Beranda / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 16 ความลับของแม่

Share

ตอนที่ 16 ความลับของแม่

last update Tanggal publikasi: 2026-07-22 09:02:03

ตอนที่ 16 ความลับของแม่

เสียงระเบิดจากชั้นบนสั่นสะเทือนลงมาถึงส่วนลึกของสถาบันอรุณ ฝุ่นสีขาวร่วงจากเพดานเป็นสาย ไฟฉุกเฉินเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีส้มและกะพริบถี่ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะ ธันวายืนอยู่หน้าประตูซึ่งมีตัวเลขศูนย์สลักอยู่ ขณะที่เสียงลึกลับจากทางเดินมืดยังคงก้องอยู่ในหัว คำว่าตัวทดลองหมายเลขศูนย์ทำให้ความทรงจำที่ไม่เคยมีอยู่เริ่มรบกวนจิตใจ ภาพห้องสีขาว เข็มฉีดยา เสียงเด็กร้อง และอ้อมแขนของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกอดเขาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ทุกอย่างเหมือนเศษกระจกที่ฝังอยู่หลังดวงตา ยิ่งพยายามมองให้ชัด ความเจ็บปวดก็ยิ่งรุนแรง ดร.ภาคินตะโกนสั่งเจ้าหน้าที่ให้ปิดทางเข้าส่วนล่าง แต่ไม่มีใครควบคุมประตูได้ ระบบทั้งหมดปฏิเสธคำสั่งและเปิดทางให้ธันวาราวกับสถานที่แห่งนี้กำลังรอเขามานานหลายปี พิมพ์ชนกยืนอยู่ข้างเขา มือข้างหนึ่งถือปืน อีกข้างจับแขนเสื้อของธันวาไว้แน่น แรงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้จอภาพด้านหนึ่งแตกกระจาย เศษกระจกปลิวเต็มพื้น เจ้าหน้าที่สถาบันหลายคนวิ่งไปเสริมแนวป้องกัน ส่วนกลุ่มของดร.ภาคินถอยเข้ามารวมกันกลางห้อง ธันวาจ้องความมืดหลังประตู เขารู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ข้างใน บางอย่างซึ่งเชื่อมต่อกับพลังในร่างและรู้จักเขาดีกว่าที่เขารู้จักตัวเอง แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไป เสียงสัญญาณจากจอภาพเล็กบนโต๊ะควบคุมก็ดังขึ้น เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งหันไปมองและรีบเรียกดร.ภาคิน สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากตกใจเป็นไม่เชื่อ

"มีสัญญาณจากห้องกักกันชั้นลบสิบเก้าค่ะ"

ดร.ภาคินหันกลับทันที

"ใครอยู่ในนั้น"

เจ้าหน้าที่พิมพ์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว

"ระบบระบุตัวตนเป็นภราดรค่ะ แต่มีบุคคลอีกหนึ่งคนอยู่ด้วย"

ธันวาหันขวับเมื่อได้ยินชื่อนั้น

"เปิดภาพ"

เจ้าหน้าที่ลังเล

"ระบบกล้องถูกตัดค่ะ เหลือเพียงเสียง"

ธันวาพุ่งเข้าไปที่โต๊ะควบคุมจนเจ้าหน้าที่ถอยหนี เขากดปุ่มสื่อสารโดยไม่รอคำอนุญาต เสียงซ่าแทรกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหายใจหนักของชายคนหนึ่งจะดังออกมาจากลำโพง

"ได้ยินไหม"

ธันวาก้มเข้าใกล้ไมโครโฟน

"ภราดรใช่ไหม แม่ฉันอยู่กับคุณหรือเปล่า"

อีกฝ่ายเงียบไปชั่วครู่ ราวกับตกใจที่ได้ยินเสียงเขา

"ธันวา นายอยู่ที่นี่จริงหรือ"

"แม่ฉันอยู่ไหน"

เสียงผู้หญิงแผ่วเบาดังแทรกมาจากด้านหลัง สั้นเพียงคำเดียว แต่ธันวาจำได้ทันที แม้จะได้ยินท่ามกลางเสียงสัญญาณรบกวน แม้จะห่างกันมาหลายวัน และแม้โลกทั้งใบจะเต็มไปด้วยเสียงโกหก เขาก็ไม่มีวันจำเสียงนั้นผิด

"ธันวา"

มือของเขาแข็งค้างอยู่เหนือแผงควบคุม ความมืดบนแขนหยุดเคลื่อนไหวในทันที ลมหายใจซึ่งเคยหนักหน่วงกลับขาดห้วง เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรพูดอะไร คำถามนับร้อยหายไปในวินาทีเดียว เหลือเพียงคำเรียกที่ฝังอยู่ในชีวิตมาตลอดสิบแปดปี

"แม่"

ปลายสายมีเสียงสะอื้นเบา ๆ

"ลูกปลอดภัยไหม"

ธันวากัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสั่น

"ผมปลอดภัย แม่อยู่ไหน ผมจะไปหาเดี๋ยวนี้"

ภราดรแทรกขึ้น

"ชั้นลบสิบเก้า ทางฝั่งตะวันตก ประตูหลักถูกล็อก พวกมันรู้ว่าเรามาถึงแล้ว"

