Share

ตอนที่ 10 แนบชิดในอ้อมกอด

last update Last Updated: 2026-01-09 11:21:04

เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงคืนวันเพ็ญตามที่นัดหมาย หยี่หานจึงออกไปรอหญิงคนรักที่จุดนัดพบ ด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความสุขและอิ่มเอมหัวใจ

เขาเดินไปมาที่ศาลานั้นอย่างตื่นเต้น สักพักก็เริ่มกระวนกระวายเพราะเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเหว่ยฟางจะมาที่นี่

‘หรือว่านางมาไม่ได้ บิดาของนางต้องจับได้แน่ๆ’ หยี่หานคิดอย่างวิตกกังวล ห่วงว่าเจาหรูจะจับได้ตอนที่นางลักลอบออกมาแล้วลงโทษนาง

แต่บัณฑิตหนุ่มก็ยังไม่ไปจากตรงนั้น เกรงว่าหากเขากลับไปอาจจะสวนทางกับนางที่อุตส่าห์ลอบหนีออกมาเจอเขาได้ จึงยังคงรอนางด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความหวัง

ผ่านไปครึ่งค่อนคืนหยี่หานที่เผลอหลับไปสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาเพราะถูกแมลงรบกวนและรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวราวกำลังจะมีไข้

‘นี่ก็ดึกมากแล้ว นางคงไม่มาแล้ว’ เขามองไปรอบๆ ไม่เห็นวี่แววว่านางจะมาตามที่นัดหมาย จึงตั้งใจจะฝ่าความมืดกลับไป

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเดินออกจากศาลา ก็เห็นแสงไฟจากตะเกียงกำลังมุ่งตรงมาทางเขา ทำให้หยี่หานนั้นยิ้มกว้างออกมา รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในที่สุดเหว่ยฟางก็ลอบออกมาพบเขาได้สำเร็จ

เงาของสตรีที่ถือตะเกียงน้ำมันนั้นเดินเข้ามาหาเขาใกล้ๆ หยี่หานลดยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่านางคือหว่าอิ๋งที่ออกมาตามหาเขา มิใช่เหว่ยฟางแต่อย่างใด

“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”

“คุณชายออกมาตั้งแต่ตอนเย็น คงตื่นเต้นที่จะได้เจอคุณหนูโจวจนลืมพกตะเกียงมาด้วย ข้าเห็นว่านี่ก็ดึกมากแล้ว เกรงว่าท่านจะคลำทางกลับบ้านไม่ถูก จึงลองออกมาตามหาท่านที่นี่ดู” นางบอกด้วยน้ำเสียงที่ดูห่วงใยเขา ทำให้หยี่หานรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก

“จริงสิ ข้าเองก็ลืมไปเลย”

“แล้วคุณหนูโจวกลับไปแล้วหรือเจ้าคะ” หว่าอิ๋งถามแล้วมองไปรอบๆ

ตอนแรกที่เดินมาแล้วไม่เห็นแสงไฟจากตะเกียงก็แอบคิดอยู่ว่าคงไม่มีใครอยู่แล้ว แต่ก็ลองเสี่ยงมาดูให้ถึงที่จนเห็นเขาอยู่เพียงลำพังอย่างที่ตนเองคิดเอาไว้

“นางคงมาไม่ได้แล้ว” หยี่หานพูดด้วยสีหน้าที่ดูเศร้าสลดลงไป

‘นางจะมาได้อย่างไรเล่า วันนี้ข้าได้ยินคนในตลาดคุยกันว่าเรื่องที่คุณชายลู่จะมาร่ำสุรากับบิดาของนาง’ นางนึกในใจ

หว่าอิ๋งได้ยินชาวบ้านพูดกันถึงเรื่องนี้ ลู่ชิงฟงมักแวะเวียนไปเกี้ยวพาราสีโจวเหว่ยฟางอยู่มิห่าง ทั้งไปจิบชา ไปร่ำสุรา หรือนำของฝากจากต่างเมืองไปให้ เข้าทางโจวเจาหรูเพื่อให้ได้ไข่มุกเม็ดงามอย่างนางมาครอบครอง

เมื่อรู้อย่างนั้นจึงลังเลอยู่ว่าจะบอกหยี่หานดีหรือไม่ เพราะเป็นสตรีด้วยกันจึงดูออกตั้งแต่เรื่องที่นางโป้ปดเขาเรื่องปักผ้าเช็ดหน้าแล้ว เพียงแต่เห็นว่านางเป็นหญิงที่เขารักจึงไม่ได้พูดออกไป เกรงจะทำให้เขาหวั่นใจและเสียสมาธิในการเตรียมตัวสอบ

