FAZER LOGINภายในสวนมีต้นไผ่และต้นเหมยเก่าแก่ แม้ตำหนักจะมิได้หรูหราเท่าตำหนักของสนมผู้ได้รับความโปรดปราน แต่
คำว่า “เข่อซื่อ” ทำให้ดวงตาของนางแข็งค้าง ครั้งหนึ่งทุกคนต้องเรียกนางว่าเหนียงเหนียง ต้องก้มศีรษะเมื่อเดินผ่าน ต้องรอรับคำสั่งด้วยความหวาดกลัว แต่บัดนี้ นางกลับถูกเรียกด้วยเพียงนามสกุล ราวกับเป็นหญิงสามัญคนหนึ่งซึ่งไม่มีฐานันดรหลงเหลืออยู่ เข่อชิงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาขันที“เจ้ากล้าเรียกข้าเช่นนั้นหรือ”ขันทีถอยหลังเพียงครึ่งก้าว แต่ยังคงประสานมือ“เป็นคำเรียกตามพระราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”บทที่ 68ฝ่ามือของเข่อชิงฟาดลงบนใบหน้าของเขาทันที เสียงดังฉาดสะท้อนไปทั่วโถง นางกำนัลรอบด้านสะดุ้ง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปห้าม ขันทีผู้นั้นหันหน้ากลับมาอย่างช้า ๆ เลือดซึมตรงมุมปาก แต่สีหน้ากลับไม่แสดงความโกรธ“พระนางไม่มีสิทธิ์ลงโทษข้ารับใช้อีกแล้ว”ประโยคนั้นรุนแรงกว่าการตอบโต้ใด ๆ เข่อชิงยกมือขึ้นอีกครั้ง แต่หัวหน้าองครักษ์ก้าวเข้ามาขวาง“เข่อซื่อ โปรดสำรวม”นางมองมือของตนเองที่ถูกกันไว้ ก่อนมองใบหน้าของผู้คนรอบตัว ไม่มีความหวาดกลัวเหมือนในอดีต มีเพี
ภายในสวนมีต้นไผ่และต้นเหมยเก่าแก่ แม้ตำหนักจะมิได้หรูหราเท่าตำหนักของสนมผู้ได้รับความโปรดปราน แต่กลับเงียบสงบจนได้ยินเสียงนกร้องเมื่อซินจางเฟยถูกนำมาถึง นางมองไปรอบตำหนักด้วยแววตาไม่เชื่อ“ที่นี่สงบมากเพคะ”“นั่นคือเหตุผลที่ข้าเลือกให้เจ้า”ซีฮันพานางเข้าไปในห้องชั้นใน บนโต๊ะมีหนังสือหลายเล่ม สมุนไพรสำหรับบำรุงร่างกาย และเครื่องเขียนเตรียมไว้ครบถ้วน“ข้าจำได้ว่าเจ้าชอบคัดพระสูตร”ซินจางเฟยมองพู่กันด้ามใหม่แล้วน้ำตาคลอ“เหนียงเหนียงยังจำได้หรือเพคะ”“ข้าจำเรื่องของคนที่อยู่ข้างข้าเสมอ”ซีฮันตอบ“จากนี้เจ้าไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับการแก่งแย่งในวังหลัง ไม่ต้องสืบข่าว ไม่ต้องเป็นพยานต่อหน้าผู้ใดจนกว่าร่างกายจะแข็งแรง ข้าจะให้ตงเปียนเก็บคำให้การไว้เป็นความลับ”ซินจางเฟยมองนางนิ่ง ๆ“พระองค์ไม่กลัวว่าหม่อมฉันจะหมดประโยชน์หรือเพคะ”คำถามนั้นทำให้ซีฮันขมวดคิ้ว“ในสายตาเจ้า ข้าปกป้องคนเพราะพวกเขามีประโยชน์เท่าน
ซีฮันมองนางนิ่ง ๆ“ข้าไม่ได้ส่งเจ้าไปเพื่อลงโทษ”“แล้วเหตุใดจึงต้องเป็นตำหนักนั้นเพคะ”“เพราะตำหนักอันซินเงียบสงบ ไม่มีสนมคนใดแก่งแย่งกันอยู่ใกล้ ๆ ไม่มีทางลับเชื่อมกับตำหนักอื่น และอยู่ใกล้กององครักษ์ฝ่ายในมากที่สุด”ซีฮันเว้นช่วงเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ“ข้าจะให้คนของตำหนักหงส์ดูแลทางเข้าออก เปลี่ยนนางกำนัลและขันทีทั้งหมดเป็นคนที่ผ่านการตรวจสอบ เจ้าจะไม่ต้องเข้าร่วมงานเลี้ยง ไม่ต้องรับแขก และไม่ต้องแสดงตนในวังหลังจนกว่าคดีจะสิ้นสุด”ซินจางเฟยเข้าใจทันทีซีฮันกำลังมอบสิ่งที่หาได้ยากที่สุดในวังหลังให้นางความสงบไม่ใช่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ไม่ใช่เครื่องประดับ ไม่ใช่ความโปรดปรานจากฮ่องเต้ แต่เป็นพื้นที่ซึ่งนางไม่ต้องหวาดระแวงว่าผู้ใดจะใส่ยาในถ้วยชา ไม่ต้องประจบผู้มีอำนาจ และไม่ต้องถูกใช้เป็นหมากในการแก่งแย่ง“หม่อมฉันจะยังคงเป็นซินจางเฟยหรือเพคะ”“ยังคงตำแหน่งเดิม”ซีฮันตอบ“ข้าจะไม่เลื่อนตำแหน่งเจ้าในเวลานี้”ซิ