ดร.ภาคินสั่งเจ้าหน้าที่เปิดแผนผัง อาคารทั้งส่วนล่างปรากฏบนจอ เส้นทางจากห้องโถงไปถึงชั้นลบสิบเก้าต้องผ่านทางเดินสามส่วนและลิฟต์ที่ถูกปิดตาย ขณะเดียวกันกองกำลังภายนอกกำลังเจาะเข้ามาถึงชั้นบนสุด หากช้าเกินไป สถานที่ทั้งหมดอาจกลายเป็นสนามรบ ดร.ภาคินพยายามห้ามธันวา บอกว่าทางเดินฝั่งตะวันตกเป็นเขตกักกันเก่า เต็มไปด้วยระบบป้องกันซึ่งไม่รับคำสั่งจากศูนย์ควบคุม แต่ธันวาไม่ฟัง เขาคว้าแผนผังจากจอและเดินไปยังประตูด้านข้าง พิมพ์ชนกตามทันที ดร.ภาคินถอนหายใจ ก่อนสั่งเจ้าหน้าที่สองคนช่วยเปิดเส้นทาง ทั้งสี่คนวิ่งผ่านทางเดินแคบซึ่งเต็มไปด้วยแสงฉุกเฉิน เสียงปืนจากชั้นบนดังเป็นระยะ ประตูกันแรงระเบิดปิดลงด้านหลังทีละบาน ขณะที่ธันวาใช้พลังสีดำฉีกแผงล็อกและเปิดทางไปข้างหน้า เขาไม่สนใจความเจ็บปวดจากแผล ไม่สนใจเสียงกระซิบ และไม่สนใจว่าพลังในร่างกำลังตอบสนองต่อสถานที่นี้รุนแรงเพียงใด สิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดคือแม่ยังมีชีวิต แม่อยู่ใต้พื้นดินแห่งนี้ และเขาต้องไปถึงตัวเธอก่อนคนอื่น ทางเดินช่วงสุดท้ายถูกขวางด้วยประตูโลหะหนาสามชั้น เจ้าหน้าที่สถาบันพยายามเชื่อมต่อระบบ แต่หน้าจอแสดงคำปฏิเสธ ธันวาวางมือบนประตู ความมืดไหลไปตามรอยต่อและแทรกเข้าไปในกลไกด้านใน เสียงโลหะบิดงอดังลั่น พิมพ์ชนกเห็นรอยเส้นสีดำลามขึ้นมาถึงขมับของเขา เธอรีบจับไหล่ไว้

"อย่าใช้มากเกินไป"

"แม่อยู่ข้างใน"

"ฉันรู้ แต่นายต้องเหลือสติไว้คุยกับเธอ"

ธันวาหยุดชั่วครู่ ก่อนลดพลังลง เขาบังคับเงาให้เคลื่อนไหวอย่างละเอียดแทนการทำลายทั้งหมด กลอนภายในค่อย ๆ คลายออก ประตูเปิดทีละชั้น จนในที่สุดทางเดินด้านหลังก็ปรากฏขึ้น กลิ่นเลือดและควันปืนลอยออกมา ภราดรนั่งพิงกำแพงอยู่หน้าห้องกักกัน เสื้อด้านข้างเปียกชุ่มด้วยเลือด ปืนในมือเหลือกระสุนไม่กี่นัด เมื่อเห็นธันวา เขาฝืนยิ้มออกมา

"โตขึ้นมากจริง ๆ"

ธันวาไม่ได้ตอบ เขามองผ่านชายคนนั้นเข้าไปในห้อง หญิงวัยกลางคนนั่งอยู่บนเตียงเหล็ก ใบหน้าซีดเพราะอ่อนแรง เส้นผมยุ่งและมีรอยฟกช้ำตามแขน แต่ยังคงเป็นคนเดิมที่เขาเห็นทุกเช้าตลอดชีวิต คนที่เคยนอนป่วยติดเตียง คนที่เขาทำงานพิเศษเพื่อซื้อยา และคนที่เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เขายังไม่ยอมปล่อยความมืดกลืนกินตัวเอง ธันวาเดินเข้าไปช้า ๆ ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะสลายหายไป หากขยับเร็วเกินไป หญิงคนนั้นลุกขึ้นทั้งที่ขาแทบไม่มีแรง เธอก้าวมาหาเขาเพียงสองก้าวก่อนทรุด ธันวารีบรับร่างไว้ อ้อมแขนของเธอโอบรอบตัวเขาแน่น กลิ่นยากับกลิ่นสบู่จาง ๆ ที่คุ้นเคยทำให้กำแพงทั้งหมดในใจพังลง เขากอดเธอกลับ มือสั่นจนควบคุมไม่ได้

"แม่ ผมหาแม่เจอแล้ว"

หญิงคนนั้นซบหน้าลงบนไหล่เขา

"แม่ขอโทษ แม่ทำให้ลูกต้องเจอเรื่องทั้งหมดนี้"

"ไม่ใช่ความผิดแม่"

"ถ้าแม่บอกความจริงเร็วกว่านี้ บางทีลูกอาจไม่ถูกพวกมันใช้"

