แชร์

ตอนที่ 66 ข่าวจากโลกภายนอก

ผู้เขียน: เจ้าสำนัก
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-07 06:33:15

ตอนที่ 66 ข่าวจากโลกภายนอก

เสียงสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้นทั่วนครไร้ธงก่อนรุ่งเช้าเพียงไม่กี่นาที มันไม่ใช่เสียงเตือนจากระบบอากาศ ไม่ใช่เสียงสัตว์ใต้ดินหลุดเข้ามา และไม่ใช่สัญญาณจากฐานทดลองของสถาบันอรุณ แต่เป็นเสียงเรียกประชุมระดับสูงสุดซึ่งดารินทร์เคยสั่งใช้เพียงสองครั้งตั้งแต่ก่อตั้งเมือง ไฟตามทางเดินทุกเขตเปลี่ยนเป็นสีแดง ประตูพักอาศัยถูกสั่งให้เปิดช่องรับประกาศกลาง ผู้คนที่เพิ่งหลับหลังคืนแห่งการเฉลิมฉลองต้องลุกขึ้นมาด้วยความสับสน บางคนยังถือถ้วยอาหารจากเมื่อคืน บางคน抱ลูกเล็กไว้แน่น และบางคนมองช่องระบายอากาศซึ่งยังส่งลมสะอาดออกมาอย่างสม่ำเสมอราวกับกลัวว่าปัญหาเดิมจะย้อนกลับมาอีกครั้ง ธันวาตื่นขึ้นบนพื้นข้างเตียง เขาหลับไปทั้งที่ยังถือดอกไม้กระดาษของเด็กหญิงไว้ในมือ อาหารที่ต้นกล้านำมาให้ถูกกินจนหมด เหลือเพียงภาชนะว่างวางอยู่ข้างประตู รอยยิ้มจากเมื่อคืนหายไปทันทีเมื่อเขาเห็นแสงเตือนสีแดงกะพริบบนผนัง เสียงของพิมพ์ชนกดังจากเครื่องสื่อสารส่วนตัว

"ธันวา มาห้องบัญชาการเดี๋ยวนี้"

น้ำเสียงของเธอไม่ได้เร่งรีบเพียงอย่างเดียว แต่มีกระแสความกลัวซึ่งเธอพยายามซ่อน

"เกิดอะไรขึ้น"

"โลกภายนอกพบเมืองแล้ว"

ธันวานิ่งไปหนึ่งลมหายใจ ก่อนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว บาดแผลที่สีข้างส่งความเจ็บแล่นขึ้นจนต้องจับผนัง เขาสวมเสื้อคลุมทับผ้าพันแผลและออกจากห้องพัก ทางเดินเต็มไปด้วยผู้คนที่พยายามถามเจ้าหน้าที่ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีใครได้รับคำตอบชัดเจน เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประจำทุกประตูมากกว่าปกติ อาวุธถูกปลดระบบนิรภัย และประตูเชื่อมระหว่างเขตเริ่มปิดทีละส่วนเพื่อป้องกันความวุ่นวาย ธันวาเดินผ่านลานกลางเมืองซึ่งเมื่อคืนยังมีโคมไฟกับผืนผ้าขอบคุณหน่วยเก็บกู้แขวนอยู่ เช้านี้ผืนผ้าเหล่านั้นยังอยู่ แต่ผู้คนที่มองเขาเริ่มมีแววตาเปลี่ยนไป บางคนมีความกังวล บางคนมีคำถาม และบางคนกลับไปใช้สายตาแบบเดิมก่อนภารกิจช่วยระบบอากาศ

กฤตภาสยืนรออยู่หน้าห้องบัญชาการ ใบหน้าเคร่งขรึมกว่าทุกวัน อุปกรณ์ควบคุมระเบิดยังอยู่ในช่องอกของเขา แม้วงแหวนรอบคอธันวาจะถูกซ่อมชั่วคราวแล้วก็ตาม