“งั้นกลับกันเถิดเจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว” นางเชื้อเชิญให้เขากลับไปพร้อมกับนาง

หยี่หานแย่งด้ามไม้ห้อยตะเกียงมาถือเอาไว้ แล้วจับมือของหว่าอิ๋งอย่างแนบแน่น

“ข้าต้องขอล่วงเกินเจ้าแล้วล่ะ ไม่เช่นนั้นเจ้าเดินตามหลังข้าคงสะดุดรากไม้เป็นแน่”

“เจ้าค่ะ” หว่าอิ๋งรับคำ แล้วอมยิ้มเดินตามหลังเขาไป มองมือที่เขาจูงตนเองแล้วรู้สึกดีเป็นอย่างมาก

แต่ไออุ่นที่เกือบร้อนจากมือของเขาทำให้นางนึกสงสัยว่ามันคือความอบอุ่นหรือเขาอาจกำลังไม่สบายอยู่กันแน่

“พระจันทร์วันนี้ดูงดงามยิ่งนัก”

“เจ้าค่ะ”

“แต่น้ำใจของเจ้างดงามยิ่งกว่า ขอบใจที่ห่วงใยข้า” หยี่หานพูดเปรียบเปรยขณะที่กำลังเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

มือของเขาบีบกระชับมือของหว่าอิ๋ง บอกไม่ถูกว่าตอนนี้หัวใจเขานั้นเหตุใดจึงเต้นแรงมากขนาดนี้

นางเข้ามาได้ตรงจังหวะทุกครั้งยามที่เขาต้องการใครสักคนเสมอ แม้แต่ยามนี้ที่เขารอคนรักอย่างเดียวดาย นางก็ยังดั้นด้นตามมาหาเขากลางดึก

หว่าอิ๋งเขินอายกับคำชมนั้น นางไม่มีคำอันใดออกมาจากริมฝีปากชมพูระเรื่อของตน มือของบัณฑิตหนุ่มที่เกาะกุมจูงให้เดินตามกับคำพูดของเขา มันทำให้นางแทบจะละลายไปในตอนนั้นเสียด้วยซ้ำ

‘เพื่อท่าน ข้าทำได้ทุกอย่างจริงๆ แม้ไม่ได้มีวาสนาเป็นคู่ครองของท่านก็ตาม’

**********************

หยี่หานรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเพราะออกไปรอเหว่ยฟางอยู่ค่อนคืน เมื่อกลับถึงบ้านจึงเข้าไปนอนพักโดยที่หว่าอิ๋งสังเกตได้ว่าเขากำลังไม่สบายอยู่

นางลังเลอยู่นาน เพราะช่วงเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว หากจะเข้าไปในห้องของเขายามนี้ก็เกรงว่าไม่เหมาะ แต่เมื่อนึกถึงหน้าที่แดงและไอร้อนจากมือที่เขาเกาะกุมนางจนมาถึงบ้านก็ทำให้ตัดสินใจเข้าไปดูแลเขา

หยี่หานตัวร้อนและไข้เริ่มสูง นางจึงนำผ้ามาเช็ดตัวให้เขาแล้วก่อไฟต้มยาให้เขาดื่ม เขาตาพร่ารู้สึกถึงความร้อนในตัวที่คุกรุ่นอยู่ภายใน

โชคดีที่อาการเริ่มชัดเมื่อถึงบ้าน ไม่ได้เป็นลมล้มพับไประหว่างทางให้นางต้องลำบากพยุงร่างเขากลับมา

“คุณชายเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“ข้าหนาวเหลือเกิน” หยี่หานบอกนางแล้วทิ้งตัวนอนลงเมื่อดื่มยาหมดแล้ว

หว่าอิ๋งกลับไปที่ห้องนอนของตน นำผ้าห่มของนางมาห่มเพิ่มให้เขาอีกผืน ทั้งบ้านมีผ้าห่มแค่นี้เท่านั้น นางจึงยอมเสียสละเพื่อเขา

‘นี่ก็หน้าหนาวแล้ว ข้าคงต้องเย็บผ้าห่มเพิ่มแล้ว’

