LOGINนางสวมอาภรณ์ไหมสีแดงเข้ม ปักหงส์ทองงดงาม เครื่องประดับบนศีรษะหรูหราเสียจนดูเด่นกว่าฮองเฮาเสียอีก ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างผู้ชนะตั้งแต่ยังไม่เริ่มสงคราม
เข่อชิงเดินเข้ามาโดยไม่แม้แต่จะถวายความเคารพเต็มพิธี เพียงย่อตัวเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ พระวรกายของพระองค์ยังทรุดโทรมเช่นเดิมหรือเพคะ”
ซีฮันในอดีตยิ้มอ่อน
“ข้าดีขึ้นแล้ว”
เข่อชิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนมองหน้าสนมคนอื่น
“ดีขึ้นหรือเพคะ ข้ากลับได้ยินว่าหมอหลวงต้องเข้าออกตำหนักทุกวัน หากเป็นเช่นนี้ เกรงว่าพระองค์จะดูแลวังหลังไม่ไหว”
เหล่าสนมหัวเราะคิกคัก
ซีฮันคนเก่าก้มหน้าลง ไม่ตอบโต้แม้แต่คำเดียว
ภาพนั้นทำให้ซีฮันคนใหม่กำหมัดแน่น
นางรู้ดีว่าคนแบบเข่อชิงกำลังใช้วิธีลดทอนอำนาจผู้นำต่อหน้าคนหมู่มาก ยิ่งฮองเฮาเงียบ คนอื่นก็ยิ่งเชื่อว่านางอ่อนแอ
ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง
คราวนี้เป็นงานเลี้ยงดอกโบตั๋นในตำหนักหลวง
เซียนรื่อหงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ข้างฮองเฮา ใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน รินชาให้ด้วยตนเอง
“เหนียงเหนียง ทรงเสวยให้น้อยเกินไปนะเพคะ หากพระวรกายไม่แข็งแรง พวกหม่อมฉันจะเป็นห่วง”
ซีฮันในอดีตยิ้มซาบซึ้ง
“เจ้าช่างมีน้ำใจ”
เซียนรื่อหงจับมือฮองเฮาไว้แน่น
“หม่อมฉันย่อมภักดีต่อพระองค์เสมอ”
ทันทีที่ซีฮันลุกออกไปเปลี่ยนฉลองพระองค์ เซียนรื่อหงกลับเดินไปหาเข่อชิงที่ยืนอยู่หลังม่าน
“ฮองเฮาเชื่อข้าทุกอย่างเพคะ”
เข่อชิงหัวเราะเบา ๆ
“ทำดีมาก ข่าวที่นางเล่าให้เจ้าฟัง รีบมาบอกข้าทุกเรื่อง”
เซียนรื่อหงยิ้มอย่างประจบ
“ตราบใดที่หวงกุ้ยเฟยทรงเมตตา หม่อมฉันย่อมอยู่ฝ่ายพระองค์”
ภาพตรงหน้าทำให้ซีฮันรู้สึกเหมือนมีมีดกรีดลงกลางอก
ความจริงแล้ว ฮองเฮาคนเก่าไม่เคยมีมิตรเลยแม้แต่คนเดียว
ทุกคนเพียงสวมหน้ากากเข้าหา
ภาพหมุนเปลี่ยนอีกครั้ง
ตำหนักของยู่จินเชียงกุ้ยเฟยเต็มไปด้วยชั้นวางสมุนไพร ขวดหยกนับร้อยเรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นสมุนไพรหอมอบอวลไปทั่วห้อง
ยู่จินเชียงกำลังบดสมุนไพรอยู่หน้าครกหิน
แต่สิ่งที่ทำให้ซีฮันตัวเย็นเฉียบคือ ข้างมือของนางมีแมงป่องสีดำ งูเขียวตัวเล็ก และคางคกพิษถูกขังอยู่ในกรงไม้
หญิงสาวยิ้มบาง ๆ
“เพียงหยดเดียวก็เพียงพอ”
นางใช้เข็มเงินแตะพิษจากเขี้ยวงูลงในน้ำยา ก่อนบดรวมกับผงสมุนไพรสีขาวอย่างชำนาญ นางกำนัลคนสนิทถามเบา ๆ
“หวงกุ้ยเฟยรับสั่งว่าต้องให้ฮองเฮาสิ้นพระชนม์เร็วขึ้นหรือเพคะ”
ยู่จินเชียงส่ายหน้า “ไม่...หากตายเร็วเกินไป ทุกคนจะสงสัย”
นางหัวเราะอย่างเย็นชา “ค่อย ๆ ทำลายหัวใจ ทำลายตับ ทำลายชีพจร ให้นางตายเหมือนคนป่วยตามธรรมชาติ”
ภาพนั้นทำให้ซีฮันขนลุกไปทั้งร่าง นี่ไม่ใช่การวางยาธรรมดา แต่เป็นการฆ่าที่วางแผนมาเป็นปี ภาพเปลี่ยนอีกครั้ง ฮองเฮาคนเก่านั่งอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเผือด ยู่จินเชียงยกถ้วยยาเข้ามา