ธันวาขมวดคิ้ว เขาผละออกเล็กน้อยเพื่อมองหน้าเธอ

"ความจริงอะไร"

หญิงคนนั้นไม่ตอบทันที เธอมองผ่านไหล่ธันวาไปยังดร.ภาคินซึ่งเพิ่งตามมาถึง สีหน้าของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความตึงเครียด ภราดรพยายามลุกขึ้นแต่ทำไม่ได้ พิมพ์ชนกเข้าไปช่วยกดแผลให้เขา ธันวารู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันทีที่เขาถาม คำตอบบางอย่างกำลังรออยู่ และทุกคนยกเว้นเขาดูเหมือนจะรู้แล้ว

"แม่พูดมา"

หญิงคนนั้นเม้มริมฝีปาก น้ำตาไหลลงข้างแก้ม

"ธันวา เราต้องออกจากที่นี่ก่อน"

"ไม่"

"ข้างบนกำลังถูกบุก"

"ผมจะไม่ไปไหนจนกว่าแม่จะบอก"

ดร.ภาคินก้าวเข้ามา

"เรื่องนี้ควรอธิบายในสถานที่ปลอดภัย"

ธันวาหันไปมองเขา

"คุณไม่มีสิทธิ์สั่ง"

พลังสีดำไหลออกจากพื้นรอบเท้า ทำให้ทุกคนหยุดพูด ธันวากลับมามองหญิงตรงหน้าอีกครั้ง

"แม่ปิดบังอะไรผม"

หญิงคนนั้นยกมือแตะแก้มเขา ปลายนิ้วเย็นและสั่น

"ก่อนจะพูด แม่อยากให้ลูกรู้ว่า ทุกวันที่ผ่านมา ทุกมื้ออาหาร ทุกคืนที่แม่เฝ้าตอนลูกป่วย และทุกครั้งที่แม่กลัวว่าลูกจะไม่กลับบ้าน ไม่มีเรื่องไหนเป็นเรื่องโกหก"

หัวใจธันวาเริ่มเต้นแรง ความหวาดกลัวบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก

"แม่กำลังพูดอะไร"

เธอหลับตา สูดลมหายใจลึก ก่อนฝืนกล่าวคำที่เก็บไว้นานถึงสิบห้าปี

"แม่ไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของลูก"

โลกทั้งใบเงียบลงในทันที ธันวาไม่ได้ยินเสียงปืน ไม่ได้ยินสัญญาณเตือน และไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของคนในห้อง เขามองใบหน้าของหญิงตรงหน้า รอให้เธอพูดต่อว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือคำโกหกเพื่อปกป้องเขา แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงน้ำตากับความเจ็บปวดซึ่งยืนยันว่าประโยคนั้นคือความจริง มือที่แตะแก้มเขาค่อย ๆ ลดลง ธันวาถอยหลังหนึ่งก้าว อ้อมแขนซึ่งเพิ่งกอดเธอแน่นตกลงข้างลำตัว

"ไม่จริง"

หญิงคนนั้นร้องไห้

"แม่ขอโทษ"

"ไม่จริง"

"ธันวา"

"แม่คือแม่ผม"

"แม่เลี้ยงลูกมา แต่แม่ไม่ได้เป็นคนให้กำเนิดลูก"

คำว่าให้กำเนิดทำให้ภาพวัยเด็กทั้งหมดเปลี่ยนความหมาย รูปถ่ายวันเกิด แผลเป็นที่แม่บอกว่าเกิดจากการผ่าตัดตอนคลอด เรื่องเล่าว่าเขาเกิดตอนฝนตกหนัก ทุกอย่างอาจถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดบังต้นกำเนิดจริง ธันวารู้สึกคลื่นไส้ ความมืดใต้ผิวหนังดิ้นรนราวกับตอบสนองต่อความสับสน เขาหันไปหาดร.ภาคิน

"พวกคุณรู้"

ดร.ภาคินตอบอย่างระมัดระวัง

"ข้อมูลเดิมระบุว่าเด็กหมายเลขศูนย์ไม่มีประวัติครอบครัว"

"ไม่มีประวัติหมายความว่าอะไร"

"คุณถูกพบในห้องทดลองย่อยก่อนโครงการเริ่มอย่างเป็นทางการ ไม่มีสูติบัตร ไม่มีบันทึกการเกิด และไม่มีข้อมูลพันธุกรรมที่ตรงกับบุคคลในฐานข้อมูล"

ธันวาหันกลับไปมองหญิงที่เขาเรียกว่าแม่มาตลอด

"แล้วแม่เป็นใคร"

เธอเช็ดน้ำตาด้วยหลังมือ

"ตอนนั้นแม่ชื่อมาลินี แม่เป็นผู้ช่วยพยาบาลของสถาบัน หน้าที่คือดูแลเด็กที่อยู่ในโครงการ"

ธันวากำหมัด

"แปลว่าแม่เป็นคนของพวกมัน"

"เคยเป็น"

"แม่ช่วยพวกมันทดลองกับเด็กหรือ"

