Accueil / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 6 พลังที่ตื่นขึ้น

Partager

ตอนที่ 6 พลังที่ตื่นขึ้น

last update Date de publication: 2026-07-20 15:52:52

ตอนที่ 6 พลังที่ตื่นขึ้น

รถบรรทุกแล่นฝ่าความมืดด้วยความเร็วสูง เสียงเครื่องยนต์หนักสั่นสะเทือนผ่านพื้นเหล็กขึ้นมาตามร่างของธันวา ทุกครั้งที่รถกระแทกหลุม แท่งระเบิดซึ่งถูกรัดแน่นรอบหน้าอกและแผ่นหลังจะกระแทกกับลำตัวจนเขาเจ็บไปหมด ตัวเลขสีแดงบนเครื่องจับเวลาลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือเวลาไม่ถึงยี่สิบแปดนาที สายไฟหลายเส้นพาดผ่านเสื้อและเชื่อมเข้ากับกล่องจุดชนวนตรงกลางหน้าอก เพียงมองก็รู้ว่าไม่มีทางถอดออกได้ง่าย ยิ่งพยายามขยับ สายรัดยิ่งบีบแน่นจนหายใจลำบาก แม่ถูกมัดมืออยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ใบหน้าของนางมีรอยช้ำ เลือดไหลจากมุมปาก และแขนข้างหนึ่งบาดเจ็บจนแทบยกไม่ขึ้น แต่สายตายังจับจ้องอุปกรณ์บนตัวลูกอย่างไม่ยอมละไปไหน นักล่าค่าหัวหกคนนั่งกระจายอยู่ภายในรถ ทุกคนถืออาวุธพร้อมใช้ หัวหน้ากลุ่มนั่งใกล้ประตูด้านหลัง ในมือถือโทรศัพท์ซึ่งกำลังบันทึกภาพสด

เขายิ้มทุกครั้งที่หันกล้องมาทางธันวา ราวกับสิ่งที่กำลังทำไม่ใช่การส่งเด็กหนุ่มไปตาย แต่เป็นการสร้างผลงานชิ้นสำคัญที่จะทำให้ชื่อของตนถูกจดจำไปทั่วโลก ธันวาพยายามควบคุมลมหายใจ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบระเบิดออกจากอก เขามองเครื่องจับเวลาแล้วมองแม่ซ้ำไปมา สมองทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางรอด แต่ทุกเส้นทางจบลงด้วยภาพเดียว หากเขาขัดขืน แม่จะถูกยิง หากเขายอมถูกพาไป คนเหล่านี้จะใช้ร่างของเขาเป็นระเบิดโจมตีศูนย์บัญชาการรัฐบาล และไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร โลกก็จะเชื่อว่าราชันอสูรเริ่มลงมือแล้ว

"พวกคุณยังหยุดได้นะ"

ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

หัวหน้ากลุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกโทรศัพท์ถ่ายใบหน้าเขาใกล้ขึ้น

"หยุดตอนเงินกับชื่อเสียงอยู่ตรงหน้าอย่างนั้นหรือ"

"ถ้าระเบิดทำงาน พวกคุณเองก็อาจตาย"

"พวกเราไม่อยู่ใกล้แกตอนมันทำงานหรอก"

"แล้วคนที่ศูนย์บัญชาการล่ะ พวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้"

ชายคนหนึ่งที่นั่งข้างประตูถ่มน้ำลายลงพื้น

"พวกนั้นเลือกปกป้องแก ก็ต้องรับผลของมัน"

"พวกเขาไม่ได้ปกป้องผม พวกเขาต้องการจับผม"

"ต่างกันตรงไหน ถ้ารัฐบาลได้ตัวแก พวกมันอาจเอาแกไปศึกษา หาวิธีใช้พลังของแกเป็นอาวุธ แล้วสุดท้ายใครจะคุมได้"

"ผมไม่มีพลัง"

