Home / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 22 ก่อนวันที่เจ็ด

Share

ตอนที่ 22 ก่อนวันที่เจ็ด

last update publish date: 2026-07-24 06:00:44

ตอนที่ 22 ก่อนวันที่เจ็ด

เสียงพัดลมระบายอากาศเก่าหมุนครางอยู่เหนือห้องเก็บหลักฐานใต้สถานีตำรวจร้าง กลิ่นฝุ่น กระดาษชื้น และน้ำมันเครื่องเกาะอยู่ในอากาศ ไฟสำรองส่องแสงสีเหลืองกระพริบเป็นระยะ ขณะที่ทุกคนยืนล้อมโต๊ะไม้ซึ่งเต็มไปด้วยแผนที่ เอกสารจากสถาบันอรุณ ภาพถ่ายดาวเทียม และอุปกรณ์สื่อสารหลายชนิด กฤตภาสเพิ่งถอดรหัสข้อความลับซึ่งถูกส่งมาจากเครื่องของดร.ภาคิน ข้อความมีเพียงสามบรรทัด แต่ทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง มาลินีกับพิมพ์ชนกถูกหน่วยของศาสตราจารย์อคินจับตัวไปแล้ว ทั้งสองถูกนำไปยังศูนย์ควบคุมใต้เมืองหลวง ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่กำลังเตรียมเปิดประตูอรุณอีกครั้ง เวลาที่ระบุในข้อมูลคือเที่ยงคืนของวันที่เจ็ดนับจากคืนที่คนทั้งโลกเห็นนิมิต และจากเวลาบนหน้าจอ ตอนนี้เหลืออีกเพียงหนึ่งวันกับสิบหกชั่วโมง กฤตภาสเลื่อนภาพแปลนอาคารขึ้นกลางโต๊ะ ศูนย์ควบคุมตั้งอยู่ใต้หอประชุมแห่งสหประชาชาติภูมิภาคซึ่งรัฐบาลใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมฉุกเฉินเรื่องศัตรูของมนุษยชาติ พื้นที่เหนือดินเต็มไปด้วยทหาร สื่อมวลชน และตัวแทนจากหลายประเทศ ส่วนใต้ดินเป็นฐานทดลองเก่าที่ไม่มีชื่ออยู่ในแผนที่สาธารณะ หากข้อมูลของดร.ภาคินถูกต้อง ศาสตราจารย์อคินไม่ได้เพียงจับมาลินีไปเป็นตัวประกัน แต่ต้องการใช้เธอเป็นกุญแจทางจิตใจบังคับให้ธันวาเปิดประตูอรุณด้วยตัวเอง ชาญยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะ เมธากำลังตรวจเส้นทางระบายน้ำ ข้าวฟ่างกับแม่ถูกพาไปพักในห้องด้านในพร้อมผู้ลี้ภัยคนอื่น ทว่าหลายคนยังไม่ยอมนอน เพราะทุกคนรู้ว่าการตัดสินใจคืนนี้อาจกำหนดว่าใครจะมีชีวิตถึงวันพรุ่งนี้

ธันวาจ้องภาพแม่ซึ่งถูกบันทึกจากกล้องรักษาความปลอดภัย มาลินีนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็ก มือทั้งสองถูกมัด ใบหน้ามีรอยช้ำ แต่ยังลืมตาและพยายามมองตรงไปยังกล้องเหมือนรู้ว่าลูกชายอาจได้เห็นภาพนี้ พิมพ์ชนกนั่งอยู่อีกห้องหนึ่ง ศีรษะถูกครอบด้วยเครื่องอ่านคลื่นสมอง สายไฟจำนวนมากเชื่อมต่อกับผนัง ดวงตาของเธอปิดสนิท แต่เลือดไหลจากจมูกลงถึงคาง ภาพทุกภาพถูกส่งมาพร้อมตัวเลขนับถอยหลังสีแดง

"หนึ่งวัน สิบหกชั่วโมง"

กฤตภาสกล่าว

"หลังจากนั้น พวกมันจะเริ่มเปิดประตูอรุณ"

ธันวาถาม

"ทำไมต้องเป็นวันที่เจ็ด"

