Accueil / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 2 ใบหน้าที่โลกไม่มีวันลืม

Partager

ตอนที่ 2 ใบหน้าที่โลกไม่มีวันลืม

last update Date de publication: 2026-07-20 15:48:45

ตอนที่ 2 ใบหน้าที่โลกไม่มีวันลืม

เสียงของชายคนนั้นเหมือนก้อนหินก้อนแรกที่ถูกโยนลงกลางผิวน้ำอันเงียบสงบ หลังจากคำว่าเขาเองหลุดออกมา ผู้คนตรงสี่แยกก็เริ่มส่งเสียงพร้อมกัน ความสับสนในแววตาค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัว บางคนยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายภาพ บางคนถอยหนีจนชนรถที่จอดขวางอยู่ด้านหลัง ขณะที่บางคนกลับเดินเข้าใกล้ราวกับต้องการมองให้แน่ใจว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือคนเดียวกับที่ยืนอยู่เหนือซากโลกในนิมิตจริงหรือไม่ ธันวารู้สึกว่าลมหายใจของตนติดขัด เขามองใบหน้ารอบตัวทีละคน และสิ่งที่เห็นก็เหมือนกันทั้งหมด ไม่มีใครมองเขาเป็นมนุษย์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว ทุกสายตากำลังมองศัตรู มองภัยพิบัติ มองตัวตนที่ในอีกสิบปีจะยืนอยู่บนซากกรุงเทพฯ พร้อมกองทัพอสูรเบื้องหลัง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นต่อเนื่องรอบบริเวณ ผู้คนแทบทุกคนหยิบอุปกรณ์ของตนขึ้นมาดูพร้อมกัน ธันวาเองก็รู้สึกถึงแรงสั่นจากโทรศัพท์ในกระเป๋า แต่เขาไม่กล้าหยิบมันออกมา ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่าไม่ควรยืนอยู่ตรงนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดยังคงชี้นิ้วมาทางเขา ปากสั่นจนแทบพูดไม่เป็นคำ

"ผมจำหน้าได้ เขาคือคนในภาพจริง ๆ"

หญิงสาวข้างชายคนนั้นรีบถอยห่าง ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายคลิป

"อย่าเข้าใกล้นะ เขาอาจมีพลังอะไรสักอย่าง"

"โทรหาตำรวจหรือยัง"

"ตำรวจจะทำอะไรได้ ในภาพมันฆ่าคนทั้งโลก"

คำว่าฆ่าคนทั้งโลกทำให้บางสิ่งระเบิดขึ้นในฝูงชน เสียงตะโกนดังมาจากอีกฝั่งของถนน

"จับมันไว้ อย่าให้มันหนี"

ธันวาสะดุ้ง เขาก้มลงคว้าถุงยาที่ตกอยู่บนพื้นโดยแทบไม่ทันคิด กล่องยาบางส่วนหลุดออกมาจากถุง เขารีบเก็บเท่าที่ทำได้ ขณะที่คนสองสามคนเริ่มขยับเข้าหาเขา หัวใจเต้นรุนแรงจนได้ยินอยู่ในหู เขาไม่รู้ว่าพวกนั้นต้องการเพียงควบคุมตัวหรือกำลังคิดจะทำอะไรที่รุนแรงกว่านั้น แต่สีหน้าของผู้คนทำให้เขาไม่อยากเสี่ยง ธันวาหันหลังแล้วออกวิ่งทันที เสียงร้องดังตามหลังมา ผู้คนบางส่วนวิ่งไล่ บางคนตะโกนบอกเส้นทาง บางคนยกโทรศัพท์ถ่ายภาพทุกย่างก้าว เขาวิ่งผ่านรถยนต์ที่ชนกันอยู่กลางสี่แยก กระโดดข้ามฝากระโปรงรถคันหนึ่ง แล้วพุ่งเข้าสู่ซอยแคบด้านข้าง เสียงฝีเท้าตามมาไม่ห่างนัก ธันวารู้จักพื้นที่แถวนั้นดีกว่าคนส่วนใหญ่ เขาเลี้ยวผ่านร้านอาหารที่ปิดแล้ว มุดผ่านช่องระหว่างกำแพงกับถังขยะ ก่อนข้ามรั้วเตี้ยเข้าไปยังลานจอดรถของอาคารเก่า เสียงตะโกนเริ่มห่างออกไป แต่เสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์ของเขากลับดังไม่หยุดราวกับโลกทั้งใบกำลังพยายามติดต่อมา

