تسجيل الدخول| นารา |
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นชั่วขณะและไม่มีชื่อเรียกได้ทิ้งดิ่งลงวูบวาบที่ท้องน้อย บวกกับมือปลาหมึกที่เลื้อยไหลคลึงเคล้นอยู่ที่ดอกบัวคู่งามของฉันอีก
พลันคนด้านหลังจับฉันพลิกตัว ผลักตัวฉันไปชิดกำแพง ความรู้สึกเย็นจากแผ่นกระเบื้องแผ่ซ่านไปทั่วทั้งแผ่นหลัง เขาจับสองมือฉันรวบไว้แล้วยกขึ้นให้อยู่เหนือหัว
ปากและลิ้นร้ายดูดเลีย ขบเม้มไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่งใต้รักแร้ จุดที่ฉันไม่คิดว่ามันจะเสียวสยิว แต่กลับกลายเป็นจุดตายของฉันซะอย่างงั้น
หญิงสาวร่างกายบอบบางที่ตอนนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อสู้ กำลังถูกชายหนุ่มร่างกำยำโลมเลียสัมผัส ความร้อนและความเสียววูบวาบเกิดขึ้นไปทั่วร่างกาย จนแทบจะละลายกลายเป็นของเหลวอยู่ตรงนั้น
ชายหนุ่มตรงหน้าพาฉันไปนั่งที่ม้านั่งตัวยาวในห้องน้ำ แล้วคุกเข่าลงกับพื้น ค่อยๆ ใช้มือลูบไล้ตรงเนินน้องสาวอย่างแผ่วเบา นิ้วกลางหมุนวนคลึงเคล้าอยู่ที่กลีบดอกไม้ น้ำหวานสีใสจากเกสรช่วยทำให้การสัมผัสลื่นไหลมากขึ้น แล้วยิ่งมันลื่นเท่าไร เขาก็ยิ่งกดนิ้วแรงขึ้น เขาจะรู้ไหมว่าเขาทำฉันเสียวใจแทบขาด
นิ้วชี้และนิ้วกลางอีกข้างของเขา พลันถูกส่งเข้าปากของฉัน และเหมือนสมองมันรู้งาน ฉันดูดเลียจนชุ่มฉ่ำ จากนั้นสองนิ้วนั่นก็โยกย้ายไปอยู่ตรงปากถ้ำคับแคบ นิ้วค่อยๆ สอดเข้าไป ลึกขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสเข้ากับจุดเสียวด้านใน
“อื้อ~”
สองนิ้วที่ช่ำชองเคล้นคลึงตรงจุดเดิมย้ำๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ชักดึงเข้าออกผลุบโผล่อยู่นานสองนาน
“อย่าแกล้ง นาราจะขาดใจตายอยู่ละ...แล้ว”
คนตัวสูงลุกขึ้น ทั้งๆ ที่มือทั้งสองข้างยังจับจดอยู่ที่เดิม ก่อนเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาที่ซอกหู ดูดเลียขบที่ติ่งหูเบาๆ บางทีก็ห่อลิ้นเลียวนอยู่ในรูหูซ้ำๆ มันทั้งเสียวซ่าน ทั้งสยิวสุดจะบรรยาย น้ำหูน้ำตาฉันเริ่มไหล สมองมันขาวโพลนไปหมด เหมือนกำลังล่องลอยไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย
“เสียวไหมครับ”
“อะ...อื้อ”
“ชอบไหมครับ”
“ชะ...ชอบ”
มือข้างที่ว่างเลื่อนขึ้นมาลูบวนที่ตุ่มไตตรงยอดอก สัมผัสที่ละมุนแบบนี้ มันเสียวยิ่งกว่าที่เคยโดนกระทำมา สามจุดในร่างกายถูกกระตุ้นไปพร้อมๆ กัน และฉันกำลังจะทนไม่ไหว
“คะ…คุณการันต์ นาราจะเสร็จแล้ว ซี้ด~”
เขากระตุ้นจุดด้านในกระทั่งฉันเก็บกลั้นน้ำรักของตัวเองไว้ไม่ได้ อยู่ๆ น้ำก็พวยพุ่งออกมาเป็นสายธาร จนต้องยกตัวขึ้นตาม
“ผมชอบให้คุณเสร็จแบบนี้จัง มา...ทีนี้ตาผมบ้าง มีอะไรจะตอบแทนบ้างไหม?”
แหม...คุณเจ้านายหื่นขา มาแกล้งฉันขนาดนี้ แล้วจะให้ฉันตอบแทนอะไรอีก! ได้...เดี๋ยวฉันจะตอบแทนให้อย่างสาสมเลย คอยดู!!
