تسجيل الدخول“นารา คืนนี้เรามาสนุกกันนะครับ คนดีของผม…”
คนดีของผมงั้นเหรอ!? นารานิ่งอึ้งกับคำที่เขาใช้เรียกเธอ เพียงเจ้านายหยอดคำหวาน ก็พานทำให้เลือดสูบฉีดเข้าหัวใจแรงขึ้นกว่าเดิม คำคำนี้ทำให้เธอรู้สึกอิ่มเอม มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ส่วนการันต์ถามแล้วก็ไม่รอฟังคำตอบใดๆ สมองเขาตอนนี้มีสิ่งที่ต้องการอย่างเดียวคือ การครอบครองหญิงสาวตรงหน้า
การันต์เอี้ยวตัวไปหยิบถุงยางอนามัยที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ตรงลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง แต่พอฉีกซองแล้วลองใส่ ดูเหมือนว่าขนาดมันจะไม่พอดี ถุงยางมันเล็กไป
“คะ...คุณการันต์ ถ้าคุณคลีน คุณไม่ต้อง...เอ่อ...” นาราพูดอ้อมแอ้ม พลางชี้นิ้วไปที่ถุงยางอนามัยอันนั้น
“ผมคลีนร้อยเปอร์เซ็นต์ ตรวจสุขภาพทุกปี และนอกจากคุณ ผมก็ไม่ได้ยุ่งกับใครอีกเลย นาราเป็นเลขาผม น่าจะรู้ตารางชีวิตของผมดี” ผู้ถือซองถุงยางตอบกลับก่อนวางมันไว้ตรงจุดเดิม
“นาราไว้ใจคุณค่ะ แต่...เออ...มันจะไม่เจ็บใช่ไหมคะ นารากลัว”
“ตรงนี้ของนาราฉ่ำขนาดนี้ ลื่นขนาดนี้ ผมจะทำให้คุณเจ็บน้อยที่สุดนะครับ”
บทรักเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง การันต์พานาราท่องเที่ยวไปยังดินแดนแห่งความเสียว เล้าโลมจุดอ่อนไหวในร่างกายจนหนำใจ จากนั้นจึงค่อยๆ จับเจ้าการันต์ที่พร้อมเผด็จศึกถูไถเข้าตรงร่องความสาว ก่อนพามันแหวกว่ายผ่านรูร่องช่องทางคับแคบเข้าไปทีละนิด
การันต์รู้ว่าอีกคนเจ็บจากการสังเกตเห็นสีหน้าเหยเกนั่น เขาจึงโน้มตัวลงจูบบดขยี้ริมฝีปากและแลกลิ้น เพื่อให้อีกฝ่ายลืมความเจ็บปวดนั้นไป
จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ดันแก่นกายของตัวเองที่ขยับขยายเต็มที่เข้าไปอีกครั้ง จากขนาดที่ใหญ่เกินกว่าขนาดมาตรฐานของชายไทยทั่วไป ทำให้ตอนนี้เข้าได้เพียงแค่ส่วนหัวเท่านั้น
“อื้อ~ นาราครับ ผ่อนคลายหน่อย ตรงนั้นคุณตอดแรงมาก ผมสะ...เสียว” การันต์ดันแก่นกายของตัวเองเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ สลับกับกอดจูบเล้าโลมคนใต้ร่าง เมื่อเข้าลึกจนสุด เขาจึงแช่มันเอาไว้อย่างนั้นสักครู่ เพื่อให้อีกคนได้ผ่อนคลายความอึดอัดคับแน่นนั้นลง
ไม่นานนัก เอวสอบของเขาก็เริ่มทำงาน ขยับย้ายสะโพกเข้าออกด้วยจังหวะเนิบช้าไม่รีบเร่ง มือหนาก็บีบเคล้นสะโพกของเลขาสาว
ความเสียวซ่านเข้าแทนที่ความเจ็บปวด นาราเองก็เริ่มรู้สึกเสียวมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อการันต์สวนแทงแท่งร้อนโดนจุดกระสันของเธอซ้ำแล้วซ้ำอีก พานให้เธอเด้งสะโพกตอบรับเข้าคู่กับอีกคน
ร่างกายของทั้งสองทำงานสัมพันธ์กันอย่างดี แท่งร้อนถูกชักเข้าออก ด้วยจังหวะที่หนักหน่วง และทุกครั้งที่ส่วนหัวสัมผัสจุดกระสันด้านใน นั่นทำให้อีกคนร้องเสียงหลง ครวญครางแทบขาดใจอยู่เป็นระยะ