ธันวาหอบหายใจอยู่หลังเสาปูน เขาเอามือกุมหน้าอก พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกคนเห็นภาพเดียวกันจริง ๆ ไม่ใช่เพียงฝันของเขา ทุกคนเห็นโลกพังทลาย เห็นกรุงเทพฯ กลายเป็นซาก และเห็นใบหน้าของเขาในฐานะราชันอสูร เขาไม่รู้ว่าทำไม ไม่รู้ว่านิมิตนั้นเป็นความจริงหรือไม่ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองในอนาคตกลายเป็นสิ่งนั้นได้อย่างไร สิ่งเดียวที่เขารู้คือแม่กำลังรออยู่ที่บ้าน ธันวาหยิบโทรศัพท์ออกมา หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมข้อความนับร้อย ทั้งจากเพื่อนเก่าสมัยเรียน เพื่อนร่วมงาน หมายเลขที่ไม่รู้จัก และกลุ่มสนทนาต่าง ๆ การแจ้งเตือนจากสำนักข่าวจำนวนมากปรากฏเรียงกัน ข่าวด่วนทั่วโลกถ่ายทอดเรื่องนิมิตที่มนุษย์ทุกคนเห็นพร้อมกัน หลายช่องใช้คำว่าปรากฏการณ์เที่ยงคืน บางแห่งเรียกว่าคำพยากรณ์วันสิ้นโลก และแทบทุกแห่งกำลังวิเคราะห์ใบหน้าของชายในภาพสุดท้าย ธันวากดเปิดข่าวหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ ภาพของผู้ประกาศข่าวชายปรากฏขึ้น เขามีสีหน้าเคร่งเครียด ฉากหลังเป็นภาพกรุงเทพฯ ในสภาพปกติวางคู่กับภาพวาดจำลองเมืองที่ถูกทำลาย

"เวลานี้มีรายงานยืนยันจากหลายพื้นที่ทั่วโลกว่า ประชาชนทุกประเทศหมดสติพร้อมกันเมื่อเวลาเที่ยงคืนตามเวลาในประเทศไทย แม้เขตเวลาของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน แต่ปรากฏการณ์เกิดขึ้นในวินาทีเดียวกันทั้งหมด ผู้คนทุกคนให้การตรงกันว่าเห็นอนาคตอีกสิบปีข้างหน้า และเห็นชายคนหนึ่งซึ่งถูกเรียกว่าราชันอสูร"

ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนไปเป็นภาพใบหน้าของธันวา ภาพนั้นไม่ใช่ภาพจากนิมิต แต่เป็นรูปถ่ายสมัยเรียนของเขา เขาสวมชุดนักเรียน ยืนหน้ากระดานดำ และยิ้มอย่างเก้อเขินต่อกล้อง ธันวารู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่าง

"ล่าสุดมีการระบุตัวบุคคลที่มีใบหน้าตรงกับราชันอสูรในนิมิตแล้ว ชายคนดังกล่าวมีชื่อว่า ธันวา ศิริภพ อายุสิบแปดปี พักอาศัยอยู่ในเขตชานเมืองกรุงเทพมหานคร และทำงานกะกลางคืนที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง"