“เหนียงเหนียง โอสถนี้หายากมาก หม่อมฉันใช้เวลาหลายเดือนจึงรวบรวมสมุนไพรได้ครบ”
ซีฮันในอดีตรับถ้วยมาด้วยความซาบซึ้ง
“เจ้าลำบากแล้ว”
ยู่จินเชียงยิ้มอ่อน “ขอเพียงพระองค์หายประชวร หม่อมฉันก็ยินดี”
แต่ทันทีที่ฮองเฮายกถ้วยขึ้นดื่ม ยู่จินเชียงกลับเหลือบมองนางกำนัลของตน ทั้งสองยิ้มให้กันเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความสะใจ ภาพทั้งหมดแตกกระจายราวกับกระจกถูกทุบ
ซีฮันสะดุ้งลืมตาขึ้นทันที หายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อม เหงื่อเย็นไหลเต็มหน้าผาก แม้อากาศจะหนาวเหน็บก็ตาม
“เหนียงเหนียง!” ตงเปียนรีบวิ่งเข้ามาจากด้านนอก “พระองค์ทรงฝันร้ายหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ซีฮันยังหอบหายใจ ดวงตาแดงก่ำ นางไม่ตอบทันทีเพราะสิ่งที่เห็นไม่ใช่ความฝันแต่คือความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิม นางเอามือแตะหน้าอก รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด ความอับอาย ความโดดเดี่ยว และความสิ้นหวังที่ซีฮันคนเดิมต้องเผชิญ
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้โง่ ไม่ได้อ่อนแอโดยกำเนิด แต่นางถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูกคนทั้งวังร่วมมือกันทำให้เชื่อว่าตัวเองไร้ค่า จนไม่กล้าสงสัยใครอีก ตงเปียนส่งผ้าเช็ดหน้าให้อย่างเป็นห่วง
“กระหม่อมจะไปตามหมอหลวงดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ซีฮันรีบจับแขนเขาไว้ “ไม่ต้อง”
“แต่พระองค์...”
“ข้าสบายดี”
นางค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง แม้ร่างกายยังอ่อนแรง แต่ดวงตากลับหนักแน่นกว่าเดิมหลายเท่า
“ตงเปียน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ที่ผ่านมา...เจ้าพยายามเตือนฮองเฮาหรือไม่”
ขันทีหนุ่มก้มหน้าลง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“กระหม่อมเคยทูลหลายครั้งว่าหวงกุ้ยเฟยไม่น่าไว้ใจ เคยทูลว่าเซียนรื่อหงเข้าหาเพราะหวังผล เคยทูลว่าโอสถของยู่จินเชียงไม่ควรเสวย แต่พระองค์ตรัสเสมอว่าพวกนางเป็นพี่น้องในวังหลัง ไม่ควรระแวงกัน”
เขากัดริมฝีปากแน่น “กระหม่อมปกป้องพระองค์ไม่ได้”
ซีฮันมองเขานิ่ง “ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”
นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เย็นเยียบ
“คนที่ควรสำนึกผิดคือพวกมัน”
ตงเปียนเงยหน้ามองฮองเฮาด้วยความตกใจ เพียงคืนเดียวฮองเฮาที่เคยอ่อนโยนกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความเศร้ากลับเย็นราวกับน้ำแข็ง
ซีฮันลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่างช้า ๆ ลมหนาวพัดชายแขนเสื้อสีขาวปลิวไหว นางมองพระราชวังอันโอ่อ่าซึ่งซ่อนคมดาบและพิษร้ายไว้ทุกตารางนิ้ว