"เจ้าเห็นข่าวหรือยัง"

ธันวาส่ายหน้า

"พิมพ์ชนกบอกเพียงว่าโลกพบเมือง"

กฤตภาสเปิดประตู

"ไม่ใช่แค่พบ พวกมันประกาศสงครามทางคำพูดแล้ว"

ภายในห้องบัญชาการเต็มไปด้วยสมาชิกสภา เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง ช่างสื่อสาร และหัวหน้าเขตพักอาศัย ดารินทร์ยืนอยู่หน้าจอขนาดใหญ่ พิมพ์ชนกนั่งประจำเครื่องวิเคราะห์ภาพ ใบหน้าเธอซีดและดวงตาแดงจากการเฝ้าข้อมูลหลายชั่วโมง มาลียืนข้างแผงตรวจพลัง ส่วนขุนเขากับเมษาเข้าร่วมทั้งที่บาดแผลยังไม่หาย ภาคย์ไม่ได้มาเพราะต้องเฝ้าระบบอากาศ แต่ภาพจากห้องเครื่องถูกเชื่อมเข้ามาเพื่อให้เขาฟังการประชุมได้ เมื่อธันวาเข้ามา เสียงสนทนาทั้งหมดหยุดลงชั่วขณะ

ดารินทร์พยักหน้าให้เจ้าหน้าที่เปิดการถ่ายทอดจากโลกภายนอก ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนเป็นห้องแถลงข่าวขนาดใหญ่ มีธงจากหลายประเทศตั้งเรียงกัน ผู้แทนรัฐบาลและกองกำลังพิเศษนั่งอยู่บนเวที ด้านหลังปรากฏภาพภูเขาซึ่งครอบเมืองไร้ธง แม้ตำแหน่งจริงจะถูกปิดบังมานาน แต่เส้นทางเข้าออกบางส่วนถูกทำเครื่องหมายอย่างละเอียดเกินกว่าการคาดเดา

โฆษกชายในชุดทางการกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

"จากหลักฐานที่รวบรวมได้ เมืองใต้ดินซึ่งเรียกตนเองว่าเมืองไร้ธงได้ให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องสงสัยระดับภัยพิบัติ ธันวา บุคคลเดียวกับที่ปรากฏในนิมิตโลกในฐานะราชันอสูร"

ภาพเปลี่ยนเป็นธันวาขณะเดินอยู่ในอุโมงค์ ภาพถูกตัดมาจากกล้องเฝ้าระวังภายในเมือง แต่ส่วนที่แสดงว่าเขากำลังแบกผลึกพลังงานถูกตัดออก เหลือเพียงภาพแสงสีดำรอบตัวกับสัตว์ใต้ดินซึ่งล้มตายใกล้เท้า

เสียงกระซิบดังไปทั่วห้องบัญชาการ

ธันวาถาม

"ภาพนี้หลุดออกไปได้อย่างไร"

พิมพ์ชนกตอบ

"ระบบข่าวสารภายในถูกเจาะเมื่อคืน มีคนส่งข้อมูลบางส่วนออกไป"

กฤตภาสหันมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

"พบตัวหรือยัง"

"ยังไม่พบผู้ส่ง แต่เส้นทางสัญญาณมาจากเขตพักอาศัยชั้นสาม"

บนหน้าจอ โฆษกกล่าวต่อ

"เมืองไร้ธงไม่ได้เป็นเพียงที่หลบซ่อนของอาชญากร แต่เป็นฐานสะสมกำลังของกลุ่มผู้มีพลังผิดกฎหมาย ซึ่งกำลังเตรียมสนับสนุนการขึ้นสู่อำนาจของราชันอสูร"