ข้อมูลเพิ่มเติมเลื่อนขึ้นบนหน้าจอ ชื่อเต็ม วันเกิด ที่อยู่ โรงเรียนเดิม หมายเลขประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และภาพถ่ายหลายภาพถูกนำมาแสดงอย่างเปิดเผย แม้ผู้ประกาศจะพูดว่าข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ทุกอย่างกลับถูกเผยแพร่ไปเรียบร้อยแล้ว ธันวาจ้องหน้าจออย่างไม่อยากเชื่อ ภาพบ้านเช่าของเขาปรากฏขึ้นจากแผนที่ออนไลน์ ตามด้วยภาพเก่าสมัยที่เขาเข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียน รูปถ่ายกับแม่ รูปบัตรนักเรียน และแม้แต่สำเนาเอกสารที่เขาเคยใช้สมัครงานก็ถูกนำมาเผยแพร่ ใครบางคนกำลังค้นข้อมูลของเขาอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะเป็นเพียงชาวบ้านทั่วไป ข่าวเดียวกันกำลังออกพร้อมกันทั่วโลก ชื่อของเขาถูกแปลเป็นหลายภาษา ใบหน้าของเขาปรากฏบนหน้าจอโทรทัศน์ในเมืองใหญ่ทุกทวีป สำนักข่าวต่างประเทศใช้ภาพเดียวกัน ประชาชนบนโลกหลายพันล้านคนกำลังเรียนรู้ชื่อของเด็กหนุ่มที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้จัก ธันวารู้สึกคลื่นไส้ เขารีบกดโทรหาแม่ แต่สายไม่ว่าง เขากดซ้ำหลายครั้งก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วแทบหยุดลงเมื่อคิดว่าอาจมีคนกำลังโทรไปรบกวนหรือข่มขู่แม่ เขาเก็บโทรศัพท์แล้วออกจากที่ซ่อนทันที ต่อให้ข้างนอกมีคนตามหา

ต่อให้ตำรวจหรือใครกำลังรออยู่ เขาก็ต้องกลับบ้าน เขาทิ้งถนนเส้นใหญ่และใช้เส้นทางลัดผ่านชุมชนเก่า เดินสลับวิ่งไปตามซอยแคบที่เต็มไปด้วยบ้านเรือน แสงจากโทรทัศน์ส่องออกมาจากหน้าต่างแทบทุกหลัง เสียงข่าวดังซ้อนกันไปทั่วบริเวณ ทุกช่องกำลังรายงานเรื่องเดียวกัน บางบ้านมีคนยืนดูอยู่หน้าประตู บางคนพูดคุยกันเสียงดัง เมื่อธันวาเดินผ่าน เขาต้องก้มหน้าและใช้หมวกคลุมศีรษะไว้ มีครั้งหนึ่งเด็กชายตัวเล็กมองเห็นหน้าเขาและทำท่าจะเรียกคนในบ้าน ธันวารีบเดินหนีโดยไม่หันกลับ เขารู้สึกราวกับใบหน้าของตนกลายเป็นตราประทับแห่งความตาย แค่มีใครเห็นก็อาจเกิดความโกลาหลขึ้นทันที โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง คราวนี้เป็นสายจากเบส ธันวารับทันที

"พี่เบส"

เสียงจากปลายสายทั้งเร่งรีบและสับสน

"ธันวา มึงอยู่ไหน"

"ผมกำลังกลับบ้าน"

"อย่ากลับ ร้านโดนตำรวจมาถามแล้ว มีคนจากหน่วยงานอะไรไม่รู้มาดูกล้องวงจรปิด พวกเขาเอารูปมึงให้กูดู"

"แม่ผมอยู่บ้านคนเดียว ผมต้องกลับ"

"ข่าวมันประกาศที่อยู่มึงแล้ว ตอนนี้คนคงไปที่นั่นหมดแล้ว"

"ผมรู้"

"มึงฟังกูนะ ไปซ่อนที่อื่นก่อน แล้วโทรหาแม่ให้ตำรวจพาออกมา"

"ผมติดต่อแม่ไม่ได้"

เบสเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยเสียงเบาลง

"ธันวา มึงเห็นเหมือนกันใช่ไหม"

ธันวากำโทรศัพท์แน่น

"เห็นครับ"

"คนในภาพคือมึงจริงหรือเปล่า"

คำถามนั้นแทงเข้าไปกลางอก แม้เบสจะเป็นคนช่วยเหลือเขามาตลอด แม้จะให้ยืมเงินซื้อยา แต่ในเวลานี้แม้แต่เบสก็ยังลังเล ธันวาไม่โกรธ เพราะเขาเองก็เห็นใบหน้านั้นชัดเจน ใบหน้าที่โตขึ้นและเย็นชากว่าเดิม แต่ไม่มีทางเป็นคนอื่น

"ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นผม แต่ผมไม่ได้ทำอะไร ผมยังไม่เคยฆ่าใครด้วยซ้ำ"

"กูรู้ มึงใจเย็นก่อน"

"พี่เชื่อผมไหม"

ปลายสายเงียบไปอีกครั้ง ความเงียบนั้นยาวนานเพียงไม่กี่วินาที แต่สำหรับธันวากลับเหมือนนานหลายนาที

"กูเชื่อว่ามึงในตอนนี้ไม่ใช่คนแบบนั้น"

ธันวาหลับตาลง คำตอบนั้นไม่ใช่การปฏิเสธภาพอนาคต เบสเชื่อเพียงว่าธันวาในตอนนี้ยังไม่ใช่ราชันอสูร แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่มีวันกลายเป็น

"ขอบคุณครับ"

"อย่าเพิ่งวางสาย มึงอยู่ตรงไหน"

สัญญาณขาดหายกะทันหัน หน้าจอโทรศัพท์มืดลง แบตเตอรี่หมดเพราะการแจ้งเตือนและการใช้งานต่อเนื่อง ธันวาพยายามกดเปิดเครื่องอีกครั้งแต่ไม่มีผล เขาไม่มีทางติดต่อแม่ ไม่มีทางรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้าน จึงทำได้เพียงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ระหว่างทางเขาเห็นจอขนาดใหญ่หน้าร้านเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังถ่ายทอดข่าวจากต่างประเทศ ภาพผู้นำหลายประเทศประชุมฉุกเฉิน ผู้เชี่ยวชาญทางศาสนาและนักวิทยาศาสตร์ถูกเชิญมาวิเคราะห์เหตุการณ์ ผู้คนออกมาชุมนุมตามเมืองต่าง ๆ บ้างสวดภาวนา บ้างร้องเรียกรัฐบาลให้กำจัดบุคคลในนิมิตก่อนจะสายเกินไป มีการตั้งรางวัลนำจับอย่างไม่เป็นทางการในเครือข่ายออนไลน์ และมีคนโพสต์ประกาศว่าผู้ใดสังหารราชันอสูรได้จะเป็นวีรบุรุษของมนุษยชาติ ธันวาไม่หยุดดู เขาวิ่งต่อทั้งที่ขาเริ่มอ่อนแรง

ภาพของแม่ปรากฏขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม่ป่วยจนแทบลุกจากเตียงไม่ได้ หากมีฝูงชนไปล้อมบ้าน นางคงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ห้านาทีต่อมา เขาได้ยินเสียงตะโกนและเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากปลายซอย แสงสีแดงกับสีน้ำเงินสะท้อนบนผนังบ้าน ผู้คนจำนวนมากกำลังรวมตัวกันอยู่ด้านหน้า ธันวาชะลอฝีเท้าแล้วหลบอยู่หลังรถกระบะเก่าคันหนึ่ง จากจุดนั้นเขามองเห็นบ้านเช่าของตนอยู่ไกลออกไป บ้านชั้นเดียวหลังเล็กถูกล้อมด้วยผู้คนหลายร้อยคน บางคนเป็นชาวบ้านในละแวกเดียวกัน บางคนเดินทางมาจากที่อื่นหลังเห็นข่าว หลายคนถือโทรศัพท์ หลายคนตะโกนด่าทอ และบางคนถือไม้หรือของแข็งไว้ในมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายตั้งแนวกั้นอยู่หน้าบ้าน พยายามผลักฝูงชนไม่ให้เข้าใกล้ ประตูบ้านปิดสนิท แต่หน้าต่างยังมีแสงจากโทรทัศน์ส่องออกมา ธันวารู้ทันทีว่าแม่อยู่ข้างใน เสียงตะโกนดังขึ้นจากฝูงชน

"ส่งตัวมันออกมา"

"อย่าให้ราชันอสูรหนีไปได้"

"ฆ่ามันตอนนี้แล้วโลกจะรอด"

