LOGINตอนที่ 25 ภัยคุกคามหมายเลขหนึ่ง
เสียงระเบิดจากแกนประตูอรุณทำให้โครงสร้างใต้สะพานสั่นสะเทือนราวกับกำลังจะพังลงทั้งระบบ ธันวากับกฤตภาสวิ่งผ่านบันไดเหล็กซึ่งทอดลึกเข้าสู่ศูนย์ควบคุม ไฟฉุกเฉินสีแดงส่องเป็นจังหวะ เสียงประกาศเตือนดังซ้ำไปทั่วทางเดิน ขณะที่เงาดำจากทุกมุมกำลังไหลผ่านผนังและพื้นเข้าหาห้องแกนกลาง ราวกับสถานที่แห่งนี้กำลังดูดความมืดของทั้งเมืองมารวมไว้ในจุดเดียว ร่างของธันวาเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดไหลจากจมูกและมุมปาก กล้ามเนื้อทุกส่วนสั่นจากการใช้พลังยกรถบัส แต่เขายังคงวิ่งต่อ ความจริงที่ว่าเด็กทุกคนรอดชีวิตกลายเป็นสิ่งเดียวที่ค้ำจุนหัวใจเอาไว้ อนาคตเปลี่ยนได้แล้ว แม้เพียงเล็กน้อย และหากเด็กบนรถบัสรอดจากภาพนิมิต มาลินีก็ยังอาจรอดเช่นกัน เสียงพิมพ์ชนกดังผ่านเครื่องสื่อสาร บอกตำแหน่งของห้องแกนประตูด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ เธอมองเห็นเส้นเวลาใหม่แตกออกจากเส้นเดิม แต่ทุกเส้นยังเต็มไปด้วยความตาย ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือในบางภาพ ธันวาไม่ได้ยืนอยู่เหนือซากเมืองเพียงลำพัง
"เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกหน้า"
พิมพ์ชนกกล่าว
"ห้องแกนอยู่หลังประตูกันระเบิด"
กฤตภาสถาม
"มาลินีอยู่ข้างในหรือ"
"ฉันเห็นเธอ แต่ภาพไม่ชัด"
ธันวาพูด
"ยังมีชีวิตไหม"
พิมพ์ชนกเงียบไปชั่วครู่
"ตอนนี้ยังมีชีวิต"
คำตอบนั้นทำให้ธันวาเร่งฝีเท้า เขาพุ่งผ่านทางแยกและพบกำลังรักษาความปลอดภัยหลายสิบนายยืนปิดทาง ปืนทุกกระบอกหันมาหาเขา ก่อนใครจะลั่นไก กฤตภาสโยนระเบิดแสงออกไป แสงสีขาวระเบิดทั่วทางเดิน ธันวาปล่อยเงาพุ่งตามพื้น รัดข้อเท้าทหารทั้งหมดและเหวี่ยงพวกเขากระแทกกำแพง ปืนหลุดจากมือ แต่ไม่มีใครถูกฆ่า แม้เสียงในหัวจะคอยกระซิบให้เขาฉีกทุกคนเป็นชิ้น ธันวายังคงเลือกใช้พลังเท่าที่จำเป็น เขารู้ว่ากล้องทุกตัวกำลังบันทึก และทุกการเคลื่อนไหวอาจถูกตัดต่อให้กลายเป็นหลักฐานใหม่ ทว่าเขาไม่ได้ยับยั้งตัวเองเพราะกลัวภาพลักษณ์ เขายับยั้งเพราะไม่ต้องการให้คำโกหกของโลกกลายเป็นความจริงด้วยมือของตนเอง
ประตูกันระเบิดปรากฏอยู่สุดทาง เมธารออยู่ข้างแผงควบคุม เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเขม่าและเลือด เขากำลังพยายามเจาะระบบด้วยมือที่สั่น