การันต์ค่อยๆ เอื้อมมือเอานิ้วโป้งของตัวเองยื่นเข้าไปในปากของคนใต้ร่าง โดยที่อีกฝ่ายรู้งาน ดูดเลียนิ้วโป้งนั้นจนเปียกชุ่ม จากนั้นการันต์ก็เอานิ้วโป้งที่แฉะชื้นบีบบี้ตรงยอดอกที่ตั้งแข็งสู้มือ จนหลังของนาราแอ่นตามความเสียวที่อีกคนมอบให้ไปมา พร้อมกับตัวเธอที่เริ่มดิ้นเร่าแทบขาดใจ
การันต์ตอนนี้ยังคงกระหน่ำแทงสวน ขยับสะโพกกระแทกด้วยแรงที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ความเจ็บของนาราตอนนี้หายไปหมดแล้ว คงไว้ซึ่งความเสียวซ่านของประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ซึ่งเธอกำลังจะทนไม่ไหว
“นาราใกล้แล้ว นะ...นาราจะไม่ไหวแล้ว อื้อ~” เลขาสาวบอกกับผู้เป็นเจ้านายด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระท่อนกระแท่น
“พร้อมกันนะนารา” การันต์บอกกับเธอก่อนเด้งเอวสอบกระแทกแรงๆ อีกสามสี่ที จนเสียงพั่บๆ ดังไปทั่วห้อง
“อ๊า~”
ความเสียวของทั้งคู่เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง การันต์ชักเอาแก่นกายของตนออกมา ปล่อยน้ำรักให้พุ่งเปรอะรดตัวของหญิงสาว ส่วนนาราตัวกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำรักสีใสออกมาในปริมาณมาก กระทั่งพุ่งกระฉูดออกมาเลอะเปรอะเปื้อนเต็มที่นอนไปหมด ก่อนการันต์จะหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดทำความสะอาดให้
ทั้งคู่นอนแผ่หลา หายใจหอบถี่หมดแรงข้างๆ กัน การันต์หันหน้าไปหาอีกคนพลางเอามือจับใบหน้าเธอไว้
“นารา...เจ็บไหม” การันต์ถามไปพลางลูบแก้มอีกคนไปมาอย่างแผ่วเบา
“เจ็บค่ะ...มันเป็นครั้งแรกของนารานะคะ” นาราก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขินอาย
“อีกสักยกสองยกไหม จะได้ชิน” การันต์ยิ้มรับ พร้อมโน้มตัวไปจุ๊บที่แก้มอีกคนเบาๆ
“คุณการันต์ใจร้าย”
“ใจร้ายที่ไหน นี่ผมใจดี ทำเบาที่สุดแล้วนะ”
อีกครั้งที่คนตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอทำงานหนักขึ้นอีกแล้ว นาราเขินจนหน้าร้อนผ่าว แก้มแดงหูแดงไปหมดแล้ว
“เขินเหรอครับ” การันต์ถามพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งให้คนน่ารักเขินจนหน้าเห่อแดงขึ้นไปอีก
“คุณการันต์ทำใจนาราสั่นอยู่นะคะ” นาราตอบพร้อมกับยกมือขึ้นตีต้นแขนอีกฝ่ายเบาๆ
“แล้วนาราคิดว่าผมใจไม่สั่นเหรอครับ คุณมาวิ่งเล่นในใจผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า กี่เดือนมาแล้วล่ะที่ผมเฝ้ามองคุณทุกวัน ผมจีบใครไม่เป็น แฟนก็ไม่เคยมีกับเขาสักคน นาราเป็นคนแรกเลยนะที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้”
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