มาลินีหลับตารับคำถามเหมือนถูกมีดแทง

"ช่วงแรกแม่ไม่รู้ทั้งหมด พวกเขาบอกว่าเด็กเหล่านั้นป่วยและโครงการกำลังหาวิธีรักษา แม่เชื่อ จนเด็กเริ่มหายไปทีละคน ทุกครั้งที่ถาม พวกเขาบอกว่าย้ายไปรักษาที่อื่น แต่คืนหนึ่งแม่เห็นศพเด็กคนหนึ่งถูกนำออกจากห้องทดลอง"

เสียงของเธอแตกพร่า

"เด็กคนนั้นอายุเพียงห้าขวบ"

ธันวาไม่พูด มาลินีเล่าต่อทั้งน้ำตา ในช่วงเวลานั้นสถาบันอรุณแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็นหลายระดับ คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าศาสตราจารย์อคินกำลังทดลองสิ่งใด มาลินีได้รับมอบหมายให้ดูแลเด็กชายวัยสามขวบซึ่งไม่มีชื่อ มีเพียงหมายเลขศูนย์ เด็กคนนั้นไม่ยอมพูด ไม่ยอมกิน และกรีดร้องทุกครั้งที่เห็นคนสวมเสื้อกาวน์ เขามีไข้สูงเกือบทุกคืน ร่างกายเต็มไปด้วยรอยเข็มและรอยผ่าตัด มาลินีเป็นคนเดียวที่สามารถเข้าใกล้ได้โดยไม่ทำให้พลังในร่างเด็กตอบสนอง เธอเริ่มเรียกเขาว่าธันวา เพราะวันที่พบเด็กตรงกับช่วงปลายปี และเธอต้องการให้เขามีชื่อเหมือนมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่หมายเลขในเอกสาร

"แม่เป็นคนตั้งชื่อผมหรือ"

มาลินีพยักหน้า

"ใช่"

"แล้วทำไมต้องช่วยผม"

"เพราะลูกจับมือแม่"

ธันวานิ่งไป

"คืนหนึ่งหลังการทดลอง ลูกมีไข้สูงมาก หมอบอกว่าคงไม่รอด แม่อยู่เฝ้าจนเช้า ตอนแม่กำลังจะออกจากห้อง ลูกยื่นมือมาจับนิ้วแล้วเรียกแม่"

เธอยิ้มทั้งน้ำตา

"เป็นคำแรกที่แม่ได้ยินจากลูก"

ธันวารู้สึกเหมือนมีบางอย่างบีบลำคอ ความทรงจำซึ่งถูกลบอาจหายไปจากสมอง แต่ร่างกายกลับจำความอบอุ่นของมือนั้นได้ เขาเคยฝันว่าตัวเองอยู่ในห้องมืดและมีใครบางคนร้องเพลงอยู่ข้างเตียง บทเพลงนั้นไม่มีถ้อยคำชัดเจน มีเพียงเสียงเบาซึ่งทำให้เขาหยุดร้องไห้ ตอนเด็กเขาเคยถามแม่ว่าเคยร้องเพลงอะไรให้ฟังหรือไม่ เธอมักเปลี่ยนเรื่องและบอกว่าจำไม่ได้ ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจว่ามันไม่ใช่ความฝัน

"หลังจากนั้นแม่เริ่มขโมยข้อมูล แม่พบว่าศาสตราจารย์อคินตั้งใจใช้ลูกเปิดประตูบางอย่าง และการทดลองครั้งสุดท้ายจะทำลายตัวตนของลูกทั้งหมด"

มาลินีหันไปมองภราดร

"ภราดรช่วยแม่ เขาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เราวางแผนพาลูกออกไปในคืนที่ระบบไฟดับ"

ภราดรพูดด้วยเสียงอ่อนแรง

"คืนนั้นมีคนตายหลายคน ศาสตราจารย์อคินรู้แผนก่อน แต่เขาไม่ได้หยุดทั้งหมด เหมือนเขาตั้งใจปล่อยให้ธันวาหนี"

ดร.ภาคินขมวดคิ้ว

"ทำไมเขาต้องทำอย่างนั้น"

ภราดรส่ายหน้า

"ผมไม่รู้ บางทีการให้หมายเลขศูนย์เติบโตข้างนอกอาจเป็นส่วนหนึ่งของการทดลอง"

ธันวารู้สึกเย็นเยียบ หากเป็นเช่นนั้น ชีวิตธรรมดาทั้งหมดของเขาอาจถูกเฝ้ามองมาตั้งแต่ต้น งานพิเศษ โรงเรียน เพื่อน บ้าน และแม่ที่ป่วย ทุกอย่างอาจอยู่ในแผนของคนเบื้องหลัง มาลินีเห็นสีหน้าของเขาและรีบจับมือไว้

"แต่ชีวิตของลูกไม่ใช่ของพวกมัน"

ธันวาดึงมือกลับโดยไม่รู้ตัว

"แม่โกหกผมมาตลอด"

คำพูดนั้นทำให้มาลินีชะงัก

"แม่รู้"

"เรื่องเกิด เรื่องโรงพยาบาล เรื่องพ่อ ทุกอย่างไม่มีจริง"

