Home / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 63 ห้องเก็บศพของสถาบันอรุณ

Share

ตอนที่ 63 ห้องเก็บศพของสถาบันอรุณ

last update publish date: 2026-08-06 05:59:54

ตอนที่ 63 ห้องเก็บศพของสถาบันอรุณ

ประตูหินเปิดกว้างขึ้นทีละน้อย เสียงเสียดสีของกลไกโบราณดังสะเทือนไปตามอุโมงค์ แสงสีดำจากรอยวงกลมบนพื้นผิวประตูค่อย ๆ ดับลงหลังฝ่ามือของธันวาถูกปล่อยออก เขาถอยกลับมาหนึ่งก้าว หายใจแรงราวกับเพิ่งยกภูเขาทั้งลูกออกจากอก วงแหวนควบคุมพลังรอบคอยังคงกะพริบสีแดง แต่ค่าพลังที่กฤตภาสเห็นบนอุปกรณ์กลับลดลงอย่างผิดปกติ ไม่ใช่เพราะแก่นอนันต์สงบลง หากเป็นเพราะพลังจากอีกด้านกำลังปิดบังตัวเองจากเครื่องตรวจ

เบื้องหลังประตูไม่ได้มีเพียงโพรงผลึกตามที่ทุกคนคาด แสงจากผลึกจำนวนมากเผยให้เห็นพื้นโลหะ ทางเดินกระจก และกำแพงสีขาวซึ่งถูกฝุ่นกับคราบเลือดปกคลุม สิ่งปลูกสร้างขนาดมหึมาถูกฝังอยู่ภายในภูเขา ราวกับมีใครสร้างสถาบันทั้งแห่งขึ้นก่อนเมืองไร้ธงถือกำเนิด แล้วใช้ชั้นหินนับพันตันซ่อนมันจากโลกภายนอก

ตรงกลางโพรงยังมีสิ่งที่คล้ายหัวใจขนาดใหญ่ถูกโซ่สีดำตรึงอยู่กับฐานโลหะ ดวงตาบนพื้นผิวของมันปิดลงอีกครั้งหลังกล่าวคำว่าให้กลับมารวมกัน ทว่าเสียงเต้นของมันยังดังผ่านพื้นเป็นจังหวะช้า ทุกครั้งที่มันเต้น ผลึกบนผนังจะสว่างขึ้น และแก่นอนันต์ในร่างธันวาจะตอบสนองตาม

ต้นกล้าขยับไปหลบหลังภาคย์โดยไม่รู้ตัว

"นั่นคืออะไร"

ภาคย์ไม่ตอบ เขายกเครื่องตรวจพลังขึ้น แต่หน้าจอเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวน ก่อนดับสนิทในเวลาไม่กี่วินาที

เมษาหลับตาใช้เสียงสะท้อนสำรวจพื้นที่ เสียงที่ส่งออกไปกระทบผนังโลหะแล้วแตกเป็นเส้นทางจำนวนมาก เธอเห็นภาพภายในผ่านการสั่นสะเทือน มีห้องเล็กหลายสิบห้องเรียงต่อกัน มีปล่องลิฟต์ลงไปข้างล่าง และมีพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยวัตถุทรงยาวคล้ายโลงแก้ว

เมษาลืมตาขึ้นช้า ๆ

"มีสิ่งปลูกสร้างลึกลงไปอีกอย่างน้อยเจ็ดชั้น"

กฤตภาสถาม

"มีสิ่งมีชีวิตหรือไม่"

"ข้าได้ยินเสียงเครื่องจักร"

"ข้าถามถึงสิ่งมีชีวิต"

เมษาเงียบไปครู่หนึ่ง

"มีหัวใจเต้นหนึ่งดวง"

ทุกคนหันมองสิ่งที่ถูกตรึงกลางโพรง

เมษาส่ายหน้า

"ไม่ใช่อันนั้น มาจากด้านล่าง"

ธันวารู้สึกได้ถึงสายตาที่พุ่งมาหาตน ขุนเขายังสร้างเกราะหินคลุมแขน ส่วนกฤตภาสยังไม่เอานิ้วออกห่างจากตัวควบคุมระเบิด แต่ไม่มีใครถอยกลับ เพราะพวกเขายังต้องหาผลึกพลังงานสำหรับระบบกรองอากาศ และผลึกที่ใช้ได้อาจอยู่ในฐานทดลองแห่งนี้

