เย็นเยียบ

“คนที่ควรสำนึกผิดคือพวกมัน”

ตงเปียนเงยหน้ามองฮองเฮาด้วยความตกใจ เพียงคืนเดียวฮองเฮาที่เคยอ่อนโยนกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความเศร้ากลับเย็นราวกับน้ำแข็ง

ซีฮันลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่างช้า ๆ ลมหนาวพัดชายแขนเสื้อสีขาวปลิวไหว นางมองพระราชวังอันโอ่อ่าซึ่งซ่อนคมดาบและพิษร้ายไว้ทุกตารางนิ้ว

ในอดีต ลิลลี่ ชุง เคยออกแบบอาคารให้มั่นคงแข็งแรง แต่วันนี้นางกำลังจะรื้อโครงสร้างอำนาจของวังหลวงทั้งหลัง เริ่มจากคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุด เข่อชิงหวงกุ้ยเฟย จากนั้นคือเซียนรื่อหง ต่อด้วยยู่จินเชียง และคนอื่น ๆ จะไม่มีใครหนีพ้น นางจะใช้แผนของพวกมันย้อนกลับไปหาพวกมันทีละคน ซีฮันหันกลับมามองตงเปียนอีกครั้ง น้ำเสียงสงบนิ่ง แต่หนักแน่นจนทำให้ขันทีหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังฟังคำประกาศสงคราม

“ตงเปียน”

“พ่ะย่ะค่ะ เหนียงเหนียง”

ซีฮันกำหมัดแน่น ดวงตาหงส์ฉายประกายเย็นยะเยือก

“ตั้งแต่วินาทีนี้ ฮองเฮาที่ยอมให้คนอื่นรังแกได้ตายไปแล้ว”

นางทอดสายตามองไปยังถ้วยยาที่ซ่อนอยู่บนโต๊ะ ก่อนกล่าวทีละคำอย่างหนักแน่น

“ข้าจะไม่ตายซ้ำสอง”

เจ็ดดอกไม้พิษแห่งวังหลัง

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสาเป็นลำสีทองอ่อน แต่ความอบอุ่นของมันกลับไม่อาจขับไล่ความเย็นยะเยือกที่ปกคลุมตำหนักฮองเฮาได้ ภายในห้องบรรทมยังเงียบสงัดจนได้ยินเสียงน้ำเดือดจากกาเครื่องเงินที่นางกำนัลกำลังต้มน้ำชาอยู่ด้านนอก

ซีฮันนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้แกะสลัก ใบหน้ายังซีดจากพิษที่ตกค้าง แต่แววตาไม่หลงเหลือความอ่อนแอเหมือนเมื่อสองวันก่อนอีกแล้ว นางกำลังใช้พู่กันเขียนเส้นตรงและวงกลมลงบนกระดาษเซวียนสีขาวอย่างช้า ๆ

ตงเปียนยืนอยู่ข้างโต๊ะ มองภาพตรงหน้าด้วยความงุนงง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 29

    ไม่นานหลังรุ่งสาง ซีฮันปลอมเป็นการเสด็จตรวจตำหนักตามธรรมเนียม มีเพียงตงเปียนและขันทีคนสนิทไม่กี่คนติดตาม จินเช่อเฟยรีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานเช่นเคย“ฮองเฮาเสด็จถึงตำหนักหม่อมฉัน นับเป็นเกียรติยิ่งเพคะ”ซีฮันยิ้มตอบ “ข้าได้ยินว่าตำหนักเจ้าตกแต่งงดงาม จึงอยากชมด้วยตนเอง”จินเช่อเฟยก้มศีรษะ “เชิญพระองค์ทอดพระเนตรได้ทุกแห่งเพคะ”แม้จะตอบเช่นนั้น แต่สายตาของนางกลับจับจ้องทุกฝีก้าวของฮองเฮาอย่างไม่ละเลยซีฮันเดินชมตำหนักอย่างสงบ เริ่มจากเรือนรับรอง ห้องเก็บผ้าแพร ห้องน้ำชา และลานฝึก ทุกอย่างดูเรียบร้อยไม่มีพิรุธ นางเดินช้ากว่าปกติ ใช้ปลายนิ้วเคาะเสาไม้เป็นระยะ สายตากวาดมองความกว้างของทางเดิน เทียบกับพื้นที่ภายนอกตำหนักในใจเมื่อเดินมาถึงห้องปักผ้า ซีฮันหยุดทันทีห้องนี้กว้างประมาณหกช่วงเสา แต่เมื่อเทียบกับแนวกำแพงด้านนอกแล้ว พื้นที่ด้านในกลับสั้นกว่าที่ควรจะเป็นเกือบสองช่วงคนจินเช่อเฟยสังเกตเห็นฮองเฮาหยุดมอง จึงยิ้มพลางกล่าว “หม่อมฉันไม่ถนัดงานปักเหมือนโถวฝ่าเฟย ห้องนี้จึงใช้เพียงเก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 28