"แม่สร้างเรื่องขึ้นเพื่อให้ลูกมีประวัติและไม่ถูกตามเจอ"

"แล้วพ่อของผมล่ะ"

"แม่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร"

"แม่แท้ ๆ ของผมล่ะ"

มาลินีส่ายหน้า น้ำตาไหลมากกว่าเดิม

"แม่ไม่รู้"

"ไม่มีใครรู้หรือ"

ดร.ภาคินตอบ

"ข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดของหมายเลขศูนย์ถูกลบก่อนมาลินีพาคุณออกไป ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลระดับนั้นเหลือเพียงศาสตราจารย์อคิน"

ธันวาหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า

"งั้นผมไม่มีอะไรเลย ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีอดีต มีแค่หมายเลข"

"ไม่จริง"

มาลินีพูดทันที

"ความจริงก็อยู่ตรงหน้า"

"แม่อาจไม่ได้คลอดลูก แต่แม่เลี้ยงลูกมา"

"เพราะรู้สึกผิดหรือ"

คำถามนั้นทำให้มาลินีหน้าซีด

"ไม่ใช่"

"เพราะแม่มีส่วนทำให้เด็กคนอื่นตาย เลยช่วยผมเพื่อชดใช้หรือ"

"ตอนแรกแม่อาจอยากชดใช้ แต่หลังจากพาลูกออกมา ทุกอย่างเปลี่ยนไป"

"เปลี่ยนยังไง"

"แม่กลัวทุกคืนว่าพวกมันจะหาลูกเจอ แม่ย้ายบ้านหลายครั้ง เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเอกสาร และไม่กล้าสนิทกับใคร แม่ยอมให้ตัวเองถูกมองว่าเป็นหญิงหม้าย ยอมทิ้งครอบครัวเดิม และยอมใช้ชีวิตโดยไม่มีตัวตน เพราะแม่ต้องการให้ลูกโตเป็นคนธรรมดา"

มาลินีก้าวเข้าไปหา แต่ธันวาถอยอีกหนึ่งก้าว

"แม่ป่วยจริงหรือเปล่า"

เธอหยุดนิ่ง

"จริง"

"หรือเป็นอีกเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อให้ผมอยู่ใกล้"

"แม่ป่วยเพราะสารที่ได้รับตอนทำงานในห้องทดลอง ร่างกายเริ่มเสื่อมหลังจากพาลูกหนี"

"ทำไมไม่บอก"

"เพราะลูกจะโทษตัวเอง"

"แล้วตอนนี้ต่างกันตรงไหน"

มาลินีไม่มีคำตอบ ธันวาหันหน้าหนี ความโกรธ ความเจ็บปวด และความสับสนกำลังตีกันอยู่ภายใน เขาอยากตะโกน อยากทำลายทุกจอและทุกห้องในสถาบัน แต่เมื่อมองหญิงที่ยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้า ความทรงจำตลอดสิบแปดปีก็ไหลกลับมา แม่เคยเดินตากฝนไปซื้อยาให้เขา เคยขายสร้อยเส้นเดียวเพื่อจ่ายค่าเทอม เคยเฝ้าหน้าห้องฉุกเฉินทั้งคืน และเคยโกหกว่ากินข้าวแล้วเพื่อเหลืออาหารให้เขา สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ข้อมูลในแฟ้ม ไม่ใช่ผลการทดลอง และไม่ใช่แผนของศาสตราจารย์อคิน ต่อให้สายเลือดไม่เหมือนกัน ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดก็ยังเป็นความจริง

เสียงระเบิดดังใกล้เข้ามา ประตูทางเดินสั่นสะเทือน เจ้าหน้าที่สถาบันรายงานผ่านวิทยุว่ากองกำลังภายนอกบุกถึงชั้นลบสิบแล้ว อีกไม่เกินไม่กี่นาทีจะมาถึงบริเวณนี้ ดร.ภาคินสั่งให้ทุกคนเตรียมอพยพ แต่ธันวายังคงยืนนิ่ง มาลินีค่อย ๆ ปลดสร้อยเส้นเล็กออกจากคอ ที่ปลายสร้อยมีแผ่นโลหะทรงกลมซึ่งสลักตัวเลขศูนย์ไว้ เธอวางมันลงบนฝ่ามือเขา

"นี่ติดอยู่กับตัวลูกตอนแม่พบครั้งแรก แม่เก็บไว้เพราะคิดว่าสักวันลูกควรรู้ความจริง"

ธันวาจ้องแผ่นโลหะ

"แม่กลัวผมเกลียดหรือ"

"กลัว"

"แล้วทำไมไม่ทิ้งมันไป"

"เพราะอดีตของลูกเป็นของลูก แม่ไม่มีสิทธิ์ทำลาย"

คำตอบนั้นทำให้ธันวากำแผ่นโลหะแน่น ขอบคมกดลงบนฝ่ามือจนเลือดซึม พลังสีดำตอบสนองและเริ่มเลื้อยออกมา แต่คราวนี้มันไม่ได้กระโจนทำร้ายใคร กลับพันรอบแผ่นหมายเลขศูนย์เหมือนกำลังพยายามกลืนอดีตทั้งหมดให้หายไป มาลินีมองเขาด้วยความหวาดกลัวปนเสียใจ