เสียงของดารินทร์ดังผ่านเครื่องสื่อสาร

"กล้องส่งภาพมาไม่ชัด ข้าต้องการรายงาน"

กฤตภาสตอบ

"เราพบสิ่งปลูกสร้างใต้โพรงผลึก ลักษณะคล้ายห้องทดลองขนาดใหญ่"

ช่องสื่อสารเงียบไปชั่วขณะ

"มีสัญลักษณ์ใดหรือไม่"

ภาคย์ใช้ไฟฉายส่องไปยังผนังด้านหนึ่ง ฝุ่นหนาปิดบังแผ่นโลหะเก่า เขาใช้ถุงมือเช็ดผิวหน้าช้า ๆ จนเผยตราสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์สีขาวซึ่งมีเส้นรัศมีแตกออกเป็นแปดทิศ ตรงกลางดวงอาทิตย์มีดวงตาสีดำ

ธันวาจำสัญลักษณ์นั้นได้ทันที

"สถาบันอรุณ"

ต้นกล้าหันมองเขา

"สถาบันที่จับคนไปทดลองหรือ"

"ใช่"

กฤตภาสตอบแทน

ขุนเขาใช้หมัดหินกระแทกประตูโลหะด้านหน้า ประตูไม่เปิด แต่ไฟสีขาวเหนือกรอบกลับติดขึ้นเอง ระบบที่ควรหยุดทำงานมานานหลายสิบปีส่งเสียงต้อนรับเบา ๆ ก่อนมีตัวอักษรปรากฏบนแผงกระจก

ผู้ถือแก่นหมายเลขศูนย์ได้รับการยืนยัน

อนุญาตให้เข้าสู่เขตกำเนิด

ทุกสายตาหันมาหาธันวา

ธันวาจ้องข้อความนั้น

"ข้าไม่เคยมาที่นี่"

ขุนเขาพูด

"แต่ระบบรู้จักเจ้า"

"มันอาจรู้จักแก่น"

กฤตภาสก้าวมาขวางระหว่างธันวากับประตู

"ตั้งแต่นี้ไป เจ้าเดินตามคำสั่งข้าเท่านั้น ห้ามแตะสิ่งใดโดยไม่ได้รับอนุญาต"

ธันวาพยักหน้า

"ตกลง"

กฤตภาสมองเขานานราวกับต้องการแน่ใจว่าอีกฝ่ายยังเป็นตัวเอง ก่อนออกคำสั่งให้เมษานำทาง ประตูโลหะเลื่อนเปิดโดยไม่ต้องใช้แรง กลิ่นเย็นจัดกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเก่าพุ่งออกมา ภายในทางเดินมีหลอดไฟติดขึ้นทีละดวงตามการเคลื่อนไหวของธันวา ไม่ตอบสนองต่อคนอื่น ราวกับฐานทั้งแห่งตื่นขึ้นเพราะรอเจ้าของกลับมา

ผนังสองข้างเต็มไปด้วยกระจกหนา ด้านหลังกระจกเป็นห้องทดลองร้าง โต๊ะเหล็กมีสายรัดข้อมือกับข้อเท้าติดอยู่ เครื่องมือผ่าตัดขึ้นสนิม และพื้นบางห้องมีรอยเล็บขูดยาวไปถึงประตู ภาคย์หยุดอ่านป้ายเก่าตามผนัง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

"ห้องปรับสภาพประสาท ห้องทดสอบการฟื้นตัว ห้องแยกพลัง และห้องกำจัดตัวอย่าง"

ต้นกล้าถาม

"ตัวอย่างหมายถึงอะไร"

ไม่มีใครตอบ

พวกเขาเดินถึงลิฟต์หลัก แผงควบคุมยังทำงานและแสดงชั้นทั้งหมดเก้าชั้น ชั้นบนสุดคือเขตวิจัย ส่วนชั้นล่างสุดเขียนไว้เพียงคำว่าแหล่งกำเนิด ภาคย์เลือกชั้นพลังงาน เพราะอาจมีผลึกสำรองอยู่ใกล้ระบบจ่ายไฟ ลิฟต์เคลื่อนลงพร้อมเสียงครางของโลหะเก่า ทุกครั้งที่ผ่านหนึ่งชั้น เมษาจะได้ยินเสียงเครื่องจักรชัดขึ้น และเสียงหัวใจอีกดวงก็ดังใกล้ขึ้นเช่นกัน