    นางเงยหน้าขึ้นยิ้ม ดวงตาอ่อนโยนจนแม้แต่นางกำนัลรอบข้างยังอดชื่นชมไม่ได้ ฮ่องเต้ตรัสเพียงไม่กี่ประโยคก่อนเสด็จต่อไปยังสวนอีกด้าน จินเช่อเฟยยืนส่งเสด็จด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานไม่เปลี่ยนแปลงทันทีที่ขบวนเสด็จลับสายตา รอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ จางหาย ดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับเย็นเฉียบ นางหันไปมองนางกำนัลคนสนิทแล้วกล่าวเสียงเรียบ “โถวฝ่าเฟยอยู่ที่ใด”“เพคะ นางกำลังเลือกไหมอยู่ที่เรือนปักผ้า”“เชิญนางมาหาข้า”“เพคะ”ไม่นาน โถวฝ่าเฟยก็เดินเข้ามาในศาลาริมสระด้วยสีหน้างุนงง นางยังไม่รู้เลยว่าตนถูกเรียกมาด้วยเหตุใด เมื่อเห็นจินเช่อเฟยก็รีบย่อตัวถวายพระพร“ถวายพระพรจินเช่อเฟยเพคะ”จินเช่อเฟยยิ้มบาง “นั่งเถิด”โถวฝ่าเฟยนั่งลงอย่างระมัดระวัง จินเช่อเฟยรินชาให้นางด้วยตนเอง “ข้าได้ยินว่าฮองเฮาชื่นชมฝีมือปักของเจ้ามาก”โถวฝ่าเฟยยิ้มเขิน “เป็นพระเมตตาของฮองเฮาเพคะ”“จริงหรือ”น้ำเสียงของจินเช่อเฟยยังคงนุ่มนวล แต่แววตากลับเย็นลง “แล้วฮองเฮาไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับเสื้อคลุมหรือ”โถวฝ่าเฟยสะดุ้งเพียงเล็กน้อย ก่อนรีบตอบ “ก็...ทรงถามเรื่องการปักตามปกติเพคะ”“ตามปกติเท่านั้นหรือ”โถวฝ่าเฟยเม้มริมฝีปาก ไม่กล้าสบตาจินเช่อเฟ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 27

    ภายในห้องนั้นกลิ่นกำยานจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นผ้าไหมใหม่ ผ้าแพรหลากสีพับเรียงเป็นชั้นอย่างงดงาม หีบไม้ทุกใบลงลายทองประณีต ดูเผิน ๆ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ตงเปียนใช้ไฟจากตะเกียงเล็กส่องดูตามขอบหีบทีละใบ พบว่าหีบด้านหน้าเก็บเพียงผ้าแพรจริง ๆแต่เมื่อแตะหีบใบหนึ่งที่ตั้งลึกสุดด้านหลัง เขากลับรู้สึกว่าน้ำหนักผิดธรรมชาติ หีบนั้นหนักเกินกว่าจะใส่เพียงผ้าไหม เขาจึงค่อย ๆ เปิดฝาออกอย่างระวัง ภายในชั้นบนยังมีผ้าแพรพับวางปิดไว้ แต่เมื่อยกผ้าออก ด้านล่างกลับปรากฏช่องซ่อนอีกชั้นหนึ่งตงเปียนกลั้นลมหายใจแล้วเปิดแผ่นไม้ชั้นล่างขึ้น ภายในเรียงรายด้วยมีดสั้นหลายเล่ม ปลอกมีดหุ้มหนังสีดำ ปลายด้ามประดับหยกเล็ก ๆ อย่างประณีต มีบางเล่มบางเฉียบเหมาะแก่การซ่อนในแขนเสื้อ และบางเล่มปลายโค้งคล้ายใช้เพื่อกรีดมากกว่าแทงใกล้กันนั้นยังมีม้วนผ้าสีเทาห่อเข็มเงินขนาดเล็กนับสิบเล่ม ปลายเข็มมีสีคล้ำผิดปกติ ตงเปียนรู้สึกขนลุกทันที เขาไม่แตะปลายเข็ม เพียงใช้ผ้าเช็ดหน้าหยิบขึ้นมาดูจากระยะห่าง ก่อนรีบวางกลับที่เดิมและจดตำแหน่งลงบนกระดาษเล็กขณะเดียวกัน ขันทีอีกคนที่ถูกส่งไปทางเรือนด้านเหนือก็พบสิ่งน่าตกใจยิ่งกว่า หลังฉากไม้แกะสลัก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 26