"แม่ไม่ขอให้ลูกยกโทษให้ตอนนี้"

ธันวาเงยหน้าขึ้น

"แม่คิดว่าผมเกลียดแม่หรือ"

"แม่ไม่รู้ว่าลูกจะรู้สึกยังไง"

"ผมโกรธ"

มาลินีพยักหน้ารับน้ำตา

"แม่รู้"

"ผมเสียใจที่แม่ไม่เคยบอก"

"แม่รู้"

"ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครแล้ว"

"แม่ขอโทษ"

ธันวาหายใจเข้าลึก เสียงกระซิบในหัวพยายามแทรกเข้ามา

"นางไม่ใช่แม่เจ้า นางหลอกเจ้า จงทิ้งนางเสีย"

เขาหลับตาแน่น ภาพอนาคตราชาปีศาจปรากฏขึ้นท่ามกลางเปลวไฟ ชายในภาพยืนอยู่เพียงลำพัง ไม่มีครอบครัว ไม่มีคนรัก และไม่มีใครให้เรียกหา บางทีนี่อาจเป็นอีกขั้นของแผน พรากตัวตนของเขา ทำให้เชื่อว่าความผูกพันทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก และผลักให้เขาตัดสายสัมพันธ์สุดท้ายด้วยมือตัวเอง ธันวาลืมตาขึ้น เขามองมาลินีซึ่งยืนอยู่ตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้อาจไม่ใช่คนให้กำเนิด แต่เป็นคนที่เลือกเขา เลือกพาหนีจากสถานที่แห่งนี้ เลือกยอมถูกตามล่า และเลือกใช้ชีวิตทั้งหมดเพื่อให้เด็กหมายเลขศูนย์มีชื่อ มีบ้าน และมีโอกาสเป็นมนุษย์ธรรมดา

ธันวาก้าวเข้าไปหา มาลินีมองเขาอย่างไม่แน่ใจ เขายกแขนขึ้นช้า ๆ แล้วกอดเธออีกครั้ง คราวนี้แน่นกว่าเดิม ร่างของมาลินีสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ เธอจับเสื้อเขาไว้เหมือนกลัวว่าจะถูกผลักออก ธันวาก้มหน้าลงบนไหล่เธอ น้ำตาที่พยายามกลั้นไหลออกมาในที่สุด

"แม่"

มาลินีสะอื้น

"ลูกยังเรียกแม่อย่างนั้นหรือ"

ธันวาหลับตา

"ต่อให้แม่ไม่ได้คลอดผม แม่ก็ยังเป็นแม่"

เธอกอดเขาแน่น ร้องไห้โดยไม่ปิดบังอีกต่อไป พิมพ์ชนกหันหน้าหนีเพื่อให้ทั้งสองมีช่วงเวลาของตนเอง ภราดรยิ้มบาง ๆ แม้ใบหน้าจะซีดจากการเสียเลือด ดร.ภาคินมองภาพนั้นด้วยแววตาซับซ้อน ราวกับเพิ่งเข้าใจว่าข้อมูลนับล้านบรรทัดในสถาบันไม่สามารถอธิบายความผูกพันของมนุษย์ได้ทั้งหมด ตัวทดลองหมายเลขศูนย์อาจถูกสร้างให้เป็นกุญแจ อาจถูกกำหนดให้เป็นราชาปีศาจ และอาจไม่มีประวัติการเกิดเหมือนคนทั่วไป แต่ในวินาทีที่ธันวาเลือกเรียกผู้หญิงตรงหน้าว่าแม่ เขาก็ประกาศว่าตัวตนของเขาไม่ได้ถูกกำหนดด้วยสายเลือดหรือหมายเลข

สัญญาณเตือนเปลี่ยนจังหวะ ประตูทางเดินชั้นนอกถูกทำลาย เสียงฝีเท้าจำนวนมากดังใกล้เข้ามา พิมพ์ชนกเดินไปดูจอข้างผนัง ภาพจากกล้องแสดงทหารชุดดำกำลังเคลื่อนผ่านชั้นลบสิบเจ็ด พวกเขามีอุปกรณ์ป้องกันพลังและเครื่องยิงขนาดใหญ่ซึ่งน่าจะทำลายกำแพงสีดำได้ ดร.ภาคินเปิดช่องทางหนีฉุกเฉินด้านหลังห้อง แต่ระบบต้องใช้รหัสชีวภาพของผู้ก่อตั้ง สัญญาณสีแดงแสดงว่าไม่มีใครในปัจจุบันเปิดได้ ธันวาผละจากแม่และเดินไปวางมือบนแผงประตู ทันทีที่เลือดจากฝ่ามือสัมผัสกระจก ระบบทั้งหมดก็หยุดนิ่ง ตัวเลขศูนย์ปรากฏบนหน้าจอ ก่อนเปลี่ยนเป็นข้อความยืนยันสิทธิ์สูงสุด

"ยืนยันตัวทดลองหมายเลขศูนย์"

ประตูหนีเปิดออกพร้อมเสียงโลหะเสียดสี ทุกคนในห้องนิ่งไป ดร.ภาคินมองข้อมูลบนจอด้วยความไม่เชื่อ