ทันทีที่คำตอบหลุดออกมา นักล่าหลายคนหัวเราะพร้อมกัน หัวหน้ากลุ่มยกโทรศัพท์ขึ้นให้เห็นหน้าจอ บนหน้าจอมีภาพจากนิมิตซึ่งถูกสร้างจำลองขึ้นใหม่ ธันวาในอนาคตยืนอยู่เหนือซากกรุงเทพฯ เปลวไฟสีดำวนรอบตัว กองทัพอสูรคุกเข่าอยู่ด้านหลัง

"คนทั้งโลกเห็นตรงกันว่าแกมีพลัง"

"นั่นคืออีกสิบปี ไม่ใช่ตอนนี้"

"อีกสิบปีเริ่มจากวันนี้"

คำพูดนั้นทำให้ธันวานิ่งไป เขาไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร เพราะส่วนลึกในใจเองก็หวาดกลัวเช่นกัน หากภาพอนาคตเป็นจริง บางทีสิ่งที่เขายังไม่มีในวันนี้อาจกำลังรอวันที่ตื่นขึ้น บางทีมันอาจเกิดขึ้นหลังจากเขาถูกบีบจนหมดทางเลือก และบางทีเหตุการณ์คืนนี้อาจเป็นหนึ่งในก้าวแรกที่พาเขาไปสู่ภาพนั้น เขาก้มมองมือของตนเอง มือที่เคยใช้เติมสินค้า คิดเงิน ล้างจาน และป้อนยาให้แม่ มันยังเป็นมือธรรมดา ไม่มีเปลวไฟ ไม่มีพลัง และไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่าจะสามารถทำลายโลกได้ แต่ความธรรมดานั้นไม่ช่วยให้ใครเชื่อเขาอีกแล้ว แม่พยายามขยับตัวเข้าใกล้ ทว่าชายข้างกายนางใช้ปืนกดไหล่ไว้

"อย่าแตะต้องเธอ"

ธันวาตะโกน

หัวหน้ากลุ่มยิ้ม

"แกยังมีใจห่วงคนอื่นอยู่ด้วยหรือ น่าเสียดายที่อีกสิบปีคนทั้งโลกคงไม่ได้เห็นด้านนี้"

"ปล่อยแม่ผมไป แล้วผมจะทำตามทุกอย่าง"

"แกไม่มีสิทธิต่อรอง"

"อย่างน้อยเธอก็ไม่มีค่าหัว"

"เธอมีค่าในฐานะเชือกผูกคอแก"

แม่เงยหน้าขึ้น ดวงตาเย็นชาจับจ้องหัวหน้ากลุ่ม

"พวกนายไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร"

"รู้สิ เรากำลังช่วยโลก"

"พวกนายกำลังทำให้สิ่งที่กลัวเกิดเร็วขึ้น"

รอยยิ้มบนใบหน้าชายคนนั้นจางลงชั่วขณะ ก่อนเขาจะเดินเข้าไปหาแม่และใช้มือบีบคางนาง

"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับมัน"

แม่ไม่ตอบ

"อุโมงค์ใต้บ้าน เอกสารปลอม เส้นทางหนี คุณเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า คุณรู้ใช่ไหมว่ามันจะกลายเป็นอะไร"

"ปล่อยเธอ"

ธันวาพยายามลุก แต่ชายสองคนเข้ามากดตัวเขาลงทันที ระเบิดบนหน้าอกกระแทกกับพื้นเหล็ก เครื่องจับเวลาส่งเสียงเตือนสั้น ๆ ทุกคนชะงักไปชั่วครู่ ก่อนหัวหน้ากลุ่มจะหัวเราะออกมา

"ระวังหน่อยราชันอสูร แกยังต้องมีชีวิตไปถึงจุดหมาย"

