Share

ตอนที่ 15 สถาบันอรุณ

last update publish date: 2026-07-22 09:00:35

ตอนที่ 15 สถาบันอรุณ

รถกระบะเก่าแล่นเข้าสู่แนวภูเขาในช่วงเย็น ท้องฟ้าเหนือยอดไม้ถูกย้อมเป็นสีส้มหม่นก่อนจะค่อย ๆ มืดลง ถนนเบื้องหน้าแคบและเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว สองข้างทางมีเพียงป่าสนหนาทึบกับหน้าผาสูงซึ่งบดบังสัญญาณโทรศัพท์ทั้งหมด ธันวานั่งเงียบมาตลอดหลายชั่วโมง เขาไม่ถามว่าพิมพ์ชนกกำลังขับไปทางไหน ไม่มองข่าวที่กล่าวหาว่าเขาทำลายคลินิก และไม่พูดถึงหมอศิริพรซึ่งถูกจับกุมเพราะช่วยชีวิตเขา ความเงียบของเขาไม่ได้เกิดจากความสงบ แต่เป็นเพราะทุกคำที่อยากพูดถูกอัดแน่นอยู่ในอกจนไม่รู้ควรเริ่มจากตรงไหน แผลตรงสีข้างยังปวดเป็นระยะ ทว่าความเจ็บปวดทางร่างกายกลับดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความรู้สึกที่ว่าทุกสถานที่ซึ่งเขาเดินทางไปถึงล้วนต้องพบกับหายนะ ธันวาเริ่มกลัวการได้รับความช่วยเหลือ กลัวการเอ่ยชื่อคนที่ยังห่วงใย และกลัวว่าการยื่นมือไปช่วยใครจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนนั้นถูกทำร้าย พิมพ์ชนกเหลือบมองเขาหลายครั้งแต่ไม่พูดอะไร เธอรู้ว่าคำปลอบโยนในตอนนี้ไม่มีประโยชน์ และบางทีอาจทำให้เขารู้สึกว่าความสูญเสียทั้งหมดถูกลดความสำคัญลง รถแล่นผ่านป้ายเก่าสนิมเขรอะซึ่งเขียนว่าสถานีวิจัยอุตุนิยมวิทยาอรุณ ป้ายส่วนล่างหักหายไป เหลือเพียงลูกศรชี้เข้าไปในถนนลูกรังที่ถูกเถาวัลย์ปกคลุม พิมพ์ชนกเลี้ยวตามลูกศร รถกระเด้งอย่างรุนแรงเมื่อผ่านหลุมลึกหลายแห่ง ก่อนจะไปหยุดหน้าประตูเหล็กขนาดใหญ่ซึ่งปิดกั้นเส้นทางขึ้นเขา ประตูนั้นดูเก่าและถูกสนิมกินจนเกือบทั้งบาน แต่กล้องตรวจการณ์เหนือเสากลับสะอาดและมีไฟสีแดงกะพริบอย่างสม่ำเสมอ พิมพ์ชนกดับเครื่องยนต์แล้วมองกล้องด้วยความระวัง ธันวาก้าวลงจากรถ เขาเงยหน้ามองแนวกำแพงคอนกรีตที่ทอดยาวหายเข้าไปในป่า สถานที่นี้ไม่เหมือนสถานีร้างอย่างที่ปรากฏบนแผนที่ พื้นบริเวณหน้าประตูไม่มีใบไม้ทับถม รอยล้อรถใหม่ยังเห็นได้ชัด และสายไฟที่พาดไปตามแนวรั้วถูกเปลี่ยนไม่นานมานี้ พิมพ์ชนกหยิบแผนที่เปื้อนเลือดของชายชราออกมาเทียบพิกัดอีกครั้ง ตัวเลขทั้งหมดตรงกัน ไม่มีความผิดพลาด สถานที่ซึ่งอนาคตของเธอมองไม่เห็นอยู่หลังประตูบานนี้ ธันวาเดินเข้าไปใกล้ แสงสีแดงจากกล้องเปลี่ยนเป็นสีฟ้า แล้วมีเสียงผู้หญิงดังออกมาจากลำโพงข้างเสา

"ยืนยันบุคคลสองคน ธันวา และพิมพ์ชนก"

พิมพ์ชนกชักปืนขึ้นทันที

"พวกมันรู้ว่าเรามา"