เมธาเปิดข้อมูลอีกชุด

"ในบันทึกของสถาบันเรียกมันว่ารอบความกลัวสมบูรณ์ หลังนิมิตถูกส่งออกไป ความหวาดกลัวของมนุษย์จะเพิ่มขึ้นเป็นระลอก พอถึงวันที่เจ็ด คลื่นอารมณ์รวมจะสูงพอเชื่อมกับแกนพลังในตัวนาย"

ชาญขมวดคิ้ว

"แปลว่าความกลัวของคนทั้งโลกกำลังกลายเป็นพลังงาน"

กฤตภาสพยักหน้า

"และสื่อกำลังเร่งมัน ทุกข่าวที่บอกว่าธันวาเป็นปีศาจ ทุกภาพตัดต่อ ทุกประกาศเตือนภัย ล้วนทำให้ผู้คนกลัวมากขึ้น"

ธันวาก้มมองเส้นสีดำใต้แขน มันเข้มขึ้นกว่าคืนก่อนและกำลังขยับตามจังหวะหัวใจ แม้เขาไม่ได้ใช้พลัง ความหวาดกลัวจากโลกภายนอกยังคงไหลเข้ามาไม่หยุด ทุกวินาทีมีคนกำลังมองภาพเขาบนจอ มีคนสาปแช่ง มีคนภาวนาให้เขาถูกฆ่า และมีคนเชื่อว่าหากปล่อยให้เขามีชีวิตถึงวันที่เจ็ด โลกจะล่มสลาย เสียงในหัวซึ่งเคยกระซิบอยู่ไกลเริ่มชัดขึ้นอีกครั้ง

"พวกมันกำลังเรียกเจ้า"

ธันวากำมือ

"ประตูจะเปิด ไม่ว่าเจ้าจะยอมหรือไม่"

กฤตภาสสังเกตสีหน้าเขา

"เสียงพูดอะไร"

"มันบอกว่าประตูจะเปิดแน่"

"อย่าเชื่อมัน"

"ผมไม่ได้เชื่อ"

แม้ตอบเช่นนั้น แต่ธันวารู้สึกได้ว่าบางส่วนในตัวกำลังตอบสนองต่อเวลานับถอยหลัง เหมือนเลือด กระดูก และเงาทุกส่วนจำบางสิ่งซึ่งสมองถูกลบออกไปแล้ว เขาเห็นภาพวูบผ่านในหัว ห้องทดลองสีขาว เด็กคนหนึ่งถูกวางกลางวงแหวน แสงดำทะลักออกจากร่าง และเสียงศาสตราจารย์อคินพูดว่า วันที่เจ็ดคือวันที่ประตูจะจำเจ้าของ ธันวาสะบัดศีรษะ ภาพนั้นหายไป แต่ความเย็นยังเกาะอยู่ในอก

ประตูห้องด้านหลังเปิดออก ข้าวฟ่างเดินเข้ามาพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง เธอวางภาพวาดบนโต๊ะ เป็นรูปธันวาจับมือมาลินีอยู่ใต้ดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ รอบตัวมีคนหลายคนยืนเป็นวง ชายชราคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นชาญถือไม้เท้า กฤตภาสสวมเสื้อธรรมดา และพิมพ์ชนกยืนอยู่ข้างธันวา

"หนูวาดให้"

ธันวาก้มมองภาพ

"ทำไมแม่ของพี่อยู่ตรงกลาง"

"เพราะพวกเราจะไปพากลับมา"

คำพูดเรียบง่ายของเด็กหญิงทำให้คนรอบโต๊ะเงียบ ข้าวฟ่างไม่รู้ว่าศูนย์ควบคุมมีทหารกี่พันคน ไม่รู้เรื่องประตูอรุณหรือความกลัวระดับโลก เธอเพียงรู้ว่ามีแม่คนหนึ่งถูกจับ และคนที่รักแม่ต้องไปช่วย

ธันวาพับภาพอย่างระมัดระวังแล้วเก็บไว้ในเสื้อ

"ขอบใจ"

ข้าวฟ่างถาม

"พี่จะพากลับมาได้ไหม"

ธันวาไม่ตอบทันที เขาเคยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้ความหวังซึ่งรักษาไม่ได้ แต่เมื่อมองดวงตาของเด็กหญิง เขาก็ไม่อยากตอบด้วยความสิ้นหวัง