ก่อนรุ่งสางไม่นาน ปลายนิ้วของซินจางเฟยขยับเล็กน้อย ซีฮันรีบลุกขึ้น“หมอหลวง รีบเข้ามา”หมอหลวงรีบตรวจชีพจร “ฟื้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เปลือกตาของซินจางเฟยค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ นางมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะค่อย ๆ เคลื่อนมาหาซีฮัน“เหนียงเหนียง...”ซีฮันยิ้มทั้งน้ำตา “เจ้ายังอยู่”ซินจางเฟยพยายามยกมือขึ้น แต่ไร้เรี่ยวแรง “หลักฐาน...”“ปลอดภัยหมดแล้ว”ได้ยินเช่นนั้น นางจึงยิ้มบาง ๆ แต่รอยยิ้มกลับเลือนหายอย่างรวดเร็ว ราวกับนึกบางสิ่งขึ้นได้ ดวงตาของซินจางเฟยเบิกกว้าง“มือสังหาร...”ซีฮันโน้มตัวเข้าไปใกล้ “เจ้าจำได้หรือ”ซินจางเฟยพยักหน้าแผ่วเบา “ตอนที่เขา...แทงหม่อมฉัน...”นางหอบหายใจ “หน้ากากของเขาหลุด...”ตงเปียนรีบหยิบพู่กันกับกระดาษ ซีฮันจับมือซินจางเฟยไว้“ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ พูด”ซินจางเฟยหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเปล่งเสียงแผ่วเบา
สิ้นคำพูดนั้น เปลือกตาของนางก็ค่อย ๆ ปิดลง ร่างทั้งร่างอ่อนแรงในอ้อมแขนของซีฮัน ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้น ซีฮันกอดซินจางเฟยไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยทั้งความโกรธและความเจ็บปวด ไม่ว่ามือสังหารจะได้รับคำสั่งจากผู้ใด ไม่ว่าตระกูลเข่อจะยังเหลือแผนการอีกกี่ชั้น นางก็จะไม่ยอมปล่อยให้ผู้ที่เสียสละเพื่อความยุติธรรมต้องสูญเปล่า และในค่ำคืนนั้น สนมคนที่เจ็ดผู้มีหัวใจบริสุทธิ์ได้ใช้ร่างของตนเองรับคมมีดเพื่อปกป้องฮองเฮาและหลักฐานที่อาจเปลี่ยนชะตาของทั้งราชวงศ์เลือดของผู้ภักดีสายฝนยังคงตกไม่หยุด เลือดของซินจางเฟยค่อย ๆ ไหลปะปนกับน้ำฝนจนพื้นหินเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มซีฮันคุกเข่าอยู่ข้างร่างของนาง มือทั้งสองกดบาดแผลแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เลือดอุ่นยังคงซึมผ่านนิ้วมือไม่หยุด“รีบไปตามหมอหลวง!”เสียงของซีฮันดังขึ้นเป็นครั้งแรกด้วยความร้อนรน“นำเปลหามมาเดี๋ยวนี้!”องครักษ์หลายคนรีบวิ่งออกไป ตงเปียนก้มลงตรวจดูบาดแผล สีหน้าของเขาเคร่งเครียด“เหนียงเหนียง มีดเล่มนี้อา
ขณะนั้นเอง เสียงประกาศจากหน้าตำหนักก็ดังขึ้น“ซินจางเฟยขอเข้าเฝ้า”ซีฮันอนุญาตทันทีซินจางเฟยก้าวเข้ามาในชุดสีฟ้าอ่อน ใบหน้ายังคงอ่อนโยนเช่นเดิม แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความหนักแน่น นางถวายบังคมก่อนกล่าว“หม่อมฉันได้ข่าวว่าจะย้ายหลักฐาน”ซีฮันยิ้ม “ข่าวเร็วจริง”“ในวังไม่มีความลับเจ้าค่ะ” ซินจางเฟยหยุดครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “หม่อมฉันขอร่วมไปด้วย”ตงเปียนรีบส่ายหน้า “อันตรายเกินไป”ซินจางเฟยหันไปมองเขา “ก็เพราะอันตราย จึงต้องมีคนช่วย”ซีฮันมองใบหน้าของสนมคนที่เจ็ดอย่างเงียบ ๆ ตลอดเวลาที่เกิดเรื่องขึ้น ซินจางเฟยไม่เคยเรียกร้องผลประโยชน์ ไม่เคยฉวยโอกาสช่วงเข่อชิงตกต่ำเพื่อแย่งชิงความโปรดปราน นางเพียงช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังอย่างเงียบ ๆ ซีฮันจึงถามเบา ๆ“เหตุใดเจ้าจึงยอมทำถึงเพียงนี้”ซินจางเฟยยิ้มอ่อน “เมื่อก่อนหม่อมฉันเคยคิดว่า หากอยู่เงียบ ๆ ก็จะปลอดภัย”“แล้วตอนนี้”“ตอนนี้
ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม
พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป
“ข้ามิกลัวดอก คนในราชสำนักล้วนอยู่ใต้อาณัติของข้า ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของฮองเฮานั้นอยู่ได้อีกมินาน ก็นางช่างอ่อนแอ มีวาสนาหากไร้ซึ่งอำนาจก็มิอาจทำอันใดได้ นางมิมีใครอยู่เคียงข้าง แม้พ่อของนางเป็นถึงแม่ทัพกองธงขอบเหลืองที่ฮ่องเต้ต้องทรงให้ความเกรงใจแต่ความอ่อนแอจะฝังนางทั้งเป็น และวันหนึ่งข้านี่ล่ะจะเห
โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่