“ข้าหนาวเหลือเกิน” หยี่หานเพ้อออกมา แล้วตาปรือมองนางด้วยพิษไข้

หว่าอิ๋งไม่รู้จะทำเช่นไร สิ่งเดียวที่นึกออกนั้นทำให้นางหน้าแดง แต่ก็เป็นเพียงอย่างเดียวที่นึกได้ ทั้งได้ช่วยเขาแล้วยังได้แนบชิดในอ้อมกอดให้ตัวเองใจเต้นแรงในคราเดียว

นางขยับเข้าไปนอนกอดเขา หยี่หานกอดนางเอาไว้สูดกลิ่นกายที่ชัดเจนแล้วว่าเป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาคิดว่าตนเองฝันไป

“คืนนั้นข้าไม่ได้ฝันไป” เขาพึมพำออกมาแต่หว่าอิ๋งจับใจความสำคัญไม่ได้

นางอมยิ้มแล้วกอดซุกตัวหาเขาอย่างนั้น แล้วต่างคนต่างมอบไออุ่นให้แก่กันจนหลับไปทั้งคู่

**********************

หยี่หานตื่นมาในตอนเช้ามืด กลิ่นกายที่หอมกรุ่นกับเรือนร่างอรชรที่เบียดแนบชิดเขาอยู่ ทำให้เกิดความกำหนัดที่ยากจะควบคุม

ความเป็นชายแข็งขืนขึ้นมาดันหน้าท้องของหว่าอิ๋งที่หลับอยู่ ยิ่งนางเบียดตัวขยับมากอดเขาก็ทำให้หยี่หานนั้นหมดความอดกลั้น เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่ไหน มีหญิงงามนอนข้างกายแล้วจะไม่รู้สึกอะไรเลย

‘ข้าเคยบอกเจ้าแล้วหว่าอิ๋ง ว่าสตรีกับบุรุษไม่ควรอยู่ใกล้กัน แล้วตอนนี้ข้าก็ควบคุมตนเองไม่ได้แล้ว’ เขานึกในใจก่อนจะลงมือทาบทับบนเรือนร่างของนาง แล้วบดจูบริมฝีปากบางนั้นด้วยความปรารถนา หวังให้นางตื่นมาแล้วผลักไสเขาเพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา

หว่าอิ๋งตกใจตื่นขึ้นมา สบตากับบัณฑิตหนุ่มที่เงยหน้าสบตานางด้วยความปรารถนาในตอนนี้

นางหลับตาแล้วเผยอปากรอรับจูบจากเขา บุรุษหนุ่มไม่รอช้า เขาก้มลงไปจูบประทับที่ริมฝีปากของนางแล้วแทรกลิ้นเข้าไปสัมผัสอย่างดูดดื่ม

มือของเขาคลายเสื้อผ้าออกไปทีละชั้นจนถึงเสื้อชั้นในขาวบางและผ้าสีแดงที่คล้องคอนางปิดบังเนินอกอยู่ หยี่หานถอดมันโยนออกไปพร้อมกับอาภรณ์ที่เหลือของตนแล้วเบียดสะโพกเข้าหาหว่าอิ๋งอย่างเจนสนาม

เขาซุกจมูกฝังที่ซอกคอของนางในขณะที่นำแท่งร้อนนั้นเข้าไปในร่องคับแคบที่ตอดรัดเขา

“ครานั้นไม่ใช่ความฝัน ข้าจำกลิ่นตัวเจ้าได้”

เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของนาง แล้วซอยแท่งลำเร่งเร้าให้นางและตนเองถึงจุดหมาย

หว่าอิ๋งจิกที่หัวไหล่ของเขาเอาไว้แน่น แอ่นกายรับความเป็นชายของบัณฑิตหนุ่มที่ตนมีใจ แล้วครางเสียงหลงเมื่อเขาเร่งความเร็วจนเตียงสั่นไหว

“อ๊า คุณชาย” เสียงกระเส่าของนางครางข้างใบหูของเขา

“อ๊ะ อ๊า” บัณฑิตหนุ่มร้องลั่น ตอกอัดแท่งลำเข้าไปอย่างหนักหน่วงราวควบม้าศึก หว่าอิ๋งจิกเล็บลงไป เกร็งสะโพกตอดรัดเขาจากภายในแล้วตัวอ่อนลงไปในอ้อมแขนนั้น

