Share

คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ
คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ
Penulis: กะปอมพ่นไฟ

บทที่ 1 ไฟแค้นในกองเพลิง 1/2

last update Tanggal publikasi: 2026-06-08 08:22:50

บทที่ 1

ไฟแค้นในกองเพลิง

'หรงฮวา' บุตรีเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่หรงผู้กุมกำลังทหารกว่าหนึ่งแสนนาย นางมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนซึ่งร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เกิด ทว่าพี่ชายกลับเฉลียวฉลาดจนแม้แต่ท่านกุนซือ ผู้เป็นสหายข้างกายของบิดายังเอ่ยชมด้วยใจจริง วันนี้ที่จวนตระกูลหรงได้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้น หลังจากที่รบชนะเผ่าซวี่ ทุกคนต่างนั่งร่วมโต๊ะกันทานอาหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

หรงฮวาที่อายุยังน้อยคอยรินสุราให้กับท่านพ่อและท่านอากุนซือ เด็กหญิงผู้มีเครื่องหน้าทั้งห้ารับกันได้อย่างพอเหมาะพอเจาะแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่นางจะเอ่ยถึงเรื่องหนังสือหมั้นหมายของตน

"ท่านพ่อเจ้าคะ วันนี้ข้าได้พบท่านโหวน้อยผู้เป็นคู่หมั้นของข้าแล้วนะเจ้าคะ"

"ว่าอย่างไรนะฮวาเอ๋อร์! นี่เจ้าแอบไปพบท่านโหวน้อยนั่นได้อย่างไร"

แม่ทัพหรงสำลักสุราที่ดื่มเข้าไปจนหน้าแดงก่ำ เขาก็รู้อยู่หรอกว่าบุตรสาวนั้นมักจะมีนิสัยห้าวหาญไม่ธรรมดา ทว่าก็ไม่คิดว่านางจะใจกล้าถึงกับลอบไปพบหน้าคู่หมั้นของตน ด้วยไม่กี่เดือนก่อนฝ่าบาทเพิ่งจะออกราชโองการ กำหนดให้ทั้งสองตระกูลหมั้นหมายกันไปเองซึ่งตัวเขามิอาจทัดทานได้

"ใช่เจ้าค่ะ แต่ท่านโหวน้อยก็ใจดีกับข้ามากเลยนะเจ้าคะ ทั้งพาข้าไปนั่งทานอาหารที่โรงเตี๊ยมชมงิ้วของคณะจื้อหลิง และยังพาข้าไปนั่งเรือเล่นที่ทะเลสาบฮวาฮวาด้วย ข้าคิดว่าท่านโหวน้อยนิสัยดียิ่งนัก แม้เขาจะดูเศร้า ๆ ไปเพราะต้องย้ายไปแดนเหนือก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยิ้มให้กับข้าตลอดเลยนะเจ้าคะ ข้าเลยคิดว่าในวันข้างหน้าข้าจะเป็นภรรยาที่ดีให้กับเขาเจ้าค่ะ และข้าก็เพิ่งมอบกำไลหยกคู่ให้ท่านโหวน้อยไปด้วยนะเจ้าคะ ข้าทำดีหรือไม่ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ท่านอากุนซือ"

ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างตกใจกับการกระทำและคำพูดของหรงฮวา ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน หรงฮวาก็ยังคงเป็นหรงฮวาเช่นนี้ นางใสซื่อและจริงใจต่อทุกคนที่อยู่ใกล้ชิด นางไม่เคยมองใครในแง่ร้ายเลยสักครั้งเดียว และเพราะความเห็นอกเห็นใจนี้นี่เอง ถึงทำให้ท่านโหวน้อยรู้สึกดีกับหรงฮวา

"เจ้านี่นะ! ช่างใจกล้าเกินหญิงจริง ๆ ถ้าท่านโหวน้อยไม่ชอบเจ้าขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า"

"ไม่มีทางหรอกเจ้าค่ะ เพราะข้าหน้าตาสะสวย เขียนอักษรก็งาม ดีดพิณก็ไพเราะ เดินหมากเก่ง และข้ายังขี่ม้าและยิงธนูไปพร้อมกันได้ หากได้ข้าเป็นภรรยาก็จะได้ทหารคู่ใจเพิ่มอีกคนหนึ่งเลยนะเจ้าคะ"