"ประตูถูกล็อกจากด้านใน"
เมธาพูด
"เปิดได้ไหม"
ธันวาถาม
"ได้ แต่ต้องใช้เวลา"
เสียงเครื่องจักรหลังประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ วงแหวนพลังส่งเสียงต่ำจนพื้นสั่น พิมพ์ชนกตะโกนผ่านเครื่องสื่อสาร
"ไม่มีเวลาแล้ว ประตูอรุณกำลังเข้าสู่ขั้นเชื่อมต่อ"
กฤตภาสยกปืนยิงใส่กลอน แต่กระสุนสะท้อนออก
"ถอย"
ธันวาพูด
เขาวางมือบนบานประตู เงาดำไหลออกจากฝ่ามือและแทรกเข้าไปตามรอยต่อ โลหะหนาหลายชั้นส่งเสียงบิดงอ พลังจำนวนมากไหลเข้ามาจากทั่วเมืองจนเส้นสีดำใต้ผิวของเขาเปล่งแสง ดวงตากลายเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง เสียงด้านมืดหัวเราะอยู่ในหัว
"เปิดมัน แล้วกลับสู่ที่ที่เจ้าควรอยู่"
ธันวากัดฟัน
"ผมมาเอาแม่กลับ"
"นางเป็นกุญแจ"
"งั้นผมจะทำลายประตู"
"เจ้าคือประตู"
ธันวาคำรามและดึงมือออกจากกัน บานโลหะหนาถูกฉีกเปิดด้วยแรงมหาศาล แรงระเบิดพลังจากภายในพุ่งสวนออกมา ทำให้ทุกคนกระเด็นไปด้านหลัง เมื่อควันจางลง ห้องแกนขนาดมหึมาปรากฏตรงหน้า วงแหวนสีดำหลายชั้นหมุนอยู่เหนือหลุมลึก สายพลังจากเพดานเชื่อมลงมายังแท่นตรงกลาง มาลินีถูกมัดอยู่บนเก้าอี้เหนือแท่น ร่างของเธอสั่นจากกระแสไฟ สารสีดำในเส้นเลือดลามถึงลำคอ ศาสตราจารย์อคินยืนอยู่ข้างแผงควบคุมพร้อมนักวิจัยในชุดขาวจำนวนหนึ่ง ด้านหลังเขา พิมพ์ชนกถูกตรึงอยู่กับเครื่องอ่านคลื่นสมอง สายไฟหลายสิบเส้นต่อเข้าศีรษะและกระดูกสันหลัง
อคินมองธันวาด้วยรอยยิ้ม
"หมายเลขศูนย์กลับบ้านแล้ว"
ธันวาก้าวเข้าไป
"ปล่อยแม่ผม"
"นางจะเป็นอิสระทันทีที่เจ้ายืนบนแท่น"
มาลินีส่ายหน้า
"อย่ามา"
ธันวามองสารสีดำในเส้นเลือดแม่
"ผมจะเอาสารออก"
อคินหัวเราะ
"ไม่มีทางถอน มันเชื่อมกับหัวใจนางแล้ว หากตัดระบบ นางตาย หากเจ้าเข้าใกล้ ประตูเปิด"
เมธารีบเข้าถึงแผงควบคุมด้านข้าง
"เขาโกหก ต้องมีวิธี"
อคินกดปุ่มหนึ่ง สายพลังรอบมาลินีสว่างขึ้น นางร้องด้วยความเจ็บปวด ธันวาเกือบปล่อยพลังโจมตี แต่เสียงแม่ดังขึ้นก่อน
"มองแม่"
เขาหยุด
"อย่ามองเขา มองแม่"
ธันวาหายใจแรง พยายามดึงสติกลับจากความโกรธ
"แม่จะไม่ตาย"
มาลินียิ้มทั้งน้ำตา
"แม่เชื่อลูก"
อคินกล่าว
"คำพูดซาบซึ้งไม่อาจเปลี่ยนกฎของระบบ"