ภาพใหม่ปรากฏขึ้น มันเป็นภาพจากมุมสูงคล้ายถ่ายผ่านดาวเทียม เหนือผิวภูเขามีชั้นแสงจำลองให้เห็นโครงสร้างใต้ดิน ภายในภาพปรากฏเงาสัตว์ประหลาดนับพันรวมตัวอยู่รอบนครไร้ธง บางตัวสูงเท่าอาคาร บางตัวมีปีก และบางตัวมีรูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตจากรอยแยกซึ่งเคยทำลายเมืองใหญ่

ขุนเขากำหมัดแน่น

"โกหก"

เมษาหรี่ตา

"สัตว์ในภาพไม่เคยอยู่ใต้เมือง"

พิมพ์ชนกขยายภาพอย่างรวดเร็ว

"นี่เป็นภาพประกอบปลอม รอยเงากับความร้อนซ้ำกันหลายจุด พวกเขาคัดลอกสิ่งมีชีวิตไม่กี่แบบแล้วเพิ่มจำนวน"

ดารินทร์ถาม

"พิสูจน์ต่อสาธารณะได้หรือไม่"

"ได้ แต่ต้องใช้ช่องทางออกอากาศระดับโลก และตอนนี้ทุกช่องถูกควบคุม"

โฆษกบนหน้าจอยกเอกสารขึ้น

"หน่วยข่าวกรองระหว่างประเทศมีหลักฐานว่าเมืองแห่งนี้กำลังสร้างกองทัพสัตว์กลายพันธุ์ใต้ดิน และวางแผนใช้เส้นทางลับโจมตีศูนย์กลางประชากรเมื่อถึงวันที่นิมิตเริ่มต้น"

ภาพสัตว์ประหลาดถูกฉายซ้ำพร้อมเสียงกรีดร้องจากเหตุการณ์รอยแยกเก่า ทำให้สิ่งที่เป็นภาพปลอมดูเหมือนหลักฐานน่าเชื่อถือสำหรับผู้คนซึ่งหวาดกลัวอยู่แล้ว ธันวาจ้องหน้าจอโดยไม่พูด เขารู้ว่าภาพเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ได้ทั้งหมด เพียงสอดคล้องกับสิ่งที่คนทั้งโลกอยากเชื่อก็เพียงพอ

โฆษกหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวคำสำคัญ

"เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย รัฐบาลที่เข้าร่วมข้อตกลงความมั่นคงโลกขอมอบโอกาสสุดท้ายแก่เมืองไร้ธง"

ตัวเลขขนาดใหญ่ปรากฏบนจอ

เจ็ดสิบสองชั่วโมง

"เมืองไร้ธงต้องส่งตัวธันวาออกมายังจุดรับมอบซึ่งกำหนดภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง นับจากเวลาประกาศนี้"

เสียงในห้องประชุมเงียบสนิท

"หากไม่ปฏิบัติตาม ผู้อยู่อาศัยทุกคนในเมืองจะถูกถือว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับราชันอสูร และพื้นที่ดังกล่าวจะถูกจัดเป็นเขตศัตรูซึ่งสามารถใช้มาตรการกำจัดภัยคุกคามได้ทันที"

ภาพแถลงข่าวจบลงพร้อมตราของกองกำลังร่วมโลก หน้าจอกลับมาแสดงแผนที่เมือง แต่ตัวเลขนับถอยหลังยังคงอยู่มุมบน

เจ็ดสิบเอ็ดชั่วโมง ห้าสิบสามนาที

ไม่มีใครพูดอยู่หลายวินาที ก่อนสมาชิกสภาคนหนึ่งลุกขึ้น

"เราต้องส่งตัวเขา"

กฤตภาสหันมองทันที

"เจ้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันจะทำอะไรกับเขา"

ชายคนนั้นตอบ

"ข้ารู้ว่าหากไม่ส่ง เมืองนี้จะถูกโจมตี"

เมษาพูด

"จากหลักฐานปลอม"

"ระเบิดจริงไม่ได้ถามว่าหลักฐานปลอมหรือไม่"