เป็นความจริงที่หรงฮวามีความสามารถรอบด้าน มารดาของนางเป็นถึงอดีตปรมาจารย์ด้านการดีดพิณเชียวนะ นางจะไม่ถ่ายทอดการดีดพิณให้กับบุตรสาวเลยหรือ อีกทั้งบิดาผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ยังเป็นผู้ฝึกสอนยิงธนูและขี่ม้าด้วยตนเอง ส่วนการเดินหมากก็ได้ท่านอากุนซือเป็นผู้สั่งสอน และนางยังได้พี่ชายช่วยฝึกปรือการเขียนอักษรจนงดงามเป็นเอกด้วย ลายเส้นของนางแม้จะพลิ้วไหวทว่ากลับเฉียบขาดและหนักแน่นนัก

"ใช่แล้ว ฮวาเอ๋อร์ของเราเก่งมากถึงเพียงนี้ หากท่านโหวน้อยไม่ชอบเจ้าก็คงตาถั่วเต็มที"

พี่ชายของนางหัวเราะร่วนอย่างเห็นด้วย ก่อนจะแกะเนื้อปูใส่จานแล้วเลื่อนไปให้น้องสาว หรงฮวายิ้มกว้างด้วยความดีใจ พี่ใหญ่ของนางช่างแสนดียิ่งนัก จะหาคนที่แกะเนื้อปูให้นางได้ที่ไหนอีกกัน

ท่านแม่พลันยิ้มหวานเมื่อเห็นสองพี่น้องรักใคร่กันดี "แต่อย่างไรฮวาเอ๋อร์ก็อย่าได้หลงระเริงในตนเองเป็นอันขาด จำได้หรือไม่ที่แม่เคยบอกว่าเหนือฟ้าย่อมมีฟ้าที่สูงมากกว่า และอย่าได้คิดดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่าเจ้าด้วย"

หรงฮวายิ้มรับ นางจดจำคำสั่งสอนของมารดาได้เป็นอย่างดี แม้นางจะมีพร้อมทุกอย่างและชำนาญไปเสียทุกสิ่ง แต่อย่างไรก็ย่อมมีคนที่เก่งกาจมากกว่านางเป็นแน่

"ฮวาเอ๋อร์จดจำได้อย่างขึ้นใจเลยเจ้าค่ะ"

"ดีมาก"

หลังจากนั้นพวกเขาก็เปลี่ยนเรื่องคุย โดยท่านแม่ทัพหรงตั้งใจว่าจะขอลาราชการเพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวยังแดนใต้สักหนึ่งเดือน อากาศที่นั่นอบอุ่นมากกว่าเมืองหลวง เหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่พักฟื้นให้กับบุตรชาย ทว่าเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขที่เคยดังไปทั่วภายในจวนตระกูลหรง กลับถูกกลบทับด้วยเสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมแทน!

"เจ้ารอง! นี่เจ้าคิดจะทำอะไร"

แม่ทัพหรงต้อนภรรยาและลูกให้หลบอยู่ด้านหลัง ก่อนจะดันร่างของพวกเขาให้เข้าไปอยู่ในห้องหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ร่างสูงใหญ่ขวางประตูเอาไว้ราวกับกำลังจะบอกว่าหากยังดาหน้าเข้ามา เขาก็พร้อมจะสังหารทุกคนอย่างไม่ไว้ไมตรี

ขณะที่กุนซือหนุ่มถือดาบชี้หน้า 'หรงจื้อ' นายท่านรองแห่งตระกูลหรงผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของแม่ทัพหรง ด้านหลังของเขามีชายชุดดำร่วมห้าสิบคนถืออาวุธครบมือ โดยที่พวกเขารอฟังคำสั่งจากหรงจื้อแต่เพียงผู้เดียว

