แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-23 06:42:44

หรงเสียงมองใบหน้าซีดขาวของหญิงสาวชุดเขียว เขา...ไม่ใคร่จะเห็นด้วยนัก หากเป็นเช่นที่อวี่เซิงกล่าวจริงแค่ยกนางให้แต่งกับขุนนางสักคนไม่ดีกว่าหรือ แล้วเหตุใดต้องส่งนางขึ้นปิงซานให้นางแต่งกับเขาที่เป็นหมอ...

เมื่อครู่เขามองออกว่านางยืมแรงสาวใช้พยุงตัว เรี่ยวแรงน้อยนิดยกเท้าถีบหวังเซียนจนล้มลง ทั้งที่หากเป็นสตรีแม้เรี่ยวแรงน้อยนิด หวังเซียนอย่างน้อยก็ต้องกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว

“ไม่แน่ฝ่าบาทอาจอยากให้ข้ารักษาชีวิตนางเอาไว้?”

“ท่านว่าอะไรนะขอรับ”

“ไม่มีอะไร ข้าจะกลับขึ้นเขาพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”

“เอ๋ ไม่ใช่รั้งอยู่ในเมืองสองสามวัน?”

“ข้ามีเรื่องอื่นต้องจัดการ”

ใช่...เป็นต้นว่าเรื่องญาติผู้น้องของพี่สะใภ้ผู้นั้น สตรีที่หวังเซียนเพิ่งกล่าวถึงด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ หรงเสียงเดินไปได้หลายก้าวก็หันมามองคนของตน “อวี่เซิง”

“ขอรับคุณชาย”

“บอกข้ามาตามตรง”

อวี่เซิงขมวดคิ้วมองผู้เป็นนายด้วยความงุนงง “เรื่องอะไรหรือขอรับ”

“หลายปีมานี้จินเยว่หลันติดตามพี่สะใภ้ขึ้นปิงซานมา คนบนเขากล่าวถึงนางกับข้าอย่างไรบ้าง” เขาไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยอยู่ตามลำพัง หรือแม้กระทั่งสนทนากับจินเยว่หลันตามลำพังก็นับครั้งได้ แล้วข่าวลือที่หวังเซียนกล่าวถึงมีต้นตอมาจากที่กันแน่!

“ก็...” อวี่เซิงมีท่าทีลังเล นั่นทำให้หรงเสียงมั่นใจว่ามีข่าวลือเช่นนี้จริงๆ “ที่จริงหรงฮูหยินเคยหมายมั่นว่าอยากให้ท่านแต่งคุณหนูจินเป็นฮูหยิน นางคงนึกไม่ถึงว่าจะมีราชโองการมา...”

“เพราะอย่างนี้จินเยว่หลันจึงรั้งอยู่บนเขาไม่กลับตระกูลจิน?”

“คิดว่าเป็นเช่นนั้นขอรับ”

“อา...” หรงเสียงพยักหน้าหมุนตัวเดินไปยังม้าที่ผูกเอาไว้ อวี่เซิงเดินตามไปอย่างรีบร้อน เห็นท่าทีของผู้เป็นนายเขาอดที่จะรู้สึกสงสารจินเยว่หลันขึ้นมาไม่ได้จริงๆ

...และเพราะอย่างนี้เช้าวันถัดมาหลังหรงเสียงกลับขึ้นเขา จินเยว่หลันจึงถูกส่งตัวกลับตระกูลจินอย่างเร่งร้อน

เช้าวันนี้อิ่นเฉียนนั่งรถม้าไปยังท่าเรือ สาเหตุก็เพราะนายท่านหวังให้คนไปแจ้งนาง ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องพบนางให้ได้ ซึ่งหากให้เดาก็คงเพราะบุตรสาวและบุตรชายของตนก่อเรื่อง ดังนั้นเมื่อวานที่นางประกาศออกไปนายท่านหวังจึงร้อนรนจนนั่งไม่ติด