ธันวาไม่แปลกใจอีกแล้ว หลังจากถูกติดตามผ่านทุกเส้นทาง การที่คนในสถานที่นี้รู้ชื่อพวกเขาดูเป็นเรื่องเล็กน้อยไปแล้ว ประตูเหล็กส่งเสียงครางต่ำก่อนเปิดออกเอง ด้านในเป็นถนนคอนกรีตสะอาดซึ่งทอดขึ้นไปบนภูเขา ไฟตามข้างทางเปิดขึ้นทีละดวง ราวกับมีใครกำลังเชื้อเชิญให้ทั้งสองเดินเข้าไป

"เราไม่ควรเข้า"

พิมพ์ชนกกล่าว

"เธอเป็นคนบอกว่านี่คือทางที่มองไม่เห็น"

"มองไม่เห็นไม่ได้แปลว่าปลอดภัย"

"แต่กลับตอนนี้ก็ไม่ได้ทำให้เราปลอดภัย"

ธันวาเดินผ่านประตู พิมพ์ชนกลังเลเพียงครู่เดียวก่อนตามเข้าไป ประตูเหล็กปิดลงด้านหลังทันที เสียงกลอนขนาดใหญ่เลื่อนเข้าที่ดังสะท้อนไปทั่วป่า พิมพ์ชนกหันกลับไปมอง เธอลองใช้โทรศัพท์แต่หน้าจอแสดงว่าไม่มีสัญญาณ เข็มทิศหมุนไปมาอย่างไร้ทิศทาง และเมื่อเธอหลับตาเพื่อลองมองอนาคต ความว่างเปล่าก็ปรากฏขึ้นเหมือนเดิม ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง และไม่มีความเป็นไปได้แม้แต่เส้นเดียว

"ฉันมองอะไรไม่ได้เลย"

ธันวาถาม

"แม้แต่วินาทีข้างหน้าหรือ"

"แม้แต่วินาทีเดียว"

คำตอบนั้นทำให้ทั้งสองรู้สึกไม่สบายใจ พิมพ์ชนกใช้ชีวิตด้วยการมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นมาตลอดหลายปี แม้ภาพเหล่านั้นจะสร้างความเจ็บปวดและความผิดพลาด แต่มันก็กลายเป็นประสาทสัมผัสอีกอย่างหนึ่งของเธอ การเดินอยู่ในสถานที่ซึ่งอนาคตมืดสนิทจึงไม่ต่างจากคนตาบอดที่ถูกทิ้งไว้กลางหน้าผา ธันวาเดินช้าลงเพื่อให้เธอตามทัน ถนนขึ้นเขานำไปสู่อาคารขนาดใหญ่ซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังแนวต้นสน ภายนอกดูเหมือนสถานีวิจัยเก่าที่ถูกทิ้งร้าง ผนังแตกร้าว กระจกแตก และหลังคาบางส่วนยุบลง แต่เมื่อทั้งสองเดินเข้าใกล้ ประตูไม้ผุพังกลับเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นโถงโลหะสะอาดสว่างด้านใน ความแตกต่างระหว่างภายนอกกับภายในรุนแรงจนเหมือนเป็นคนละสถานที่ ผนังทุกด้านทำจากวัสดุสีขาว ไฟยาวบนเพดานส่องสว่างโดยไม่มีเงา ประตูกระจกหลายชั้นเรียงต่อกันลึกลงไปใต้ภูเขา ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไม่มีเสียงพูด และไม่มีร่องรอยว่ามีใครอาศัยอยู่ แต่กล้องจำนวนมากกำลังติดตามทุกก้าวของพวกเขา พิมพ์ชนกยกปืนเล็งไปตามทางเดิน ธันวาปล่อยพลังสีดำให้ไหลออกมาคลุมปลายนิ้ว ทั้งสองเดินผ่านประตูกระจกชั้นแรกโดยไม่มีการขัดขวาง ทันทีที่ประตูปิดด้านหลัง เสียงระบบก็ดังขึ้น

"เริ่มกระบวนการต้อนรับผู้กลับคืน"

ธันวาหยุดเดิน

"ผู้กลับคืนหมายถึงใคร"

ไม่มีคำตอบ ประตูด้านหน้าเปิดออก เผยให้เห็นลิฟต์ขนาดใหญ่ซึ่งมีเพียงปุ่มเดียว พิมพ์ชนกมองตัวเลขเหนือประตู มันแสดงชั้นใต้ดินหลายสิบชั้น แต่ไม่มีปุ่มให้เลือก