"พี่ใหญ่... ท่านคงจะชรามากแล้วสินะ เช่นนั้นท่านก็มอบตระกูลหรงให้ข้าจัดการดูแลเองเถอะ ส่วนท่านก็ไปเฝ้าบิดามารดาของท่านในปรโลกดีหรือไม่ แต่ถ้าท่านกลัวเหงาข้าก็ใจดีพอจะช่วยสงเคราะห์พาครอบครัวของท่านไปพร้อมกันเลยดีหรือไม่ ฮ่าฮ่าฮ่า"

หรงจื้อผู้ที่เคยมีใบหน้าอ่อนโยนอยู่เป็นนิจ กลับกล่าวถ้อยคำอย่างโหดเหี้ยมออกมาโดยไม่แม้แต่จะลังเลเลย ในแววตาของเขาวาวโรจน์และฉายแววสนุกสนาน เมื่อได้เห็นสภาพจนตรอกของพี่ใหญ่ผู้เก่งกาจไปเสียทุกอย่าง แต่แล้วอย่างไรเล่า! วันนี้เขาจะเป็นคนปลิดชีพพี่ใหญ่ด้วยตนเอง!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   ตอนพิเศษ 2 ฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของท่านโหว

    ตอนพิเศษ 2ฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของท่านโหวซืออี้นั่งรออยู่บนเตียงด้วยหัวใจอันเต้นกระหน่ำ แม้นางกับเซี่ยกวางเย่าจะมีค่ำคืนอันหฤหรรษ์มาแล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้คือคืนเข้าหอที่มีค่าดั่งทองพันชั่ง ในหัวเล็ก ๆ พลันจินตนาการถึงค่ำคืนอันร้อนแรงระหว่างตนกับพี่เย่า และในตอนนั้นเองที่ประตูถูกเปิดออกโดยฝีมือของเซี่ยกวางเย่า "รอนานหรือไม่ฮวาเอ๋อร์""ไม่นานเลยเจ้าค่ะ ข้ากลับคิดว่าพี่เย่ามาเร็วกว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีกเจ้าค่ะ"เซี่ยกวางเย่าพลันหัวเราะเมื่อนึกถึงสีหน้าของสหายร่วมรบ ก่อนที่เงาร่างสูงสง่าจะเดินเข้ามาใกล้ซืออี้ผู้อยู่ในชุดแต่งงานเจ้าสาว นางยังคงถือพัดสีแดงสดปิดบังใบหน้าของตนเอาไว้ ฝ่ามือหนาจับมือเล็กของนางแล้วหยิบพัดออกมา ใบหน้าอันงดงามพลันปรากฏสู่สายตาคู่คม น้ำลายอันเหนียวข้นถูกกลืนลงคอลงไปอย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัดด้วยเขาตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ ฮวาเอ๋อร์ของเขางดงามจนมิอาจมีผู้ใดเทียบเคียงนางได้เลย!!"ฮวาเอ๋อร์ของพี่งดงามยิ่งนัก งามจนพี่คิดว่าพบกับเซียนสาวที่แอบจำแลงกายมากลั่นแกล้งพี่เสียแล้วอีก" ซืออี้พลันหัวเราะขบขันกับสีหนาอันตื่นตะลึงของเซี่ยกวางเย่า นางคลี่ยิ้มหวานหยดย้อยให้กับ

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   ตอนพิเศษ 1 เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุข

    ตอนพิเศษ 1เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุขหลายวันผ่านไปแคว้นจ้าวจึงได้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง พรรคพวกของรุ่ยอ๋อง เฉินอ๋อง และเจาอ๋องล้วนถูกจำกัดหมดสิ้นไม่มีเหลือ เหล่านักโทษก่อกบฏล้วนถูกตัดสินโทษลดหลั่นกันไป หรงตวนเหม่ยถูกเนรเทศไปใช้แรงงานทางทิศใต้ ขณะที่กู้หยาหนิงถูกขายไปเป็นทาสยังต่างแคว้น ความเป็นอยู่นับว่าอยู่มิสู้ตายนัก ทุกชีวีล้วนเดินไปตามทางอย่างที่ควรจะเป็น ผู้ใดที่ทำสิ่งใดไว้ล้วนได้รับผลตอบแทนทั้งสิ้น!!หลายเดือนผ่านไปจวนตระกูลหรงถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรมงคลสีแดงสดตระการตา แขกเหรื่อต่างมาร่วมงานกันไม่ขาดสาย ด้วยวันนี้ที่จวนตระกูลหรงได้จัดงานมงคลขึ้น ซืออี้หรือหรงฮวาผู้เป็นประมุขหญิงของตระกูลหรง กำลังจะแต่งงานเกี่ยวดองกับจวนเจิ้นอันโหว "วันนี้ซืออี้ของยายงดงามมากจริง ๆ""ขอบคุณเจ้าค่ะท่านยาย" ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มจนเห็นฟันสีขาวสะอาดตาเสิ่นอันหรานเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของซืออี้ หญิงชรามองเงาในกระจกสีเหลืองที่สะท้อนใบหน้าสะคราญโฉมของหลานสาวด้วยความยินดี นางแย้มยิ้มขณะที่หยิบหวีขึ้นมาหวีผมอันดำขลับของซืออี้อย่างบรรจง"หวีครั้งที่หนึ่งขอให้ครองคู่จนผมหงอกขาว หวีครั้งที่สองขอให้อยู่กินกั

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 30 ดับไฟแค้นด้วยคันศร 2/2

    "ตายซะเถอะ!"ฟิ้ว... ฉึก ฉึก ฉึก!!ธนูทั้งสามดอกของซืออี้พุ่งไปยังร่างของจ้าวหงจื้ออย่างแรง ดอกแรกปักตรงหน้าผากของเขา ดอกที่สองปักตรงลำคอ ส่วนดอกที่สามปักตรงหน้าอก"อาจื้อ!!"หวงไท่เฟยคลานเข้ามาบุตรชายที่กระอักเป็นเลือดด้วยความหวาดหวั่น กอดร่างที่หายใจรวยรินของจ้าวหงจื้อด้วยความปวดใจ ความหวาดกลัวตรงเข้ากัดกินจิตใจของพระนางให้สิ้นหวังลงช้า ๆ"ขะ ข้าผิดอะไร อึก!"ในใจของจ้าวหงจื้อยังรู้สึกถึงความไม่ยินยอม ตัวเขาควรจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดเขาถึงไม่มีสิทธิ์ในบัลลังก์นั้นเลยเล่าจ้าวชิงอันส่ายหน้าก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างที่หายใจแผ่วของจ้าวหงจื้อ "ผิดที่เจ้าอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของเจ้าตั้งแต่แรก... หลับให้สบายเถิด เกิดใหม่ชาติหน้าขอให้เจ้าจงพอใจในสิ่งที่เจ้ามี""อึก ๆ เสด็จ พะ พ่อ..."น้ำตาของจ้าวหงจื้อไหลออกมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับลมหายใจที่แผ่วเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่มีการเคลื่อนไหวบนหน้าอกของเขาแล้วจ้าวหงจื้อได้ตายไปในอ้อมกอดของมารดา...!!"อือ ๆ อาจื้อของแม่ เป็นแม่ที่ไม่ดีเอง ฮือ ๆ"หวงไท่เฟยคร่ำครวญร้องไห้กอดศพของจ้าวหงจื้ออยู่เช่นนั้น นางสะเทือนใจอย่างรุนแรงกับการจ