    ซีฮันไม่ได้เปิดทุกเล่ม นางเลือกเฉพาะบัญชีของโถวฝ่าเฟยในช่วงเดือนที่ผ่านมา“ครั้งล่าสุดที่โถวฝ่าเฟยรับด้ายไหมสำหรับปักเสื้อคลุม เป็นวันใด”เจ้ากรมรีบพลิกสมุด “วันที่สิบสามของเดือนก่อนพ่ะย่ะค่ะ”“ผู้ใดเป็นผู้ส่ง”“ตามธรรมเนียม สำนักทอผ้าจะบรรจุหีบ แล้วให้ขันทีเวรนำไปส่งโดยตรง”ซีฮันมองตงเปียน “ตรวจหีบ”ตงเปียนและขันทีในตำหนักฮองเฮารีบตรวจหีบไม้ที่ใช้ส่งของทันที พบว่าด้านข้างของหีบทุกใบมีตราประทับของสำนักทอผ้า แต่หีบที่ส่งให้โถวฝ่าเฟยกลับมีรอยงัดเล็ก ๆ บริเวณสลักไม้ รอยนั้นถูกแต้มสีทับไว้อย่างแนบเนียนจนแทบมองไม่ออก“เหนียงเหนียง”ตงเปียนยื่นหีบให้ดูซีฮันใช้นิ้วลูบรอยงัดเบา ๆ ก่อนถามเจ้ากรม “หีบทุกใบเป็นเช่นนี้หรือไม่”เจ้ากรมรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นหีบนี้เคยถูกเปิด”เจ้ากรมเริ่มเหงื่อตก “กระหม่อม...ไม่ทราบจริง ๆ”ซีฮันไม่ได้ต่อว่า เพียงกล่าวเรียบ ๆ “เรียกขันทีผู้ส่งของวันนั้นมา”ไม่นาน ขันทีวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เขาคุกเข่าจนตัวสั่นเมื่อเห็นฮองเฮา“เจ้าส่งหีบนี้หรือ”“พ่ะ...พ่ะย่ะค่ะ”“ระหว่างทางเกิดสิ่งใด”ขันทีนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างลังเล “หีบถูกเรียกตรวจ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 25

    ซีฮันจึงค่อย ๆ เปิดกล่องไม้เล็ก ๆ ที่วางอยู่ข้างตัว ภายในบรรจุเศษด้ายสีแดงและผงสีขาวหม่นซึ่งหมอหลวงขูดออกมาจากเสื้อคลุม นางเลื่อนกล่องไปตรงหน้าโถวฝ่าเฟย“เจ้ารู้จักสิ่งนี้หรือไม่”โถวฝ่าเฟยก้มลงมองอย่างสงสัย “เป็นเศษด้ายของเสื้อคลุมเพคะ”“แล้วผงสีขาวนี้เล่า”นางเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่เคยเห็น”ซีฮันกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ “หมอหลวงตรวจพบว่าผงชนิดนี้เคลือบอยู่บนด้ายไหมบางส่วน หากข้าสวมเสื้อคลุมนี้ติดต่อกัน อาจล้มป่วยโดยไม่มีผู้ใดสงสัย”สิ้นประโยคนั้น สีหน้าของโถวฝ่าเฟยก็ซีดเผือดทันที ดวงตาเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน“เป็นไปไม่ได้!”นางเผลอร้องออกมา ก่อนรีบคุกเข่าลงอย่างแรง “ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันสาบานด้วยชีวิต หม่อมฉันไม่เคยใส่สิ่งใดลงไปเลย”น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า“หม่อมฉันรักการปักผ้ามาตั้งแต่เด็ก ทุกฝีเข็มที่ปักลงไป หม่อมฉันตั้งใจเพียงให้งดงามที่สุด หม่อมฉันไม่มีวันทำให้ผลงานของตัวเองกลายเป็นอาวุธ”ซีฮันยังคงนั่งนิ่ง ไม่ได้กล่าวหาหรือปลอบโยนโถวฝ่าเฟยรีบก้มหน้าลงกับพื้น “หากฮองเฮาไม่เชื่อ จะลงโทษหม่อมฉันก็ได้ แต่หม่อมฉันไม่ได้ทำจริง ๆ เพคะ”ตงเปียนมองภาพตรงหน้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 24