"คนในบ้านเป็นแม่มัน ต้องรู้แน่ว่ามันอยู่ไหน"

ธันวากัดฟันแน่น คำพูดสุดท้ายทำให้เขาแทบพุ่งออกไปทันที แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง

"ขอให้ทุกคนถอยออกจากพื้นที่ ห้ามบุกรุกที่พักอาศัย ห้ามใช้ความรุนแรง เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบ"

ฝูงชนไม่ได้สงบลง กลับมีคนขว้างขวดน้ำเข้าใส่แนวกั้น เสียงโห่ร้องดังขึ้น ตำรวจยกโล่ป้องกันและขยับแถวแน่นขึ้น ธันวาพยายามคิดหาทางเข้าบ้านจากด้านหลัง มีทางเดินแคบติดกำแพงที่เชื่อมกับลานซักผ้า หากเขาอ้อมผ่านบ้านข้างเคียงอาจเข้าไปได้โดยไม่มีใครเห็น เขาก้มตัวและเคลื่อนผ่านเงามืด แต่ยังไม่ทันไปถึงทางเดิน เสียงกระจกแตกก็ดังขึ้นจากบ้านของเขา ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกขว้างผ่านหน้าต่างเข้าไปด้านใน ธันวาหยุดหายใจ จากนั้นเสียงกรีดร้องของแม่ก็ดังแว่วมาจากในบ้าน แม้จะเบาและถูกเสียงฝูงชนกลบเกือบหมด แต่เขาจำได้ทันที

"แม่"

ธันวาพุ่งออกจากที่ซ่อนโดยไม่สนใจอะไรอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายเห็นเขาก่อน เขายังวิ่งไปไม่ถึงแนวกั้น ทั้งคู่ก็ชักอาวุธขึ้นพร้อมตะโกน

"หยุดอยู่ตรงนั้น ยกมือขึ้น"

ฝูงชนหันมองตามเสียง และในวินาทีต่อมา ความวุ่นวายทั้งหมดก็เงียบลง ผู้คนหลายร้อยคนเห็นใบหน้าของธันวาใต้แสงไฟถนน บางคนถอยหนี บางคนยกโทรศัพท์ขึ้น บางคนกรีดร้องชื่อราชันอสูร ธันวาหยุดอยู่กลางซอย เขามองผ่านแนวตำรวจไปยังบ้านของตัวเองและเห็นม่านหน้าต่างขยับ แม่ของเขายืนอยู่ตรงนั้นโดยใช้มือพยุงกรอบหน้าต่าง ใบหน้าซีดขาวเต็มไปด้วยความตกใจ โทรทัศน์ด้านหลังยังฉายรูปของธันวาพร้อมข้อมูลส่วนตัวทุกอย่าง นางจ้องลูกชายราวกับไม่รู้ว่าควรเชื่อสายตาตนเองหรือภาพในข่าว ธันวารู้สึกเจ็บปวดกว่าสายตาของคนทั้งโลก เพราะแม้แต่แม่ก็หวาดกลัว

"แม่ ผมเอง"

แม่ยกมือปิดปาก น้ำตาไหลลงมาตามแก้ม

"ธันวา ภาพนั้นคืออะไร ลูกอยู่ในภาพได้ยังไง"

"ผมไม่รู้ ผมไม่รู้จริง ๆ"

"ข่าวบอกว่าลูกจะทำลายโลก"

"ผมไม่ได้ทำ ผมเพิ่งเลิกงาน ผมซื้อยามาให้แม่ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย"

ธันวายกถุงยาในมือขึ้น กล่องยาด้านในบุบและเปื้อนฝุ่นจากการตกบนถนน ภาพเด็กหนุ่มที่ยืนท่ามกลางตำรวจพร้อมถุงยาในมือแตกต่างจากราชันอสูรในนิมิตจนแทบเป็นคนละคน แต่ไม่มีใครกล้าเชื่อสิ่งที่ตาเห็นในปัจจุบันมากกว่าภาพของอนาคต ชายคนหนึ่งในฝูงชนตะโกนขึ้น