ธันวากัดฟันแน่น เขาเห็นแม่พยายามส่งสายตาเหมือนต้องการบอกบางอย่าง แต่นางไม่พูดออกมา รถแล่นต่ออีกหลายนาที เสียงภายนอกเริ่มเปลี่ยนจากถนนขรุขระเป็นพื้นเรียบ แสงไฟจากเมืองลอดผ่านช่องเล็กข้างประตูเป็นระยะ ธันวาเดาว่าพวกเขากำลังเข้าใกล้เขตควบคุมของรัฐบาล ตัวเลขบนเครื่องจับเวลาเหลือยี่สิบสามนาที หัวหน้ากลุ่มเปิดแผนที่ในโทรศัพท์และสั่งให้คนขับเลี้ยวเข้าสู่ทางบริการด้านข้าง เขาอธิบายแผนคร่าว ๆ ให้ลูกน้องฟัง รถคันนี้จะจอดใกล้แนวกั้น จากนั้นพวกเขาจะปล่อยธันวาลงและบังคับให้เดินเข้าไปด้านใน หากเขาหยุดหรือพยายามหนี เครื่องระเบิดจะถูกจุดจากระยะไกล เมื่อธันวาเข้าใกล้อาคารบัญชาการมากพอ พวกเขาจะกดระเบิดทันที ภาพทั้งหมดจะถูกถ่ายทอดสดออกไป เพื่อให้คนทั้งโลกเห็นว่าราชันอสูรโจมตีรัฐบาลเป็นครั้งแรก

ธันวาฟังด้วยความหนาวเย็นในหัวใจ คนเหล่านี้ไม่ได้เพียงต้องการฆ่าเขา แต่ต้องการสร้างเรื่องราวให้โลกจดจำ พวกเขาต้องการให้ภาพความรุนแรงครั้งแรกของราชันอสูรเกิดขึ้นต่อหน้ากล้อง และไม่มีใครสนใจว่าความจริงคือเขาถูกบังคับ รถชะลอตัวลง ก่อนหยุดกะทันหัน เสียงวิทยุของคนขับดังขึ้น แจ้งว่าด้านหน้ามีด่านตรวจเพิ่มขึ้นจากข้อมูลเดิม หัวหน้ากลุ่มสบถแล้วสั่งให้เปลี่ยนเส้นทาง แต่ในวินาทีนั้น เสียงไซเรนก็ดังขึ้นจากด้านนอก แสงสีแดงกับสีน้ำเงินสะท้อนผ่านรอยแยกของประตู นักล่าทุกคนลุกขึ้นเตรียมอาวุธ เสียงประกาศจากภายนอกดังผ่านลำโพง

"รถบรรทุกด้านหน้า ดับเครื่องยนต์ เปิดประตู และวางอาวุธลง"

หัวหน้ากลุ่มหันไปมองคนขับ

"พวกมันรู้ได้ยังไง"

ไม่มีใครตอบ รถตำรวจและรถทหารคงล้อมไว้แล้ว เสียงเฮลิคอปเตอร์ดังอยู่เหนือศีรษะ ลมจากใบพัดทำให้ผนังรถสั่น หัวหน้ากลุ่มตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาคว้ารีโมตขนาดเล็กจากกระเป๋า ก่อนเดินมาดึงธันวาขึ้น

"เปลี่ยนแผน"

"คุณจะทำอะไร"

"ให้แกลงไปตอนนี้"

แม่ดิ้นขึ้นทันที

"อย่าพาเขาไป"

ชายที่เฝ้านางใช้ด้ามปืนกระแทกท้องจนแม่ทรุดลง ธันวาร้องตะโกนและพยายามพุ่งเข้าใส่ แต่ถูกลูกน้องสองคนล็อกแขนไว้

"อย่าแตะแม่ผม"

"เดินออกไป แล้วเธอจะยังมีชีวิต"

ประตูด้านหลังรถเปิดออก แสงไฟสว่างจ้าสาดเข้ามาจนธันวาต้องหรี่ตา อากาศยามเช้าปะทะใบหน้า เขามองเห็นเจ้าหน้าที่หลายสิบคนตั้งแนวล้อมอยู่ ปืนทุกกระบอกเล็งมายังรถ โล่กันกระสุนถูกตั้งเป็นแนว รถหุ้มเกราะจอดขวางถนนทั้งสองฝั่ง และนักแม่นปืนอยู่บนหลังคาอาคารใกล้เคียง เสียงตะโกนสั่งให้ทุกคนวางอาวุธดังซ้ำอีกครั้ง หัวหน้ากลุ่มยืนหลบหลังธันวา ใช้เขาเป็นกำบังและกดปืนเข้าที่แผ่นหลัง

"ถอยออกไป ไม่อย่างนั้นฉันกดระเบิด"

