Home / วาย / ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก / บทที่ 18 แผนยัดเยียดอนุภรรยา กับตำนาน "ปีศาจราคะ" แห่งจวนอ๋อง

Share

บทที่ 18 แผนยัดเยียดอนุภรรยา กับตำนาน "ปีศาจราคะ" แห่งจวนอ๋อง

Author: SophiaPsp
last update publish date: 2026-03-16 13:09:31

บรรยากาศในอุทยานหลวงเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนน่าอึดอัด

หลินซีเหยา นั่งเอกเขนกอยู่บนรถเข็นบุขนสัตว์ ท่ามกลางสายตาจิกกัดของเหล่าฮูหยินและคุณหนูตระกูลใหญ่ มือเรียวหยิบ 'ขนมบัวหิมะไส้ทุเรียนกวน' เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมิใส่ใจผู้ใด

"กลิ่นแรงยิ่งนัก..." คุณหนูผู้หนึ่งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดนาสิก "ของต่ำๆ เยี่ยงนี้ พระชายากล้าเสวยเข้าไปได้อย่างไรต่อหน้าพระพักตร์"

หลินซีเหยาได้ยินแต่ทำหูทวนลม

ของต่ำอันใด นี่คือราชาแห่งผลไม้! พวกเจ้ามันลิ้นไม่ถึง!

ฮองเฮา ทอดพระเนตรมองพระชายาผู้ไร้ยางอายด้วยสายตาประเมินค่า นางแย้มสรวลเยือกเย็นพลางวางถ้วยชาลง

"พระชายาหลิน... ได้ยินว่าเจ้าสุขภาพไม่แข็งแรง จำต้องนั่งรถเข็นมางาน เช่นนี้จะปรนนิบัติชินอ๋องได้เต็มที่หรือ?"

หลินซีเหยากลืนขนมลงคอ แล้วตีหน้าเศร้าสร้อยด้วยการแสดงระดับโรงงิ้ว

"ทูลฮองเฮา...กระหม่อมร่างกายอ่อนแอจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ เพียงแค่เดินจากเตียงมาหน้าห้องก็หอบเหนื่อยแล้ว ท่านอ๋องเองก็... 'พละกำลังมหาศาล' กระหม่อมรับมือแทบมิติด"

ฮองเฮาเนตรเป็นประกาย เข้าทางข้า!

"น่าเห็นใจยิ่งนัก" ฮองเฮาแสร้งถอนหายใจ "จินหลงเป็นแม่ทัพหนุ่ม เลือดลมพลุ่งพล่าน เจ้าคนเดียวคงรับมือไม่ไหว... ในฐานะพี่สะใภ้ ข้าจึงดำริว่าควรหา 'คนช่วย' มาแบ่งเบาภาระเจ้า"

บรรยากาศในงานเงียบกริบ ทุกคนรู้แจ้งทันทีว่าฮองเฮากำลังจะกระทำการใด... การยัดเยียดอนุภรรยา!

ฮองเฮาพยักหน้าให้สาวงามนางหนึ่งที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง

"นี่คือ 'ซูเหยา' หลานสาวห่างๆ ของข้า กิริยามารยาทงดงาม เชี่ยวชาญดนตรีและงานบ้านงานเรือน... ข้าเห็นว่านางเหมาะสมที่จะเข้าไปดูแลจินหลงในฐานะ 'ชายารอง' เจ้ามีความเห็นเช่นไร?"

ซูเหยา โฉมงามในชุดสีชมพูอ่อน เดินออกมาคุกเข่า ก้มหน้าเอียงอายดูน่าทะนุถนอม

"ซูเหยาถวายบังคมพระชายาเพคะ... หม่อมฉันยินดีรับใช้พระชายาและท่านอ๋องอย่างสุดความสามารถ"

หลินเมิ่ง ที่นั่งอยู่อีกโต๊ะ ยิ้มกริ่มด้วยความสะใจ

สมน้ำหน้า! แต่งงานยังมิทันไร ก็จักโดนแย่งสามีเสียแล้ว! ดูซิว่าเจ้าจะทำหน้าเยี่ยงไร!

ทุกคนคาดหวังจะได้เห็นหลินซีเหยาโกรธเกรี้ยว ร่ำไห้ฟูมฟาย หรือปฏิเสธเสียงแข็งด้วยความริษยา

แต่ทว่า...

หลินซีเหยากลับ "ตาลุกวาว" ด้วยความปิติยินดี!