ความจริงนางไม่ได้โกรธจริงจังหรืออยากตัดความสัมพันธ์ทางการค้า แต่อยากสั่งสอนคนตระกูลหวังว่านางไม่ใช่คนที่จะถูกรังแกได้โดยง่าย แม้ตอนนี้นางจะอยู่ในระหว่างการวางมือจากกิจการตระกูลอิ่นก็ตาม

เมื่อนายท่านหวังมาเพื่อแสดงความจริงใจ นางเองก็มิใช่คนจิตใจแคบ ดังนั้นจึงยังคงตกลงการค้ากับตระกูลหวังเช่นเดิม หลังเขารับปากว่าจะลงโทษบุตรชายและบุตรสาวอย่างจริงจัง

ตอนน้องชายของอิ่นเฉียนกำลังส่งนางขึ้นรถม้า รถม้าคันหนึ่งก็วิ่งตรงเข้ามายังท่าเรืออย่างเร่งร้อน คนของนางเข้ามารายงานว่าคุณหนูจินต้องการสนทนากับนางสักครู่

“คุณหนูจิน?” อิ่นอวิ๋นซูขมวดคิ้วมองพี่สาว “หมายถึงสตรีที่ว่ากันว่าเป็นคนรักของคุณชายสามหอโอสถ? นางมาทำไมที่นี่? เวลานี้?” เขาดูโกรธมากเมื่อนึกถึงสถานการณ์ช่วงนี้

อิ่นเฉียนยกมือขึ้นตบไหล่น้องชายเบาๆ “ผู้มาคือแขก ข้าจัดการเองเจ้าไปดูโกดังสินค้าที่เตรียมเอาไว้ให้นายท่านหวังให้เรียบร้อย”

“ท่านจะไม่เปลี่ยนใจแน่หรือ ให้อภัยคนตระกูลหวังง่ายๆ เช่นนี้ผู้คนจะได้ใจ หากพวกเขาอยากกล่าวอะไรก็กล่าวไม่เห็นตระกูลอิ่นในสายตา เช่นนั้นเรา...” เขามีท่าทีไม่พอใจอยู่บ้าง

“ทำการค้าต้องรู้จักใจกว้าง หากอีกฝ่ายแสดงความจริงใจ เราเองก็ควรมองถึงอนาคตข้างหน้าให้มาก การค้าครั้งนี้เป็นผลดีกับตระกูลอิ่น ไม่เป็นไรหรอก”

“แสดงความจริงใจ? ท่านหมายความว่าอย่างไร”

“นายท่านหวังส่งสองคนนั้นออกนอกเมืองไปแล้ว เกรงว่าในอีกสามเดือนคงไม่ได้เห็นพวกเขาในเมืองจี๋หลินอีก”

“จริงหรือ” อิ่นอวิ๋นซูเลิกคิ้ว

“เจ้าเองก็ต้องหัดรอบคอบกับข่าวลือและเรื่องข้างนอกนั่นให้มาก หูตาต้องไว ต้องหามือดีเอาไว้ใช้สอยบ้าง คนที่สามารถล่วงรู้ความเคลื่อนไหวในเมืองจี๋หลิน”

“ข้าจำไว้แล้ว”

“กลับเข้าไปดูแลงานที่เหลือเถิด ข้าไปพบคุณหนูจินแล้วจะกลับจวนไปพัก”