"พี่จะพยายามจนถึงที่สุด"

ข้าวฟ่างพยักหน้า

"งั้นหนูเชื่อ"

แม่ของข้าวฟ่างรีบตามเข้ามาพาเธอกลับไปพัก เมื่อประตูปิด กฤตภาสชี้แผนที่

"เรามีทางเข้าอยู่สามทาง ทางแรกผ่านอาคารประชุม เป็นไปไม่ได้ ทางที่สองคืออุโมงค์รถไฟเก่า แต่ถูกปิดด้วยประตูตรวจพลัง ทางที่สามคือระบบระบายน้ำใต้แม่น้ำ ข้อมูลไม่สมบูรณ์และอาจถูกน้ำท่วม"

ชาญถาม

"คนธรรมดาผ่านได้ไหม"

"ผ่านได้ถ้าเครื่องสูบน้ำยังทำงาน"

เมธาตอบ

"ถ้าไม่ทำงาน เราอาจจมน้ำก่อนถึงครึ่งทาง"

ธันวาพูด

"ผมจะไปทางรถไฟ"

กฤตภาสส่ายหน้า

"เครื่องตรวจพลังจะเจอนายตั้งแต่ระยะหลายร้อยเมตร"

"งั้นผมจะให้มันเจอ"

ทุกคนหันมอง

ธันวาชี้ทางเข้าอาคารประชุม

"พวกมันต้องการผมอยู่แล้ว ผมจะปรากฏตัวด้านหน้า ดึงกองกำลังทั้งหมดไปทางนั้น ระหว่างนั้นพวกคุณใช้ทางระบายน้ำเข้าไปช่วยแม่กับพิมพ์ชนก"

กฤตภาสปฏิเสธทันที

"ไม่ได้"

"นี่เป็นทางที่มีโอกาสมากที่สุด"

"นายจะถูกจับก่อนพวกเราเข้าถึงห้องกักตัว"

"ผมถ่วงได้"

"ศาสตราจารย์อคินต้องการให้นายเข้าไปอยู่แล้ว การเดินเข้าไปหาเขาคือสิ่งที่เขารอ"

ธันวาสบตา

"แล้วคุณมีแผนที่ดีกว่าหรือ"

กฤตภาสเงียบไป ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงพัดลมเก่าและจังหวะนับถอยหลังบนหน้าจอ เมธาเลื่อนภาพโครงสร้างใต้ดินและพบช่องทางแคบเชื่อมระหว่างอุโมงค์รถไฟกับระบบสายไฟ หากปิดเครื่องตรวจพลังจากภายใน ธันวาอาจเข้าไปโดยไม่ต้องเปิดเผยตัว แต่ต้องมีคนแทรกซึมศูนย์ควบคุมก่อน ชาญเสนอให้ตนกับผู้ลี้ภัยบางคนสร้างเหตุประท้วงด้านนอกเพื่อดึงความสนใจ กฤตภาสคัดค้านเพราะข่าวประกาศใบหน้าของพวกเขาไปทั่วแล้ว ทว่าชาญหัวเราะและบอกว่าผู้ลี้ภัยจำนวนมากไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบ พวกเขาสามารถปะปนกับประชาชนซึ่งจะมารวมตัวในวันประชุมได้

"เราไม่ต้องต่อสู้"

ชาญกล่าว

"แค่ทำให้คนมองไปอีกทาง"

ธันวาส่ายหน้า

"ผมไม่ให้พวกคุณเสี่ยง"

ชาญถอนหายใจ

"กลับมาอีกแล้ว"

"ครั้งนี้แม่ของผมถูกจับ ไม่เกี่ยวกับพวกคุณ"

"ศูนย์นั้นอาจเป็นต้นเหตุของนิมิตซึ่งทำลายชีวิตทุกคนในค่าย จะบอกว่าไม่เกี่ยวได้อย่างไร"

หญิงชราเดินออกมาจากมุมห้องโดยไม่มีใครสังเกตว่าเธอฟังอยู่นานแล้ว

"บ้านฉันถูกเผาเพราะคนกลัวนิมิต หลานฉันถูกจับเพราะมีพลังเล็กน้อย เรื่องนี้เกี่ยวกับฉันตั้งแต่วินาทีแรก"