"สิทธิ์ของคุณสูงกว่าผู้อำนวยการ"

ธันวาถาม

"หมายความว่าอะไร"

"หมายความว่าศาสตราจารย์อคินมอบสิทธิ์ควบคุมสถาบันชั้นลึกไว้กับคุณตั้งแต่เริ่มโครงการ"

พิมพ์ชนกมองทางเดินมืดด้านหลังประตู

"หรือเขากำลังเชิญธันวาเข้าไปอีกครั้ง"

เสียงจากส่วนลึกดังขึ้นผ่านลำโพงที่ไม่มีใครเปิด คราวนี้ทุกคนในห้องได้ยินชัดเจน

"ความผูกพันช่างงดงาม แต่สายเลือดปลอมไม่อาจปิดบังต้นกำเนิดที่แท้จริงได้ตลอดไป"

มาลินีหน้าซีด

"เสียงของเขา"

ธันวาหันมอง

"แม่รู้จักหรือ"

เธอพยักหน้าช้า ๆ

"ศาสตราจารย์อคิน"

เสียงหัวเราะเบาดังไปตามทางเดิน

"พาหมายเลขศูนย์ลงมา แล้วข้าจะบอกว่าใครคือแม่ที่แท้จริงของเขา"

ธันวากำหมัด มาลินีจับแขนเขาไว้

"อย่าเชื่อ เขาต้องการยั่วให้ลูกลงไป"

"แต่เขารู้เรื่องต้นกำเนิดผม"

"เขารู้วิธีใช้ความจริงทำร้ายคน"

ธันวาหันมามองเธอ

"แม่กลัวว่าผมจะไปตามหาแม่แท้ ๆ หรือ"

มาลินีส่ายหน้าทันที

"แม่กลัวลูกจะเดินเข้าไปในกับดัก แต่ถ้าวันหนึ่งลูกอยากรู้ว่าใครให้กำเนิด แม่จะช่วยหา"

"แม่ไม่กลัวเสียผมหรือ"

เธอยิ้มทั้งน้ำตา

"แม่รักลูก ไม่ได้เป็นเจ้าของลูก"

คำตอบนั้นทำให้ธันวานิ่ง เขาบีบมือเธอเบา ๆ ก่อนหันไปหาดร.ภาคิน

"พาพวกเขาออกไปทางช่องหนี"

"แล้วคุณล่ะ"

"ผมจะถ่วงเวลา"

มาลินีจับแขนเขาแน่นขึ้น

"ไม่ แม่เพิ่งเจอลูก"

"ผมจะตามไป"

"ทุกครั้งที่ลูกพูดว่าจะตามมา แม่กลัวว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย"

ธันวาหันกลับไปกอดเธออีกครั้งสั้น ๆ

"ครั้งนี้ผมสัญญา"

พิมพ์ชนกมองเขา

"อย่าสู้คนเดียว"

"ฉันไม่ได้จะสู้ ฉันจะปิดทางและลบข้อมูลทั้งหมดที่พวกมันต้องการ"

ดร.ภาคินส่ายหน้า

"ข้อมูลโครงการหมายเลขศูนย์อยู่ในแกนกลาง หากทำลาย คุณอาจสูญเสียโอกาสรู้ต้นกำเนิดตัวเอง"

ธันวามองมาลินี

"ผมรู้แล้วว่าผมเป็นใคร"

เขาหันกลับไปยังทางเดินที่ทหารกำลังใกล้เข้ามา เงาสีดำไหลปกคลุมแขนทั้งสองข้าง แต่ครั้งนี้มันนิ่งและเชื่อฟังมากกว่าที่เคย ธันวาไม่ได้ต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่ปีศาจ ไม่ได้ต่อสู้เพื่อให้โลกยอมรับ และไม่ได้ต่อสู้เพราะความโกรธ เขาต่อสู้เพื่อปกป้องคนที่เลือกเป็นแม่ของเขา แม้ไม่มีสายเลือดเดียวกัน แม้ความจริงจะทำลายอดีตบางส่วน และแม้โลกจะเรียกความผูกพันนี้ว่าของปลอมก็ตาม

มาลินีถูกพิมพ์ชนกพาเข้าไปในช่องหนี ภราดรถูกเจ้าหน้าที่สองคนช่วยประคอง ดร.ภาคินตามหลังเป็นคนสุดท้าย ก่อนเข้าไป เขาหันมาบอกธันวา

"เส้นทางนี้เชื่อมกับอุโมงค์ฝั่งเหนือ เราจะรอคุณที่จุดรวมพล"

ธันวาพยักหน้า

"ดูแลแม่ผมด้วย"

มาลินีหันกลับมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่าแม่ น้ำตาไหลอีกครั้ง แต่คราวนี้มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า

"กลับมาหาแม่นะ"

ธันวายิ้มบาง ๆ

"ครับแม่"