ในอดีต ลิลลี่ ชุง เคยออกแบบอาคารให้มั่นคงแข็งแรง แต่วันนี้นางกำลังจะรื้อโครงสร้างอำนาจของวังหลวงทั้งหลัง เริ่มจากคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุด เข่อชิงหวงกุ้ยเฟย จากนั้นคือเซียนรื่อหง ต่อด้วยยู่จินเชียง และคนอื่น ๆ จะไม่มีใครหนีพ้น นางจะใช้แผนของพวกมันย้อนกลับไปหาพวกมันทีละคน ซีฮันหันกลับมามองตงเปียนอีกครั้ง น้ำเสียงสงบนิ่ง แต่หนักแน่นจนทำให้ขันทีหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังฟังคำประกาศสงคราม
“ตงเปียน”
“พ่ะย่ะค่ะ เหนียงเหนียง”
ซีฮันกำหมัดแน่น ดวงตาหงส์ฉายประกายเย็นยะเยือก
“ตั้งแต่วินาทีนี้ ฮองเฮาที่ยอมให้คนอื่นรังแกได้ตายไปแล้ว”
นางทอดสายตามองไปยังถ้วยยาที่ซ่อนอยู่บนโต๊ะ ก่อนกล่าวทีละคำอย่างหนักแน่น
“ข้าจะไม่ตายซ้ำสอง”
เจ็ดดอกไม้พิษแห่งวังหลัง
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสาเป็นลำสีทองอ่อน แต่ความอบอุ่นของมันกลับไม่อาจขับไล่ความเย็นยะเยือกที่ปกคลุมตำหนักฮองเฮาได้ ภายในห้องบรรทมยังเงียบสงัดจนได้ยินเสียงน้ำเดือดจากกาเครื่องเงินที่นางกำนัลกำลังต้มน้ำชาอยู่ด้านนอก
ซีฮันนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้แกะสลัก ใบหน้ายังซีดจากพิษที่ตกค้าง แต่แววตาไม่หลงเหลือความอ่อนแอเหมือนเมื่อสองวันก่อนอีกแล้ว นางกำลังใช้พู่กันเขียนเส้นตรงและวงกลมลงบนกระดาษเซวียนสีขาวอย่างช้า ๆ
ตงเปียนยืนอยู่ข้างโต๊ะ มองภาพตรงหน้าด้วยความงุนงง
หมอหลวงชะงักไปเล็กน้อย“อาจเป็นเพราะเหนื่อยล้าและตกใจอย่างหนักพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ไม่ได้ตรัสสิ่งใดอีก พระองค์ยังจำเสียงแผ่วเบาที่หลุดจากริมฝีปากของนางได้ชัดเจน แจ๊คกี้ชื่อประหลาดซึ่งไม่คล้ายชื่อของชาวต้าชิง ไม่มีเสียงใดใกล้เคียงกับชื่อบุรุษในราชสำนัก และไม่น่าจะเป็นชื่อจากแคว้นรอบด้าน ที่สำคัญคือซีฮันเรียกชื่อนั้นในยามหมดสติ ด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดราวกับกำลังเรียกคนซึ่งฝังอยู่ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ ฮ่องเต้พยายามบอกพระองค์เองว่ามันอาจเป็นเพียงเสียงละเมอไร้ความหมาย แต่ยิ่งคิด ภาพความเปลี่ยนแปลงของซีฮันก็ยิ่งย้อนกลับเข้ามาลายมือที่ไม่เหมือนเดิม ความรู้ทางการแพทย์ซึ่งไม่มีผู้ใดเคยสอน วิธีวิเคราะห์บัญชีและโครงสร้างอาคารที่เกินกว่าสตรีในวังหลังจะรู้ ความกล้าที่เกิดขึ้นหลังรอดชีวิตจากความตาย รวมถึงคำพูดหลายครั้งซึ่งราวกับนางเคยใช้ชีวิตอยู่อีกสถานที่หนึ่งมาก่อน พระองค์เคยตัดสินใจว่าจะไม่บีบบังคับให้นางเปิดเผยความลับ เพราะเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือการกระทำของนางในปัจจุบัน แต่เมื่อได้ยินชื่อชายอื่นจากริมฝีปากของนาง ความสงสัยกลับกลายเป็นบางสิ่งที่เจ็บปวดเก