เมธาวางเครื่องมือบนโต๊ะ

"เอกภพตายเพื่อให้เรามาถึงตรงนี้ ถ้าเราหยุดเพราะกลัว เขาก็คงด่าเราจากอีกโลก"

กฤตภาสมองทุกคน ก่อนถอนหายใจและเริ่มจัดแผนใหม่ แผนแบ่งออกเป็นสามส่วน ชาญจะนำผู้ลี้ภัยที่สมัครใจเข้าเมืองในฐานะคนพลัดถิ่นและกระจายข่าวเรื่องผู้รอดชีวิตจากค่าย เพื่อดึงสื่ออิสระเข้ามาใกล้สถานที่ประชุม เมธาจะเข้าไปกับทีมบำรุงรักษาปลอม ปิดระบบสูบน้ำและเปิดทางระบายน้ำ กฤตภาสจะใช้รหัสเก่าของตำรวจเข้าถึงเครือข่ายรักษาความปลอดภัย ส่วนธันวาจะรอในอุโมงค์รถไฟจนเครื่องตรวจพลังถูกปิด จากนั้นจึงเข้าไปช่วยมาลินีและพิมพ์ชนก ทุกคนรู้ว่าแผนมีช่องโหว่มากมาย หากรหัสถูกเปลี่ยน หากเมธาถูกตรวจพบ หรือหากสื่อไม่สนใจผู้ลี้ภัย ทุกอย่างจะพัง แต่เวลาที่เหลือไม่อนุญาตให้หาแผนสมบูรณ์

ระหว่างที่ทุกคนกำลังเตรียมอุปกรณ์ เครื่องสื่อสารบนโต๊ะส่งเสียงเตือน หน้าจอปรากฏคลื่นแปลกซึ่งไม่ตรงกับช่องใด กฤตภาสยกปืนขึ้นโดยอัตโนมัติ เมธารีบตัดเครือข่าย แต่ภาพหนึ่งปรากฏก่อนระบบจะปิด พิมพ์ชนกนั่งอยู่ในห้องทดลอง ดวงตาเปิดขึ้นช้า ๆ สีหน้าของเธอซีดขาว กล้องถูกตั้งตรงหน้าเหมือนอีกฝ่ายจงใจให้เธอส่งข้อความ

"ธันวา"

เขาพุ่งเข้าไปหาจอ

"พิมพ์ชนก"

เธอหายใจแรง เสียงรบกวนดังแทรก แต่ยังฟังได้ชัด

"อย่ามา"

"เธออยู่ไหน แม่อยู่กับเธอหรือเปล่า"

"แม่ของนายยังมีชีวิต"

ธันวากำขอบโต๊ะ

"ผมจะไปช่วย"

พิมพ์ชนกหลับตา น้ำตาไหลจากหางตา

"อย่ามา ที่นี่คือกับดัก"

"ผมรู้"

"นายไม่รู้ทั้งหมด"

เธอหันมองบางสิ่งนอกกล้อง ก่อนพูดเร็วขึ้น

"ฉันเห็นเส้นเวลาแล้ว ทุกเส้นที่นายเข้ามาในศูนย์นี้ ประตูอรุณจะเปิด"

กฤตภาสถาม

"มีเส้นทางที่ช่วยมาลินีโดยธันวาไม่เข้าไปไหม"

พิมพ์ชนกนิ่งไป

"ไม่มี"

ธันวารู้สึกเหมือนอากาศในห้องหายไป

"งั้นผมยิ่งต้องเข้าไป"

พิมพ์ชนกส่ายหน้า

"ถ้านายมา โลกจะเข้าสู่เส้นเวลาของราชาปีศาจ"

"ถ้าผมไม่ไป แม่จะตาย"

"ถ้านายมา คนมากกว่านั้นจะตาย"

คำพูดของเธอแทงลึก ชาญกับเมธาเงียบ ไม่มีใครกล้าพูดแทรก ธันวาจ้องใบหน้าพิมพ์ชนกผ่านจอ เขาเห็นความหวาดกลัวซึ่งไม่เคยเห็นจากเธอมาก่อน หญิงสาวผู้มองเห็นอนาคตหลายเส้นกำลังบอกว่าไม่มีเส้นใดรอด