พิมพ์ชนกพูดผ่านเครื่องสื่อสาร

"ภาพอนาคตเปลี่ยนอีกแล้ว"

ธันวาถาม

"เห็นอะไร"

"ข้าเห็นประตูหลายบานเปิดพร้อมกัน และเห็นคนในชุดทดลองเดินออกมา"

ภาคย์ก้มมองตัวเลขชั้น

"คนเป็นหรือคนตาย"

พิมพ์ชนกไม่ตอบทันที

"ข้าไม่แน่ใจ"

ลิฟต์หยุดที่ชั้นพลังงาน ประตูเปิดออกสู่ทางเดินยาวซึ่งมีแสงสีเขียวอ่อน ระบบระบายอากาศของฐานยังทำงาน แม้ฝุ่นจะหนาและกลิ่นอับรุนแรง แต่ปริมาณออกซิเจนสูงกว่าอุโมงค์ด้านนอกอย่างน่าประหลาด ภาคย์ตรวจท่อพลังงานตามผนังและพบว่ายังมีกระแสไหลอยู่

"ฐานนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้างจริง"

เขากล่าว

"มีบางอย่างหล่อเลี้ยงระบบจากข้างล่าง"

กฤตภาสถาม

"ผลึกที่เราต้องการอยู่ที่ไหน"

ภาคย์ดูแผนผังบนแผงกระจก

"ห้องแกนพลังอยู่ท้ายทาง แต่ก่อนถึงต้องผ่านเขตเก็บตัวอย่าง"

ขุนเขากระแทกหมัดเข้าหากัน

"ถ้าไม่มีทางอื่นก็ไป"

เมษานำทุกคนผ่านประตูสองชั้น เมื่อบานสุดท้ายเปิดออก กลิ่นสารรักษาสภาพศพรุนแรงจนต้นกล้ายกมือปิดจมูก ห้องเบื้องหน้ากว้างราวกับสถานีรถไฟทั้งสถานี เพดานสูงเต็มไปด้วยท่อและสายไฟ พื้นที่ทั้งสองข้างเรียงรายด้วยหลอดกระจกตั้งตรงนับร้อย ภายในแต่ละหลอดมีร่างมนุษย์ถูกแช่อยู่ในของเหลวสีเทา

บางร่างเป็นเด็ก บางร่างเป็นผู้ใหญ่ บางร่างมีแขนมากกว่าสองข้าง บางร่างมีผลึกงอกจากกระดูก บางร่างเหลือเพียงครึ่งตัวแต่ยังถูกสายจำนวนมากเชื่อมเข้ากับเครื่องจักร ป้ายใต้หลอดระบุเพียงหมายเลข ไม่มีชื่อ ไม่มีบ้านเกิด และไม่มีหลักฐานว่าพวกเขาเคยเป็นมนุษย์ที่มีชีวิต

ต้นกล้าตัวแข็ง เขามองร่างเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุใกล้เคียงกับพี่สาวที่เสียไป ดวงตาของร่างนั้นถูกเย็บปิด ปากมีท่อโลหะสอดเข้าไป และตรงหน้าอกมีรอยผ่ารูปวงกลม

"พวกเขาทำอะไรกับคนพวกนี้"

เสียงของเด็กชายเบาจนแทบไม่ได้ยิน

มาลีซึ่งดูภาพผ่านกล้องพูดขึ้น

"ทดลองฝังแก่น"

ธันวาหันมองหลอดรอบตัว

"ทั้งหมดหรือ"

"จากรอยแผลและอุปกรณ์ น่าจะใช่"

เมษากำกระบอกเสียงแน่น

"นี่ไม่ใช่ห้องทดลอง"

ภาคย์มองหมายเลขเรียงยาวสุดสายตา

"มันคือห้องเก็บศพ"

เสียงดารินทร์ดังผ่านช่องสื่อสาร แต่คราวนี้ไม่มีความสงบนิ่งแบบเดิม

"ส่งภาพตราสัญลักษณ์กับหมายเลขห้องมาให้ข้า"

กฤตภาสเปิดกล้องเสริมและส่งข้อมูลกลับไป ไม่กี่วินาทีต่อมา ดารินทร์ถอนหายใจยาว

"ข้ารู้จักรหัสสถานที่นี้"