ธันวาหันไปมองวงแหวนเหนือหลุม เขาเห็นสายพลังจำนวนมากเชื่อมมาจากเมือง ความกลัวของผู้คนทั่วโลกกำลังหล่อเลี้ยงมัน และตัวเขาคือจุดรวม หากเขาใช้พลังมากเกินไป ประตูจะเปิด หากเขาหยุด มาลินีอาจตาย เขาหลับตาและนึกถึงเด็กบนรถบัส ในภาพนิมิตพวกเขาตาย แต่ในความจริงพวกเขารอด เพราะเขาเลือกต่างออกไป นั่นหมายความว่าระบบของอคินไม่ได้สมบูรณ์ อนาคตไม่ใช่กฎ มันเป็นเส้นทางที่ถูกบังคับให้เกิดซ้ำ
"เมธา"
ธันวาพูด
"ตัดสายส่งความกลัวจากภายนอก"
เมธามองหน้าจอ
"ถ้าตัดพร้อมกัน แกนจะระเบิด"
"ไม่ต้องพร้อมกัน ตัดทีละเขต"
กฤตภาสถาม
"แล้วแรงย้อนกลับล่ะ"
"ผมจะรับไว้"
มาลินีส่ายหน้าแรงขึ้น
"ไม่ได้"
ธันวามองแม่
"แม่เลือกมอบตัวเพื่อให้ผมหนี"
น้ำตาของมาลินีไหล
"ใช่"
"ตอนนี้ผมเลือกเองเหมือนกัน"
อคินตะโกน
"เริ่มขั้นเชื่อมต่อเต็มกำลัง"
นักวิจัยกดระบบ วงแหวนหมุนเร็วขึ้น พลังสีดำระเบิดออกจากหลุม ธันวาก้าวเข้าไปกลางห้องและปล่อยเงาคลุมแผงวงจรทั้งหมด เมธาเริ่มตัดสายส่งทีละเขต เมืองทางเหนือดับก่อน ตามด้วยฝั่งตะวันตกและย่านอุตสาหกรรม ทุกครั้งที่พื้นที่หนึ่งถูกตัด คลื่นความกลัวจำนวนมหาศาลจะย้อนกลับเข้าหาร่างธันวา เขาทรุดลง เลือดไหลออกจากปาก เสียงกรีดร้องของคนนับล้านดังอยู่ในหัว ทุกคำสาป ทุกความหวาดกลัว และทุกเสียงเรียกร้องให้เขาตายหลั่งเข้ามาพร้อมกัน
"ฆ่าพวกมัน"
เสียงด้านมืดคำราม
ธันวากำพื้นจนแตกร้าว
"ไม่"
"พวกมันเกลียดเจ้า"
"ผมรู้"
"พวกมันต้องการให้เจ้าตาย"
"ผมรู้"
"แล้วทำไมช่วย"
ธันวาเงยหน้ามองแม่
"เพราะผมไม่อยากเป็นเหมือนพวกมัน"
เมธาตัดสายเขตสุดท้าย ระบบทั้งห้องดับวูบ วงแหวนหยุดหมุนเพียงเสี้ยววินาที ก่อนแรงสะสมทั้งหมดจะระเบิดออกจากแกน ธันวาปล่อยเงารับพลังไว้ ร่างของเขาถูกยกขึ้นจากพื้น เส้นสีดำแตกกระจายทั่วผิว เงาขนาดมหึมาพุ่งทะลุเพดานขึ้นไปเหนือเมือง ผู้คนทั่วโลกเห็นภาพเดียวกับนิมิตอีกครั้ง ราชาปีศาจยืนอยู่กลางแสงดำ ขณะที่เมืองทั้งเมืองสั่นสะเทือน
อคินหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"เห็นหรือยัง ต่อให้เจ้าต่อต้าน ภาพก็ยังเกิด"
ธันวากรีดร้องและหันพลังทั้งหมดกลับเข้าหาวงแหวน
"ภาพอาจเหมือน"
เขากล่าวผ่านฟันที่กัดแน่น
"แต่คนที่เลือกความหมายคือผม"