"สถานที่นี้สร้างไว้เพื่อพาเราไปจุดเดียว"

"อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดา"

ธันวาก้าวเข้าไป พิมพ์ชนกตามมาอย่างไม่เต็มใจ ประตูลิฟต์ปิดและเริ่มเคลื่อนลงอย่างรวดเร็ว ตัวเลขบนจอเปลี่ยนจากศูนย์เป็นลบหนึ่ง ลบสอง แล้วลดต่อเนื่องจนถึงลบยี่สิบเจ็ด แรงเคลื่อนทำให้หูอื้อ พิมพ์ชนกจับราวแน่น ธันวากำหมัดเมื่อพลังสีดำในตัวเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ มันไม่ได้แสดงความก้าวร้าวเหมือนเวลาเผชิญศัตรู แต่กลับสั่นไหวคล้ายสัตว์ที่ได้กลิ่นสถานที่คุ้นเคย ความรู้สึกนั้นทำให้เขาหนาวเยือก ธันวาไม่เคยมาที่นี่ หรืออย่างน้อยเขาก็เชื่อเช่นนั้น เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก สิ่งแรกที่เห็นคือห้องโถงทรงกลมขนาดมหึมา ผนังโดยรอบเต็มไปด้วยจอภาพนับร้อย บางจอแสดงคลื่นสมอง บางจอเป็นภาพโครงสร้างเซลล์ และบางจอฉายภาพผู้คนที่มีพลังพิเศษกำลังถูกทดลองในห้องกระจก แต่สิ่งที่ทำให้ธันวาหยุดหายใจคือจอใหญ่กลางห้องซึ่งกำลังฉายภาพของเขาตั้งแต่วัยเด็ก ภาพเด็กชายกำลังนอนหลับในห้องสีขาว ภาพเขาถูกเจาะเลือด ภาพเงาสีดำเล็ก ๆ เคลื่อนไหวใต้ผิวหนัง และภาพแม่ของเขานั่งร้องไห้อยู่หลังผนังกระจก

"นี่มันอะไร"

เสียงของธันวาแหบแห้ง

พิมพ์ชนกเดินเข้าไปใกล้จอ เธอสังเกตวันที่ตรงมุมภาพ มันถูกบันทึกเมื่อสิบห้าปีก่อน ตอนนั้นธันวาอายุเพียงสามขวบ

"นี่คือนายจริง ๆ"

"เป็นไปไม่ได้"

"ใบหน้าอาจเหมือน แต่รหัสข้อมูลตรงกับชื่อและวันเกิดนาย"

ธันวาถอยหลังหนึ่งก้าว ความทรงจำในวัยเด็กของเขามีเพียงบ้านหลังเล็ก แม่ที่คอยดูแล และช่วงเวลาที่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยเพราะร่างกายอ่อนแอ เขาไม่เคยจำห้องสีขาวนี้ ไม่เคยจำเข็มจำนวนมาก และไม่เคยจำคนในชุดป้องกันซึ่งยืนล้อมรอบเตียง เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินฝั่งตรงข้าม ชายหญิงประมาณสิบคนเดินเข้ามา พวกเขาสวมชุดสีขาวซึ่งไม่มีเครื่องหมายทางทหาร บนหน้าอกมีสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นเหนือเส้นขอบฟ้า ทุกคนไม่มีอาวุธในมือ แต่ธันวาสัมผัสได้ถึงพลังแปลกประหลาดจากหลายคน ชายคนหนึ่งมีประกายไฟวิ่งตามปลายนิ้ว หญิงอีกคนมีม่านอากาศบิดเบี้ยวรอบตัว ส่วนชายสูงวัยที่เดินนำหน้ามีดวงตาสีเทาซึ่งดูไร้อารมณ์ เขาหยุดห่างจากธันวาประมาณสิบเมตร ก่อนยกมือขึ้นแตะหน้าอกตามพิธีการบางอย่าง

"ยินดีต้อนรับกลับสู่สถาบันอรุณ"

ธันวาจ้องเขา

"ฉันไม่เคยมาที่นี่"

ชายสูงวัยมองภาพบนจอ

"ความทรงจำของคุณถูกลบออกตามระเบียบป้องกันการรั่วไหล"