ขุนเขาหันมองกล้อง

"ท่านรู้ว่ามันอยู่ใต้เมืองหรือ"

"ไม่"

ดารินทร์ตอบ

"ตอนเราพบเมืองครั้งแรก เราพบเพียงอุโมงค์รถไฟ เหมืองร้าง และห้องหลบภัยเก่า เอกสารการก่อสร้างระบุว่าฐานใต้ภูเขาถูกทำลายไปก่อนสงครามรอยแยก ไม่มีข้อมูลว่าระบบใดยังทำงาน"

กฤตภาสถาม

"ใครมอบเอกสารให้เมือง"

ดารินทร์เงียบไปชั่วขณะ

"หนึ่งในผู้ก่อตั้ง"

"เขาเป็นใคร"

"อดีตนักวิจัยของสถาบันอรุณ"

ทุกคนหยุดเดินพร้อมกัน

ขุนเขากล่าวด้วยเสียงหนัก

"หมายความว่าเมืองไร้ธงถูกสร้างขึ้นเหนือฐานทดลองของศัตรู เพราะคนของศัตรูพาเรามา"

ดารินทร์ตอบ

"เขาบอกว่าพื้นที่นี้ปลอดภัยและถูกลบออกจากแผนที่โลกแล้ว เขาช่วยวางระบบอากาศ น้ำ และพลังงาน ก่อนเสียชีวิตเมื่อสิบปีก่อน"

ภาคย์มองท่อเหนือศีรษะ

"ระบบทั้งหมดของเมืองอาจเชื่อมกับฐานนี้มาตั้งแต่ต้น"

"เป็นไปได้"

ดารินทร์ยอมรับ

"เราอาจคิดว่ากำลังใช้เครื่องจักรจากเหมืองเก่า ทั้งที่จริงกำลังดึงพลังจากระบบทดลองของสถาบันอรุณ"

ต้นกล้าถาม

"แล้วสัตว์ที่ขึ้นไปในเมืองล่ะ"

เมษาตอบ

"อาจไม่ได้เข้ามาจากข้างนอก"

ไม่มีใครพูดต่อ เพราะความหมายชัดเจนเกินไป สิ่งมีชีวิตซึ่งโจมตีระบบน้ำและเครื่องกรองอากาศอาจหลุดออกมาจากฐานใต้เมือง เมืองไร้ธงไม่ได้ถูกภัยภายนอกพบเจอ แต่กำลังถูกสิ่งที่หลับอยู่ใต้เท้ากัดกินจากภายใน

ธันวาเดินผ่านหลอดกระจกช้า ๆ แก่นอนันต์ในร่างตอบสนองต่อศพหลายร่าง บางร่างมีเศษพลังหลงเหลืออยู่ตรงหัวใจ บางร่างไม่มีพลังแต่มีร่องรอยเหมือนถูกบางอย่างดูดออกจนว่างเปล่า เมื่อเขาผ่านหลอดหมายเลขศูนย์สิบสาม หน้าจอด้านข้างสว่างขึ้นเอง

ข้อมูลผู้ถือแก่นรอง

สถานะล้มเหลว

การประสานไม่สมบูรณ์

ชิ้นส่วนถูกนำกลับเข้าสู่คลัง

ธันวาหยุดทันที

"ภาคย์ เปิดข้อมูลนี้"

ภาคย์เชื่อมเครื่องมือกับแผงควบคุม ระบบต่อต้านพยายามปิดกั้น แต่เมื่อธันวาวางมือบนกระจก ข้อจำกัดทั้งหมดกลับหายไป แฟ้มเก่าจำนวนมากปรากฏขึ้นบนหน้าจอ มีทั้งบันทึกการทดลอง ภาพผ่าตัด และรายชื่อรหัสซึ่งยาวนับพันรายการ

มาลีอ่านข้อมูลจากระยะไกลด้วยเสียงตึงเครียด

"โครงการแยกแก่นต้นกำเนิด"

กฤตภาสถาม

"หมายถึงอะไร"

ภาคย์เปิดแฟ้มหลัก ภาพทรงกลมสีดำปรากฏกลางจอ มันถูกวาดเป็นชิ้นส่วนจำนวนสิบสองส่วน แต่ละส่วนมีรหัสและสถานที่เก็บต่างกัน