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 30 ดับไฟแค้นด้วยคันศร 1/2

    บทที่ 30ดับไฟแค้นด้วยคันศรจ้าวหงจื้อมองรอยยิ้มของซืออี้ด้วยความสงสัย แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใดนั้น บรรยากาศรอบกายก็ได้เปลี่ยนแปลงไปจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะพบว่าคนของตนกำลังหันปลายดาบชี้มาทางเขาอย่างอาจหาญ คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความไม่เข้าใจนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน!?"อ่า... การแสดงงิ้วเมื่อครู่นี้ของข้าใช้ได้หรือไม่ซืออี้""ยอดเยี่ยมมากเพคะฝ่าบาท"ซืออี้ยิ้มรับด้วยรอยยิ้มหวาน นางมองใบหน้าที่มึนงงสับสนของจ้าวหงจื้อที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างเคว้งคว้างด้วยความรู้สึกสนุก จ้าวเฉิงหยวนที่ควรจะหายใจรวยรินและตายไปอย่างช้า ๆ กลับลุกขึ้นยืนราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เลือดที่เขากระอักออกมาเมื่อครู่นี้ถูกเช็ดออกไปจนไม่มีเหลือ "เจากงกง เลือดหมูของเจ้าคาวยิ่งนัก รีบไปรินสุรามาล้างปากของข้าเลย""พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท เช่นนั้นครั้งหน้าฝ่าบาทอยากจะให้กระหม่อมใช้เลือดไก่หรือเลือดนกดีเล่าพ่ะย่ะค่ะ""ยังจะมีครั้งหน้าอีกหรือเจากงกง""เอ่อ... ไม่น่าจะมีแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ" เจากงกงโค้งศีรษะพลางยิ้มเจื่อน เขารีบไปรินสุราใส่จอกแล้วนำมามอบให้กับฝ่าบาท การกระทำนี้ของทั้งสองล้วนตกอยู่ในสายตาของทุกคน พวกเขาทำร

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 29 ลูกศรทั้งห้าดอก 2/2

    "เป็นพลุที่สวยงาม อะ อึก!"จ้าวเฉิงหยวนผินพระพักตร์มาส่งยิ้มให้กับจ้าวหงจื้อ ทว่ารอยยิ้มของพระองค์กลับย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม พระองค์กระอักเลือดออกมาคำโต อาบย้อมให้ชุดฉลองพระองค์เต็มไปด้วยสีแดงของเลือด ดูแล้วช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก"ฝ่าบาท!"เจากงกงถลาเข้ามาประคองร่างสูงสง่าที่ซวนเซด้วยความตื่นตระหนก ทว่าจ้าวหงจื้อกลับแย้มยิ้มด้วยความยินดียิ่ง"ทุกคนจงฟัง! หากไม่อยากตายก็จงยอมสวามิภักดิ์ต่อข้าเสีย เพราะตอนนี้คนของข้าได้ล้อมวังหลวงเอาไว้ทั้งหมดแล้ว รวมถึงครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเจ้าด้วย และไม่ว่าอย่างไรผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้วฝ่าบาท ไม่ใช่สิ! อดีตฮ่องเต้ก็จะเสด็จสวรรคต!! หากอยากจะมีชีวิตรอดก็จงเลือกทางที่ฉลาดเสีย"จ้าวหงจื้อโยนไม้เท้าที่ตนใช้ประคองตัวเองมานานหลายปีทิ้งออกไป ร่างสูงของเขายืดแผ่นหลังตรงก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของจ้าวเฉิงหยวน ซึ่งเวลานี้ดวงตาของพระองค์ฉายแววริบหรี่ยิ่งนัก ม่านตาค่อย ๆ ปรือลงราวกับจะหลับไปได้ทุกเวลา"นะ นี่รุ่ยอ๋องมิได้พิการหรือนี่""ฮ่ะฮ่าฮ่า ข้าของข้าแข็งแรงดีไม่ได้พิการเลยแม้แต่น้อย ก็แค่เล่นงิ้วให้คนโง่เขลาที่คิดว่าตนเองฉลาดดูก็เท่านั้นเอง"ท่าที