“ขอรับ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 34 จบ

    เดิมทีคิดว่าหากเขาไม่ได้มาครองก็จะทำลายทิ้งเสีย ถึงอย่างนั้นตอนที่ไปแอบดูโรงหมอของตระกูลหรง ภาพที่หรงเสียงตรวจชาวบ้าน ส่วนอิ่นเฉียนนั่งอยู่ข้างๆ ช่วยเขียนใบสั่งยา...เขาไม่เคยเห็นนางยิ้มเช่นนั้นมาก่อน เป็นรอยยิ้มซุกซนคล้ายเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ดวงตาคาดหวังรอคอยคำชม ท่าทางราวกับเด็กสาวแรกรุ่นที่เริ่มรู้จักความรักนางในตอนนั้นมิใช่แม่นางอิ่นแห่งท่าเรือตระกูลอิ่นที่เขารู้จัก ไม่ใช่สตรีที่ทั้งสุขุมเยือกเย็น กระทั่งสามารถทำให้ผู้คนประหลาดใจได้ทุกเมื่อ---บทส่งท้าย---นางนั่งเย็บรองเท้าอยู่ใต้ต้นดอกซิ่งที่กำลังเบ่งบาน รอยยิ้มงดงามประดับบนใบหน้า ขณะมองฝีเข็มที่ตนลงมือทำเองอย่างภูมิใจ หน้าท้องนูนป่องบ่งบอกว่านางกำลังตั้งครรภ์แล้วและคงจะคลอดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอิ่นเฉียนในวัยสามสิบ ทว่ากลับเพิ่งตั้งครรภ์บุตรคนแรก หันไปทางใดสายตาของสาวใช้ก็ทำให้นางถอนหายใจออกมาเสียงเบา“พวกเจ้าไม่มีอย่างอื่นต้องทำหรือไร”“ไม่มีเจ้าค่ะ!” ล้วนตอบนางเช่นนี้เมื่อนางถามจริงๆ นางก็รู้ดีว่านางตั้งครรภ์ตอนอายุเท่านี้มีความเสี่ยงมาก แต่ทำอย่างไรได้เล่าเมื่อนางกับหรงเสียงไม่มีทางเลือก ทนทรมานอยู่หลายปีเพราะต้องถอนพิษ

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 33

    เขาอยู่ตรงนั้นกำลังสนทนาอยู่กับบิดามารดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ท่านพี่” นางก้าวออกไปแม้เท้าเย็นเยียบ เขาเองก็หันมามองด้วยสายตาตกตะลึง“รั่วรั่วเจ้าไม่ได้สวมรองเท้า!”ไม่สิ...ทั้งหมดนี้เหมือนความจริงมากจนนางไม่อยากคาดหวัง ด้วยกลัวว่าหากเข้าใกล้เขาทุกอย่างจะสูญสลายไปอิ่นเฉียนก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ ทว่าจนแล้วจนรอดก็สะดุดล้มลงบนพื้น “หรงเสียง!” นางตะโกนสุดเสียงขอบตาร้อนผ่าวหัวใจบีบรัดเขาปราดเข้ามาหานางดึงนางเข้าสู่อ้อมแขน “เจ้าออกมาทำไม ร่างกายของเจ้าอ่อนแอมาก รองเท้าเองก็ไม่ได้สวม”นางไม่ฟังแต่กอดเขาแน่นพร้อมสะอื้นเสียงดัง หน้าผากกดลงไปบนอกกว้าง “ท่านพี่...ฮือ...” นางร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น แม้กอดเขาแน่นแต่กลับยังรู้สึกกลัว“ไม่เป็นไรแล้ว อย่าร้อง ไม่ต้องกลัว”“ข้ากำลังฝัน นี่ไม่ใช่ความจริง ข้าสมควรตายไปแล้ว” แต่เพราะเหตุใดนางยังกอดเขาได้ แถมตัวเขายังอุ่นมาก นี่เป็นอ้อมแขนที่ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยไม่ผิดแน่“เจ้าไม่ได้ฝัน เราทั้งคู่ไม่ได้ฝัน นี่คือความจริง รั่วรั่ว มันเป็นความจริงเพราะเราทั้งคู่เลือกดื่มสุราพิษ”นางชะงักเงยหน้าขึ้นมองเขา “ท่าน...”เขายิ้ม “เด็กโง่ เหตุใดเลือกดื่มสุราพิษ”