เจ้าหน้าที่ด้านหน้าชะงักเมื่อเห็นแท่งระเบิดบนตัวธันวา นายทหารคนหนึ่งยกมือสั่งทุกหน่วยอย่ายิง เขาเดินออกมาจากหลังโล่เพียงเล็กน้อย

"ปล่อยตัวประกัน แล้วเราจะเจรจา"

หัวหน้ากลุ่มหัวเราะ

"ตัวประกันหรือ นี่คือราชันอสูรของพวกแกต่างหาก"

"เขายังเป็นพลเรือน"

"อีกไม่นานก็ไม่ใช่แล้ว"

ธันวากวาดตามองรอบตัว เขาเห็นกล้องข่าวหลายตัวอยู่ไกลออกไป เห็นประชาชนที่ยืนดูหลังแนวกั้น และเห็นโทรศัพท์นับสิบเครื่องกำลังถ่ายทอดสด นักล่ากลุ่มนี้ไม่อาจหนีออกจากวงล้อมได้แล้ว แต่แทนที่จะยอมจำนน พวกเขากลับผลักธันวาลงจากรถ คนสองคนลากแม่ตามลงมาด้วย นางเดินแทบไม่ไหวแต่ยังพยายามเงยหน้ามองลูก ธันวาเห็นตัวเลขบนเครื่องจับเวลาเหลือยี่สิบนาที ทว่าหัวหน้ากลุ่มไม่ได้สนใจมันอีก เขาถือรีโมตไว้แน่นและถอยเข้าหาข้างรถ

"เดินไปข้างหน้า"

ธันวาไม่ขยับ

"ปล่อยแม่ก่อน"

"เดิน"

"ผมไม่เชื่อว่าพวกคุณจะปล่อยเธอ"

หัวหน้ากลุ่มยกรีโมตขึ้นให้อยู่ในระดับสายตา

"งั้นตายพร้อมกันตรงนี้"

แม่ส่ายหน้าช้า ๆ

"อย่าทำตามมัน"

"แม่"

"มันจะฆ่าลูกไม่ว่าลูกจะทำอะไร"

ชายที่จับนางอยู่ใช้ปืนจ่อขมับ

"เงียบ"

ธันวารู้สึกบางอย่างในอกบีบรัดแน่น ความกลัว ความโกรธ และความสิ้นหวังผสมกันจนแทบหายใจไม่ออก เขาไม่อยากตาย ไม่อยากให้แม่ตาย และไม่อยากให้เจ้าหน้าที่กับคนรอบข้างต้องตายเพราะระเบิดบนร่าง แต่ไม่มีทางเลือกใดเหลืออยู่เลย ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาเหมือนกำลังรอดูว่าเจ้าของใบหน้าซึ่งปรากฏในนิมิตจะทำอะไรเป็นครั้งแรก หัวหน้ากลุ่มเริ่มนับ

"สาม"

ธันวายืนนิ่ง

"สอง"

แม่หลับตาลงและพูดด้วยเสียงเบา

"แม่ขอโทษ"

"หนึ่ง"

หัวหน้ากลุ่มกดปุ่มบนรีโมต เสียงสัญญาณแหลมดังขึ้นจากกล่องระเบิดบนหน้าอก ธันวารู้สึกถึงแรงสั่นภายในเครื่องจุดชนวน เวลารอบตัวช้าลงในชั่วขณะ เขามองเห็นแม่เบิกตากว้าง เห็นเจ้าหน้าที่ทุกคนหมอบลงหลังโล่ เห็นนักล่าค่าหัวรีบกระโจนเข้าหาที่กำบัง และเห็นประกายไฟเส้นเล็กวิ่งผ่านสายระเบิด ความคิดสุดท้ายที่ปรากฏในหัวไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความเสียใจที่ยังไม่ได้ถามแม่ว่าความจริงทั้งหมดคืออะไร จากนั้นโลกทั้งใบก็ถูกกลืนด้วยแสงสีขาว เสียงระเบิดดังสนั่นราวกับฟ้าถล่ม เปลวไฟมหึมาพุ่งออกจากจุดที่ธันวายืน แรงกระแทกกวาดพื้นถนนแตกกระจาย รถหลายคันถูกยกขึ้นจากพื้น กระจกอาคารรอบข้างแตกพร้อมกัน คลื่นความร้อนแผ่ออกไปทุกทิศ และกลุ่มควันดำปกคลุมพื้นที่ในพริบตา ผู้คนหลังแนวกั้นกรีดร้อง กล้องหลายตัวล้มลง เจ้าหน้าที่ถูกแรงระเบิดผลักกระเด็นไปด้านหลัง แม่ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดถูกแรงกระแทกโยนล้มลงกับพื้น