"เธอเห็นแม่ตายหรือ"

พิมพ์ชนกกัดริมฝีปาก

"ฉันเห็นทุกทาง"

"ตอบผม"

"ถ้านายไม่มา มาลินีจะถูกฆ่าก่อนเที่ยงคืน"

ธันวาหลับตา

"แล้วถ้าผมมา"

"ประตูเปิด"

"แม่รอดไหม"

พิมพ์ชนกไม่ตอบ ความเงียบของเธอคือคำตอบที่โหดร้ายกว่าเสียงใด บางเส้นแม่อาจรอด บางเส้นอาจไม่ แต่หายนะยังเกิดขึ้นทุกครั้ง ธันวาหายใจเข้าลึก

"ผมจะหาทางอื่น"

พิมพ์ชนกมองเขาด้วยน้ำตา

"ไม่มีทางอื่น"

"เธอเคยบอกว่านิมิตเป็นเพียงหนึ่งในหลายเส้นเวลา"

"ครั้งนี้ฉันเห็นทั้งหมดที่เข้าถึงได้"

"อาจมีเส้นที่เธอยังไม่เห็น"

"ธันวา"

เสียงของเธอสั่น

"ยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้"

ประโยคนั้นทำให้เงาสีดำรอบเท้าธันวาพุ่งขึ้นทันที ไฟในห้องกะพริบ กระดาษบนโต๊ะปลิวกระจาย เสียงในหัวหัวเราะดังราวกับรอคำนี้

"ได้ยินหรือยัง แม้แต่ผู้เห็นอนาคตก็ยอมแพ้"

ธันวากัดฟันและกดพลังกลับ เขาไม่โกรธพิมพ์ชนก เขาโกรธโชคชะตาซึ่งพยายามบังคับให้เลือกระหว่างแม่กับโลก โกรธคนที่สร้างสถานการณ์นี้ และโกรธตัวเองที่ยังไม่แข็งแกร่งพอจะฉีกทางเลือกทั้งหมดทิ้ง

"ผมไม่เชื่อ"

พิมพ์ชนกสะอื้น

"ฉันไม่อยากให้ใครตาย"

"ผมก็ไม่อยาก"

"งั้นอย่ามา"

"ผมทำไม่ได้"

"นายกำลังจะกลายเป็นสิ่งที่พวกมันต้องการ"

ธันวายกมือแตะจอราวกับสัมผัสเธอได้

"ผมอาจกลายเป็น แต่ตราบใดที่ผมยังเลือกอยู่ ผมยังไม่ใช่มัน"

พิมพ์ชนกมองเขา

"ฉันเห็นนายยืนอยู่เหนือซากเมือง"

"เธอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่รู้ไหมว่าทำไมผมถึงยืนอยู่ตรงนั้น"

เธอนิ่ง

"บางทีผมอาจไม่ได้เป็นคนทำลายมัน บางทีผมอาจกำลังหยุดบางอย่าง หรือบางทีภาพที่เธอเห็นอาจถูกตัดก่อนผมเลือกในวินาทีสุดท้าย"

"ฉันกลัว"

ธันวาตอบด้วยเสียงอ่อนลง

"ผมก็กลัว"

"ถ้านายแพ้เสียงนั้นล่ะ"

"งั้นช่วยเรียกผมกลับมา"

พิมพ์ชนกน้ำตาไหลมากขึ้น สัญญาณเริ่มแตก ภาพของเธอบิดเบี้ยว เสียงหนึ่งดังจากด้านหลัง เป็นเสียงชายชราซึ่งธันวาไม่เคยลืม ศาสตราจารย์อคิน

"คำสนทนาน่าประทับใจมาก"

พิมพ์ชนกหันไปด้านข้างด้วยความตกใจ กล้องเคลื่อนเล็กน้อย เผยเงาชายสวมเสื้อคลุมสีขาวยืนหลังเธอ

"ศาสตราจารย์อคิน"

ธันวาพูด

ชายในจอยิ้ม

"ในที่สุดตัวทดลองหมายเลขศูนย์ก็เรียกชื่อข้าได้"

"ปล่อยพวกเธอ"

"ก่อนวันที่เจ็ดมาถึง เจ้าจะเดินเข้ามาหาข้าด้วยตัวเอง"