    ซีฮันไม่ได้ตอบทันที นางยังคงมองเสื้อคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเรียบ ๆ“เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”ตงเปียนชะงัก“นางใช้เวลาปักเสื้อคลุมด้วยตนเองหลายคืน”“เพราะเหตุนี้ต่างหาก”ซีฮันหันมามองเขา “คนที่ใช้เวลาหลายคืนกับสิ่งของชิ้นหนึ่ง ย่อมมีโอกาสใส่อะไรลงไปได้มากกว่าคนอื่น”ตงเปียนสีหน้าจริงจังขึ้นทันที“เหนียงเหนียงสงสัยเสื้อคลุมนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าไม่สงสัย”นางหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาอย่างระมัดระวัง“ข้าตรวจสอบ”นางยื่นเสื้อคลุมให้ตงเปียน “ห้ามให้ผู้ใดแตะต้องโดยตรง นำไปตรวจทุกส่วน ตั้งแต่ผ้าไหม ด้ายปัก สีที่ใช้ย้อม รวมถึงเข็มและเศษด้ายที่เหลือ หากโถวฝ่าเฟยบริสุทธิ์ ข้าจะคืนความยุติธรรมให้นาง แต่หากไม่...”ตงเปียนรับเสื้อคลุมด้วยความระมัดระวัง “กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ช่วงบ่าย ตงเปียนเดินทางไปยังสำนักหมอหลวงที่ไว้ใจได้ เขาไม่ได้แจ้งว่าของสิ่งนี้มาจากผู้ใด เพียงอ้างว่าเป็นของใช้ที่จะถวายฮ่องเต้ จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด หมอหลวงซ่งเหวินและหมอหลวงอาวุโสอีกสองคนช่วยกันตรวจเนื้อผ้า ดมกลิ่น ต้มเศษด้ายบางส่วนในน้ำร้อน และใช้แผ่นเงินทดสอบพิษ แต่ผลกลับไม่พบสิ่งผิดปกติตงเปียนยังไม่ยอมแพ้ เขานึกถึงคำ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 22 คำกล่าวท้าทายอำนาจ

    เหล่าสนมมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย แสร้งทำเป็นเป็นห่วง "ฮองเฮาทรงตรัสเรื่องใดเพคะ? หรือว่าพิษที่... เอ้อ อาการประชวรครั้งก่อนจะกระทบกระเทือนถึงพระเศียร?"ลิลลี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กระทบกระเทือนน่ะใช่ แต่มันทำให้ข้าเห็น พิมพ์เขียว ของวังนี้ชัดขึ้นเยอะเลยล่ะ ยู่จินเชียง... ยาที่เจ้าส

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 21 สถาปนิกวิพากย์วังหลัง

    เธอยืนนิ่งอยู่กลางอุทยาน สูดลมหายใจลึกๆ "ตงเปียน ข้าขอบใจเจ้ามากที่คอยเตือน ข้าเริ่มเข้าใจแล้ว วังหลวงนี่มันก็เหมือนโปรเจกต์งานสร้างที่ซับซ้อนที่สุด ถ้าข้าไม่เรียนรู้กฎเกณฑ์ของวัสดุ ข้าก็ไม่มีทางสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงได้"ตงเปียนมองเจ้านายด้วยความซาบซึ้ง "พระนางทรงเป็นศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดพ่ะย่

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 19 กฎแห่งจารีต และการปฏิวัติกิจวัตรของสถาปนิกสาว

    “แล้วเจ้าว่าพวกนางเป็นเช่นไรเล่าตงเปียน”“พวกนางไม่น่าไว้วางใจ พระองค์ไว้วางพระทัยพวกนางมิได้เลยแม้แต่คนเดียว เหล่านางเหมือนงูพิษคอยฉกกัดพระองค์”“ตงเปียน...เจ้ารู้หรือเปล่าว่าพวกงูกลัวอะไรมากที่สุด”“กลัวอะไรหรือเพคะ?”“มันก็เหมือนสัตว์ทั่วไป กลัวการถูกทำร้าย งูน่ะพิษแรงและมันก็มีวิธีการเอาตัวรอด

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 14 ปัดเป่าภัยร้าย

    ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status