“มาเล่นเกมกันสักเกมดีไหมคะ”
“หืม...เอาสิ แค่คิดก็รู้สึกสนุกขึ้นมาแล้ว เกมอะไรล่ะครับ”
“เกมนักโทษ ง่ายๆ แค่เป่ายิ้งฉุบ คนแพ้ต้องโดนมัดมือไพล่หลัง อยู่นิ่งๆ ให้คนชนะลงโทษเป็นเวลาสามนาที แต่ถ้าขยับตัวดุ๊กดิ๊กหรือโต้ตอบ ต้องโดนปรับเวลาเพิ่มอีกสามนาที ง่ายๆ เลย มาเป่ายิ้งฉุบกัน คนชนะเล่นก่อน” ฉันรู้ว่าเกมนี้ยังไงฉันก็ต้องชนะ เห็นอย่างงี้ ฉันเป็นแชมป์เป่ายิ้งฉุบ ชนะระดับประเทศมาแล้วนะ ไม่อยากจะโม้หรอก
“ผมชนะชัวร์”
“อย่าเพิ่งดีใจไปสิคะ”
“พร้อมแล้ว เป่า...ยิ้ง...ฉุบ”
นั่นไง กรรไกรชนะกระดาษ ฉันชนะ!! บอกแล้วว่าฉันรู้ทริคไอ้เกมค้อนกรรไกรกระดาษนี่ หึๆ
“นาราโกง!!” คนออกกระดาษทำปากงุ้ย หน้าเจื่อนที่แพ้ฉัน
“นาราจะโกงได้ไง ก็ออกพร้อมกัน ฮ่าๆๆ” ฉันผลักคุณการันต์ให้นั่งบนม้านั่งยาวตัวเดิม หยิบผ้าขนหนูบนชั้นที่ถูกพับอย่างเรียบร้อยออกมาผืนนึง พลางจับคนตรงหน้าเอามือไพล่หลัง แล้วใช้ผ้าขนหนูมัดขมวดปมเอาไว้
“พร้อมไหมคะ” คนโดนมัดมือพยักหน้าตอบรับ ฉันจึงเริ่มต้นเบาๆ ด้วยการโน้มตัวลงมาใช้มือซ้ายจับท้ายทอยเขาไว้ แล้วเริ่มจูบไซ้ที่ซอกคอ ใช้ลิ้นลากเลียวนและขบติ่งหูอีกคนเบาๆ เหมือนที่เขาทำกับฉันเมื่อครู่ จากนั้นก็เลื่อนปากมาประกบที่ปากหยักสวยนั่น พร้อมส่งลิ้นเข้าไปดูดดึงลิ้นคนตรงหน้า
แต่พลันลิ้นของเขาก็เกี่ยวกระหวัดตอบ ฉันจึงผละตัวออก
“อย่าทำผิดกติกาสิคะ คนแพ้ต้องอยู่นิ่งๆ ห้ามโต้ตอบไง เพิ่มไปอีกสามนาทีนะคะ”
กติกาที่ฉันคิดขึ้นมาเองนี้ คาดว่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหัวฟัดหัวเหวี่ยงพอสมควรที่โต้ตอบอะไรกลับไม่ได้เลย แต่นั่นยิ่งทำให้ฉันพอใจและรู้สึกสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉันรีบประกบปากสวยนั่นต่อ ดูดดึงขบเม้มจนรู้สึกถึงความฝาดของเลือดจากปากคนตรงหน้า แต่นั่นมันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกวูบวาบมากไปกว่าเดิม ฉันส่งลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเลียดูดกลืนความหวานฝาดทั่วทั้งโพรงปากอยู่นาน จนเริ่มเห็นอีกคนหายใจไม่ทันจึงผละปากออก
“เกมอะไรกันเนี่ย ทำไมรู้สึกเสียเปรียบจัง” เขาบ่น แต่ฉันไม่ตอบอะไร กระตุกยิ้มที่มุมปากเบาๆ อย่างพอใจ ก่อนเลื่อนมาดูดดึงยอดอกสีชมพูของชายหนุ่มตรงหน้าที่ตั้งชูชัน ลิ้นของฉันกดเน้นลงไป รัวลิ้นจนเขาดิ้นพล่าน
“นา...นารา ผมเสียว ซี้ด~”
ฉันเหลือบมองผู้ถูกกระทำที่ตอนนี้เงยหน้า เอนหัวพิงผนัง ส่งเสียงซี้ดเสียวเกือบตลอดเวลา พร้อมดวงตาฉ่ำปรือจนเห็นน้ำตาคลอตรงหางตา
“อีกนาทีเดียว ทนเอาหน่อยนะคะ หึๆ” ฉันบอกเขาไป ทั้งๆ ที่ปากก็ยังสาละวนโลมเลียจนยอดอกชุ่มฉ่ำไปหมด
“ว้า...หมดเวลาแล้ว เล่นอีกสักตาไหมคะ”
หลังจากที่คุณการันต์พยักหน้า ฉันถอดผ้าขนหนูที่พันธนาการมือของเขาออก แต่อย่างว่า เป่ายิ้งฉุบกี่ทีก็ไม่มีทางชนะฉันหรอก
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