พลังสีดำระเบิดจากแขนธันวา มันพุ่งเป็นหนามแหลมไปข้างหน้า แต่หยุดนิ่งกลางอากาศเมื่อกำแพงโปร่งใสปรากฏขึ้น พิมพ์ชนกยกปืนเล็งชายสูงวัยทันที

"อย่าเข้าใกล้"

คนของสถาบันไม่ขยับ ชายสูงวัยยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสงบ

"ผมชื่อดร.ภาคิน เป็นผู้อำนวยการปัจจุบันของสถาบันอรุณ พวกเราไม่ใช่ศัตรูของคุณ"

ธันวาหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

"ทุกคนที่พูดแบบนั้นมักเป็นคนที่กำลังจะจับฉัน"

"หากเราต้องการจับคุณ เราคงไม่เปิดประตูให้เข้ามาโดยสมัครใจ"

"นี่ไม่ใช่ความสมัครใจ พวกคุณรู้ว่าเราจะมา"

ดร.ภาคินมองพิมพ์ชนก

"เราไม่รู้แน่ชัด เราเพียงประเมินว่าคุณพิมพ์ชนกจะพบพิกัด และตัวคุณจะเลือกสถานที่ซึ่งการมองอนาคตไม่สามารถเข้าถึง"

พิมพ์ชนกก้าวไปข้างหน้า

"พวกคุณรู้จักพลังของฉัน"

"สถาบันอรุณมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีความสามารถพิเศษทั่วโลกมานานกว่ายี่สิบปี"

"ทำไมฉันมองอนาคตในที่นี่ไม่ได้"

"เพราะโครงสร้างทั้งหมดถูกหุ้มด้วยสนามรบกวนการรับรู้เชิงเวลา มันถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันผู้ที่มองเห็นอนาคตจากภายนอก"

ธันวาหันมองรอบห้อง

"พวกคุณกำลังซ่อนอะไร"

ดร.ภาคินนิ่งไปครู่หนึ่ง

"ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของพลังคุณ"

คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลง ธันวารู้สึกถึงความเย็นซึ่งไหลจากท้ายทอยลงไปตามสันหลัง เขาเคยตั้งคำถามว่าพลังสีดำมาจากไหน เคยคิดว่ามันอาจตื่นขึ้นหลังนิมิต หรือเป็นผลจากบางสิ่งในอนาคต แต่ไม่เคยคิดว่าคำตอบจะเชื่อมโยงกับภาพในวัยเด็กซึ่งถูกลบออกจากความทรงจำ

"พูดมา"

ดร.ภาคินยกมือขึ้น จอภาพกลางห้องเปลี่ยนเป็นเอกสารเก่าหลายฉบับ บนหัวกระดาษมีตราสถาบันอรุณและข้อความโครงการอรุณแรกเริ่ม ข้อมูลส่วนใหญ่ถูกปิดทับ แต่ชื่อหนึ่งยังมองเห็นชัด ธันวา วัฒนกิจ อายุสามปี สถานะผู้เข้าร่วมทดลอง

"เมื่อยี่สิบปีก่อน โลกเริ่มตรวจพบปรากฏการณ์พลังที่ไม่สามารถอธิบายได้ เด็กบางคนเกิดมาพร้อมความสามารถซึ่งขัดต่อกฎธรรมชาติ รัฐบาลหลายประเทศพยายามศึกษา แต่ส่วนใหญ่ล้มเหลว สถาบันอรุณถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อค้นหาต้นกำเนิดของปรากฏการณ์นั้น"

พิมพ์ชนกถาม

"ด้วยการทดลองกับเด็กหรือ"

ดร.ภาคินไม่หลบสายตา

"ใช่"

พลังรอบตัวพิมพ์ชนกไม่มี แต่ความโกรธในแววตาชัดเจนกว่าปืนที่ถืออยู่

"พวกคุณเรียกการจับเด็กมาทดลองว่าการศึกษา"

"ผมไม่ได้ขอให้คุณยอมรับ ผมเพียงกำลังอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น"

ธันวาจ้องภาพแม่ของตนบนจอ

"แม่ฉันยอมให้พวกคุณทำหรือ"

"แม่ของคุณพาคุณมาที่นี่เพราะคุณกำลังจะตาย"

คำตอบนั้นทำให้ธันวาชะงัก ดร.ภาคินเปลี่ยนภาพเป็นบันทึกทางการแพทย์ กราฟชีพจรของเด็กสามขวบตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เซลล์ในร่างกำลังเสื่อมสลายโดยไม่มีสาเหตุ แพทย์ทั่วไปไม่สามารถรักษาได้