หยี่หานที่ยังมีไข้ เขารีบทำให้ตัวเองถึงเส้นชัยตามนางไป แล้วพลิกตัวนอนลงข้างๆ

นางขยับเข้ามานอนทับต้นแขนซุกตัวเข้าหาเขา แล้วหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ในขณะที่หยี่หานใช้มืออีกข้างยกก่ายหน้าผากอย่างเป็นกังวล

‘นี่ข้าทำอะไรลงไป’

**********************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 19 ก้าวเดียวแตะถึงฟ้า

    เหว่ยฟางกลับไปถึงบ้านแล้วรีบเข้าไปยังห้องนอนของตนโดยมีเสี่ยวหลินติดตามไปด้วย“คุณหนูมันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ท่านมีสัมพันธ์กับคุณชายลู่จริงๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางถามด้วยความห่วงใย“เจ้าต้องปิดเป็นความลับ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าคงไม่มีหน้าอยู่บนโลกใบนี้” เหว่ยฟางบอกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจ เพราะโจวเจาหรูคงไม่ปลาบปลื้มแน่หากรู้ว่านางได้ทำการข้ามกำแพงเจาะรู (ลักลอบเกินเลยกันโดยผู้ใหญ่ไม่รับรู้)“ข้าไม่คิดเลยว่าคุณชายลู่จะทำเช่นนั้น”“ข้าเองก็ไม่คาดคิด จู่ๆ คุณชายลู่ก็จู่โจมเข้าจุมพิตข้า ข้ารู้สึกวาบหวิวไปหมด สุดท้ายจึงต้องนอนนิ่งให้เขากระทำอย่างนั้น” นางเล่าให้แก่เสี่ยวหลินฟัง“คุณหนูไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ คุณชายลู่ดูจะรักคุณหนูมาก อย่างไรข้าคิดว่าเขาคงไม่ทอดทิ้งคุณหนูอย่างแน่นอน” นางบอกแก่คุณหนูของตนที่เติบโตมาด้วยกัน“เขาก็บอกข้าเช่นนั้นตอนที่..” เหว่ยฟางหยุดพูดแล้วทำเอียงอาย เพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็แสนสุขสม“คุณหนูรู้สึกเจ็บหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่เลยเสี่ยวหลิน มันช่างมีความสุขเหลือเกิน หากวันใดเจ้าออกเรือนแล้วจะรู้” นางพูดแล้วอมยิ้มให้แก่กันลู่ชิงฟงคือบุตร

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 18 ข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพานทิ้ง

    เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่หยี่หานเอาแต่ท่องตำราเป็นอย่างหนัก อีกแค่สองสัปดาห์ก็จะต้องเดินทางไปสอบที่ต่างเมืองแล้ว เขาจึงต้องทบทวนในสิ่งที่เขาคาดว่าจะออกข้อสอบในปีนี้หว่าอิ๋งเห็นเขาเคร่งเครียดอย่างนั้น นางจึงไม่ได้รบกวนเขา แม้กระทั่งอาหารก็ไม่ได้เชิญให้เขาออกมาทาน แต่เตรียมเอาไว้แล้วรออุ่นให้เขายามที่เขาออกมาจากห้องอ่านตำราเท่านั้นหยี่หานไม่ได้สนใจเลยว่าเหตุใดเหว่ยฟางจึงหายเงียบไป เขาเองก็ไม่ได้ไปดักรอนางที่ตลาดเลยในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ มีแต่หว่าอิ๋งเท่านั้นที่เข้าไปขายผ้าปักในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ส่วนเขาก็เข้าไปแค่ตอนซื้อหมึกกับกระดาษเท่านั้นในตอนค่ำขณะที่หว่าอิ๋งรออุ่นอาหารค่ำให้แก่เขา พอหยี่หานเดินออกมานั่งที่โต๊ะ นางใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็ยกอาหารมาวางแล้วคะยั้นคะยอให้เขาทานให้หมด“ทานเยอะๆ นะเจ้าคะ อีกไม่กี่วันก็ต้องเดินทางแล้ว ท่านคงไม่ได้ทานฝีมือข้าไปอีกหลายวัน ท่านต้องคิดถึงอาหารเหล่านี้แน่”“ข้าคงคิดถึงจนไม่มีสมาธิเชียวล่ะ” หยี่หานมองหน้านางเป็นนัยให้รู้ว่าหมายความถึงนางมิใช่อาหาร“แต่ถึงอย่างนั้น ข้ามั่นใจว่าปีนี้ข้าต้องสอบผ่าน”“ข้าก็เชื่อเช่นนั้น คุณชายเป็นคนฉลาด ไห