เขาเด้งตัวขึ้นจากพนักพิงรถเข็น ลืมตัวว่าป่วย

"จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ! ฮองเฮาจะประทานนางให้จริงๆ หรือ?"

ฮองเฮาชะงัก "อะ... อื้ม เจ้าไม่ขัดข้องหรือ?"

"ขัดข้องอันใดกันเล่า!" หลินซีเหยาแทบจะกระโจนไปจับมือแม่นางซูเหยา "ประเสริฐยิ่งนัก! ข้ากำลังเหนื่อยยากพอดี... แม่นางซูเหยา เจ้ามาก็ดีแล้ว ข้าจะได้นอนเต็มอิ่มเสียที!"

ซูเหยาเงยหน้ามองอย่างงุนงง "พระชายา... ท่านหมายความว่ากระไร..."

"สดับฟังนะ..." หลินซีเหยากวักมือเรียกซูเหยาให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วแสร้งกระซิบเสียงดังที่ได้ยินกันทั้งศาลา

"ท่านอ๋องน่ะ... ภายนอกดูเย็นชา แต่พอกลับถึงห้องนอน... เขาคือ 'สัตว์ร้าย' ชัดๆ!"

"คะ... สัตว์ร้าย?" ซูเหยาหน้าซีดเผือด

"ถูกต้อง!" หลินซีเหยาทำตาโต ใส่สีตีไข่เต็มที่ "เขามิยอมหลับนอน! คืนหนึ่งเจ็ดหนยังน้อยไป! เขาพิสมัยความรุนแรง ชอบขบกัด... ดูลำคอข้าสิ!"

หลินซีเหยาแหวกคอเสื้อให้ดูรอยจูบ ที่เริ่มจางแล้วแต่ยังพอมองเห็น

"นี่เพียงส่วนน้อยนะ... ตามเรือนกายข้าน่ะ เขียวช้ำไปหมดสิ้น! เขาชอบการลงทัณฑ์ ชอบมัด ชอบเฆี่ยนตี... ข้าโดนจนขาอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ลุกจากเตียงมิได้ต้องนั่งรถเข็นมานี่อย่างไรเล่า!"

เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วอุทยาน!

ภาพลักษณ์ท่านอ๋องผู้เคร่งขรึม พังทลายกลายเป็น "ท่านอ๋องผู้โหดร้ายและหิวกระหายในกามรส" ในชั่วพริบตา!

ซูเหยาตัวสั่นงันงก ใบหน้าซีดเผือดประดุจไก่ต้ม

"มะ... มัด? เฆี่ยนตี? เจ็ดหน?"

"ใช่! และที่สำคัญ..." หลินซีเหยาบีบมือซูเหยาแน่น "ท่านอ๋องมีกฎว่า 'ห้ามสลบไสล' หากสิ้นสติจะโดนปลุกด้วยน้ำเย็นแล้วกระทำต่อ... เจ้าไหวใช่หรือไม่ซูเหยา? เจ้ารูปร่างแข็งแรงกว่าข้า เจ้าต้องรับมือเขาได้แน่ๆ! ข้าฝากเจ้าด้วยนะ!"

"มะ... ไม่..." ซูเหยาดึงมือกลับ น้ำตาคลอเบ้า "หม่อมฉัน... หม่อมฉันร่างกายอ่อนแอเพคะฮองเฮา! หม่อมฉันเป็นโรคหัวใจอ่อนเพคะ!"

นางหันไปกราบทูลฮองเฮาเสียงสั่นเครือ "หม่อมฉันเกรงว่าจะสิ้นใจคาเตียงท่านอ๋อง... หม่อมฉันขอสละสิทธิ์เพคะ!"

ฮองเฮาหน้าชา พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

นี่มันเรื่องวิปลาสอันใดกัน! หลานชายข้าเป็นคนวิปริตถึงเพียงนั้นเชียวรึ!?

"อ้าว... ไฉนจึงปฏิเสธเล่า?" หลินซีเหยาทำหน้าเสียดายสุดซึ้ง "ท่านอ๋องน่ะ ถึงจะรุนแรงไปหน่อย แต่เขาก็ 'ถึงใจ' นะ... เจ้ารูปร่างงดงามปานนี้ น่าจะทนมือทนเท้าเขาได้สักสองสามเดือน"

"กรี๊ดดดด! ไม่เอาเพคะ!" ซูเหยาร้องไห้โฮ วิ่งหนีเตลิดออกไปจากศาลาโดยไม่สนใจกิริยามารยาทใดๆ อีกต่อไป

หลินซีเหยามองตามพลางส่ายศีรษะ แล้วหยิบขนมขึ้นมาเสวยต่อ

"น่าเสียดาย... นึกว่าจะได้คนมาช่วย 'รับเคราะห์' แทนเสียแล้ว"

"หลินซีเหยา!" ฮองเฮาตวาดสุรเสียงสั่น "เจ้า... เจ้าบังอาจใส่ร้ายท่านอ๋องให้เสื่อมเสีย!"