ขุนเขาก้าวออกมา

"พวกมันไม่มีสิทธิ์ตัดสินคนทั้งเมือง"

สมาชิกสภาอีกคนกล่าว

"สิทธิ์ไม่สำคัญเมื่ออีกฝ่ายมีกองทัพอยู่เหนือหัวเรา"

เสียงโต้เถียงเริ่มดังขึ้นพร้อมกัน บางคนเสนอให้ปิดเมืองและเตรียมรบ บางคนต้องการเจรจา บางคนถามว่าธันวายินดีมอบตัวหรือไม่ และบางคนไม่ยอมสบตาเขาเลย ดารินทร์กระแทกไม้ประชุมลงบนโต๊ะ

"เงียบ"

ทุกเสียงหยุด

"เรายังไม่มีข้อมูลว่าพวกเขาตรวจพบทางเข้าเมืองมากน้อยเพียงใด ยังไม่รู้ว่ากำลังรบอยู่ห่างเท่าไร และยังไม่รู้ว่าภายในเมืองมีผู้ส่งข่าวให้โลกภายนอกกี่คน การตัดสินใจใดตอนนี้ต้องทำจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความตื่นตระหนก"

สมาชิกสภาคนเดิมถาม

"ข้อเท็จจริงคือเรามีเวลาไม่ถึงสามวัน"

"ข้อเท็จจริงอีกอย่างคือโลกภายนอกใช้ภาพปลอมเพื่อสร้างเหตุผลโจมตีเรา"

ดารินทร์ตอบ

"คนที่สร้างเรื่องโกหกไม่จำเป็นต้องหยุดเมื่อได้ตัวธันวา"

ธันวาพูดขึ้นเป็นครั้งแรก

"ท่านคิดว่าพวกเขาจะโจมตีแม้ข้าส่งตัวหรือ"

ดารินทร์มองเขา

"เป็นไปได้"

พิมพ์ชนกเปิดข้อมูลอีกชุด

"หลังการแถลงข่าว มีคำสั่งเคลื่อนกำลังหลายจุด กองบินเฝ้าระวังเริ่มวนรอบเขตภูเขา หน่วยขุดเจาะทหารกำลังเดินทางมา และเครือข่ายสื่อทุกแห่งได้รับภาพชุดเดียวกันก่อนประกาศหลายชั่วโมง"

กฤตภาสถาม

"หมายความว่าพวกเขาเตรียมเรื่องนี้ไว้ก่อนเราไปเก็บผลึก"

"อย่างน้อยหลายวัน"

พิมพ์ชนกตอบ

"การช่วยเมืองไม่ได้เป็นสาเหตุ เพียงทำให้พวกเขารีบลงมือก่อนภาพของธันวาเปลี่ยนในสายตาคน"

ธันวาจ้องภาพตนเองบนหน้าจอ เขาเข้าใจทันทีว่าทำไมข่าวถึงมาในเวลานี้ เมื่อคนในเมืองเริ่มมองเขาเป็นมนุษย์ โลกภายนอกจึงต้องย้ำว่าเขาคือภัยพิบัติ เมื่อเรื่องราวจากภายในอาจเปลี่ยนความเชื่อของผู้คน ภาพปลอมก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อฝังความกลัวให้ลึกกว่าเดิม

ดารินทร์ออกคำสั่งให้ปิดการประชุมชั่วคราวและเรียกหัวหน้าเขตทั้งหมดกลับไปรายงานสถานการณ์ แต่ข่าวแพร่ไปทั่วเมืองก่อนคำสั่งจะไปถึงครึ่งทาง ช่องสื่อสารภายในถูกเจาะอีกครั้ง ภาพแถลงข่าวถูกส่งเข้าสู่จอทุกเขต ผู้คนเห็นเส้นตายพร้อมกัน เสียงตะโกนเริ่มดังจากลานกลางเมือง