ประตูช่องหนีปิดลง แยกธันวาออกจากทุกคน เสียงฝีเท้าของกองกำลังดังใกล้จนมองเห็นแสงจากปลายทางเดิน เขาหันไปยังจอควบคุม ตัวเลขศูนย์ยังคงกะพริบอยู่ใต้ฝ่ามือ ข้อมูลจำนวนมหาศาลหลั่งไหลขึ้นมา ทั้งประวัติการทดลอง รายชื่อเด็กที่เสียชีวิต แฟ้มของศาสตราจารย์อคิน และไฟล์หนึ่งซึ่งระบุว่าต้นกำเนิดทางพันธุกรรมของหมายเลขศูนย์ถูกจัดเก็บไว้ในชั้นลึกสุด ธันวาจ้องมันเพียงชั่วครู่ ก่อนกดคัดลอกข้อมูลทั้งหมดลงในอุปกรณ์พกพา เขาอาจพูดว่ารู้แล้วว่าตัวเองเป็นใคร แต่ส่วนหนึ่งของหัวใจก็ยังอยากรู้ว่าใครให้กำเนิดและเหตุใดเขาจึงถูกทิ้งไว้ในห้องทดลอง อย่างไรก็ตาม คำตอบนั้นไม่สามารถแทนที่ผู้หญิงที่เลี้ยงเขามาได้ ต่อให้พบแม่แท้ ๆ ในอนาคต คำว่าแม่ซึ่งเขาใช้เรียกมาลินีก็จะไม่หายไป

ประตูชั้นนอกระเบิดออก ทหารชุดดำกรูกันเข้ามาพร้อมอาวุธยกสูง หัวหน้าหน่วยประกาศให้เขาคุกเข่า ธันวายืนอยู่หน้าช่องหนีซึ่งปิดสนิท เงาสีดำแผ่ไปทั่วพื้นและผนัง ดวงตาของเขาเย็นสงบ ไม่มีความบ้าคลั่งเหมือนทุกครั้ง

"ส่งตัวมาลินีและข้อมูลหมายเลขศูนย์มา"

หัวหน้าหน่วยตะโกน

ธันวาถาม

"พวกแกต้องการผู้หญิงที่ไม่เกี่ยวข้องทำไม"

"เธอขโมยทรัพย์สินของสถาบัน"

"ผมไม่ใช่ทรัพย์สิน"

"นายคือตัวทดลอง"

คำคำนั้นเคยทำให้เขาโกรธจนแทบสูญเสียตัวเอง แต่ตอนนี้ธันวาเพียงยิ้มอย่างเย็นชา

"ผมมีชื่อ"

เงาสีดำพุ่งขึ้นปิดทางเดินทั้งหมด ก่อนแรงระเบิดจากพลังจะดับไฟทุกดวง ห้องตกอยู่ในความมืด เสียงปืนดังต่อเนื่อง แต่กระสุนทุกนัดหยุดอยู่กลางอากาศ ธันวาควบคุมเงาให้รัดอาวุธแทนร่างคน เขาทำลายเครื่องมือสื่อสาร ปิดกลไกประตู และตัดระบบติดตามทั้งหมด จากนั้นจึงถอยเข้าสู่ทางเดินอีกฝั่งซึ่งนำลงสู่ชั้นศูนย์ เสียงของศาสตราจารย์อคินดังขึ้นอีกครั้ง

"เจ้าปฏิเสธสายเลือด เพื่อเลือกผู้หญิงที่โกหกเจ้า"

ธันวาเดินต่อโดยไม่หยุด

"เธอไม่ได้ให้กำเนิดผม"

เสียงหัวเราะดังสะท้อน

"แล้วเหตุใดยังเรียกนางว่าแม่"

ธันวากำอุปกรณ์ข้อมูลไว้ในมือ ภาพมาลินีซึ่งยืนขวางประตูห้องทดลองในอดีตปรากฏขึ้นในความคิด

"เพราะแม่ไม่ใช่แค่คนที่ให้กำเนิด"

เขาหันไปมองความมืดเบื้องหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่

"แม่คือคนที่เลือกไม่ทิ้งผม ตอนที่ทั้งโลกมองผมเป็นเพียงสิ่งทดลอง"

เสียงลึกลับเงียบไปชั่วขณะ ราวกับคำตอบนั้นอยู่นอกเหนือการคำนวณของมัน ธันวาใช้ช่วงเวลานั้นเปิดประตูอุโมงค์สำรองและหายเข้าไปในความมืด ก่อนระบบทั้งหมดของชั้นลบสิบเก้าจะปิดตาย กองกำลังที่บุกเข้ามาถูกขังอยู่ภายใน ส่วนมาลินี พิมพ์ชนก ภราดร และคนของสถาบันกำลังหลบหนีไปยังภูเขาอีกด้าน ทุกสิ่งยังเต็มไปด้วยอันตราย ความจริงเรื่องต้นกำเนิดของธันวายังไม่สมบูรณ์ และคำถามเกี่ยวกับแม่แท้ ๆ ยังคงรออยู่ในชั้นลึกของสถาบัน แต่ค่ำคืนนี้ เด็กชายซึ่งเคยถูกเรียกว่าตัวทดลองหมายเลขศูนย์ได้เลือกคำตอบให้ตัวเองแล้ว

สายเลือดอาจบอกว่าเขาเกิดจากใคร

แต่ความรักบอกว่าใครคือแม่ของเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status