พระองค์ทรงรีบวิ่งฝ่าเปลวไฟเข้าไป หลังคาที่พังลงมาปิดกั้นพื้นที่ครึ่งห้องไว้ ใต้คานไม้ขนาดใหญ่ หญิงสาวผู้หนึ่งนอนอยู่กับพื้น แขนทั้งสองยังกอดม้วนเอกสารเอาไว้แน่น ซีฮันยังมีสติเล็กน้อย แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยเขม่าควัน ริมฝีปากซีดจนแทบไม่มีสีเลือด ฮ่องเต้ทรุดพระองค์ลงทันที“ซีฮัน”นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เมื่อเห็นพระพักตร์ของพระองค์ นางตกใจจนพยายามดันตัวลุก“ฝ่าบาท...เหตุใด...”“เรามารับเจ้า”ซีฮันส่ายหน้า“ไม่ได้...รีบออกไป...อาคารจะถล่ม”“เราจะออกไปพร้อมกัน”พระองค์พยายามยกคานไม้ แต่เศษหลังคาที่ตกลงมาทับอยู่ด้านบนทำให้น้ำหนักมหาศาลเกินกว่าจะขยับด้วยพระองค์เดียว องครักษ์สองนายรีบเข้ามาช่วย ทั้งสามออกแรงพร้อมกัน ในที่สุดคานก็ขยับพอให้ดึงขาของซีฮันออกมาได้ นางร้องเบา ๆ ด้วยความเจ็บปวด ข้อเท้าขวาบวมแดงทันที“เดินไหวหรือไม่”ซีฮันส่ายหน้า ฮ่องเต้ไม่ลังเลแม้แต่น้อย พระองค์ทรงอุ้มนางขึ้นในอ้อมพระกร ซีฮันตกใจ“ฝ่าบาท วางหม่อมฉันลง...&
ซีฮันโยนสมุดสองเล่มข้ามกองไฟ ตงเปียนรับไว้ได้ แต่เมื่อจะโยนม้วนสุดท้าย เพดานด้านข้างก็พังลงมาอีกส่วน นางต้องกระโดดหลบ เศษไม้ร่วงขวางทางจนมองไม่เห็นคนฝั่งตรงข้าม ควันดำหนาทึบทำให้หายใจลำบาก ซีฮันก้มต่ำ คลานไปยังผนังด้านเหนือ หวังหาช่องระบายอากาศตามที่ผู้ดูแลบอก แต่ไฟได้ลามถึงโครงไม้รอบห้องแล้ว เสียงตะโกนจากภายนอกดังขึ้นไกล ๆ นางจำพระสุรเสียงนั้นได้ทันที“ซีฮัน!”ฮ่องเต้มาถึงแล้ว นางพยายามตอบ แต่ควันทำให้ไอจนไม่มีเสียง ด้านนอก ฮ่องเต้เฉียนหลงเสด็จมาถึงพร้อมทหารรักษาพระองค์ เมื่อเห็นหอเอกสารถูกไฟกลืน พระพักตร์ก็เปลี่ยนทันที“ฮองเฮาอยู่ที่ใด”หัวหน้าองครักษ์คุกเข่าลง “ยังอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ ทางขึ้นถูกไฟตัดขาด”พระองค์คว้าผ้าชุบน้ำจากทหาร “เปิดทาง”หัวหน้าองครักษ์รีบขวาง “ฝ่าบาทเสด็จเข้าไปมิได้ อาคารกำลังจะถล่มพ่ะย่ะค่ะ”“นางยังอยู่ข้างใน!”ฮ่องเต้ผลักเขาออกและก้าวไปทางประตู แต่เสียงแตกสนั่นดังขึ้นจากชั้นบนเสียก่อน หลังคาด้านหนึ่งทรุดตัว ทหารทั้งหมดร้องเตือนและ
นางหันไปยังเจ้าหน้าที่ “มีบัญชีสำเนาหรือไม่”“น่าจะอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ เป็นทะเบียนกลางของเอกสารลับทั้งหมด”ซีฮันตัดสินใจขึ้นไปทันที ตงเปียนตามหลังอย่างกังวล“เหนียงเหนียง ฝ่าบาทมีรับสั่งว่าหากพบสิ่งผิดปกติให้เสด็จออกทันทีนะพ่ะย่ะค่ะ”“เราพบเอกสารหาย ไม่ใช่คนร้าย”“แต่นี่อาจเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้พระองค์พบ”ซีฮันหยุดชั่วครู่ คำเตือนนั้นมีเหตุผล ทว่าในเวลาเดียวกัน เสียงโลหะกระทบพื้นก็ดังมาจากชั้นล่าง ตามด้วยเสียงคนตะโกน“จับเขาไว้!”เสียงฝีเท้าวิ่งวุ่นวายขึ้นทันที หัวหน้าองครักษ์หันไปสั่ง“คุ้มครองฮองเฮา!”องครักษ์สองนายยืนปิดทางบันได ขณะที่อีกกลุ่มวิ่งลงไปด้านล่าง ซีฮันก้าวไปชะโงกมองผ่านราวไม้ เห็นชายในชุดคนส่งน้ำผลักทหารออกแล้ววิ่งไปทางประตูหลัง เขาถือไหดินเผาใบหนึ่งไว้ในมือก่อนจะถูกจับ ชายผู้นั้นขว้างไหเข้าใส่กองเอกสารข้างผนัง ไหแตกกระจาย ของเหลวที่มีกลิ่นฉุนไหลกระจายไปทั่วพื้น ตงเปียนร้องขึ้น“น้ำมัน!”