ธันวาเดินออกจากห้องบัญชาการพร้อมกฤตภาสและพิมพ์ชนก ลานซึ่งเมื่อคืนใช้เฉลิมฉลองเต็มไปด้วยผู้คนหลายร้อยคน บางคนถือป้ายที่เพิ่งเขียนด้วยมือ บางคนเรียกร้องให้ดารินทร์อธิบาย และบางคนชี้มาทางธันวาเมื่อเห็นเขา

ชายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกน

"ส่งตัวเขาไป"

หญิงอีกคนรีบหันไปเถียง

"เขาช่วยชีวิตลูกเจ้าเมื่อคืน"

"แล้ววันนี้เขาจะทำให้ลูกข้าตาย"

"คนข้างนอกโกหก"

"แต่พวกมันมีอาวุธจริง"

เสียงสนับสนุนกับต่อต้านดังซ้อนกันจนแยกไม่ออก คนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่หน้าศูนย์อาหาร พวกเขาถือผืนผ้าที่เขียนว่าเมืองไร้ธงไม่ส่งผู้ลี้ภัยไปตาย อีกกลุ่มยืนฝั่งตรงข้าม เขียนว่าหนึ่งชีวิตต้องไม่แลกกับทั้งเมือง เจ้าหน้าที่รักษาการณ์พยายามแยกทั้งสองฝ่าย แต่คำด่าทอรุนแรงขึ้นทุกวินาที

หญิงชราคนหนึ่งซึ่งธันวาเคยช่วยขนยาเดินเข้ามาใกล้

"ข้าขอบคุณเจ้าที่ช่วยระบบอากาศ"

ธันวาพยักหน้า

"ไม่ต้องขอบคุณ"

นางมองเขาด้วยแววตาปวดร้าว

"แต่ข้ามีหลานอยู่สามคน"

ธันวาเข้าใจสิ่งที่นางไม่กล้าพูด

"ท่านอยากให้ข้าไป"

หญิงชราน้ำตาคลอ

"ข้าไม่อยากให้ใครตาย"

"ข้ารู้"

นางก้มหน้าแล้วเดินกลับไปยังฝั่งที่เรียกร้องให้ส่งตัวเขา ไม่มีคำด่า ไม่มีความเกลียด มีเพียงความกลัวซึ่งหนักเกินกว่าจะรับไว้คนเดียว

อีกด้านหนึ่ง ขุนเขาปรากฏตัวท่ามกลางกลุ่มคนที่ต่อต้านการส่งตัว เขายังเดินลำบากจากบาดแผล แต่เสียงของเขาดังก้องทั่วลาน

"ผู้ชายคนนี้เสี่ยงตายเพื่อเอาผลึกกลับมา"

ชายคนหนึ่งตะโกนสวน

"เพราะเขาอยู่ในเมืองด้วย"

ขุนเขาหันไปมอง

"เขาสามารถหนีได้ตั้งแต่ประตูฐานเปิด แต่เขากลับแบกพวกเราทุกคนออกมา"

"นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่กลายเป็นราชันอสูร"

ขุนเขากำหมัด

"และภาพอนาคตก็ไม่ได้หมายความว่าเรามีสิทธิ์ส่งคนไปตาย"

เสียงโต้เถียงระเบิดขึ้นอีกครั้ง เมษาพยายามใช้เสียงสะท้อนขยายคำประกาศให้ทุกคนสงบ แต่คนจำนวนมากตะโกนจนพลังของเธอแยกเสียงไม่ไหว เจ้าหน้าที่ต้องสร้างแนวกั้นตรงกลางลาน

ต้นกล้ายืนอยู่ใกล้เสาเดิมที่เคยหลบมองธันวา เขาไม่มีไม้ค้ำแล้ว แต่ยังเดินไม่สะดวก เด็กชายมองคนทั้งสองฝั่งด้วยสีหน้าสับสน เพื่อนวัยเดียวกันคนหนึ่งดึงแขนเขา