เงาดำกระแทกวงแหวนจนแตกทีละชั้น แรงสั่นสะเทือนทำให้นักวิจัยล้มระเนระนาด กฤตภาสพุ่งเข้าหาอคิน ทั้งคู่ต่อสู้กันข้างแผงควบคุม เมธาตัดสายที่ผูกมาลินีออก พิมพ์ชนกใช้พลังผลักเครื่องอ่านคลื่นสมองจนแตก ธันวาดึงพลังส่วนสุดท้ายจากแกนและบีบมันให้ยุบเข้าหาตัวเอง หลุมดำขนาดเล็กปรากฏกลางห้อง ดูดเศษโลหะและเปลวไฟเข้าไป ก่อนจะสลายลงพร้อมเสียงระเบิดรุนแรง
เมื่อทุกอย่างสงบ วงแหวนอรุณพังลงทั้งหมด ห้องแกนเต็มไปด้วยควัน ระบบไฟดับ เหลือเพียงแสงจากรอยแตกบนเพดาน ธันวาตกลงกระแทกพื้น เขาแทบไม่รู้สึกถึงร่างกาย แต่ยังพยายามคลานไปหาแม่ เมธาปลดสายเส้นสุดท้ายและพามาลินีลงจากแท่น ธันวาเอื้อมมือไปหา
"แม่"
มาลินีพยายามยิ้ม
"ลูกทำได้"
ก่อนมือทั้งสองจะสัมผัสกัน ประตูอีกด้านเปิดออก หน่วยพิเศษจำนวนมากบุกเข้ามา อาวุธทุกกระบอกเล็งมาที่ธันวา พร้อมเสียงประกาศว่าศูนย์ควบคุมถูกโจมตีโดยภัยคุกคามระดับโลก กฤตภาสยิงตอบโต้เพื่อเปิดทางหนี เมธาพาพิมพ์ชนกไปยังช่องบำรุงรักษา ชาญส่งสัญญาณว่าทางออกฝั่งแม่น้ำยังเปิดอยู่ แต่ทหารเข้ามามากเกินไป
มาลินีถูกเจ้าหน้าที่สองคนกระชากออกจากเมธา ธันวาพยายามลุก เงาดำตอบสนองอีกครั้ง แต่ร่างกายไม่เหลือพลังพอ เขาเห็นแม่ถูกลากไปยังประตูอีกฝั่ง
"ปล่อยแม่ผม"
เจ้าหน้าที่เปิดฉากยิง กฤตภาสพุ่งเข้ามาบัง กระสุนเจาะเสื้อเกราะจนเขาล้มลง ธันวาปล่อยเงาสุดท้ายกระแทกพื้น ทำให้ทางเดินถล่ม กำแพงคอนกรีตแยกกลุ่มของเขาออกจากมาลินี ภาพสุดท้ายที่ธันวาเห็นคือแม่ยกมือมาหา ก่อนฝุ่นและเศษหินจะปิดทุกอย่าง
"แม่"
ไม่มีคำตอบ
เมธากับพิมพ์ชนกช่วยลากธันวาออกทางช่องบำรุงรักษา กฤตภาสฝืนลุกตาม แม้เลือดไหลจากสีข้าง พวกเขาหนีออกจากศูนย์ควบคุมก่อนโครงสร้างส่วนใหญ่จะถล่มลงแม่น้ำ เบื้องหลัง เสียงไซเรนดังไปทั่วเมือง และเงาดำบนท้องฟ้าค่อย ๆ จางหาย ประตูอรุณถูกหยุด แต่ภาพที่โลกเห็นกลับไม่ใช่ภาพของผู้ช่วยชีวิต ภาพถ่ายทอดสดถูกตัดต่อภายในไม่กี่นาที รัฐบาลประกาศว่าธันวาเป็นผู้บุกทำลายศูนย์กลางความมั่นคง สร้างพายุพลังเหนือเมือง และพยายามเปิดประตูมิติซึ่งอาจทำลายโลก ไม่มีการกล่าวถึงรถบัสเด็ก ไม่มีการกล่าวถึงการทดลอง และไม่มีภาพช่วงที่เขาทำลายวงแหวน
ขณะธันวาหมดสติอยู่ในรถขนส่ง โลกทั้งใบเข้าสู่การประชุมฉุกเฉิน ผู้นำประเทศ รัฐมนตรีกลาโหม หน่วยข่าวกรอง และคณะมนตรีพลังพิเศษเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายปิด จอหลักฉายภาพเงาดำเหนือเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัวแทนหลายประเทศเรียกร้องให้ใช้กำลังร้ายแรงทันที บางประเทศเสนออาวุธทำลายล้างระดับสูง บางประเทศขอให้จับเป็นเพื่อศึกษาพลัง แต่ไม่มีใครเสนอให้รับฟังคำให้การของผู้ลี้ภัยหรือเด็กที่รอดจากรถบัส