"ถ้าคุณแตะแม่ผม"

"เจ้าจะทำอะไร ฆ่าข้าหรือ"

แววตาธันวาเปลี่ยนเป็นสีดำชั่วขณะ เสียงในหัวกระซิบอย่างยินดี แต่เขาควบคุมมันไว้

"ผมจะหยุดคุณ"

ศาสตราจารย์อคินหัวเราะ

"เจ้าพยายามหยุดโชคชะตามาตลอด และทุกก้าวกลับพาเจ้าเข้าหาข้ามากขึ้น คนที่ช่วยเจ้าตาย คนที่รักเจ้าถูกจับ โลกเรียกเจ้าว่าปีศาจ และอีกไม่กี่ชั่วโมงเจ้าจะใช้พลังบุกศูนย์กลางมนุษยชาติ ภาพนิมิตกำลังสมบูรณ์ด้วยมือของเจ้าเอง"

ธันวาจ้องเขา

"ถ้าคุณมั่นใจว่าทุกอย่างเปลี่ยนไม่ได้ ทำไมต้องบงการมากมาย"

รอยยิ้มของอคินชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที

"อะไรนะ"

"ถ้าอนาคตถูกกำหนดจริง คุณไม่ต้องฆ่าคน ไม่ต้องบิดเบือนข่าว และไม่ต้องจับแม่ผม คุณทำทั้งหมดนี้เพราะกลัวว่าผมจะไม่กลายเป็นสิ่งที่คุณต้องการ"

คนในห้องเงียบสนิท กฤตภาสมองธันวาด้วยแววตาเปลี่ยนไป พิมพ์ชนกเองก็เบิกตา ราวกับคำพูดนี้เปิดรอยแยกในภาพอนาคตซึ่งเธอคิดว่าปิดตาย

ธันวากล่าวต่อ

"คุณไม่ได้รู้อนาคต คุณแค่พยายามบังคับมัน"

ใบหน้าอคินเย็นลง

"แล้วเราจะได้เห็นกันในวันที่เจ็ด"

สัญญาณถูกตัด จอกลับเป็นสีดำ เสียงพัดลมดังขึ้นอีกครั้ง ธันวายังคงยืนแตะหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาหาทุกคน

กฤตภาสถาม

"ยังจะไปหรือ"

"ไป"

"แม้พิมพ์ชนกบอกว่าทุกเส้นล้มเหลว"

"เธอเห็นเส้นที่เกิดจากข้อมูลและทางเลือกซึ่งมีตอนนี้"

เมธาถาม

"นายคิดจะสร้างทางเลือกใหม่หรือ"

ธันวาพยักหน้า

"อคินต้องการให้ผมเข้าไปด้วยความโกรธ ต้องการให้ผมใช้พลังจนประตูเปิด งั้นผมจะเข้าไปโดยไม่ใช้พลังเกินจำเป็น"

ชาญมองเส้นดำบนแขนเขา

"ทำได้หรือ"

"ยังไม่รู้"

กฤตภาสถาม

"แล้วถ้าเครื่องตรวจพลังจับได้"

"ปิดมันก่อนผมถึง"

"ถ้าปิดไม่ได้"

"ผมจะหาทางผ่าน"

"ถ้าพวกมันขู่ฆ่าแม่ต่อหน้า"

ธันวานิ่งไป ความมืดใต้เท้าไหวเล็กน้อย

"ผมจะไม่ยอมให้ความกลัวเลือกแทนผม"

กฤตภาสจ้องเขานาน ก่อนพยักหน้า

"งั้นเราจะเตรียมทางเลือกให้มากที่สุด"

ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง เมธาแยกอุปกรณ์ระเบิดแรงต่ำสำหรับเปิดช่องระบายน้ำ กฤตภาสปลอมบัตรเจ้าหน้าที่ ชาญเลือกผู้ลี้ภัยที่สมัครใจเข้าร่วมและย้ำว่าไม่มีใรถูกบังคับ หญิงชราเตรียมเสื้อผ้าให้ทุกคนปลอมเป็นแรงงานทำความสะอาด แม่ของข้าวฟ่างช่วยทำแผล ส่วนข้าวฟ่างนั่งตัดเชือกเป็นท่อนสั้นแล้วแจกให้ผู้ที่ออกเดินทาง