"คุณเกิดมาพร้อมสภาวะที่เราเรียกว่าการแตกตัวของแกนชีวภาพ ร่างกายของคุณไม่สามารถรองรับพลังบางอย่างที่ฝังอยู่ภายในได้ เมื่ออายุสามขวบ อวัยวะหลายส่วนเริ่มล้มเหลว แม่ของคุณได้รับข้อเสนอจากสถาบัน หากเข้าร่วมโครงการ เราจะรักษาคุณ แต่ต้องแลกกับการทดลอง"

ธันวากำหมัด

"แล้วพวกคุณทำอะไรกับฉัน"

ดร.ภาคินแตะจอ ภาพหลอดแก้วสีดำปรากฏขึ้น ภายในมีของเหลวคล้ายหมึกซึ่งเคลื่อนไหวสวนแรงโน้มถ่วง

"เราฉีดสารต้นแบบซึ่งสกัดจากวัตถุผิดธรรมชาติที่ตกลงมาบนโลกเมื่อหลายสิบปีก่อน สารนั้นควรเชื่อมต่อกับแกนพลังในร่างและทำให้เสถียร ผู้เข้าร่วมก่อนหน้าทุกคนเสียชีวิต หรือไม่ก็สูญเสียสติ แต่คุณรอด"

ธันวาแทบไม่รู้สึกถึงลมหายใจของตัวเอง

"ผู้เข้าร่วมก่อนหน้า"

"มีเด็กสิบเอ็ดคน"

"พวกเขาตายหมดหรือ"

"เก้าคนเสียชีวิต สองคนถูกกักเก็บเพราะไม่สามารถควบคุมพลังได้"

พิมพ์ชนกลดปืนลงเล็กน้อยจากความตกใจ

"แล้วธันวาคือคนที่เท่าไร"

ดร.ภาคินมองเขาโดยตรง

"ไม่ใช่คนที่สิบสอง"

ธันวาถาม

"หมายความว่าอย่างไร"

"ผู้เข้าร่วมทั้งสิบเอ็ดคนเป็นการทดลองเตรียมการ ส่วนคุณเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการจริง"

จอภาพทั้งหมดดับลงพร้อมกัน ก่อนมีตัวเลขสีขาวปรากฏบนพื้นดำ เลขศูนย์เพียงตัวเดียวขยายใหญ่กลางห้อง ใต้ตัวเลขมีชื่อของธันวาและข้อความที่ทำให้หัวใจเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ

ตัวทดลองหมายเลขศูนย์

ดร.ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดเจน

"ในบันทึกของสถาบัน คุณไม่เคยถูกเรียกว่าธันวา"

ธันวาจ้องตัวเลขบนจอ

"พวกคุณเรียกฉันว่าอะไร"

"ตัวทดลองหมายเลขศูนย์"

พลังสีดำพุ่งออกจากร่างเขาอย่างรุนแรง หนามนับร้อยแทงไปทั่วห้อง กระจกแตกร้าว ไฟบนเพดานกะพริบ และกำแพงป้องกันโปร่งใสสั่นสะเทือน คนของสถาบันหลายคนถอยหลัง พิมพ์ชนกรีบคว้าแขนธันวา แต่ความมืดผลักเธอกระเด็นไปชนพื้น ธันวาไม่ได้ยินเสียงใครอีกแล้ว เขาได้ยินเพียงคำว่าตัวทดลองซ้ำไปมา ทุกความทรงจำในวัยเด็กเริ่มสั่นคลอน ภาพแม่พาไปโรงพยาบาลอาจไม่ใช่โรงพยาบาล ภาพความฝันที่มีคนสวมหน้ากากยืนล้อมเตียงอาจไม่ใช่ความฝัน และเสียงร้องที่เขาเคยได้ยินในคืนไข้สูงอาจเป็นเสียงของเด็กคนอื่นซึ่งถูกทดลองในห้องข้างกัน

"พวกแกสร้างฉันขึ้นมา"

ธันวาพูดผ่านฟันที่กัดแน่น

ดร.ภาคินตอบทันที

"เราไม่ได้สร้างคุณ พลังนั้นมีอยู่ในร่างคุณตั้งแต่เกิด เราเพียงทำให้มันตื่นขึ้นและรักษาชีวิตคุณ"