"อย่าหลงกลมัน มันคือปีศาจ"

เสียงอื่นดังตามมา

"จับมันไว้"

"ยิงมันเลย"

ตำรวจหลายคนหันอาวุธมาทางธันวา เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งเดินออกมาด้านหน้า เขาสวมเสื้อเกราะและถือวิทยุสื่อสาร สีหน้าเคร่งเครียดแต่พยายามควบคุมน้ำเสียง

"ธันวา ศิริภพ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะและคุกเข่าลง เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวคุณไปสอบสวน"

"แม่ผมป่วย ขอให้ผมเข้าไปดูแม่ก่อน"

"ทำตามคำสั่งเดี๋ยวนี้"

"ยาของแม่อยู่กับผม เธอต้องกินยาตามเวลา"

"วางถุงลงและคุกเข่า"

ธันวาหันมองแม่ นางส่ายหน้าอย่างตื่นตระหนกแล้วพยายามเปิดประตูบ้าน แต่ตำรวจที่ยืนใกล้ประตูห้ามไว้ ธันวารู้ดีว่าหากต่อต้าน สถานการณ์จะเลวร้ายลง เขาค่อย ๆ วางถุงยาลงบนพื้น แล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ฝูงชนส่งเสียงโห่ร้อง บางคนดีใจที่จับตัวเขาได้ บางคนยังเรียกร้องให้สังหารทันที ธันวาคุกเข่าลงช้า ๆ สายตายังคงมองแม่

"แม่ไม่ต้องกลัวนะ ผมไม่ได้เป็นอะไร ผมจะกลับมา"

แม่ร้องไห้และส่ายหน้า

"อย่าเอาลูกฉันไป เขาไม่เคยทำร้ายใคร เขาดูแลฉันมาตลอด"

คำพูดของนางไม่ได้ทำให้ฝูงชนสงบลง กลับมีคนตะโกนสวนทันที

"ตอนนี้มันยังไม่ทำ แต่อนาคตมันฆ่าทุกคน"

เจ้าหน้าที่สองนายเดินเข้าหาธันวาพร้อมกุญแจมือ พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ร้ายที่อาจพุ่งโจมตีได้ทุกเมื่อ ธันวาไม่ขยับ เขามองถุงยาที่วางอยู่บนพื้นและคิดเพียงว่าแม่ต้องกินยาคืนนี้ แต่ก่อนเจ้าหน้าที่จะถึงตัว เสียงเครื่องยนต์หนักก็ดังขึ้นจากปากซอย แสงไฟสีขาวหลายดวงสาดเข้ามาจนผู้คนต้องยกมือบังตา เสียงประกาศผ่านลำโพงดังสนั่น บอกให้ตำรวจเปิดทาง รถหุ้มเกราะสีเข้มหลายคันเคลื่อนเข้ามาช้า ๆ ตามด้วยรถบรรทุกทหารที่เต็มไปด้วยกำลังพลในชุดปฏิบัติการ อาวุธครบมือ ปลายกระบอกปืนจำนวนมากหันออกด้านข้าง ฝูงชนแตกฮือและรีบหลบทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ นายตำรวจที่กำลังสั่งการหยิบวิทยุขึ้นมาสอบถาม แต่ไม่มีใครตอบ ขบวนรถทหารหยุดตรงหน้าแนวกั้น ประตูรถหุ้มเกราะคันแรกเปิดออก ชายร่างสูงในเครื่องแบบสีดำก้าวลงมา บนบ่าของเขาไม่มีเครื่องหมายหน่วยงานที่ธันวารู้จัก ใบหน้าของชายคนนั้นไร้อารมณ์ ดวงตาจับจ้องตรงมายังเด็กหนุ่มที่คุกเข่าอยู่กลางถนน ทหารทั้งหมดลงจากรถพร้อมกันและกระจายกำลังเข้าควบคุมพื้นที่อย่างรวดเร็ว ชายชุดดำเดินผ่านแนวตำรวจเข้ามาหยุดเบื้องหน้าธันวา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"เป้าหมายได้รับการยืนยันแล้ว นำตัวราชันอสูรไป"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status