"เจ้าต้องบอกทุกคนว่าเขาเป็นปีศาจ"

ต้นกล้าหันไปมอง

"ทำไม"

"เจ้าเคยพูดเอง"

"ข้าเคยพูด"

"งั้นพูดอีกสิ ถ้าส่งเขาไป พวกเราจะรอด"

ต้นกล้ามองธันวาซึ่งยืนอยู่กลางลาน

"เจ้าแน่ใจหรือ"

เด็กอีกคนตอบทันที

"ทุกคนข้างนอกบอกแบบนั้น"

ต้นกล้าก้มมองมือของตน เขาจำได้ว่ามือนี้เคยถือก้อนหินขว้างธันวา จำได้ว่าตนเคยแอบตามไปเพื่อพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายเป็นปีศาจ และจำได้ชัดว่าธันวาใช้ร่างขวางกรงเล็บของศูนย์หกเพื่อช่วยชีวิตเขา

"คนข้างนอกไม่อยู่ในอุโมงค์"

ต้นกล้าพูด

เพื่อนของเขาขมวดคิ้ว

"หมายความว่าอย่างไร"

"พวกเขาไม่เห็น"

ต้นกล้าตอบ

จากนั้นเขาเดินออกจากกลุ่มเด็กไปยืนใกล้ธันวา แม้ไม่ได้พูดปกป้อง แต่ตำแหน่งที่เลือกยืนก็ชัดเจนพอ

พิมพ์ชนกมองจำนวนคนทั้งสองฝ่ายบนจอพกพา

"เกือบครึ่งต่อครึ่ง"

กฤตภาสถาม

"ฝ่ายไหนมากกว่า"

"เปลี่ยนตลอดเวลา หลังแต่ละข่าวลือ จำนวนก็เปลี่ยน"

ธันวามองลานกลางเมือง

"เมื่อคืนพวกเขาเรียกข้าว่าฮีโร่"

พิมพ์ชนกตอบเบา ๆ

"วันนี้พวกเขากลัวว่าจะตายเพราะนาย"

"ทั้งสองอย่างอาจจริงพร้อมกัน"

กฤตภาสหันมองเขา

"อย่าคิดมอบตัวคนเดียว"

ธันวาไม่ตอบ

กฤตภาสจับไหล่เขาแน่น

"ข้ารู้สีหน้าแบบนี้"

"ถ้าข้าออกไป เมืองอาจมีโอกาส"

"หรือพวกมันจะจับเจ้าแล้วทำลายเมืองต่อ"

"อย่างน้อยก็มีโอกาส"

พิมพ์ชนกก้าวเข้ามาขวาง

"ไม่มี"

ธันวาหันมองเธอ

"เจ้าเห็นอนาคตหรือ"

"ยังไม่เห็นชัด แต่ข้าเห็นภาพเมืองถูกไฟเผาทั้งตอนที่นายออกไปและตอนที่นายอยู่"

ธันวานิ่ง

"แล้วทางรอด"

"ยังหาไม่พบ"

กฤตภาสพูด

"เช่นนั้นเราสร้างมัน"

เสียงระฆังประชุมดังขึ้นอีกครั้ง ดารินทร์ปรากฏบนระเบียงเหนือจัตุรัส เจ้าหน้าที่เปิดช่องขยายเสียง ผู้คนค่อย ๆ เงียบลง แม้ยังยืนแบ่งเป็นสองฝั่งชัดเจน

ดารินทร์มองทุกคนก่อนกล่าว

"พวกท่านได้เห็นคำประกาศแล้ว"

เสียงตะโกนดังขึ้นทันที

"ส่งตัวเขาไป"

อีกฝั่งตะโกนสวน

"ห้ามส่งผู้ลี้ภัย"