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 32

    หัวใจของนางหล่นวูบ ความสุขที่เพิ่งผ่านเข้ามาคล้ายมลายหายไป หวาดหวั่นเหลือเกินว่าฮ่องเต้แสนวิปลาสผู้นี้จะพรากทุกอย่าง ...พรากเขาไปจากนาง“หรงเสียง...” นางกุมมือตัวเองแน่นขณะนั่งอยู่บนรถม้าด้วยความอกสั่นขวัญแขวนในห้องรับรองตำหนักหลงหวง ฮ่องเต้ก็ยังคงสุขุมเยือกเย็นและน่าเกรงขาม นางมองไปรอบๆ ไม่เห็นหรงเสียง “ฝ่าบาท สามีของหม่อมฉันเล่าเพคะ”“เจ้าหมายถึงผู้ใดเล่า บุรุษที่เรามอบหมายให้ดูแลรักษาเจ้าหรือ”นางขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายนิ่ง ในดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธกรุ่น “ทรงมอบสมรสพระราชทาน หม่อมฉันก็ยินดีแต่งเข้าตระกูลหรง บัดนี้ผู้คนล้วนตระหนักดีว่าหม่อมฉันก็คือฮูหยินน้อยของคุณชายสามตระกูลหรงแห่งหอโอสถ ตอนนี้กลับตรัสว่ามอบหม่อมฉันให้คุณชายสามดูแล ไม่ทรงนึกว่าน่าขันหรอกหรือเพคะ”“บังอาจ!!” ขันทีตวาดนางเสียงดัง ทว่าหญิงสาวกลับไม่หวั่นไหว นางจ้องบุรุษที่อยู่เหนือคนทั่วหล้าอย่างไม่เกรงกลัว เห็นอีกฝ่ายจ้องนางเขม็ง อยู่ๆ อิ่นเฉียนก็รู้สึกกลัวเป็นครั้งแรก กลัวว่านางอาจเป็นต้นเหตุให้หรงเสียงตกอยู่ในอันตรายฮ่องเต้ผายมือไปยังขันทีด้านข้าง “นั่น...คือสุราพิษ”หญิงสาวหัวใจหล่นวูบ ในมือของขันทีมีถาดทองคำที่มีจอก

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 31

    อยู่ๆ ก็อยากกอดเขา อิ่นเฉียนเอนตัวเข้าหาเขา วาดสองแขนโอบแผ่นหลังกว้าง “ท่านพี่”“หืม”“เมื่อคืนข้าสนุกมาก ไม่เคยคิดเลยว่าช่วงเทศกาลบนถนนเมืองจี๋หลินยามค่ำคืนจะคึกคักขนาดนี้”เขาหัวเราะ “เช่นนั้นก็นับว่าคุ้มค่าที่เจ้าไข้ขึ้นสินะ”หญิงสาวหยัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา “หรงเสียง”“หืม”“ขอบคุณท่านมาก”เขายิ้มลูบแก้มนางไปคราหนึ่ง “อยากเช็ดตัวเปลี่ยนชุดหรือไม่ ข้าให้คนเตรียมมื้อเช้าเอาไว้แล้ว เราออกไปกินมื้อเช้ากันที่สวน เจ้าจะได้สูดอากาศ”“แล้วอวิ๋นซูกับอวิ๋นฉี?”“ออกไปที่ท่าเรือแต่เช้าแล้ว”นางพยักหน้า “เช่นนั้น...”“เสี่ยวฉิงเข้ามาเช็ดตัวให้นายเจ้า” เขาหันไปส่งเสียงบอกสาวใช้จากนั้นลุกขึ้น “ข้าออกไปรอเจ้าด้านนอก”คล้อยหลังเขาเสี่ยวฉิงเดินยิ้มเข้ามา ระหว่างช่วยผู้เป็นนายเช็ดตัวสาวใช้ก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านเขยดูแลท่านทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน เขาไม่ยอมไปพักตอนข้าน้อยเสนอตัวช่วยดูแลท่าน เขา...ดีต่อท่านมากจริงๆ”อิ่นเฉียนยิ้ม “ข้ารู้”นางจำความรู้สึกตอนที่เขาช่วยปลอบโยนได้เป็นอย่างดี และนางเองก็ไว้ใจจนพึ่งพาเขาได้โดยไม่กังวลสักนิด “หรงเสียงผู้นี้...สามีของข้า” นางพึมพำกับตัวเองเสียงเบากลับจากจวนตระกู