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 29 ลูกศรทั้งห้าดอก 1/2

    บทที่ 29ลูกศรทั้งห้าดอกหรงจื้อถูกลากตัวให้ไปยืนตรงตำแหน่งที่จัดเตรียมเอาไว้แล้ว แม้เขาจะพยายามขัดขืนแต่ก็มิอาจสู้แรงของนายทหารทั้งสองคนได้ เขาถูกลากไปยืนตรงเป้ายิงธนู ในตอนนี้นี้เป้ายิงธนูที่มีชีวิตก็ได้พร้อมแล้ว ซืออี้จึงเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของนางกำลังสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น"ไม่นะ! ได้โปรดไว้ชีวิตของข้าไปเถิด ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำเช่นนั้นกับพ่อเจ้าจริง ๆ ทะ ทั้งหมดเป็นเพราะเฉินอ๋องบีบบังคับข้าต่างหาก" น้ำเสียงของหรงจื้อเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ ยิ่งเห็นซืออี้ง้างสายธนูขึ้นเขาก็หวาดกลัวจนตัวสั่น เพิ่งเข้าใจคำว่ากลัวจนเสียสติก็วันนี้เอง "งั้นหรือ... แต่เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าทำไปเพราะความโลภในใจเล่า จะไม่พูดตอนนี้ก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว เพราะชีวิตของพวกเขาที่ถูกเจ้าพรากไปมิอาจจะเอาคืนกลับมาได้แล้วอย่างไรเล่า"จบคำซืออี้ก็ปล่อยลูกศรพุ่งเข้าใส่ร่างของหรงจื้ออย่างไม่ลังเล ไฟในใจที่เต็มไปด้วยความแค้นได้ปะทุออกมาจนยากจะดับเสียแล้ว แววตาของนางวาวโรจน์เมื่อนึกถึงค่ำคืนอันเจ็บปวดที่มิอาจลืมเลือนได้ฉึก!"อ๊ากก แขน แขนข้า"ลูกศรของซืออี้ปักเข้าที่ไหล่ของหรงจื้ออย่างจ

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 4 ท่านตาอัน ท่านยายหราน 1/2

    บทที่ 4ท่านตาอัน ท่านยายหรานตกเย็นวันนั้นซืออี้จึงได้พบกับผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่ง แม้ใบหน้าจะเหี่ยวย่นไปตามวัยทว่าก็มิอาจลดทอนความน่าเกรงขามไปได้เลย ท่านตาผู้นี้มีใบหน้าคมดุ แววตาเรียวเฉี่ยวที่รู้สึกถึงความน่าหวาดหวั่น แต่เมื่อเขายิ้มก็ทำให้ใบหน้าอ่อนโยนลง ทั้งคำพูดแต่ละคำที่เอ่ยออกมานั้นชวนให้คนฟั

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 3 ประสบเคราะห์ 2/2

    ฉึก!อามู่ถูกลูกดอกปักเข้าที่แขนอย่างจัง เขาดึงลูกดอกนั้นขึ้นมาก่อนจะเขวี้ยงใส่ตาของผู้เป็นเจ้าของอย่างแม่นยำ"อ๊ากกก!!"ตาข้างซ้ายพลันมืดสนิทในทันที เลือดสีแดงเข้มไหลทะลักออกมาจากปากแผล จนอาบย้อมใบหน้าของหัวหน้าพ่อค้าเป็นสีแดงสด อามู่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะรีบหนีไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทว่าตั

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 3 ประสบเคราะห์ 1/2

    บทที่ 3ประสบเคราะห์ทั้งสองพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมอีกหนึ่งคืน ก่อนจะออกเดินทางในเช้าวันใหม่ ปลายทางของพวกเขาคือแดนเหนือซึ่งอยู่ไกลออกไปนับพันลี้ ตลอดเส้นทางแสนจะลำบากลำบนยิ่งนักสำหรับเด็กหญิงที่อายุแค่ 13 นับตั้งแต่วันนั้นนางก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นซืออี้ ส่วนชื่อหรงฮวาจะถูกกลบฝังเอาไว้ แต่จะยังคงอยู่ในจิ

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 2 ซืออี้คือชื่อใหม่ของข้า 2/2

    ทางด้านอามู่ได้พาหรงฮวาหนีรอดออกได้ เขาซ่อนตัวอยู่ใต้สะพาน รอจนฟ้าสางประตูเมืองเปิดจึงรีบออกเดินทางจากเมืองหลวงทันที ก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นเหนือสุดเพื่อไปยังจวนโหวดั่งเช่นที่ฮูหยินไหว้วานเอาไว้ ร่างเล็กที่สลบไสลนั่งพิงหน้าอกของเขาตลอดทาง อามู่ก้มมองดูคุณหนูตัวน้อยที่ชีวิตผกผันในชั่วข้ามคืนด้วยความสงสาร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status