Masuk“เดี๋ยว อย่าเพิ่ง” เธอรั้งเขาไว้ก่อนที่เขาจะจูงเธอพ้นจากกรอบประตู
“อะไร”
“พาสปอร์ตอยู่ในเซฟ เลฟได้มันมาแล้ว คุณ...รู้รหัสเปิดเซฟหรือเปล่า”
อเล็กเซย์ยิ้มเจ้าเล่ห์ “รู้สิ บางครั้งผมต้องทำงานแทนเขานี่นา เอกสารสำคัญหลายอย่างผมต้องรับรู้ อย่าแปลกใจที่เรามีเซฟใบเดียวกัน”
แปลกใจสิ ทำไมจะไม่แปลกใจ ยิ่งตอนที่เห็นอเล็กเซย์แตะปุ่มเปิดเซฟของเลฟ เธอก็ยิ่งสงสัย พี่น้องคู่นี้ดูไม่ค่อยสนิทกันสักเท่าไหร่ แต่กลับรับรู้เรื่องราวของกันและกันดีทีเดียว
แล้วพาสปอร์ตเล่มบางก็ถูกวางใส่มือ ณัชรินทร์ดีใจจนน้ำตาคลอ เธอเปิดพาสปอร์ตออกดู ทุกอย่างดูดีไม่มีที่ติ หวังว่ามันจะทำให้เธอขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยได้จริงๆ ละนะ
“ขอบคุณนะอเล็กซ์ คุณดีกับฉันมากเลย”
อเล็กเซย์ยิ้มสดใส ไม่ติดใจที่กระต่ายน้อยเรียกชื่อเขาเพียงสั้นๆ ตามแต่ใจหล่อนเถิด หากชื่อนั้นจะทำให้หล่อนเรียกเขาได้อย่างสะดวก
“คุณจะกลับวันไหน”
“ทันทีที่เจอน้องสาวฉัน หรือไม่ก็...เร็วที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ คุณรู้เรื่องเพชรหรือเปล่า”
“ฟีโอดอร์พูดให้ฟังเหมือนกัน”
“ค่ะ ฉันไม่รู้ว่าน้องสาวมีเพชรหรือเปล่า แต่ฉันอยากกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุด คุณช่วยฉันได้ไหม สัญญาว่าถ้าเพชรอยู่กับพาขวัญจริง ฉันจะคืนมันให้พวกคุณแน่ๆ” ณัชรินทร์ละล่ำละลักบอก มั่นใจว่าเมื่อตัวเองเจอเพชร จะรีบส่งคืนเจ้าของแน่ๆ แม้ว่าตอนนั้นเธอจะอยู่ที่เมืองไทยแล้วก็ตาม
อเล็กเซย์วางมือลงบนกระหม่อมของณัชรินทร์ ลูบมันเบาๆ แล้วยิ้มให้หล่อน
“อย่ากังวลเลยน่า ผมจะพูดกับเลฟเอง ผมจะพาคุณกลับบ้านทันทีที่ได้เจอน้องสาวดีไหม”
น้ำตาอุ่นๆ คลอในดวงตาของกระต่ายน้อย เธอซึ้งใจในสิ่งดีๆ ที่อเล็กเซย์ทำเพื่อเธอ
“ในความโชคร้าย ฉันโชคดีที่เจอคุณ ทำไมถึงดีกับฉันมากนักก็ไม่รู้”
“นั่นสิ จู่ๆ ผมก็...รู้สึกเหมือนติดค้างอะไรบางอย่างกับคุณ เอ่อ...มันเป็นความรู้สึกที่ผมก็ไม่รู้สาเหตุจริงๆ ผมสบายใจที่ได้ทำอะไรเพื่อคุณอย่างนี้ บางทีมันอาจเป็นโชคชะตา คุณว่าไหม”
ณัชรินทร์พยักหน้าระรัว นึกอยากโผเข้าหาอ้อมกอดอเล็กเซย์ อยากสัมผัสอกอุ่นๆ ของเขา มันคงรู้สึกดี คงรู้สึกปลอดภัย อยากกอดเขาจัง...