"ใส่ร้ายอันใดกันพ่ะย่ะค่ะ?"

สุรเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบดังกังวานขึ้นจากทางเข้าอุทยาน

ร่างสูงใหญ่ในชุดสีม่วงเข้มปักลายมังกรสี่เล็บเดินย่างสามขุมเข้ามา รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนอากาศรอบข้างเย็นยะเยือก

ชินอ๋อง จ้าวจินหลง!

เขาเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ข้างรถเข็นของภรรยา มือหนาวางลงบนไหล่ของหลินซีเหยา บีบเบาๆ ประหนึ่งจะลงโทษแต่ก็แฝงความเอ็นดู

"พระชายาของกระหม่อมกล่าวผิดตรงที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่?"

จ้าวจินหลงถามเสียงเรียบ พร้อมกวาดสายตาคมกริบมองทุกคนที่กล้ามาหาเรื่องภรรยาเขา

ฮองเฮาอึกอัก "ก็... ก็เขาบอกว่าเจ้า... เอ่อ... รุนแรง... นิยมความเจ็บปวด..."

จ้าวจินหลงก้มลงมองหลินซีเหยาที่นั่งทำตาใสแป๋ว แต่ริมฝีปากเปรอะเปื้อนเศษขนม

เขาแสยะยิ้มที่มุมปาก ยิ้มที่ทำให้สตรีทั้งงานเข่าอ่อนระทวย

"พระชายากล่าวความจริงพ่ะย่ะค่ะ"

จ้าวจินหลงประกาศก้องยอมรับข้อกล่าวหาหน้าตาเฉย!

"กระหม่อมเป็นชายชาติทหาร เรื่องพละกำลังย่อมมีมาก... และกระหม่อมก็ 'หลงใหล' ในตัวพระชายาผู้นี้มาก จนยั้งมือไม่ใคร่อยู่"

เขาโน้มกายลงไปใช้ลิ้นเลียเศษขนมที่มุมปากหลินซีเหยาอย่างดูดดื่มต่อหน้าธารกำนัล

"อื้ม... รสทุเรียน... หวานล้ำ"

หลินซีเหยาหน้าแดงแปร๊ด ครานี้ขัดเขินจริง

"ทะ... ท่านพี่... ผู้คนมองอยู่..."

"ช่างปะไร..." จ้าวจินหลงเงยหน้าขึ้นมองฮองเฮาและแขกเหรื่อ "ในเมื่อทุกคนรับรู้แล้วว่าข้า 'ดุ' เพียงใด... ก็หวังว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าส่งลูกหลานของตนเข้ามาในจวนอ๋องให้ต้อง 'เจ็บตัว' อีกนะพ่ะย่ะค่ะ"

"เพราะผู้ที่จะรองรับอารมณ์ของเปิ่นหวางได้... มีเพียงหลินซีเหยาผู้เดียวเท่านั้น"

คำประกาศแสดงความเป็นเจ้าของและข่มขู่กลายๆ ทำให้ฮองเฮาหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม แผนการยัดเยียดอนุภรรยาล่มไม่เป็นท่า มิหนำซ้ำยังกลายเป็นเวทีให้ท่านอ๋องมาแสดงความรักอันร้อนแรงแทน

จ้าวจินหลงมิรอให้ผู้ใดเอ่ยสิ่งใดต่อ เขาเข็นรถเข็นของภรรยาหมุนกลับทันที

"กลับจวนกันเถิดซีเหยา... เจ้าบอกว่า 'รับเคราะห์' ใช่หรือไม่? เช่นนั้นกลับไปรับเคราะห์ต่อให้จบล่ะ... คืนนี้ข้ายังไม่อิ่มหนำ"

หลินซีเหยาหน้าซีดเผือด "ช้าก่อนท่านพี่! ข้าเพียงแค่ขู่แม่นางซูเหยาเล่น! ท่านอย่าถือเป็นจริงเป็นจังนักเลย!"