"เอาไว้ไม่ให้หลง"

เธอบอก

เมื่อเด็กหญิงยื่นเชือกให้ธันวา เขารับมาและผูกไว้ข้างเส้นเดิม

"คราวนี้พี่ต้องกลับมา"

ธันวาก้มมองเธอ

"พี่จะกลับมาให้ได้"

นี่เป็นคำสัญญาที่เขาไม่แน่ใจว่าจะรักษาได้ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้พูดเพราะต้องการปลอบ เขาพูดเพราะตัดสินใจว่าจะต่อสู้เพื่อทำให้มันเป็นจริง

เวลาผ่านไปจนเหลือหนึ่งวันกับห้าชั่วโมงก่อนวันที่เจ็ด กฤตภาสส่งข่าวปลอมไปยังเครือข่ายราชการว่าพบธันวาทางชายแดนตะวันตก หวังดึงกำลังบางส่วนออกจากเมือง เมธาทดลองเครื่องตัดสัญญาณ ชาญซ้อมเส้นทางอพยพหากแผนล้มเหลว ส่วนธันวานั่งอยู่คนเดียวในห้องขังเก่าของสถานี เขาวางมือบนพื้นและเรียกเงาดำออกมาทีละน้อย พยายามควบคุมรูปร่างโดยไม่ปล่อยอารมณ์ เสียงในหัวปรากฏต่อหน้าเป็นเงาของตัวเขาเอง ดวงตาดำสนิท รอยยิ้มเย็นชา

"เจ้าคิดว่าจะช่วยทุกคนได้หรือ"

ธันวาตอบ

"ไม่รู้"

"ผู้หญิงที่เห็นอนาคตบอกแล้วว่าเปลี่ยนไม่ได้"

"เธออาจผิด"

"ถ้าไม่ผิดล่ะ"

"ผมก็ยังต้องลอง"

เงาหัวเราะ

"การดิ้นรนของเจ้าคือสิ่งที่จะเปิดประตู"

"งั้นผมจะดิ้นรนในแบบที่อคินคาดไม่ถึง"

"เจ้าจะต้องเลือกระหว่างแม่กับโลก"

ธันวาหลับตา เห็นรอยยิ้มของมาลินี เห็นวันที่เธอแบ่งอาหารมื้อสุดท้ายให้เขา เห็นคืนที่นั่งเฝ้าไข้ข้างเตียง และเห็นมืออ่อนแรงซึ่งยังพยายามลูบศีรษะเขา แม้ไม่มีสายเลือดเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นคือแม่ของเขา เขาไม่ยอมปล่อยให้เธอตายเพราะคำทำนาย แต่ก็ไม่ยอมทำลายโลกเพื่อช่วยเธอเช่นกัน

"ผมจะเลือกทั้งสองอย่าง"

เสียงเงาคำราม

"เป็นไปไม่ได้"

ธันวาลืมตา

"คำว่าเป็นไปไม่ได้คือสิ่งที่คนกลัวการเปลี่ยนแปลงใช้ปิดทางเลือก"

เงาดำสั่นและแตกกระจาย ธันวาหอบหายใจ แต่พลังรอบตัวกลับสงบลง เขายังไม่ได้ชนะเสียงนั้น เพียงผลักมันกลับไปชั่วคราว ทว่าชั่วคราวก็เพียงพอสำหรับก้าวต่อไป

ก่อนออกเดินทาง ทุกคนรวมตัวในห้องโถงชั้นใต้ดิน กฤตภาสแจกอุปกรณ์สื่อสารและย้ำรหัสถอนตัว หากใครพูดคำว่าอรุณดับ ทุกคนต้องหยุดภารกิจและหนีทันที ชาญยกมือถาม

"แล้วถ้าธันวาเข้าไปแล้ว"

กฤตภาสตอบ

"เรายังต้องหนี"

ธันวาพูด

"ถูกต้อง"

ชาญมองเขา

"นายกำลังตัดสินใจแทนพวกเราอีกหรือ"

ธันวาส่ายหน้า

"ผมกำลังบอกแผน ส่วนพวกคุณจะเลือกอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของพวกคุณ"

หญิงชรายิ้ม

"เริ่มเรียนรู้แล้วนี่"