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 17 เสียหน้าจนลามไปถึงครอบครัว

    บัณฑิตหนุ่มเดินไปส่งเหว่ยฟางถึงแค่รั้วบ้านของตน นางจูบลาเขาด้วยจุมพิตที่บางเบาแล้วค่อยๆ เดินห่างออกไปหยี่หานกวาดตามองไปทั่วบ้านแต่ก็ยังไม่เห็นหว่าอิ๋ง จึงเดินค้นหานางรอบบริเวณนั้นแล้วพบว่านางกำลังเอาหญ้าแห้งมาบังลมหนาวให้กับเป็ดของนางอยู่“ทำไมไม่สวมชุดคลุมอีกชั้น อากาศเย็นมากแล้ว เจ้าไม่หนาวหรืออย่างไร” เขาเอ่ยถามนางอย่างห่วงใย“ข้าใช้กำลังยกหญ้าและฟางพวกนี้จนร่างกายรู้สึกอบอุ่นแล้วเจ้าคะ อากาศก็ยังไม่หนาวมาก แค่นี้ข้าทนไหว” นางตอบเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่สดใสอย่างเช่นเคย“เรื่องเหว่ยฟาง ข้า..”“คุณชายหิวหรือยังเจ้าคะ ข้าจะได้ไปอุ่นอาหารให้” นางแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินว่าเขาจะพูดอันใด แล้วขัดขึ้นมาก่อน“อืม เริ่มหิวแล้ว”“ถ้าเช่นนั้นไปรอข้าที่ด้านในเถิดเจ้าค่ะ ข้าอุ่นอาหารไม่นาน” นางยิ้มให้แก่เขา หยี่หานจึงรั้งตัวนางมาโอบกอด ทำให้หว่าอิ๋งตัวแข็งทื่อด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะดันตัวออกจากเขา“คุณชาย เนื้อข้าเต็มไปด้วยเศษฝุ่นและหญ้า ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย มิเช่นนั้นท่านอาจจะเปรอะเปื้อนไปกับข้า”“เราเข้าไปในบ้านกันเถอะ” เขาไม่ฟังที่นางบอกแล้วประคองนางเข้าไปในบ้านมอบความอบอุ่นจากอ้อมแขนของตนเองใ

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 16 เหมือนนั่งอยู่บนพรมเข็ม

    หญิงสาวจากตระกูลที่ร่ำรวยเดินกลับไปกลับมาด้วยท่าทีที่ดูกระวนกระวายเมื่อชายคนรักไม่ได้มาพบกับนางตามที่นัดหมาย“หยี่หานไม่เคยผิดนัดข้า” นางพึมพำด้วยความร้อนใจหากแม่ค้าร้านขายเครื่องประทินความงามมิได้โป้ปด หยี่หานอาจจะเห็นนางเดินกับลู่ชิงฟงที่ตลาดเป็นแน่ เขาถึงได้ไม่ยอมมาตามนัดหมายในครานี้“ไม่สิ บางทีเขาอาจจะเคร่งเครียดกับการอ่านตำรา จนลืมนัดของข้า” นางพยายามปลอบใจตนเองตอนนี้กระวนกระวายใจยิ่งนัก ราวกับนั่งอยู่บนพรมเข็มที่ทิ่มแทงให้ไม่เป็นสุขเหว่ยฟางไม่อยากรอเขาอีกต่อไป นางเกรงว่าเสี่ยวหลินจะตามมาหานางที่นี่ จึงตัดสินใจไปหาบัณฑิตหนุ่มที่บ้านของเขาซึ่งใช้เวลาเดินเท้าไปราวหนึ่งก้านธูปชายหนึ่งนางก็มีใจและหวังลาภยศ อีกชายหนึ่งนางก็พึงใจและเห็นถึงความเหมาะสมของฐานะที่ใกล้เคียงกันอีกทั้งบิดาก็สนับสนุนเขา และการที่มีบุรุษทั้งสองให้นางต้องตัดสินใจเลือกในเวลาเดียวกัน ทำให้รู้สึกผยองในเสน่ห์ของตนมิใช่น้อยแต่พอรู้ว่าหยี่หานอาจรู้ว่านางมีอีกหนึ่งทางเลือกจึงทำให้เกิดความกังวลว่าเขาจะถอดใจจากนางไปเสียก่อน จึงต้องรีบไปพบชายคนรักเพื่อพิสูจน์ว่าเขารู้เห็นเรื่องนี้มากน้อยเพียงใดเมื่อไปถึงบ้านของหยี่