"ผู้ใดบอกว่าข้าล้อเล่น?" จ้าวจินหลงเข็นรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งท้ายประโยคที่ทำเอาหลินซีเหยาขนลุกซู่

"คืนนี้ข้าจะจัดเตรียม 'เชือก' กับ 'เทียน' ...ตามที่เจ้าป่าวประกาศไว้เลย ดีหรือไม่?"

"ม่ายยยยยยยยย!" เสียงร้องโหยหวนของพระชายาดังไกลออกไป

ทิ้งให้เหล่าฮูหยินและคุณหนูในงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"สรุปแล้ว... ท่านอ๋องนิยมความรุนแรงจริงหรือ?"

"ข้าว่า... พระชายาดูจะ 'ชอบพอ' นะ ถึงได้ร้องเสียงดังปานนั้น"

"น่าริษยา... เอ้ย น่ากลัวยิ่งนัก จวนชินอ๋อง!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 4 บทส่งท้าย บันทึกของมังกร เหตุผลที่ข้าตกหลุมรัก “ก้อนหิน”

    ในสายตาของชาวบ้านร้านตลาด ขุนนางในราชสำนัก หรือแม้กระทั่งศัตรูในสมรภูมิ... ข้าคือใคร? ข้าคือ “ชินอ๋อง จ้าวจินหลง” อนุชาคนโปรดของฮ่องเต้ ข้าคือ “เทพสงคราม” ผู้เหี้ยมหาญที่บดขยี้กองทัพศัตรูนับหมื่นด้วยมือเปล่า ข้าคือ “มัจจุราชหน้าหยก” ที่เพียงแค่ปรายตามอง เด็กที่กำลังร้องไห้ยังต้องเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว แต่พักหลังมานี้... ฉายาของข้าเริ่มเปลี่ยนไป จากแม่ทัพปีศาจ กลายเป็น “ชายผู้หลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น” หรือหนักกว่านั้น... “ทาสรักพระชายาขี้เซา” ข้าได้ยินคำครหาเหล่านั้นแว่วมาตามลมเสมอ ทั้งจากวงน้ำชาของเหล่าฮูหยินขุนนาง และจากเสียงซุบซิบในตรอกซอกซอย “พระชายาหลินมีดีอะไร? นอกจากรูปโฉมที่งดงามล่มเมืองแล้ว วันๆ เอาแต่นอน ไม่เห็นทำหน้าที่ภรรยาที่ดี” “ได้ยินว่าตื่นสายตะวันโด่ง งานบ้านไม่แตะ งานครัวไม่ทำ วันๆ ดีแต่ผลาญสมบัติท่านอ๋อง” “ทำไมบุรุษที่สมบูรณ์แบบอย่างท่านอ๋อง ถึงได้ยอมสยบแทบเท้าคนขี้เกียจเช่นนั้น? หรือจะโดนมนต์ดำ?” หึ... มนุษย์พวกนี้ช่างโง่เขลานัก พวกเขาตัดสินคนจากสิ่งที่ตาเห็น ตัดสินคุณค่าจากกรอบประเพณีค

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 3 คิมหันต์ฤดู...กับภารกิจดับร้อน ให้ "ก้อนน้ำแข็งที่รัก"

    ย่างเข้าสู่เดือนห้า บรรยากาศในเมืองหลวงเริ่มแปรเปลี่ยนจากความอบอุ่นในวสันตฤดู (ฤดูใบไม้ผลิ) กลายเป็นความร้อนระอุของคิมหันตฤดู เปลวแดดแผดเผาจนไอร้อนเต้นระยิบระยับเหนือพื้นหิน เสียงจั๊กจั่นกรีดปีกร้องระงมไปทั่วราชธานี แม้แต่สุนัขยังนอนลิ้นห้อยหมดสภาพอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ทว่า... ณ "เรือนเหมันต์พิสุทธิ์" ของจวนชินอ๋อง สถานที่พำนักของพระชายาผู้เลอโฉม บรรยากาศกลับตึงเครียดยิ่งกว่าสนามรบ "ร้อน..." เสียงครางแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจดังลอดออกมาจากก้อนผ้าไหมสีขาวมุกที่กองอยู่บนตั่งไม้จันทน์หอมตัวยาวริมหน้าต่าง หลินซีเหยา ในอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อบางเบาที่สุดเท่าที่จะหาได้ในแผ่นดิน นอนแผ่หราหมดสภาพประหนึ่งปลาเค็มตากแห้ง ใบหน้างดงามแดงระเรื่อด้วยไอแดด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและปลายจมูกรั้น "ร้อน... ร้อนจนตัวข้าจักละลายกลายเป็นน้ำแกงอยู่รอมร่อ... งือ" เขากลิ้งกายไปมาอย่างทรมาน พัดใบตองในมือโบกสะบัดด้วยความเร็วเพียงสองครั้งต่อหนึ่งอึดใจ (ด้วยเพราะคร้านจะออกแรงมากกว่านั้น) เหล่าบ่าวไพร่ในเรือนต่างวิ่งวุ่นกันจนเหงื่อตก ยิ่งกว่ายามท่านอ๋องสั่งเคลื่อนทัพ "น้ำแกงถั