แล้วจู่ๆ ร่างบอบบางก็ถูกดึงไปกอด ณัชรินทร์ตาเบิกโต แต่ไม่ได้ขัดขืนเมื่ออเล็กเซย์กอดเธอไว้ กอดเขาไม่เหมือนกอดของเลฟ มันไม่ได้ทำให้เธอร้อนวูบวาบไปทั้งกาย แต่ทำให้เธออบอุ่นไปถึงหัวใจที่เหน็บหนาวมานาน กอดเขาอุ่นอย่างที่เธอนึก ทั้งอุ่นทั้งรู้สึกปลอดภัย เขากอดเธอไว้ ตบเบาๆ บนหลังของเธอ ราวกับปลอบโยน ราวกับให้กำลังใจ ชอบจัง...ชอบจริงๆ นะ
“คงอยากกลับบ้านมากเลยใช่ไหม คงคิดถึงคนทางโน้น คิดถึงอาหารที่เคยกิน คิดถึงที่นอนนุ่มๆ ของตัวเอง ไม่เป็นไรนะชาช่า ผมรับรองว่าจะส่งคุณขึ้นเครื่องด้วยตัวเอง ผมสัญญา”
“ขอบคุณนะอเล็กซ์ ฉันเป็นหนี้คุณเหลือเกิน ขอบคุณที่หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้ฉันทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันเลย”
อเล็กเซย์เผลอยิ้ม เขาเองยังไม่รู้ว่ายิ้มอะไร เขาคลายอ้อมแขน เมื่อส่งกำลังใจให้หล่อนมากพอแล้ว เหมือนว่าหล่อนมีน้ำตานะ หล่อนปาดมันทิ้งแล้วยิ้มให้เขา ยิ้มสดใสราวพระอาทิตย์ยามเช้า ช่างน่าเอ็นดู
“ไปเถอะชาช่า เราไปสนุกกันดีกว่า”
“สนุกอะไรคะ” ถามขณะเดินตามแรงจูงของอเล็กเซย์ บางคราที่เขารีบร้อน เธอก็แทบเดินตามเขาไม่ทัน
“ก็เลฟคงจะอยู่ที่กาสิโนจนถึงพรุ่งนี้เช้า เรามาสนุกกันดีกว่า ไปหาชุดสวยๆ ใส่ แล้วจัดปาร์ตี้กัน”
“คะ? ปาร์ตี้เหรอ”
“อาฮะ!”
แล้วความสงสัยของณัชรินทร์ก็ถูกไขให้กระจ่างในชั่วโมงถัดมา โถงกว้างที่ชั้นล่างถูกเนรมิตให้เป็นงานปาร์ตี้เต็มรูปแบบ ผู้คนมากหน้าหลายตาหลั่งไหลมาที่นี่ เธอได้แต่ยืนหลบมุมอยู่ที่บาร์เครื่องดื่มขนาดใหญ่ที่ถูกเนรมิตขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เครื่องดื่มสีสวย แสงไฟหลากสีและดนตรีจังหวะมันๆ ที่เธอฟังไม่รู้เรื่อง ผู้คนดื่มกินอย่างสนุกสนาน ไม่สนว่าด้านนอกนั้น ราตรีกาลยังไม่มาเยือน
อเล็กเซย์ยังขยันส่งยิ้มมาให้เธอ เขานั่งอยู่ท่ามกลางสาวๆ ที่พร้อมใจส่งแก้วเครื่องดื่มให้เขาจิบ เขาดูมีความสุข เหมือนเจ้าชายที่อยู่กลางฮาเร็ม นี่สินะ เม็ดเงินที่บันดาลได้ทุกสิ่ง
เธอไม่สนุกเลย เธอได้พาสปอร์ตมาแล้ว และคงดีถ้ารู้ว่าตอนนี้พาขวัญอยู่ที่ไหน ขอแค่ได้เจอพาขวัญก่อนเถอะ เธอหนีแน่ เธอไม่อยู่รอคนหื่นอย่างเลฟหรอก ดีแล้วที่เขาไม่อยู่ที่นี่ เพราะเรื่องที่เขาทำกับเธอเมื่อเช้ายังตามมาหลอกหลอน กลิ่นเขา สัมผัสของเขายังกรุ่นที่ปลายจมูก แค่นึกถึงก็ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
“ชาช่า! มาทางนี้เถอะ! มาสนุกด้วยกันเร็วเข้า!”