"ด้วยการฆ่าเด็กคนอื่น"

"การตัดสินใจเหล่านั้นเกิดขึ้นก่อนผมเข้ารับตำแหน่ง"

"แต่พวกแกยังเก็บข้อมูล ยังใช้สถานที่นี้ และยังเรียกฉันด้วยหมายเลข"

ความมืดเริ่มคลุมครึ่งใบหน้าของธันวา ดวงตาข้างหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท พิมพ์ชนกลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เธอตะโกนเรียกเขา

"ธันวา มองฉัน"

เขาไม่หัน

"ธันวา นายไม่ใช่หมายเลข"

คำพูดนั้นทำให้เงาสีดำชะงักเล็กน้อย พิมพ์ชนกเดินเข้าหาแม้แรงกดดันจากพลังจะทำให้เลือดไหลจากมุมปาก

"พวกเขาอาจเรียกนายว่าอะไรก็ได้ แต่ชื่อของนายคือธันวา แม่ของนายเรียกนายด้วยชื่อนั้น คนที่ช่วยนายเรียกด้วยชื่อนั้น อย่าให้คนพวกนี้เอาตัวตนของนายไป"

ธันวาหายใจหนัก เขาค่อย ๆ หันมามองเธอ ความโกรธยังเผาไหม้ในดวงตา แต่พลังบางส่วนเริ่มหดกลับ ดร.ภาคินยกมือห้ามเจ้าหน้าที่ไม่ให้ตอบโต้ เขารอจนห้องกลับมาสงบพอจะพูดได้

"คุณมีสิทธิ์โกรธ แต่เรายังมีข้อมูลที่คุณจำเป็นต้องรู้"

ธันวามองเขา

"มีอะไรเลวร้ายกว่านี้อีก"

ดร.ภาคินเปลี่ยนภาพบนจออีกครั้ง คราวนี้เป็นคลื่นพลังจำนวนมากซึ่งแผ่ออกจากจุดสีดำตรงกลาง แผนภาพมีลักษณะคล้ายรากไม้ที่แตกแขนงไปทั่วโลก

"สารที่ฉีดเข้าสู่ร่างคุณไม่ใช่เพียงแหล่งพลัง มันเป็นสิ่งที่สามารถตอบสนองต่อการรับรู้ของมนุษย์จำนวนมาก ยิ่งมีคนหวาดกลัวคุณ เกลียดคุณ หรือเชื่อว่าคุณเป็นภัย พลังในร่างคุณยิ่งแข็งแรง"

พิมพ์ชนกนึกถึงสิ่งที่เคยเห็นในห้องมืด ตัวเลขความเกลียดชังของผู้คนกำลังไหลเข้าสู่ธันวา

"นิมิตของคนทั้งโลกถูกสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นพลังเขา"

ดร.ภาคินพยักหน้า

"นั่นคือข้อสันนิษฐานของเรา"

ธันวามองเงาดำบนแขนตนเอง

"ใครเป็นคนทำ"

"บุคคลซึ่งเคยอยู่ในสถาบันนี้"

"ชื่อ"

"ศาสตราจารย์อคิน"

ชื่อดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่บางคนมีสีหน้าเปลี่ยนไป ดร.ภาคินเดินไปยังจอด้านข้างและเปิดแฟ้มบุคคล ภาพชายวัยกลางคนผอมสูงปรากฏขึ้น เขามีใบหน้าสงบนิ่งและดวงตาซึ่งดูเหมือนกำลังมองผ่านคนตรงหน้าไปยังสิ่งที่อยู่ไกลกว่านั้น

"เขาเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันอรุณ และเป็นหัวหน้าโครงการหมายเลขศูนย์"

ธันวาจ้องภาพ

"เขายังมีชีวิตอยู่หรือ"

"ไม่มีใครรู้ เขาหายตัวไปเมื่อสิบสามปีก่อน หลังจากพยายามขโมยข้อมูลเกี่ยวกับเส้นเวลาและตัวคุณ"

พิมพ์ชนกถาม

"เขามีพลังมองอนาคตหรือ"

"ไม่ใช่การมอง เขามีความสามารถในการคำนวณและชักนำความเป็นไปได้ เขาเชื่อว่าอนาคตซึ่งมีเส้นทางมากเกินไปคือสาเหตุของความวุ่นวาย เขาต้องการบังคับโลกให้เหลืออนาคตเพียงเส้นเดียว"