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 2 พันธะสัญญาข้าวต้มมื้อเช้า (แห่งความหายนะ)

    ยามโฉ่ว (๐๑.๐๐-๐๒.๕๙ น.) ช่วงเวลาที่ราตรีกาลโอบล้อมผืนแผ่นดินไว้อย่างแน่นหนาที่สุด ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า สายลมแห่งเหมันต์พัดผ่านยอดไม้เกิดเสียงหวีดหวิวแผ่วเบา ชวนให้ผู้คนต่างมุดกายซุกหาไออุ่นใต้ผ้าห่มผืนหนา ณ ห้องบรรทมกว้างขวางในเรือน 'เหมันต์พิสุทธิ์' ความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัดของร่างโปร่งบางบนเตียงกว้าง หลินซีเหยา กำลังเผชิญกับ 'มหาสงคราม' ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในจิตใจ เปลือกตาบางใสที่ประดับด้วยแพขนตายาวงอนนั้น หนักอึ้งประหนึ่งถูกถ่วงด้วยศิลาพันชั่ง ร่างกายที่จมจ่อมอยู่ในฟูกขนเป็ดหนานุ่มและอ้อมกอดอุ่นจัดของสามี ร้องประท้วงอย่างเกรี้ยวกราดว่า 'จงนอนต่อเถิด! โลกภายนอกนั้นหนาวเหน็บและโหดร้าย!' แต่ทว่า... จิตสำนึกส่วนลึกกลับกระซิบเตือนด้วยเสียงอันแผ่วเบา 'วันนี้คือวันคล้ายวันประสูติของจ้าวจินหลง...' หลินซีเหยาขมวดคิ้วมุ่นทั้งที่ยังหลับตา พลิกกายตะแคงหนีความจริง แต่ภาพใบหน้าของสามีที่คอยตามใจเขามาตลอดทั้งปี ภาพกองเงินกองทองที่ให้เขาถลุงเล่น และภาพแผ่นหลังกว้างที่คอยแบกเขาเดินเที่ยวชมตลาด กลับฉายชัดเ

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทพิเศษ 1 เมื่อลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่หล่นลงบนฟูก

    กาลเวลาล่วงเลย: สองปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคหลัก (จ้าวอัน อายุ 11 ปี) สถานที่ สำนักศึกษาหลวง แหล่งบ่มเพาะเหล่าเชื้อพระวงศ์และบุตรหลานขุนนางระดับสูง แสงตะวันยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย เข้ากระทบกับละอองฝุ่นที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศภายในห้องเรียนวิชา "ยุทธวิธีทางทหารและพิชัยสงคราม" ความร้อนอบอ้าวของฤดูคิมหันต์ ผสมผสานกับเสียงแมลงจักจั่นที่ร้องระงมอยู่ภายนอก ชวนให้หนังตาของผู้ที่อยู่ในห้องหนักอึ้งดุจถูกถ่วงด้วยก้อนตะกั่ว "การจะนำทัพอ้อมตีกองทัพศัตรูที่ตั้งค่ายพักแรมอยู่บนยอดเขา 'พยัคฆ์หมอบ' นั้น..." เสียงของท่านราชครูอาวุโสผู้เคร่งขรึม ดังเนิบนาบชวนง่วงงุน มือเหี่ยวย่นถือไม้เรียวชี้ไปยังแผนที่ยุทธภูมิขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่หน้าชั้นเรียน "เส้นทางลัดเลาะหุบเขานั้นเต็มไปด้วยอันตรายและกับดักธรรมชาติ เราจำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางอ้อมสันเขาทางทิศบูรพาเป็นเวลาสามทิวาราตรี เพื่อมิให้หน่วยลาดตระเวนของศัตรูล่วงรู้ถึงการเคลื่อนพล..." ราชครูกวาดสายตามองเหล่าศิษย์ตัวน้อยที่นั่งหลังตรง แต่บางคนเริ่มสัปหงก "สามวันนี้ ทหารต้องเดินเท้า ก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 31 ความฝันที่เป็นจริง และชีวิตที่ (นอน) อยู่เหนือคนทั้งหล้า [The end]