ซีฮันกล่าวเสริม“ตรวจคนส่งน้ำ คนครัว และช่างซ่อมทั้งหมดด้วย คนของตระกูลเข่ออาจมิได้สวมชุดขุนนางหรือองครักษ์”ตงเปียนรับคำแล้วรีบออกไป ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง“คืนนี้เจ้าไม่ต้องไปหอเอกสาร”ซีฮันเลิกคิ้ว“เหตุใดเพคะ”“เพราะอาจเป็นกับดัก”“ยิ่งเป็นกับดัก หม่อมฉันยิ่งควรเห็นด้วยตนเองว่าอีกฝ่ายต้องการทำลายสิ่งใด”“เราไม่ได้ขาดเจ้าหน้าที่”“แต่พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังค้นหาอะไร”ฮ่องเต้ขมวดพระขนง“แล้วเจ้ารู้หรือ”“ยังไม่รู้ทั้งหมดเพคะ แต่หม่อมฉันรู้เส้นทางของคดีนี้ตั้งแต่เสบียงหายไปจนถึงการวางยาร่างเดิม บางครั้งเอกสารที่ดูไม่เกี่ยวข้องอาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สุด”พระองค์เงียบไปซีฮันจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงบอกว่าจะเริ่มมองหม่อมฉันให้ดีตั้งแต่วันนี้ เช่นนั้นก็ควรทรงเห็นว่าหม่อมฉันไม่ใช่สตรีที่จะยอมนั่งรออยู่ในตำหนัก ขณะที่หลักฐานกำลังตกอยู่ในอันตราย”ฮ่องเต้ถอนพระทั
ฮ่องเต้ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงเชื่อว่าจับกระหม่อมแล้ว ทุกอย่างจะสิ้นสุดหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”เข่อหยวนฉิงยิ้ม “บางเรื่องใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในมือคนคนเดียว บางเอกสาร ต่อให้ค้นทั้งจวนก็ไม่มีวันพบ”หัวหน้าองครักษ์เข้าจับแขนเขา ชายชราไม่ขัดขืน เพียงหันมามองซีฮันเป็นครั้งสุดท้าย“เหนียงเหนียงทรงชนะในท้องพระโรงวันนี้ แต่หากเอกสารชิ้นนั้นถูกเปิดเผย ผู้ที่พังทลายอาจไม่ใช่ตระกูลเข่อเพียงฝ่ายเดียว”ซีฮันก้าวเข้ามา “เอกสารอะไร”เข่อหยวนฉิงหัวเราะโดยไม่ตอบ องครักษ์จึงลากตัวเขาออกจากท้องพระโรง ท่ามกลางสายตาของขุนนางทั้งราชสำนักเมื่อประตูใหญ่ปิดลง ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จับผู้เกี่ยวข้องตามรายชื่อทั้งหมด บางคนถูกควบคุมตัวในทันที บางคนถูกถอดตราประจำตำแหน่ง และบางคนถูกสั่งห้ามออกจากจวนจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด การประชุมใหญ่จบลงด้วยความโกลาหล แต่ซีฮันกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจ นางยืนมองเอกสารบนโต๊ะ ความคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดสุดท้ายของเข่อหยวน
ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม
พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป
“ข้ามิกลัวดอก คนในราชสำนักล้วนอยู่ใต้อาณัติของข้า ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของฮองเฮานั้นอยู่ได้อีกมินาน ก็นางช่างอ่อนแอ มีวาสนาหากไร้ซึ่งอำนาจก็มิอาจทำอันใดได้ นางมิมีใครอยู่เคียงข้าง แม้พ่อของนางเป็นถึงแม่ทัพกองธงขอบเหลืองที่ฮ่องเต้ต้องทรงให้ความเกรงใจแต่ความอ่อนแอจะฝังนางทั้งเป็น และวันหนึ่งข้านี่ล่ะจะเห
โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่