ดารินทร์ยกมือ

"เมืองไร้ธงถูกสร้างขึ้นเพื่อคนที่โลกไม่ต้องการ หากวันนี้เราส่งคนหนึ่งออกไปเพียงเพราะโลกขู่ วันหน้าพวกเขาจะเรียกร้องคนต่อไป และอีกไม่นานเมืองนี้จะไม่เหลือใคร"

ชายจากฝ่ายส่งตัวตะโกน

"แล้วลูกหลานพวกเราล่ะ"

ดารินทร์ตอบ

"ข้ามีหน้าที่ปกป้องพวกเขา"

"ด้วยการทำสงครามหรือ"

"ด้วยการไม่ยอมให้คำโกหกตัดสินชีวิตเรา"

หญิงอีกคนตะโกน

"ถ้าไม่ส่งเขา ทุกคนจะถูกเรียกว่าผู้สมรู้ร่วมคิด"

ดารินทร์มองไปทั่วลาน

"โลกภายนอกเรียกพวกเราว่าอาชญากรมาตั้งแต่ก่อนธันวาเข้ามา เมืองนี้เต็มไปด้วยคนที่ถูกตัดสินโดยไม่มีโอกาสพูดอยู่แล้ว"

เสียงสนับสนุนดังจากอีกฝั่ง แต่คนที่หวาดกลัวยังไม่ยอม

"ครั้งนี้ต่างกัน พวกเขาจะโจมตีจริง"

ดารินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"และเพราะเหตุนี้ สภาจะเปิดการลงคะแนนฉุกเฉินภายในสิบสองชั่วโมง ระหว่างนั้นไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ทำร้ายธันวา ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์เปิดประตูเมือง และไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ส่งสัญญาณออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต"

เสียงโต้เถียงดังขึ้นอีกครั้ง

ดารินทร์กล่าวต่อ

"ผู้ที่ต้องการให้ส่งตัวธันวาจะมีสิทธิ์พูด ผู้ที่ต่อต้านก็มีสิทธิ์พูด แต่หากฝ่ายใดใช้กำลัง เมืองจะจับกุมทันที"

ธันวามองนาฬิกานับถอยหลังบนจอเหนือจัตุรัส

เจ็ดสิบเอ็ดชั่วโมง สิบสองนาที

เวลาเคลื่อนช้ากว่าทุกวัน แต่ทุกวินาทีกลับผลักเมืองเข้าใกล้การตัดสินใจซึ่งอาจเปลี่ยนชะตาของทุกคน

เมื่อฝูงชนเริ่มสลาย ดารินทร์เรียกธันวาขึ้นไปบนระเบียง ด้านล่างยังมีคนตะโกนชื่อเขาทั้งในฐานะผู้ช่วยชีวิตและต้นเหตุหายนะ เสียงสองฝ่ายปะทะกันจนชื่อเดียวกันมีความหมายตรงข้าม

ดารินทร์ถาม

"เจ้าจะหนีหรือไม่"

ธันวาตอบ

"ถ้าข้าหนี เมืองจะถูกกล่าวหาว่าช่วยข้าหลบหนี"

"ถ้าอยู่ เมืองอาจแตกกันเอง"

"ข้ารู้"

"เจ้าคิดจะมอบตัว"

ธันวาไม่ตอบทันที

ดารินทร์ถอนหายใจ

"ข้าไม่ได้ถามในฐานะผู้พิพากษา แต่ถามในฐานะคนที่ต้องเตรียมเมือง"

ธันวามองผู้คนเบื้องล่าง

"เมื่อคืนข้าคิดว่าที่นี่อาจเป็นที่แรกซึ่งข้ามีสิทธิ์อยู่"

"วันนี้เล่า"

"วันนี้ข้าไม่แน่ใจว่าการอยู่ของข้าจะทำลายมันหรือไม่"

ดารินทร์กล่าว

"อย่าตัดสินแทนคนทั้งเมือง"

"แต่หากพวกเขาเลือกส่งข้าไป"