อเล็กเซย์ร้องเรียกกระต่ายน้อยของเขาอยู่ที่อีกฝั่งของงาน ณัชรินทร์มองตามเสียงเรียก ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเขาดึงเขาไปจูบอย่างดูดดื่ม อเล็กเซย์ก็จูบตอบแต่โดยดี รู้อะไรไหม ตอนที่เขาบดจูบกับแม่สาวหุ่นแซ่บที่แต่งตัวไม่แคร์หิมะนอกหน้าต่าง เธอกลับรู้สึกไม่ชอบใจ ก็ใครใช้ให้เขามาหน้าตาเหมือนเลฟล่ะ
แต่เอ๊ะ!? แล้วถ้าเป็นเลฟที่กำลังจูบกับผู้หญิงคนนั้น ทำไมเธอต้องรู้สึกไม่พอใจด้วย คุณพระช่วยด้วยเถอะ! เธอคงประสาทกลับกระมัง มีเรื่องในหัวเธอมากเกินไปจนสมองเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ
อเล็กเซย์บอกสาวๆ เป็นภาษาถิ่น ให้หลีกทางให้คนพิเศษของเขาที่กำลังเดินตรงมา ณัชรินทร์เดินแหวกแม่สาวทรงโตทั้งหลาย เข้าไปนั่งข้างๆ เจ้าบ้าน แล้วแก้วเครื่องดื่มสีสวยก็ถูกส่งมา เธอโบกมือไหวๆ เธอดื่มไม่ได้หรอกนะ เธอไม่ชอบดื่ม เธอไม่ถูกกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆ ทั้งสิ้น!
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ
...........ตอนพิเศษเลฟ & ชาช่า...........เหนือหัวเตียงของณัชรินทร์คือหน้าต่างบานใหญ่ เธอชอบห้องนี้เพราะพอเปิดหน้าต่างไว้แล้วลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา มันได้ยินเสียงคลื่นด้วย เสียงคลื่นทำให้เธอหลับสบาย แถมดวงจันทร์วันนี้ก็กลมโตเชียว ถ้าปิดไฟในห้อง แสงจันทร์ข้างนอกคงสาดส่องเข้ามา ที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือต้องส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนทุกเช้า แม้ว่าเรือของเราจะขับอย่างปลอดภัย แต่เธอก็ยังกังวลเลฟบอกว่าจะหาครูมาสอนให้ เรียนที่บ้านก็ดี แต่มันออกจะเกินไปหน่อย เธออยากให้ลูกๆ พบเจอผู้คนมากกว่าอุดอู้อยู่ในบ้าน ยิ่งสมัยนี้ผู้คนไม่ได้ใจดีทุกคน ก็อยากให้ลูกเรียนรู้ จะได้มีประสบการณ์มากพอในการรับมือกับคนที่เข้ามาในชีวิตวันนี้เธอส่งลูกเข้านอนแต่หัววัน ในห้องของคนเป็นย่า ห้องเด็กที่เลฟจัดไว้ให้ สองแสบเลยได้ใช้แค่ตอนไปอาบน้ำแต่งตัว มาดามคนงามสดใสขึ้นมากเมื่อมีหลานอยู่ใกล้ๆ เธอเลยปล่อยเต็มที่ และรู้สึกว่ามีอิสระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวตั้งแต่ลูกไม่ติดแม่ แต่ไปติดย่าแทน“