    ห้าปีล่วงเลยผ่านไป...กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ฤดูกาลผันผ่านดุจสายน้ำไหล แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นนิรันดร์ ณ จวนชินอ๋อง มิเคยแปรเปลี่ยน คือ... ความเงียบสงบยามบ่าย ณ สวนท้อท้ายจวนอันร่มรื่นเปลญวนผ้าไหมขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำขึ้นสำหรับสามคนโดยเฉพาะ ผูกโยงอยู่ระหว่างต้นท้อใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา บนเปลนั้นมีก้อนสิ่งมีชีวิตสามก้อนนอนเบียดเสียดกันอยู่อย่างกลมกลืนก้อนแรก จ้าวอัน (อันอัน) บัดนี้เติบโตเป็นเด็กชายวัยเก้าขวบ หน้าตาคมคายเริ่มฉายแววหล่อเหลาเหมือนบิดาบุญธรรม แต่นิสัยใจคอ... ถอดแบบมารดาบุญธรรมมาทุกกระเบียดนิ้ว เขานอนกอดดาบไม้ไผ่ หลับน้ำลายยืดเปรอะแก้มก้อนที่สอง เสี่ยวเฮย สุนัขทิเบตันแมสทิฟฟ์ที่บัดนี้แก่ชราลงเล็กน้อย แต่น้ำหนักตัวเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล นอนแผ่พุงรับสายลมก้อนที่สาม หลินซีเหยา พระชายาเอกผู้เลอโฉม กาลเวลาไม่อาจทำร้ายผิวพรรณของเขาได้เลยแม้แต่น้อย อาจเพราะนอนมากเกินไปจนแสงตะวันมิอาจสัมผัสผิว เขานอนหนุนพุงนุ่มๆ ของเสี่ยวเฮย มือถือพัดค้างไว้ที่หน้าอก"อาหญิง..." เสียงละเมอของจ้าวอันดังขึ้น "ข้าหิว... หมูหันสุกหรือยัง...""ยังกระมัง..." หลินซีเหยาตอบทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม "นอนไปก

  • ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก   บทที่ 30 การฝึกฝนของก้อนหินน้อย และความลับของป้ายหยก

    การมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาในจวนชินอ๋อง มิได้ทำให้ความวุ่นวายทวีคูณแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม... มันกลับทำให้บรรยากาศดู "เชื่องช้า" ลงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำจ้าวอัน (อันอัน) คุณชายน้อยวัยสี่ขวบปี ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์หรืออาจกล่าวได้ว่ามิได้ปรับเลย เพราะเขายังคงนอนเป็นกิจวัตรยามสาย ณ ศาลาริมสระบัวหลินซีเหยาและจ้าวอัน นอนเรียงเคียงกันอยู่บนตั่งไม้ไผ่ตัวใหญ่ ทั้งคู่ผินหน้าไปทางสระบัว เหม่อมองมัจฉาที่แหวกว่ายวนเวียนไปมาท่วงท่าของทั้งคู่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว... มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างวางพาดหน้าท้อง และสายตาว่างเปล่าไร้จุดหมาย"ท่านอาหญิง..." จ้าวอันติดเรียกตามจ้าวหมิง ทั้งที่ความจริงต้องเรียกท่านแม่บุญธรรม หรือท่านน้า"หือ?""ปลาว่ายน้ำ... มิเหนื่อยหรือ?""เหนื่อยสิ... ดูสิ มันว่ายไปก็อ้าปากพะงาบๆ ไป... น่าเวทนายิ่งนัก""อือ... เป็นมนุษย์ดีกว่ากระมัง นอนเฉยๆ ก็มีข้าวกิน"บทสนทนาที่ดูไร้แก่นสารแต่แฝงปรัชญาความเกียจคร้าน ดำเนินไปอย่างเนิบนาบทันใดนั้น จ้าวจินหลง ก็เดินย่างสามขุมเข้ามาพร้อมดาบไม้ไผ่สองเล่ม"ลุกขึ้นได้แล้วทั้งแม่ทั้งลูก!" ท่านอ๋องประกาศก้อง "วันนี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status