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 30

    นางปรือตามองหรงเสียง ปากพึมพำขอโทษที่ทำให้เขาไม่ได้นอน เขาหัวเราะจากนั้นกอดนางพิงอก เนื่องจากนางบอกว่าหายใจไม่สะดวก “ข้าเป็นคนพาเจ้าออกไปตากลม ที่ต้องขอโทษคือข้ามากกว่า”“แต่ข้าสนุกมากเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เดินเที่ยวเล่นตามท้องถนนโดยไม่ต้องสนใจสิ่งใด”“ใช่ ข้าก็ด้วย” เขากล่าวพร้อมกับลูบหลังนางแผ่วเบา “ยังปวดศีรษะอยู่หรือไม่”อิ่นเฉียนพยักหน้า “ไม่มีแรงเลย ไม่อยากขยับตัว” นางซบหน้าลงกับอกเขา “ท่านพี่”“หืม”“ข้าว่าสมรสพระราชทานครั้งนี้...ไม่เลวเลย”“จริงหรือ” เขาหัวเราะ “แค่ไม่เลว?”นางหัวเราะคิก “ข้าดีใจมาก”“ข้าก็ด้วย” เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “เอาละคนป่วยต้องนอนได้แล้ว เจ้าเอาแต่ชวนสนทนาเช่นนั้นก็ไม่ได้นอนเสียที”“แต่ข้าไม่อยากเอนตัวลงนอน อยากอยู่แบบนี้มากกว่า” นางแทบจะคว่ำหน้านอนทาบทับไปกับตัวเขา เขาพิงหัวเตียงส่วนนางนอนทาบไปกับอกแกร่ง เช่นนี้นางรู้สึกสบายตัวมาก”“เช่นนั้นนอนเช่นนี้อีกสักครู่ เจ้าหลับแล้วข้าค่อยอุ้มเจ้าลงนอนดีๆ”“ท่านพี่ ท่านจะตามใจข้าเช่นนี้ไม่ได้นะ หากยังทำเช่นนี้ข้าจะหวั่นไหวแล้ว”“...จะหวั่นไหว? ข้าดีกับเจ้าถึงเพียงนี้สมควรหวั่นไหวนานแล้วมิใช่หรือ”ฟังดูก็รู

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 29

    หญิงสาวรับชามยามาจากหรงเสียง “ข้าไม่ได้นั่งชมสวนมานานมากแล้ว แม้ว่าสวนนี้จะอยู่ในเรือนของข้าเอง”“นั่นเพราะเจ้ามีเรื่องให้คิดมากเกินไป แม้นั่งอยู่ตรงนี้แต่ความคิดของเจ้ากลับล่องลอยไปไกล ไกลมาก อย่างเช่นตอนนี้” ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆ มองนางดื่มยาจนหมดจากนั้นส่งชามให้เสี่ยวฉิง “รั่วรั่ว ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าต้องกังวลแล้ว น้องชายของเจ้าทำได้ดี อนาคตก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของวันข้างหน้า กังวลไปก็เท่านั้น”นางสบตาเขาจากนั้นพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ข้าเชื่อฟังท่าน”“เช่นนั้นกลับเข้าไปพักในเรือนเถิด ลมแรงมากเดี๋ยวไข้ไม่ลด ข้าต้องมั่นใจว่าเจ้าไม่มีไข้จึงจะได้ไปเดินเที่ยวงานเทศกาลชีซี”“ได้” นางยอมให้เขาอุ้มเข้าไปในเรือนและนอนพักโดยดีในคืนเทศกาลชีซีหรงเสียงเดินกุมมืออิ่นเฉียนไปตามท้องถนนที่ประดับด้วยโคมไฟบุปผา ร้านรวงมากมายมีโคมกระดาษหลากสีที่ทำออกมาได้งดงามยิ่งคู่หนุ่มสาวจูงมือกันออกมาเดินเล่น คู่สามีภรรยาเองก็ออกมาชื่นชมดวงดาวที่พร่างพราวทั้งท้องฟ้า คบเพลิง ดอกไม้ไฟ การละเล่นบนท้องถนนอันละลานตาอีกฟากของถนนมีนักเล่านิทานกำลังเล่าตำนานของหนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอผ้า ตำนานรักอันซาบซึ้งที่ถูกขวางกันด้วยทางช้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status