ทุกคนคิดตรงกันว่าธันวาไม่มีทางรอด ร่างมนุษย์ธรรมดาไม่อาจเหลืออยู่หลังรับแรงระเบิดในระยะศูนย์กลางเช่นนั้น แต่ภายในเปลวไฟ สิ่งหนึ่งกลับเกิดขึ้น ความมืดสีดำสนิทปรากฏขึ้นจากกลางหน้าอกของธันวา มันไม่ใช่ควัน ไม่ใช่เงา และไม่ใช่เปลวเพลิง แต่มันคล้ายหลุมว่างเปล่าที่กลืนแสงทุกอย่างรอบตัว พลังสีดำแผ่ขยายออกจากร่างของเขาในรูปทรงคล้ายเส้นเลือด มันพันรอบเปลวไฟ ดูดกลืนความร้อน ดูดกลืนแรงกระแทก และดูดกลืนสะเก็ดระเบิดทุกชิ้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว เปลวไฟที่ควรขยายออกกลับถูกดึงย้อนกลับเข้าหาธันวา เสียงระเบิดซึ่งกำลังคำรามลดลงเหลือเสียงครวญต่ำ พื้นที่รอบตัวเขากลายเป็นวงกลมสีดำที่สั่นไหวราวกับอากาศถูกบิดเบือน ธันวาไม่ได้สติ เขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร ร่างกายทำงานด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่หลับใหลอยู่ภายในมาตลอดสิบแปดปี ผิวหนังใต้เสื้อเกิดลวดลายสีดำแผ่จากกลางอกไปตามแขนและลำคอ ดวงตาปิดสนิท แต่เงาดำรอบตัวกลับเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต หลังจากดูดซับแรงระเบิดทั้งหมด มันหยุดนิ่งชั่วครู่ ก่อนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แล้วปลดปล่อยทุกสิ่งกลับออกมาในทิศทางตรงกันข้าม คลื่นพลังสีดำระเบิดออกจากร่างธันวาโดยไม่มีเปลวไฟ ไม่มีเสียงคำราม และไม่มีแสงสว่าง มันเป็นแรงกระแทกที่เงียบงัน แต่รุนแรงยิ่งกว่าระเบิดครั้งแรก พื้นถนนยุบตัว รถบรรทุกถูกฉีกออกเป็นสองส่วน เศษเหล็กพุ่งย้อนกลับไปยังกลุ่มนักล่าค่าหัว หัวหน้ากลุ่มยังคงถือรีโมตอยู่ในมือ เขาไม่มีเวลาร้องแม้แต่คำเดียวก่อนร่างถูกแรงพลังซัดกระแทกเข้ากับผนังอาคาร กระดูกทั่วร่างแตกในพริบตา ลูกน้องที่ยืนใกล้รถถูกคลื่นสีดำกลืนผ่าน ร่างของพวกเขาถูกเหวี่ยงกระเด็นและตกลงอย่างไร้การเคลื่อนไหว คนขับที่อยู่ในห้องโดยสารถูกเศษโลหะเจาะทะลุ ส่วนชายที่จ่อปืนใส่แม่ถูกแรงสะท้อนกระแทกจนลอยข้ามถนนไปตกหลังแนวกั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที

เมื่อพลังสีดำจางลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมพื้นที่ ธันวายังคงยืนอยู่ตรงศูนย์กลาง เสื้อผ้าฉีกขาด ระเบิดทุกแท่งบนร่างหายไปเหลือเพียงสายรัดไหม้เกรียม ผิวหนังไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย มีเพียงลวดลายดำใต้ผิวที่ค่อย ๆ จางลง ดวงตาของเขาเปิดขึ้นช้า ๆ เขามองรอบตัวอย่างสับสน ไม่เข้าใจว่าตนยังมีชีวิตได้อย่างไร พื้นถนนรอบกายกลายเป็นหลุม รถบรรทุกถูกทำลาย นักล่าค่าหัวนอนแน่นิ่งอยู่หลายจุด และเจ้าหน้าที่ทุกคนจ้องมองเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้ายิง แม้ปืนทุกกระบอกยังเล็งตรงมา ธันวาก้มมองมือของตนเอง เห็นควันสีดำเส้นบางลอยออกจากปลายนิ้ว เขาสะบัดมืออย่างตกใจ แต่ควันกลับหายเข้าไปในผิว เขาหันไปเห็นร่างหัวหน้ากลุ่มที่กองอยู่ข้างกำแพง ดวงตาเปิดค้างโดยไม่มีลมหายใจ ลูกน้องคนอื่นก็เช่นเดียวกัน

"ผมทำอะไรลงไป"

เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ธันวาเดินเข้าไปหาชายที่ใกล้ที่สุดแล้วคุกเข่าลง เขาแตะคอเพื่อหาชีพจร แต่ไม่พบสิ่งใด มือของเขาสั่นรุนแรง ความเย็นแล่นจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ

"ไม่ ผมไม่ได้ตั้งใจ"

เขาขยับไปหาคนถัดไป ผลลัพธ์เหมือนเดิม ไม่มีลมหายใจ ไม่มีชีพจร ไม่มีการตอบสนอง ธันวาถอยหลังออกมา ดวงตาเบิกกว้าง เขาไม่เคยฆ่าใคร ไม่เคยคิดทำร้ายใคร แม้คนเหล่านี้จะจับแม่ วางระเบิดบนตัว และพยายามใช้เขาฆ่าคนจำนวนมาก แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการให้พวกเขาตาย พลังนั้นไม่ได้ถามความต้องการของเขา มันเพียงปกป้องร่างกายแล้วสะท้อนทุกอย่างกลับไปอย่างโหดเหี้ยม

"ผมไม่ได้ทำ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

ไม่มีใครตอบ เจ้าหน้าที่ด้านหน้าค่อย ๆ ถอยหลัง บางคนกำปืนแน่นจนมือสั่น นายทหารคนเดิมมองหลุมบนพื้น มองศพนักล่า แล้วมองควันดำซึ่งยังหลงเหลือรอบตัวธันวา แววตาของเขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ก่อนหน้านี้เขามองธันวาเป็นพลเรือนที่ถูกจับเป็นตัวประกัน แต่ตอนนี้กำลังมองภัยคุกคามที่ไม่อาจประเมินได้ แม่ไอขึ้นจากอีกด้าน ธันวาหันขวับและรีบวิ่งเข้าไปหา นางนอนอยู่ข้างแผงกั้น มีเลือดไหลจากหน้าผากแต่ยังมีสติ

"แม่"

ธันวาคุกเข่าลงข้างกายและช่วยประคองนาง

"แม่เป็นอะไรไหม"

แม่มองหน้าเขา ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังรอยดำบนลำคอซึ่งยังไม่จางหมด สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกใจปนความเศร้า ราวกับสิ่งที่หวาดกลัวมานานได้เกิดขึ้นแล้ว

"พลังตื่นแล้ว"

ธันวาชะงัก

"แม่รู้จักมันหรือ"

นางยังไม่ทันตอบ เสียงตะโกนจากแนวเจ้าหน้าที่ก็ดังขึ้น

"ถอยออกจากผู้หญิง ยกมือขึ้น"

ธันวาหันกลับไป ปืนทุกกระบอกเล็งตรงมายังศีรษะและหน้าอกของเขา เฮลิคอปเตอร์ลดระดับลง ลำแสงส่องจับร่างไว้ เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษเคลื่อนแนวเข้ามาช้า ๆ

"อย่าเข้าใกล้ผม"

คำพูดของธันวาไม่ได้ดัง แต่ทำให้ทุกคนหยุดพร้อมกัน เขามองมือของตนด้วยความหวาดกลัว

"ผมควบคุมมันไม่ได้"

