تسجيل الدخول| นารา |
“ค้อนชนะกรรไกรนะคะ” คนตรงหน้าทำหน้ามุ่ยคอตก แต่ก็ต้องจำยอมให้ฉันมัดมือต่อตามกติกา
ฉันไม่รอช้าจัดการร่างกายของเขาต่อ เริ่มใช้ปากดูดไปทั่วแผ่นอกจนขึ้นรอยแดงจ้ำสีกุหลาบเต็มไปหมด เจ้าตัวตอนนี้ไม่ได้ว่าอะไรที่ฉันทำเขาเป็นรอย เพราะกำลังดิ้นพล่านจากความเสียวที่เกิดขึ้น
จูบที่แผ่วเบาของฉันไหลเลื่อนลงไปยังส่วนล่าง ฉันแยกขาคนตรงหน้าให้กว้างขึ้น ก้มเลียไข่แฝด ดูดอมมันเข้าออกทั้งลูก แล้วก็เลื่อนไปพรมจูบตรงขาหนีบ ก่อนแวะจุดสุดท้ายตรงช่องว่างระหว่างลูกกลมแฝดนั่นและช่องทางด้านหลังของอีกคน ลิ้นร้อนเลียวนตรงจุดรวมเส้นประสาทตรงช่องระหว่างกลาง
“สะ...เสียว ผมจะทนไม่ไหวแล้วนะ ใจจะขาด อือ...เสียวจัง”
หยาดน้ำสีใสไหลเยิ้มตรงปลายท่อนเอ็นเต็มไปหมด ใจฉันตอนนี้อยากจะเข้าไปดูดเลียให้รู้แล้วรู้รอด เพราะมันล่อตาล่อใจสุดๆ แต่อีกใจก็ยังอยากแกล้งเขาอีกสักหน่อย
ตอนนี้มันเลยสามนาทีนั่นมานานพอควร ในระหว่างนั้น คนโดนแกล้งพลันจับตัวฉันลากลงมานอนกับพื้นกระเบื้อง
อ้าว... มือเขาหลุดตอนไหน เมื่อกี้ก็ว่ามัดแน่นแล้วนะ กลับกลายว่าตอนนี้ฉันเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำซะงั้น
“แม่งเอ๊ย!! ทนไม่ไหวแล้วว่ะ แม่งน่ารักเกินไป จะยั่วกันไปถึงไหน”
O_O
ฉันไม่เคยเห็นคุณการันต์ในเวอร์ชั่นนี้มาก่อน หน้าตาหล่อเหลานั่นที่ดูก็รู้ว่าหงี่สุดขีด บวกกับเส้นผมที่เปียกฉ่ำเซ็กซี่ ไหนจะคำพูดเมื่อครู่ มันดูดิบ ดูเร่าร้อนขึ้นมากๆ จนใจฉันแทบละลาย ทุกอย่างที่เป็นเขามันเร้าอารมณ์ไปหมด
คนด้านบนตัวฉันไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรแล้ว อารมณ์ที่ถึงจุดพีคพาให้เขาจับแก่นกายของตัวเอง มือแปดป้ายน้ำใสนั่นชโลมให้กลายเป็นสารหล่อลื่น พลันยกสองขาของฉันพาดขึ้นบ่า จับจ่อส่วนนั้นแทงเข้ามาทีเดียวแทบมิดแท่ง
“อ๊า~” ฉันร้องออกมาเสียงหลงด้วยความเสียว ก่อนที่สะโพกของเราทั้งคู่จะเด้งเข้าออกตอบรับกันเป็นจังหวะ
“แม่ง...ตอดดีฉิบหาย!! ซี้ด~”
ความเสียวซ่านนำพาสัญชาตญาณดิบของเขาปรากฏออกมา คุณการันต์คะ คุณจะรู้ไหมว่าตอนนี้ใจฉันมันสั่นวูบวาบไปหมด ฉันชอบคุณการันต์เวอร์ชั่นนี้มากๆ ยิ่งคำพูดดิบๆ สไตล์แบดบอยแบบนี้ ยิ่งทำให้อารมณ์เสียวของฉันพุ่งขึ้นสูงเรื่อยๆ
ขณะที่แก่นกายขนาดเขื่องของเขากำลังกระแทกเข้าออกอย่างถี่รัวแบบนี้ ฉันไม่อาจกลั้นเสียงแห่งความเสียวนี้ได้ เสียงคราง เสียงกระทบกันของร่างกายดังลั่นห้องน้ำไปหมด และยิ่งฉันร้องครางดังแค่ไหน คนข้างหน้าก็จัดหนักกระแทกแรงเท่านั้น
“ซี้ด~ อ้า~”
“ทำไมแม่งน่ารักแบบนี้วะ เมียกู”
O_O
เมียอีกแล้วเหรอ...หัวใจฉันจะวายตาย ยิ่งฟังคำนี้ยิ่งเสียววูบวาบมากกว่าเดิม ยอมแล้ว...ยอมเป็นเมียของคุณแต่โดยดีมานานแล้ว
คนด้านบนมองตาฉัน กระตุกยิ้มเบาๆ เหมือนจะรู้ว่าฉันชอบบทดิบๆ แบบนี้ และเหมือนเราจะคุยผ่านสายตากันเข้าใจ เขากระแทกแรงๆ อีกสามสี่ทีแล้วค้างไว้ จนน้ำรักของเราไหลหลั่งออกมาพร้อมๆ กัน