ธันวานึกถึงคำอธิบายของพิมพ์ชนกในคืนก่อน อนาคตแตกแขนงเป็นจำนวนมาก แต่มีใครบางคนกำลังตัดทุกเส้นที่ไม่ต้องการออก

"ราชาปีศาจคือเส้นเวลาที่เขาเลือก"

"อาจใช่"

"ทำไม"

ดร.ภาคินมองข้อมูลบนจอ

"เพราะในอนาคตที่คุณกลายเป็นราชาปีศาจ พลังของหมายเลขศูนย์จะตื่นเต็มที่ และสามารถเปิดสิ่งที่สถาบันเรียกว่าประตูอรุณ"

"ประตูอะไร"

"เรายังไม่ทราบแน่ชัด แต่ศาสตราจารย์อคินเชื่อว่ามันเชื่อมต่อกับต้นกำเนิดของวัตถุผิดธรรมชาติซึ่งมอบพลังให้มนุษย์"

พิมพ์ชนกขมวดคิ้ว

"เขาต้องการใช้ธันวาเป็นกุญแจ"

"ใช่"

ธันวาหัวเราะอย่างว่างเปล่า

"ตั้งแต่เกิดมาฉันก็เป็นแค่เครื่องมือ"

"สำหรับศาสตราจารย์อคินอาจใช่"

ดร.ภาคินกล่าว

"แต่สำหรับแม่ของคุณ คุณคือลูกที่เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษา"

ภาพบนจอเปลี่ยนอีกครั้ง เป็นบันทึกจากห้องทดลอง แม่ของธันวากำลังยืนขวางประตู เธอกอดเด็กชายไว้แน่นและตะโกนใส่เจ้าหน้าที่ เสียงบันทึกขาดหายหลายช่วง แต่ประโยคหนึ่งยังฟังได้ชัด

"เขาไม่ใช่ของพวกคุณ เขาไม่ใช่ตัวทดลอง เขาชื่อธันวา"

ธันวาจ้องภาพนั้นนิ่ง น้ำตาร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว เขาจำสีหน้าแม่ในภาพไม่ได้ แต่จำอ้อมกอดนั้นได้ ความรู้สึกอุ่นซึ่งเคยปรากฏในฝันกลับชัดเจนขึ้นทันที แม่ไม่ได้ขายเขาให้สถาบันอย่างที่ความโกรธเพิ่งทำให้คิด เธอพยายามช่วยชีวิตเขา และเมื่อรู้ว่าทุกอย่างเกินกว่าที่ตกลง เธอก็พาเขาหนี

"แม่พาฉันออกไปได้อย่างไร"

"เธอได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสถาบัน ชื่อภราดร"

พิมพ์ชนกรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดภาพที่เธอเคยวาดจากนิมิต ชายสวมหมวกสีขาว มีรอยแผลเป็นที่มือขวา

"คนนี้หรือเปล่า"

ดร.ภาคินมองภาพแล้วพยักหน้า

"ใช่ เขาคือคนที่พาแม่ของธันวาหนีอีกครั้งในคืนที่รัฐบาลไปถึงบ้าน"

ธันวาก้าวเข้าไปใกล้

"ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน"

"เราติดต่อเขาไม่ได้มาสี่วันแล้ว"

"แม่ฉันล่ะ"

"ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน"

พลังสีดำเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง แต่คราวนี้ธันวาควบคุมมันไว้

"พวกคุณต้องช่วยฉันหาแม่"

ดร.ภาคินยังไม่ตอบทันที

"สถาบันอรุณช่วยคุณได้ แต่คุณต้องให้ความร่วมมือ"

"ความร่วมมือแบบตัวทดลองหรือ"

"ไม่"

"แล้วแบบไหน"

ดร.ภาคินมองตัวเลขศูนย์บนจอ

"เราต้องตรวจสอบว่าพลังในร่างคุณพัฒนาไปถึงขั้นใด และหาวิธีตัดการเชื่อมต่อระหว่างคุณกับความกลัวของคนทั้งโลก หากปล่อยไว้ ทุกครั้งที่ข่าวโจมตีคุณ พลังจะเพิ่มขึ้นจนร่างกายและจิตใจไม่สามารถรับไหว"

พิมพ์ชนกถาม

"ถ้ารับไม่ไหวจะเกิดอะไรขึ้น"

