LOGINตอนที่ 114 ราชันอสูรผู้ปกป้องโลก
หลังจากวันที่พิมพ์ชนกส่งความจริงทั้งหมดเข้าสู่จิตของมนุษย์ทั้งโลก ไม่มีสถานที่ใดบนโลกที่ยังคงเหมือนเดิมอีกต่อไป
ผู้คนหลายพันล้านคนได้เห็นภาพเดียวกัน
แต่ครั้งนี้ ภาพนั้นไม่ได้จบลงด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาไม่ได้เห็นเพียงชายหนุ่มที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากอารยธรรม
ไม่ได้เห็นเพียงเปลวไฟ
ไม่ได้เห็นเพียงความตาย
แต่พวกเขาได้เห็นสิ่งที่ถูกซ่อนเอาไว้
ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้ยืนเหนือศพของมนุษย์
เขากำลังยืนอยู่หน้าศัตรูที่แท้จริง
เขากำลังป้องกันโลก
จากสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้มาจากโลกใบนี้
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มนุษย์ทั้งโลกต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่
ราชันอสูร
ชื่อที่เคยทำให้ผู้คนหวาดกลัว
ชื่อที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของหายนะ
แท้จริงแล้วอาจเป็นชื่อของผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุดในสงครามที่ไม่มีใครรู้ว่ากำลังจะมาถึง
และคนที่อยู่ตรงกลางของความจริงทั้งหมดนั้น
คือหลินเฟิง
หลังจากนิมิตใหม่สิ้นสุดลง โลกตกอยู่ในความเงียบ
ไม่ใช่ความเงียบจากความกลัว
แต่เป็นความเงียบของคนที่เพิ่งค้นพบว่าตัวเองอาจทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ในเมืองใหญ่ทั่วโลก ผู้คนออกมายืนตามท้องถนน
บางคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
บางคนมองภาพของหลินเฟิงที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วเครือข่าย
ชายหนุ่มคนเดิม
ใบหน้าเดิม
คนที่พวกเขาเคยเรียกว่าปีศาจ
แต่ตอนนี้พวกเขาเห็นอีกด้านหนึ่ง
เห็นเขายืนอยู่ท่ามกลางสนามรบ
เห็นเขาใช้ร่างกายรับการโจมตีแทนผู้คนที่อยู่ด้านหลัง
เห็นเขายอมสูญเสียทุกอย่างเพื่อให้มนุษย์ที่เคยเกลียดเขามีชีวิตต่อไป
คำถามที่เคยมีคำตอบง่ายๆ
กลายเป็นคำถามที่ไม่มีใครกล้าตอบ
ถ้าราชันอสูรไม่ได้ทำลายโลก
แล้วใครกันแน่ที่เป็นปีศาจ
ภายในศูนย์บัญชาการความมั่นคงโลก การประชุมฉุกเฉินถูกเรียกขึ้นอีกครั้ง
แต่บรรยากาศแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
ไม่มีใครพูดถึงการล่า
ไม่มีใครพูดถึงการกำจัด
ทุกคนกำลังมองภาพเดียวกัน
ภาพของหลินเฟิงในอนาคต
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าแนวป้องกันสุดท้ายของมนุษย์
ประธานสภาความมั่นคงโลกนั่งเงียบอยู่เป็นเวลานาน ก่อนพูดขึ้น
"เราทำผิดพลาดหรือไม่"
ไม่มีใครตอบ
เพราะทุกคนรู้คำตอบ
แต่ไม่มีใครอยากยอมรับ
นายพลคนหนึ่งที่เคยเป็นผู้สนับสนุนการกำจัดหลินเฟิงกำหมัดแน่น
"เราเห็นเพียงจุดจบ"
เขาพูด
"แต่เราไม่เคยถามว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร"
นักวิทยาศาสตร์หญิงคนหนึ่งมองข้อมูลบนหน้าจอ
"นิมิตไม่ได้บอกว่าหลินเฟิงจะทำลายโลก"
เธอพูด
"มันบอกว่าโลกจะล่มสลาย และเขาจะอยู่ตรงนั้น"
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบ
ความแตกต่างเพียงเล็กน้อย
แต่เปลี่ยนความหมายทั้งหมด
ในอดีต
ทุกคนคิดว่าเขาคือสาเหตุ
แต่ตอนนี้
พวกเขาเริ่มเห็นว่าเขาอาจเป็นผลลัพธ์
ผลลัพธ์ของสงครามที่มนุษย์ไม่เคยรู้
ขณะเดียวกัน ภายในลัทธิราชันอสูร ความเชื่อของผู้คนกำลังแตกสลาย
สถานที่ที่เคยเต็มไปด้วยผู้ศรัทธา ตอนนี้กลับเงียบงัน
รูปปั้นของราชันอสูรที่เคยถูกสร้างขึ้นเพื่อบูชา กลับถูกมองด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป
ชายคนหนึ่งที่เคยเป็นผู้นำกลุ่มยืนอยู่หน้าสมาชิก
"พวกเราเคยเชื่อว่าเขาจะนำโลกเข้าสู่ยุคแห่งความมืด"
เขาพูด
"แต่เราไม่เคยรู้ว่าเขากำลังยืนอยู่ในความมืด เพื่อป้องกันไม่ให้โลกถูกกลืนกิน"
สมาชิกหลายคนก้มหน้า
พวกเขาเคยต้องการให้หลินเฟิงกลายเป็นราชันอสูร
แต่พวกเขาไม่เคยเข้าใจความหมายของคำนี้