ธันวาจ้องภาพนั้น

"แก่นอนันต์"

เสียงจากใต้ฐานหัวเราะเบา ๆ ในความคิดของเขา

มาลีอ่านบันทึกต่อ

"แก่นต้นกำเนิดไม่สามารถถูกควบคุมในสภาพสมบูรณ์ สถาบันจึงแบ่งมันออกเป็นหลายส่วนเพื่อทดลองแยกหน้าที่ แต่ละส่วนมีคุณสมบัติต่างกัน เช่น การดูดกลืน การฟื้นตัว การควบคุมมิติ การบันทึกความทรงจำ และการบิดเบือนความเป็นไปได้"

พิมพ์ชนกถาม

"มีกี่ส่วน"

ภาคย์ขยายภาพ

"สิบสอง"

ธันวารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเย็นลง

"แล้วส่วนในร่างข้าเป็นส่วนใด"

หน้าจอเปลี่ยนเองก่อนภาคย์แตะคำสั่ง สัญลักษณ์หมายเลขศูนย์ปรากฏพร้อมข้อความสีแดง

ภาชนะหลัก

หน้าที่รวมชิ้นส่วนทั้งหมด

สถานะหลบหนีออกจากการควบคุม

กฤตภาสหันมองธันวาช้า ๆ

"เจ้าไม่ใช่หนึ่งในชิ้นส่วน"

มาลีพูดด้วยเสียงเบา

"เขาเป็นภาชนะที่ถูกสร้างมาเพื่อรวมทุกส่วนกลับเข้าด้วยกัน"

ธันวากำมือแน่น

"ข้าเกิดจากแม่ ข้ามีชีวิตก่อนพลังนี้ตื่น"

มาลีตอบทันที

"ข้อมูลอาจไม่ได้หมายความว่าร่างกายเจ้าถูกสร้างที่นี่ อาจหมายถึงแก่นส่วนที่อยู่ในตัวเจ้าถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นแกนกลาง"

เสียงในความคิดของธันวากระซิบ

"พวกเขาเรียกเจ้าว่าภาชนะ เพราะไม่กล้ายอมรับว่าเจ้าเป็นเจ้าของ"

ธันวาพยายามไม่ฟัง เขาเลื่อนดูตำแหน่งของชิ้นส่วนอื่น รายการหลายส่วนถูกระบุว่าสูญหาย บางส่วนถูกย้ายไปยังฐานต่างประเทศ บางส่วนถูกทำลาย แต่มีสามส่วนที่แสดงสถานะยังทำงาน หนึ่งอยู่ใต้เมืองไร้ธง หนึ่งอยู่ในฐานมหาสมุทรซึ่งอาจเป็นเกาะของสถาบันอรุณ และอีกหนึ่งไม่มีตำแหน่งแน่นอน มีเพียงคำว่าเชื่อมต่อกับผู้เฝ้ามอง

พิมพ์ชนกพูดขึ้น

"ถ้าธันวารวมชิ้นส่วนเหล่านี้ทั้งหมด จะเกิดอะไรขึ้น"

ภาคย์เปิดบันทึกหน้าสุดท้าย ข้อความส่วนใหญ่เสียหาย เหลือประโยคอ่านได้เพียงไม่กี่ช่วง

เมื่อชิ้นส่วนกลับคืน ภาชนะหลักจะฟื้นความทรงจำเดิม

เมื่อความทรงจำสมบูรณ์ ตัวตนมนุษย์จะถูกแทนที่

ผลลัพธ์ที่คาดการณ์

ราชันอสูรถือกำเนิด

ต้นกล้าถอยห่างจากธันวาทันที

ขุนเขายกแขนหินขึ้นอีกครั้ง

"นี่คือหลักฐาน"

กฤตภาสหันไปมองเขา

"หลักฐานว่าอะไร"

"ว่าเขาจะกลายเป็นสิ่งที่นิมิตแสดง"

ธันวาไม่ตอบ เขายังคงมองคำว่าตัวตนมนุษย์จะถูกแทนที่ เสียงจากใต้เมืองเรียกเขาว่าเจ้าของ ข้อมูลของสถาบันเรียกเขาว่าภาชนะ และโลกภายนอกเรียกเขาว่าราชันอสูร ไม่มีใครเรียกเขาว่าธันวาโดยไม่ผูกชื่อกับสิ่งที่เขาจะกลายเป็น