"เจ้าจะยอมรับหรือ"

ธันวากำราวระเบียงแน่น

"ข้าไม่รู้"

เสียงจากแก่นอนันต์ดังขึ้นในความคิดอย่างแผ่วเบา

"พวกเขาจะเลือกตนเอง"

ธันวาหลับตา

เสียงนั้นหัวเราะ

"เหมือนทุกครั้ง"

เขาพยายามผลักมันออก แต่คำพูดยังคงอยู่

"ช่วยพวกเขาเท่าไร สุดท้ายมนุษย์ก็จะส่งเจ้าไปตายเพื่อความปลอดภัยของตน"

ธันวาลืมตาอีกครั้ง เห็นต้นกล้ายืนอยู่ด้านล่าง เด็กชายกำลังเถียงกับผู้ใหญ่คนหนึ่งซึ่งต้องการให้ส่งตัวเขา แม้ตัวเล็กกว่าและไม่มีใครฟัง แต่ยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ยอมถอย

ธันวาพูดเบา ๆ

"ไม่ใช่ทุกคน"

ดารินทร์หันมอง

"เจ้าพูดกับใคร"

"กับเสียงในหัว"

ดารินทร์นิ่งไป ก่อนกล่าว

"เช่นนั้นจงจำไว้ว่าเสียงนั้นต้องการให้เจ้าเชื่อว่าไม่มีใครเลือกเจ้า"

ธันวามองเมืองซึ่งกำลังแตกออกเป็นสองฝ่าย

"และหากสุดท้ายไม่มีใครเลือกข้าจริง"

ดารินทร์ตอบทันที

"เจ้าก็ยังเลือกได้ว่าจะเป็นใคร"

ในเวลาเดียวกัน แสงบนแผงสื่อสารของเมืองกะพริบขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ข่าวกรองวิ่งมาหาพร้อมสีหน้าตื่นตระหนก

"ท่านดารินทร์ มีสัญญาณใหม่จากโลกภายนอก"

"ข้อความอะไร"

เจ้าหน้าที่เปิดภาพบนจอขนาดเล็ก มันเป็นแผนผังทางเข้าหลักของนครไร้ธง พร้อมพิกัดที่แม่นยำเกินกว่าจะได้จากดาวเทียม

ใต้ภาพมีข้อความเพียงประโยคเดียว

เริ่มกระบวนการปิดล้อมแล้ว

ดารินทร์ถาม

"ใครส่งพิกัดนี้ออกไป"

เจ้าหน้าที่ส่ายหน้า

"ยังหาไม่พบ แต่สัญญาณมาจากภายในเมือง"

ธันวากับดารินทร์หันมองลานเบื้องล่างพร้อมกัน ผู้คนยังคงแบ่งเป็นสองฝ่าย บางคนร้องให้ปกป้องเขา บางคนเรียกร้องให้ส่งตัว แต่ท่ามกลางฝูงชนนับพัน มีใครบางคนไม่ได้รอการลงคะแนน ไม่ได้รอคำตัดสินของสภา และไม่สนว่าฝ่ายใดจะชนะ

ใครคนนั้นได้เลือกแทนทั้งเมืองไปแล้ว

เสียงเตือนเขตชั้นนอกดังขึ้นอย่างรุนแรง ประตูทุกบานปิดพร้อมกัน ไฟบนแผนที่เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีแดง และจุดสัญญาณจำนวนมากเริ่มปรากฏรอบภูเขา

กองกำลังจากโลกภายนอกมาถึงเร็วกว่ากำหนด

เหลือเวลาอีกเกือบสามวันตามคำประกาศ แต่การปิดล้อมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

และภายในนครไร้ธง เมืองซึ่งเคยรวมผู้คนด้วยการถูกโลกทอดทิ้ง กำลังถูกความกลัวฉีกออกเป็นสองส่วนต่อหน้าธันวาอีกครั้ง.

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status