ดร.ภาคินตอบด้วยน้ำเสียงต่ำ

"ตัวตนของธันวาจะถูกกลืน และสิ่งที่เหลือจะเป็นพลังซึ่งตอบสนองต่อความเกลียดชังเพียงอย่างเดียว"

ธันวานึกถึงเสียงกระซิบในหัว มันชัดขึ้นทุกวัน และบางครั้งเหมือนมีความคิดเป็นของตัวเอง

"ราชาปีศาจ"

"ใช่"

ทันใดนั้นสัญญาณเตือนดังขึ้นทั่วห้อง ไฟสีขาวเปลี่ยนเป็นสีแดง ประตูทุกบานปิดพร้อมกัน เจ้าหน้าที่สถาบันกระจายตัวเข้าประจำตำแหน่ง จอภาพแสดงภาพกล้องบริเวณหน้าประตูภูเขา รถหุ้มเกราะหลายสิบคันกำลังเข้ามาปิดล้อม เฮลิคอปเตอร์บินเหนือแนวต้นไม้ และทหารในชุดดำเริ่มติดตั้งอุปกรณ์ระเบิดบนประตูเหล็ก พิมพ์ชนกมองดร.ภาคิน

"พวกเขาตามเราเข้ามาได้อย่างไร"

ดร.ภาคินหันไปยังเจ้าหน้าที่ควบคุม

"ตรวจระบบรบกวนทันที"

เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งพิมพ์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก่อนใบหน้าจะซีดลง

"มีสัญญาณส่งออกจากภายในสถาบันค่ะ"

ทุกคนในห้องหันมองกันเอง หมายความว่ามีคนทรยศอยู่ในนี้ ดร.ภาคินสั่งปิดทุกช่องทางสื่อสาร แต่สายเกินไปแล้ว เสียงประกาศจากภายนอกดังผ่านระบบฉุกเฉิน

"สถาบันอรุณกำลังให้ที่พักพิงแก่ภัยคุกคามระดับโลก ส่งตัวธันวาออกมาภายในสิบนาที มิฉะนั้นจะดำเนินการทำลายสถานที่"

ธันวามองภาพกองกำลังบนจอ ก่อนหันกลับไปมองคำว่าตัวทดลองหมายเลขศูนย์ซึ่งยังปรากฏอยู่กลางห้อง เขาเพิ่งค้นพบว่าสถานที่นี้อาจเป็นต้นกำเนิดของชีวิตที่ถูกทำลาย เพิ่งรู้ว่าพลังของตนเป็นผลจากการทดลอง และเพิ่งรู้ว่าคนที่ส่งนิมิตอาจเป็นผู้สร้างเขาขึ้นมาในฐานะกุญแจ แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบทั้งหมด โลกภายนอกก็ตามมาถึงอีกครั้ง

ดร.ภาคินมองธันวา

"คุณต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อเรา หรือออกไปมอบตัว"

ธันวาหัวเราะเบา ๆ

"ฉันไม่เชื่อใครทั้งนั้น"

พิมพ์ชนกเดินมายืนข้างเขา

"แล้วนายจะทำอย่างไร"

ธันวาจ้องภาพแม่บนจอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเงาสีดำจะไหลออกมาคลุมแขนทั้งสองข้าง

"ฉันจะเอาความจริงทั้งหมดจากที่นี่ แล้วออกไปตามหาแม่ด้วยตัวเอง"

เสียงระเบิดดังขึ้นจากชั้นบน พื้นใต้เท้าสั่นสะเทือน ฝุ่นร่วงจากเพดาน และจอหลายตัวดับลง กองกำลังภายนอกเริ่มบุกเข้าสู่สถาบันอรุณ ขณะเดียวกัน ประตูโลหะด้านหลังห้องโถงกลับเปิดออกอย่างช้า ๆ ทั้งที่ไม่มีใครสั่ง ภายในเป็นทางเดินมืดซึ่งนำลงไปยังชั้นที่ลึกกว่า บนผนังข้างประตูมีตัวเลขเพียงตัวเดียวถูกสลักไว้

ศูนย์

เสียงซึ่งธันวาเคยได้ยินในหัวดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้กระซิบจากภายในร่าง มันดังมาจากส่วนลึกของทางเดินนั้นอย่างชัดเจน

"กลับมาหาข้าเสียที ตัวทดลองหมายเลขศูนย์"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status