เสียงหัวเราะเบาเกิดขึ้นในห้อง แม้ความตายกำลังรออยู่ข้างหน้า ช่วงเวลานั้นทำให้ความตึงเครียดลดลงเล็กน้อย กฤตภาสมองนาฬิกา

"เหลือยี่สิบเก้าชั่วโมงก่อนเที่ยงคืนวันที่เจ็ด"

ธันวาสะพายกระเป๋าและเก็บภาพวาดของข้าวฟ่างไว้ใกล้หัวใจ

"พอแล้ว"

ทุกคนเริ่มเดินขึ้นบันไดออกจากสถานีร้าง รถหลายคันถูกเตรียมไว้ใต้ผ้าคลุม เส้นทางสู่เมืองหลวงเต็มไปด้วยด่านตรวจ ประกาศจับ และกล้องตรวจพลัง แต่ครั้งนี้ธันวาไม่ได้เดินเพียงลำพัง กฤตภาสนั่งหลังพวงมาลัย ชาญกับเมธาอยู่ในรถคันถัดไป ผู้ลี้ภัยซึ่งสมัครใจช่วยกระจายไปตามขบวน และคนที่เหลือจะคอยส่งข้อมูลจากฐาน ทุกคนรู้ว่าพวกเขาอาจไม่กลับมา แต่ไม่มีใครถูกลากมาด้วยความกลัว

รถเคลื่อนออกจากสถานีขณะท้องฟ้าเริ่มมืด เมฆดำรวมตัวเหนือเมืองหลวงไกลออกไป ราวกับวันที่เจ็ดกำลังรออยู่ตรงขอบฟ้า เสียงของพิมพ์ชนกยังดังซ้ำในหัวธันวา

"ยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้"

เขาไม่ได้โกรธเธอ เพราะรู้ว่าคำพูดนั้นเกิดจากความกลัวที่จะเสียทุกคน เธอเห็นอนาคตมากเกินไป เห็นความตายซ้ำจนแทบไม่มีแรงเชื่อในปาฏิหาริย์ แต่ธันวาไม่ใช่คนมองอนาคต เขาเป็นคนที่ต้องเดินเข้าไปอยู่ในนั้น และตราบใดที่วินาทีสุดท้ายยังมาไม่ถึง เขาจะไม่ยอมให้ภาพใดตัดสินว่าตนต้องทำอะไร

กฤตภาสถามขณะรถแล่นเข้าสู่ทางหลวง

"กลัวไหม"

ธันวามองแสงเมืองซึ่งส่องอยู่ไกล ๆ

"กลัว"

"คิดว่าเราจะชนะหรือ"

"ไม่รู้"

"แล้วทำไมยังไป"

ธันวากำเชือกที่ข้อมือ มองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกหน้า ดวงตายังเป็นของเขา ไม่ใช่ราชาปีศาจ ไม่ใช่ตัวทดลองหมายเลขศูนย์ และไม่ใช่ศัตรูของมนุษยชาติ

"เพราะถ้าผมยอมแพ้ตั้งแต่ก่อนวันที่เจ็ด อนาคตก็ไม่ต้องมีใครบังคับแล้ว ผมจะเป็นคนมอบมันให้พวกมันเอง"

กฤตภาสพยักหน้าและเหยียบคันเร่ง รถพุ่งผ่านความมืดไปทางเมืองหลวง ข้างหลังคือผู้คนซึ่งเลือกเดินทางมาด้วยกัน ข้างหน้าคือกับดักที่ถูกเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนนิมิตจะเริ่ม และเหนือทุกสิ่งคือตัวเลขนับถอยหลังซึ่งกำลังพาทั้งโลกเข้าสู่วันที่เจ็ด

พิมพ์ชนกบอกว่าไม่มีทางเปลี่ยน

ศาสตราจารย์อคินเชื่อว่าทุกก้าวของธันวาถูกกำหนด

โลกทั้งใบกำลังรอเห็นราชาปีศาจถือกำเนิด

แต่ธันวายังไม่ยอมแพ้

เพราะตราบใดที่เขายังมีสิทธิ์เลือก แม้เหลือเพียงหนึ่งลมหายใจ อนาคตก็ยังไม่ใช่ความจริง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status