ประธานการประชุมกล่าว
"จากเหตุการณ์ในวันที่เจ็ด บุคคลเป้าหมายได้แสดงศักยภาพทำลายโครงสร้างเมือง ควบคุมเงาในระดับวงกว้าง และต่อต้านกองกำลังผสมหลายหน่วย"
ตัวแทนประเทศหนึ่งถาม
"ยืนยันตัวตนแล้วหรือ"
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองเปิดแฟ้มข้อมูล
"ยืนยัน ชื่อ ธันวา วัฒนเมธา อายุสิบแปดปี ตัวทดลองหมายเลขศูนย์"
อีกคนกล่าว
"เรายังไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นผู้เปิดประตู"
ประธานมองภาพเมืองบนจอ
"แต่เรามีหลักฐานว่าเขาสามารถทำได้"
ตัวแทนอีกประเทศพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะรอพิสูจน์"
การลงมติเริ่มขึ้นทีละประเทศ แสงสีเขียวปรากฏบนจอเกือบทั้งหมด บางประเทศงดออกเสียง แต่ไม่มีประเทศใดคัดค้าน ในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที มติประวัติศาสตร์ถูกประกาศไปทั่วโลก
ผู้ประกาศข่าวทุกช่องอ่านถ้อยคำเดียวกัน
"คณะมนตรีความมั่นคงโลกมีมติเป็นเอกฉันท์ ประกาศให้ ธันวา วัฒนเมธา เป็นภัยคุกคามระดับโลกหมายเลขหนึ่ง"
ภาพของธันวาปรากฏบนจอทุกเมือง ชื่อเต็มถูกพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีแดง ใต้ภาพมีข้อมูลค่าหัวใหม่ ตัวเลขเพิ่มจากหลักล้านเป็นหนึ่งพันล้านบาท และยังมีเงินรางวัลเพิ่มเติมจากรัฐบาลหลายประเทศ ผู้ใดให้ข้อมูลซึ่งนำไปสู่การจับกุมจะได้รับการคุ้มครอง ผู้ใดช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงจะถูกลงโทษในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรระดับโลก
ผู้ประกาศกล่าวต่อ
"ไม่มีประเทศใดได้รับอนุญาตให้มอบที่พักพิง การลี้ภัย หรือการคุ้มครองแก่บุคคลดังกล่าว หากตรวจพบภายในเขตแดน ประเทศนั้นมีหน้าที่ส่งตัวให้กองกำลังผสมทันที"
ด่านพรมแดนทั่วโลกปิดระบบพร้อมกัน สนามบิน ท่าเรือ และสถานีรถไฟได้รับใบหน้าของธันวาเข้าสู่ฐานข้อมูล กลุ่มนักล่าค่าหัวเริ่มเคลื่อนไหว ตลาดมืดเพิ่มเงินรางวัล องค์กรศาสนาบางแห่งประกาศว่าเขาคือปีศาจตามคำทำนาย ขณะที่ผู้มีพลังจำนวนหนึ่งเริ่มสงสัยว่าหากรัฐบาลทำเช่นนี้กับธันวา วันหนึ่งพวกเขาอาจเป็นรายต่อไป