เมษาพูดขึ้น

"ข้อมูลของสถาบันอรุณอาจถูกสร้างเพื่อหลอกเรา"

ขุนเขาหันมองเธอ

"แล้วระบบรู้จักเขาได้อย่างไร"

"ข้ายังไม่รู้"

"หัวใจใต้ฐานเรียกเขาอย่างไร"

"ข้าก็ไม่รู้"

ขุนเขาจ้องธันวา

"แต่เรารู้ว่าทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ชิ้นส่วน พลังของเขาเพิ่มขึ้น"

กฤตภาสยืนขวางอีกครั้ง

"เรามาที่นี่เพื่อผลึก ไม่ใช่ตัดสินอนาคต"

ภาคย์ชี้ไปยังประตูท้ายห้อง

"ห้องแกนพลังอยู่ข้างหน้า ถ้าข้อมูลถูกต้อง เราจะพบผลึกสำรองที่นั่น"

ดารินทร์กล่าวผ่านช่องสื่อสาร

"เก็บข้อมูลทั้งหมดเท่าที่ทำได้ แล้วมุ่งสู่เป้าหมาย ห้ามแตะชิ้นส่วนใต้ฐาน"

ธันวาถาม

"หากมันเป็นแหล่งพลังที่เลี้ยงระบบอากาศเล่า"

"เราจะใช้เฉพาะผลึกที่แยกแล้ว"

ดารินทร์ตอบ

"ข้าไม่ยอมให้เจ้ารวมกับสิ่งนั้น"

ธันวาหัวเราะเบา ๆ อย่างไร้ความสุข

"ท่านกลัวว่าข้าจะฆ่าทุกคน"

"ใช่"

คำตอบตรงไปตรงมาของดารินทร์ทำให้เขาเงียบ

"แต่ข้ายังเชื่อว่าเจ้ามีสิทธิ์เลือกก่อนสิ่งนั้นเกิด"

เธอกล่าวต่อ

ธันวาพยักหน้าช้า ๆ

"เช่นนั้นก็เดินหน้าต่อ"

ภาคย์ถอดอุปกรณ์บันทึกข้อมูลออกจากแผง เขาเพิ่งหันหลัง เสียงเครื่องจักรทั่วห้องก็ดังขึ้นพร้อมกัน ของเหลวในหลอดกระจกเริ่มเกิดฟอง ไฟสีเขียวเหนือแต่ละหลอดเปลี่ยนเป็นสีแดง ป้ายสถานะซึ่งเขียนว่าตัวอย่างเสียชีวิตกะพริบก่อนเปลี่ยนข้อความ

เริ่มกระบวนการปลุกคืน

เมษายกกระบอกเสียงขึ้น

"ทุกคนเตรียมตัว"

ขุนเขาสร้างเกราะเต็มร่าง

ภาคย์รีบดึงต้นกล้าหลบหลังตู้ควบคุม

กฤตภาสชักอาวุธและมองหลอดแก้วรอบห้อง

"ดารินทร์ ปิดระบบจากเมืองได้หรือไม่"

"ไม่ได้ ฐานแยกเครือข่ายจากเรา"

เสียงเต้นของหัวใจใต้พื้นดังแรงขึ้น

หนึ่งครั้ง

สองครั้ง

สามครั้ง

หลอดกระจกหมายเลขศูนย์สิบสามเกิดรอยร้าว ของเหลวสีเทาไหลออกมาตามพื้น ร่างทดลองภายในยังคงนิ่ง ศีรษะก้มต่ำ แขนทั้งสองมีรอยเย็บยาว และตรงหน้าอกมีโพรงว่างซึ่งบางสิ่งเคยถูกนำออกไป

ต้นกล้ากระซิบ

"มันตายแล้วไม่ใช่หรือ"

ไม่มีใครตอบ

นิ้วของร่างนั้นขยับช้า ๆ

จากนั้นศีรษะก็ค่อย ๆ เงยขึ้น

ด้ายซึ่งเย็บเปลือกตาขาดออกทีละเส้น

ดวงตาสีดำสนิทลืมขึ้นและจับจ้องตรงมาที่ธันวา

ริมฝีปากซีดของศพขยับ ก่อนเปล่งเสียงเดียวกับสิ่งที่อยู่ใต้เมือง

"พบภาชนะหลักแล้ว"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status