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 15 ฟ้าย่อมมีเมตตากับผู้มีใจ

    เมื่อครบกำหนดเจ็ดวันตามที่เหว่ยฟางนัดแล้ว หยี่หานไม่ได้กระตือรือร้นที่จะออกไปพบกับนางตามนัดหมาย เขาคิดว่าอย่างไรเสียนางก็คงไม่ไป จึงฝึกคัดลายมือในห้องอ่านตำราอย่างตั้งใจ และเอาแต่อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงความสุขในช่วงที่ผ่านที่ได้อยู่ชิดใกล้กับหว่าอิ๋งตอนนี้หว่าอิ๋งออกไปที่หมู่บ้านเพื่อนำผ้าที่ปักไปส่งยังร้านขายผ้า อีกไม่นานนางคงกลับมาพร้อมกับของที่นางจะนำมาทำอาหารบำรุงเขาอีกเช่นเคย‘เจ้าช่างทำทุกอย่างเพื่อข้ามากมาย ไม่เคยนึกถึงตัวเองเลยสักนิด ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก’ หยี่หานมองไปรอบๆ บ้านของตน มันเคยเก่าและทรุดโทรม พอมีนางมาอยู่ด้วยก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เป็นบ้านที่สามารถเรียกว่าบ้านอย่างแท้จริงไม่นานนักหว่าอิ๋งก็กลับเข้ามาพร้อมกับเป็ดอีกสองตัวที่จะนำมาเลี้ยงเพิ่ม พร้อมกับเนื้อหมูและเครื่องเทศห่อใหญ่ที่นางซื้อกลับมาด้วยนางเอาเป็ดไปเข้าเล้าแล้วเดินเข้าไปในครัว ไม่ได้ไปแสดงตัวกับเขาเพราะเกรงว่าจะรบกวนสมาธิ แต่หยี่หานก็รู้เพราะได้กลิ่นควันจากฟืนที่นางกำลังก่อไฟเพื่อทำอาหารกลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยมาเตะจมูกให้เขารู้สึกอยากทานอาหารที่นางทำแล้ว จึงวางพู่กันในมือลงแล้วเดินเอามือขัดหลั

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 14 แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน

    บรรยากาศในยามเช้าสดชื่นเหมือนอย่างทุกวัน หยี่หานนั่งทานอาหารบนโต๊ะแล้วมองหว่าอิ๋งที่กำลังไล่ต้อนเป็ดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มความใกล้ชิดระหว่างเขากับนางนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะรู้สึกผิดต่อเหว่ยฟาง แต่เมื่อเห็นว่านางเองก็มีใครอีกคน เขาจึงรู้สึกผิดน้อยลง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกผิดเลย“ข้าจะตั้งใจสอบ เพื่อให้เจ้าหันกลับมาสนใจข้าแต่เพียงผู้เดียว ให้คุณชายตระกูลลู่ผู้นั้นรู้ว่าบัณฑิตอย่างข้า ไม่จำเป็นต้องเกิดในตระกูลร่ำรวยก็สามารถเด็ดดอกฟ้าอย่างเจ้าได้” เขาพึมพำออกมา รู้สึกอยากเอาชนะลู่ชิงฟงมากกว่าที่ต้องการเหว่ยฟางกลับมาเป็นของตนเองหว่าอิ๋งกลับเข้ามาในบ้านแล้วส่งยิ้มหวานให้กับหยี่หาน“มานี่สิหว่าอิ๋ง” เขาเรียกนางให้เข้าไปหาหว่าอิ๋งคิดว่าเขาทานอาหารเสร็จแล้วนางจึงเดินเข้าไปเพื่อเก็บโต๊ะ แต่พอเดินเข้าไปใกล้หยี่หานก็รั้งตัวนางเข้าไปให้นั่งตักของเขา“คุณชายกัว” นางเรียกชื่อเขาอย่างตกใจและไม่คาดคิดว่าเขาจะทำอย่างนี้กับตน“ทำไม ข้าทำอย่างนี้กับเจ้าไม่ได้รึ” เขาถามนางแล้วยิ้มให้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้หว่าอิ๋งใจเต้นแรงเป็นอย่างมาก“ข้า..” นางใจเต้นจนพูดอะไรไม่ออก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status