ประโยคนั้นยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตื่นตระหนก บางคนถอยไปหลังกำบังทันที ธันวาเพิ่งเข้าใจว่าคำเตือนของตนฟังเหมือนคำข่มขู่ เขารีบส่ายหน้า

"ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมไม่อยากทำร้ายใคร"

เสียงหนึ่งจากฝูงชนด้านหลังตะโกนขึ้น

"มันฆ่าคนแล้ว"

อีกเสียงตามมา

"ราชันอสูรเริ่มแล้ว"

ธันวาหันไปมอง เห็นโทรศัพท์นับร้อยเครื่องยังคงถ่ายภาพเขาอยู่ คลิปการระเบิดทั้งหมดถูกถ่ายทอดสดตั้งแต่ต้น ภาพพลังสีดำดูดกลืนเปลวไฟ ภาพคลื่นสะท้อนกลับ และภาพนักล่าค่าหัวเสียชีวิตถูกส่งออกไปแล้ว ภายในเวลาไม่กี่วินาที มันถูกตัดต่อและเผยแพร่ซ้ำไปทั่วเครือข่าย ข่าวด่วนปรากฏบนจอขนาดใหญ่ของรถถ่ายทอด ภาพธันวายืนกลางหลุมระเบิดถูกหยุดไว้ตรงจังหวะที่เงาดำแผ่ออกจากร่าง พาดหัวขนาดใหญ่ระบุว่าราชันอสูรแสดงพลังครั้งแรกและสังหารมนุษย์หลายราย ผู้ประกาศข่าวรายงานด้วยเสียงสั่นว่าความสามารถของเขาอาจดูดซับอาวุธและสะท้อนกลับได้ ไม่มีใครพูดว่าธันวาถูกมัดระเบิด ไม่มีใครพูดว่าคนร้ายเป็นฝ่ายกดชนวน และไม่มีใครสนใจว่าเขาพยายามช่วยแม่ เรื่องราวที่แพร่กระจายออกไปง่ายกว่าและน่ากลัวกว่า เด็กหนุ่มในนิมิตมีพลังแล้ว ราชันอสูรเริ่มฆ่าคนแล้ว และอนาคตวันสิ้นโลกอาจเริ่มต้นเร็วกว่าสิบปี ธันวาจ้องภาพของตัวเองบนหน้าจอ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจถูกมองจากอีกมุมเหมือนกำลังยืนเหนือศพอย่างเย็นชา ภาพนั้นคล้ายกับนิมิตมากเกินไป คล้ายจนแม้แต่เขายังรู้สึกหวาดกลัวตัวเอง แม่จับข้อมือของเขาแน่น

"เราต้องหนี"

"แต่พวกเขาตายเพราะผม"

"พวกเขาตายเพราะพยายามฆ่าลูก"

"พลังของผมฆ่าพวกเขา"

"ถ้าลูกอยู่ที่นี่ คนจะตายมากกว่านี้"

ธันวาหันมองแนวเจ้าหน้าที่ มองประชาชนที่กำลังถอยหนี และมองกล้องทุกตัวซึ่งส่งสายตาของคนทั้งโลกมาถึงเขา เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขายังเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อที่กังวลเรื่องค่ายา แต่ตอนนี้เขามีพลังลึกลับซึ่งสามารถกลืนระเบิดและสังหารคนได้ภายในพริบตา สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การที่โลกเชื่อว่าเขาเป็นราชันอสูรอีกต่อไป แต่เป็นการที่หลักฐานชิ้นแรกกำลังบอกว่าพวกเขาอาจคิดถูก ธันวาก้มมองเงาดำใต้เท้า เงานั้นขยับช้ากว่าร่างกายของเขาเพียงเสี้ยววินาที ราวกับมีบางสิ่งอยู่ภายในกำลังตื่นจากการหลับใหล และในเวลาเดียวกัน โทรศัพท์ทุกเครื่องทั่วโลกก็แสดงพาดหัวเดียวกัน ใบหน้าที่โลกไม่มีวันลืมได้เริ่มต้นการสังหารแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status