พวกเขาเห็นเพียงพลัง
เห็นเพียงความน่ากลัว
แต่ไม่เคยเห็นภาระที่อยู่เบื้องหลัง
"ถ้าเขาคือราชันอสูรจริง"
หญิงสาวคนหนึ่งพูด
"บางทีราชันอสูรอาจไม่ได้หมายถึงผู้ทำลาย"
เธอมองภาพในนิมิต
"แต่อาจหมายถึงผู้ที่ยอมรับความเกลียดชังทั้งหมด เพื่อปกป้องคนอื่น"
คำพูดนั้นทำให้หลายคนเงียบ
เพราะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเข้าใจว่า
บางครั้งสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าปีศาจ
อาจเป็นเพียงคนที่แบกรับสิ่งที่มนุษย์ไม่กล้าแบกรับ
ที่เมืองไร้ธง การตัดสินใจครั้งสำคัญกำลังเกิดขึ้น
ผู้นำเมืองเรียกทุกฝ่ายเข้าประชุม
ทั้งนักรบ
นักวิทยาศาสตร์
ผู้มีพลังพิเศษ
และประชาชน
ทุกคนมีคำถามเดียว
พวกเขาควรเชื่อหลินเฟิงหรือไม่
หญิงสาวคนหนึ่งที่เคยต่อสู้เคียงข้างเขาลุกขึ้น
"เราไม่จำเป็นต้องเชื่อเขาเพราะนิมิต"
เธอพูด
"แต่เราควรเชื่อสิ่งที่เขาทำ"
หลายคนมองเธอ
"เขามีโอกาสใช้พลังเพื่อครองโลก"
เธอกล่าวต่อ
"แต่เขาเลือกช่วยคนที่ต้องการฆ่าเขา"
ห้องประชุมเงียบ
"นั่นคือคำตอบของเขา"
ในขณะเดียวกัน หลินเฟิงเองไม่ได้รู้สึกดีใจแม้แต่น้อยที่โลกเริ่มเข้าใจเขา
เขายืนอยู่หน้าหน้าต่างของฐานลับ มองท้องฟ้าที่มืดมิด
ธันวาเดินเข้ามาข้างๆ
"ในที่สุดทุกคนก็รู้ความจริง"
หลินเฟิงไม่ได้หันกลับมา
"พวกเขารู้แค่ส่วนหนึ่ง"
ธันวาแปลกใจ
"หมายความว่าอะไร"
หลินเฟิงมองมือของตัวเอง
แก่นอนันต์ยังคงส่องแสงเบาๆ
"พวกเขาเห็นว่าผมไม่ได้ทำลายโลก"
เขาหยุด
"แต่พวกเขายังไม่รู้ว่าทำไมอนาคตนั้นถึงเกิดขึ้น"
ธันวาเงียบ
เพราะเขาเข้าใจ
การเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับนิมิตไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจบลง
มันเพียงเปลี่ยนศัตรู
จากมนุษย์ทั้งโลก
เป็นสิ่งที่กำลังรออยู่หลังประตูมิติ
ผู้เฝ้ามอง
และบางสิ่งที่อาจยิ่งใหญ่กว่านั้น
ทันใดนั้น ระบบเตือนภัยของฐานก็ดังขึ้น
ทุกคนหันไปมองหน้าจอ
สัญญาณจากสถาบันอรุณเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ประตูมิติยังคงเปิดอยู่
และครั้งนี้
มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนผ่านมัน
เฉินอวี่ตรวจสอบข้อมูลด้วยใบหน้าซีดลง
"มันเริ่มเข้ามาแล้ว"
หลินเฟิงเดินไปที่หน้าจอ
ภาพจากดาวเทียมเผยให้เห็นเงาขนาดมหึมาที่กำลังปรากฏเหนือสถาบันอรุณ
ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแบบมนุษย์
ไม่ใช่เครื่องจักร
แต่มันเหมือนสิ่งที่เกิดจากความว่างเปล่า
ทุกคนในห้องรู้ทันที
สิ่งที่อธิปเตือน
กำลังมาถึง
พิมพ์ชนกมองหลินเฟิง
"นายเห็นมันไหม"
หลินเฟิงพยักหน้า
"เห็น"
"กลัวไหม"
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
"กลัว"
ทุกคนมองเขา
เพราะคำตอบนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ยินจากชายที่ถูกเรียกว่าราชันอสูร
หลินเฟิงกำหมัด
"แต่ถ้าสิ่งนั้นกำลังมาเพื่อทำลายโลก"
เขามองภาพศัตรูตรงหน้า
"งั้นผมจะหยุดมัน"
ธันวายิ้มเล็กน้อย
"ในที่สุดนายก็ยอมรับชื่อราชันอสูรแล้วสินะ"
หลินเฟิงส่ายหน้า
"ไม่"
เขาตอบ
"ผมไม่ได้เป็นราชันอสูรเพราะโลกเรียกผมแบบนั้น"
เขามองทุกคน
"ผมเป็นแค่คนคนหนึ่งที่ไม่อยากให้ใครต้องสูญเสียเหมือนที่ผมเคยเสีย"
ไม่มีใครพูดอะไร
เพราะในวินาทีนั้น ทุกคนเข้าใจ
ราชันอสูรที่แท้จริง
ไม่ได้ถูกสร้างจากความมืด
ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชัง
แต่เกิดจากการเลือกยืนอยู่ตรงหน้าอันตราย
แม้ทั้งโลกจะเคยยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
และในคืนนั้น
เป็นครั้งแรกที่มนุษย์ทั้งโลกไม่ได้มองหลินเฟิงด้วยความหวาดกลัว
แต่กำลังมองเขาด้วยความหวัง
เพราะศัตรูตัวจริงได้ปรากฏแล้ว
และครั้งนี้
โลกต้องเลือกว่า
จะยืนอยู่ข้างผู้ที่เคยถูกเรียกว่าปีศาจ
หรือจะปล่อยให้ความกลัวทำลายทุกสิ่งอีกครั้ง
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