ในรถขนส่งร้างซึ่งกำลังมุ่งออกจากเมือง ธันวาค่อย ๆ ลืมตา เสียงประกาศจากวิทยุดังชัดเจน เขาได้ยินชื่อเต็มของตัวเอง ได้ยินคำว่าภัยคุกคามหมายเลขหนึ่ง และได้ยินว่าทั้งโลกไม่มีสถานที่ให้เขาหลบหนีอีกแล้ว กฤตภาสนั่งพิงผนัง กำลังกดแผลที่สีข้าง เมธาขับรถด้วยใบหน้าเคร่งเครียด พิมพ์ชนกนั่งตรงข้าม ดวงตาแดงจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด
ธันวาถามด้วยเสียงแหบ
"แม่อยู่ไหน"
ไม่มีใครตอบทันที
เขาพยายามลุก
"แม่อยู่ไหน"
พิมพ์ชนกจับแขนเขา
"เราช่วยเธอออกมาไม่ทัน"
ธันวาหลับตา ความเจ็บแล่นผ่านหัวใจ แต่ไม่มีน้ำตาไหล เขาร้องจนหมดแล้วบนสะพาน สิ่งที่เหลืออยู่คือความว่างเปล่าและความตั้งใจอันเย็นชาซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นใหม่
"เธอยังมีชีวิตไหม"
พิมพ์ชนกตอบ
"ฉันมองไม่เห็น"
"เพราะอะไร"
"มีบางอย่างปิดกั้นอนาคตของเธอ"
กฤตภาสกล่าว
"ถ้าพวกมันยังต้องการใช้เธอเป็นกุญแจ พวกมันจะไม่ฆ่า"
ธันวากำเชือกที่ข้อมือ
"ผมจะกลับไปช่วย"
เมธาพูดจากหน้ารถ
"ตอนนี้ทุกประเทศกำลังล่านาย"
"ผมรู้"
"ค่าหัวหนึ่งพันล้าน ไม่มีที่ไหนปลอดภัย"
"ผมรู้"
กฤตภาสมองเขา
"แล้วจะไปไหน"
ธันวาหันมองแสงเมืองซึ่งกำลังห่างออกไป
"ไปที่ที่พวกมันคิดว่าผมไม่มีวันไปถึง"
"ที่ไหน"
"ต้นทางของสถาบันอรุณ"
พิมพ์ชนกเบิกตา
"นายรู้หรือว่ามันอยู่ที่ไหน"
ธันวาส่ายหน้า
"ยังไม่รู้"
เสียงในหัวหัวเราะเบา
"โลกทั้งใบเป็นศัตรูของเจ้าแล้ว"
ธันวาตอบในใจ
"ไม่ใช่ทั้งโลก"
เขามองกฤตภาส เมธา และพิมพ์ชนก คนสามคนซึ่งยังอยู่ แม้รู้ว่าการเดินทางร่วมกับเขาหมายถึงการถูกล่าจากทุกประเทศ พวกเขาไม่ได้พูดว่าจะจากไป และไม่ได้ถามว่าอนาคตจะคุ้มค่าหรือไม่
กฤตภาสหยิบปืนขึ้นมาตรวจ
"งั้นเราต้องหาแผนที่ใหม่"
เมธาพูด
"รถคันนี้ถูกติดตามได้ เราต้องเปลี่ยนก่อนถึงเขตนอกเมือง"
พิมพ์ชนกมองธันวา
"ฉันเห็นเส้นเวลาแตกออกอีกแล้ว"
"เห็นอะไร"
"สงคราม"
ธันวานิ่ง
"ระหว่างใคร"
"ยังไม่ชัด แต่ครั้งนี้นายไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว"
รถแล่นหายเข้าไปในอุโมงค์ เสียงประกาศล่าตัวยังดังตามวิทยุ ขณะที่โลกกำลังฉลองว่ามติใหม่จะทำให้มนุษยชาติปลอดภัย ไม่มีใครรู้ว่าศูนย์ควบคุมใต้สะพานเป็นเพียงฐานชั้นนอก และไม่มีใครรู้ว่าศาสตราจารย์อคินเองก็เป็นเพียงหนึ่งในผู้ดูแลโครงการ