แฮก!! หมดแรง เราทั้งคู่หมดแรงนอนแผ่หลากับพื้นกระเบื้อง ก่อนคนที่เรียกฉันว่าเมียจะตะแคงตัว ชันแขนขึ้นมาเท้าหัวตัวเอง แล้วเอามืออีกข้างลูบหัวฉันและขยับมาจูบซับเบาๆ ที่หน้าผาก เรามองหน้ากันอยู่นานโดยไม่พูดอะไร
แค่สายตาเขา ฉันก็แพ้ราบคาบแล้วแหละ คนอะไรใช้สายตาเก่งเหลือเกิน จ้องนานจนฉันต้องรีบหลบสายตานั้น โอ๊ย...หัวใจของนารา มันไม่ใช่ของนารามาสักพักใหญ่ๆ แล้วแหละ
“ปะ อาบน้ำกัน เดี๋ยวผมอาบให้”
“ไม่เอาหรอก...ถ้าให้คุณการันต์อาบให้ มีหวังคืนนี้นาราไม่ได้นอนแน่ๆ”
แหม...คุณการันต์คะ ไม่ต้องมาเนียนขำหึๆ กลบเกลื่อน ฉันอยู่กับคุณมาหลายเดือนแล้วนะ ฉันจับไต๋คุณได้ ข้างนอกเห็นนิ่งๆ เงียบๆ ขรึมๆ แต่ข้างในเป็นคนมีความต้องการทางเพศสูงเอามากๆ เอาได้ทุกที่ทุกเวลา พานให้ฉันผู้ไม่ค่อยประสีประสากับเรื่องแบบนี้ กลับกลายเป็นคนเซ็กส์จัดไปด้วยซะอย่างนั้น
ขอบคุณความเหนื่อยเพลียที่เข้าครอบงำเราทั้งคู่ คืนนี้เลยไม่มียกสองยกสามต่อบนเตียง ไม่งั้นพรุ่งนี้ฉันคงต้องลางานแน่ๆ
คนข้างๆ ปิดไฟตรงหัวเตียง บอกฝันดี เอาแขนโอบรัดเอวฉันจากด้านหลัง ดึงตัวฉันเข้ามากอดแน่น ก่อนจะปล่อยให้ร่างกายสองเราเข้าสู่นิทรา
.....
เมื่อคืนนอนหลับปุ๋ยแสนสบายในอ้อมกอดคุณเจ้านาย จนกระทั่งเช้านี้ ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงงุบงิบงึมงำเหมือนคนคุยกันลอยแว่วเข้าหู ฉันงัวเงียลืมตาตื่นขึ้นมา ปรับโฟกัสสายตาให้เข้าที่ แต่...คนข้างๆ หายไป สงสัยไปอาบน้ำมั้ง ฉันคิดในใจ เลยหยิบมือถือขึ้นดูเวลา...ตายๆๆ
แปดโมงเช้า…ซวยแล้ว!! ตัวฉันเด้งจากที่นอนอัตโนมัติ กำลังจะเดินไปอาบน้ำแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินคุณการันต์คุยโทรศัพท์กับใครสักคน จับใจความคร่าวๆ ได้แค่ว่า คนปลายสายชื่อกาย มีการสืบประวัติอะไรสักอย่าง ได้ยินชื่อนริน หรือนพินอะไรสักอย่าง แล้วคุณการันต์ก็บอกให้ส่งข้อมูลที่หาได้ทั้งหมดไปให้เขา
ฉันไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะ แต่มันได้ยินเองน่ะ แต่พลันพออีกฝ่ายเหลือบเห็นฉัน เขามีท่าทีตกใจเล็กน้อย ก่อนรีบบอกลาคนปลายสายแบบเร็วๆ แล้วกดวางสายไป จากนั้นจึงหันมาคุยกับฉันต่อ
“อ้าว...ตื่นแล้วเหรอครับ”
“ทำไมคุณการันต์ไม่ปลุกนาราล่ะคะ”
“ก็เห็นนารานอนสบายผมเลยไม่อยากปลุก รู้ว่าเมื่อคืนเหนื่อย”
เขาทักทายฉันก่อนเดินมาหอมแก้มฟอดใหญ่ แล้วไล่ให้ฉันรีบไปอาบน้ำแต่งตัว
ฉันไม่ใช่เป็นคนสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านมากนัก แต่อีกคนทำตัวมีพิรุธสุดๆ ไง ทำเหมือนไม่มีอะไร แต่บอกเลยว่าไม่เนียน ครั้นจะถามก็ไม่กล้า ฉันจึงทำตัวเหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไร รีบจ้ำอ้าวเดินเข้าห้องน้ำไปทั้งๆ ที่ตอนนี้จิตใจเริ่มว้าวุ่นสุดๆ
คุยกับใคร คุยเรื่องอะไร ต้องรู้ให้ได้ ทำไมทำตัวแปลกๆ ลับๆ ล่อๆ แบบนี้นะ!!
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