ลึกลงไปใต้พื้นดินหลายกิโลเมตร ในสถานที่ซึ่งไม่มีอยู่บนแผนที่ ห้องทดลองขนาดมหึมาค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละส่วน แสงสีฟ้าจากพื้นสะท้อนผนังโลหะและสายท่อจำนวนมหาศาล เสียงเครื่องช่วยหายใจดังเป็นจังหวะ รอบห้องเต็มไปด้วยหลอดทดลองทรงสูงนับร้อยใบ ของเหลวสีใสภายในไหลเวียนช้า ๆ ฟองอากาศลอยขึ้นสู่ด้านบน
หญิงคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงกลางห้อง
เปลือกตาของมาลีขยับเล็กน้อย ก่อนเปิดขึ้นอย่างช้า ๆ ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีดำและแสงจากเครื่องจักร นางพยายามขยับแขน แต่ข้อมือถูกตรึงด้วยสายโลหะ ความทรงจำสุดท้ายคือการถูกพาตัวลงจากแท่นใต้สะพาน จากนั้นทุกอย่างก็ดับไป
"ธันวา"
เสียงของนางแผ่วเบา
ไม่มีใครตอบ
มาลีหันศีรษะไปด้านข้างและเห็นหลอดทดลองใบแรก ภายในของเหลวมีร่างเด็กหนุ่มนอนหลับอยู่ สายจำนวนมากเชื่อมต่อกับหน้าอกและศีรษะ ใบหน้าซีดขาวนั้นทำให้ลมหายใจของนางหยุดชะงัก
เด็กหนุ่มในหลอดมีใบหน้าเหมือนธันวา
นางหันไปอีกด้าน หลอดทดลองใบที่สองมีเด็กหนุ่มหน้าตาเดียวกัน ใบที่สามก็เหมือนกัน ใบที่สี่ ใบที่ห้า และทุกใบในห้องล้วนมีร่างซึ่งเหมือนธันวาราวกับถูกสร้างจากต้นแบบเดียวกัน บางร่างดูอายุน้อยกว่า บางร่างมีเส้นสีดำทั่วผิว บางร่างมีดวงตาเปิดค้างอยู่ภายในของเหลว และบางร่างไม่มีเงาปรากฏใต้แสง
มาลีพยายามดิ้น
"นี่มันอะไร"
เสียงฝีเท้าดังจากความมืดด้านหลังหลอดทดลอง เงาร่างหนึ่งเดินออกมาเพียงครึ่งตัว ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ใต้แสงที่ดับสนิท มีเพียงมือซึ่งถือแฟ้มสีดำ ปกแฟ้มเขียนว่าโครงการลำดับอรุณ
มาลีถาม
"พวกคุณเป็นใคร"
เสียงนั้นไม่ตอบคำถาม แต่หยุดยืนหน้าหลอดทดลองใบหนึ่ง ภายในเป็นเด็กหนุ่มซึ่งมีหมายเลขหนึ่งสลักอยู่บนแผ่นโลหะเหนือศีรษะ
ระบบในห้องเริ่มทำงาน ของเหลวในหลอดไหลออกช้า ๆ เสียงหัวใจจากเครื่องตรวจดังขึ้นครั้งแรก
เสียงปริศนาดังขึ้นจากความมืด
"ในเมื่อหมายเลขศูนย์ไม่ยอมกลับมา...ก็ถึงเวลาปลุกหมายเลขหนึ่ง"
เปลือกตาของเด็กหนุ่มในหลอดทดลองเปิดขึ้น
ดวงตาคู่นั้นเป็นสีดำสนิท
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