“ลูก้าล่ะ” ณัชรินทร์ถามเมื่อลูก้าไม่ยอมเดินตามมา“ไม่รู้สิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”ตอบพี่แล้วแลหาเขา ทว่าไม่เจอ ทำไมหายตัวเก่งจังนะ“เขาดีกับเธอไหม”“อือ...ดี...พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ใช้ชีวิตของพี่ไปเถอะ ฉันโอเค”“ขอให้จริง ถ้าเขากล้าทำร้ายเธอละก็ พี่จะฆ่าเขาเอง”คนเป็นพี่ชูหมัดให้น้องดูว่าเอาจริง ให้ลูก้าทำร้ายเมียกับลูกสิ เธอนี่แหละจะเอาปืนยิงหัวให้กระจุยเลย เธอยิงปืนแม่นนะ อย่าลืม“จ้า...คุณนายมาเฟียนี่โหดจริงๆ”“พูดจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น พ่อของลูกเธอน่ะ ต้องโดนหนักๆ”“ก็ว่าไป เขาก็ดีของเขาแล้วพี่ ไม่ได้รักกันชอบกัน เขายังช่วยฉันขนาดนี้”“ไม่ช่วยก็เรื่องของเขาสิ พี่เลี้ยงหลานได้น่า ตอนเจ้าแฝดคลอดน่ะ เธอยังช่วยเลี้ยงเลย เป็นเธอที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ เลี้ยงหลานแค่คนเดียว สบายเลย พี่เลี้ยงได้แน่”“จ้าๆๆ คุณนายเลี้ยงได้ ฉันรับรู้แล้ว โอเคไหม”“โอเค! ถ้าเขารังแกเธอ ถ้าเขาทำให้เธอเจ็
...........[4]บนเตียงสี่เสาอันเร่าร้อน...........ภายในโรงแรมเล็กๆ ราคาประหยัดที่ พาขวัญ พาตัวเองมาซ่อนตัว เธอถูกคนของพวกมาเฟียไล่ล่าจนชายคนรักพลาดท่าถูกยิงเสียชีวิต เธอไม่รู้ว่าตอนนี้ร่างของแฟนหนุ่มอยู่ที่ไหน ก็อยากคร่ำครวญต่อการสูญเสีย แต่ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือหาทางเอาตัวรอด เธอกินมื้อเช้าเสร็จ
“ฉันอุ่นจนร้อนแล้วเลฟ” เธอบอกให้เขารู้ เตาผิงแบบโบราณในห้องนี้ ยังทำหน้าที่ของมันอย่างขันแข็ง ห้องนี้เลยอุ่นยิ่งกว่าติดฮีตเตอร์ยี่ห้อแพงๆ เสียอีก“อ้อ...นึกว่าชินแล้ว มาจากเมืองร้อนไม่ใช่เหรอ”คนถูกถามจนใจจะเถียง ก็ได้เจ้าค่ะ เธอจะยอมซ่อนร่างอยู่ใต้เสื้อคลุมตัวหนานี่ก็แล้วกัน“โอ...หวงชะมัด” วาดิมเ
“ไม่...ขอร้อง เลฟ...ไม่!”ก๊อกๆๆประตูถูกเคาะด้วยมือของผู้ช่วยมากวัย เลฟเงยหน้าจากซอกคออุ่นของณัชรินทร์ เพื่อจ้องมองฟีโอดอร์ด้วยดวงตาที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด“โอ...ขอโทษครับบอส”“ออกไป!” น้ำเสียงของเลฟดุกร้าว ดวงตาขุ่นขวาง แต่ฟีโอดอร์ก็ไม่ได้ทำอย่างที่เจ้านายต้องการ“เกรงว่าจะไม่ได้ครับ ญาติผู้แสนดีข
“บอกทีว่าคุณเอาสร้อยฉันมา” ณัชรินทร์เริ่มคำถามเลฟไม่ได้โต้ตอบในทันที เขากำลังควบคุมอารมณ์ให้นิ่งอยู่ เลยหันมองแต่ปุยหิมะนอกหน้าต่าง มันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกแม้แต่นิดเดียว“เลฟ!?”“เอาสร้อยมาจากไหน” เขาย้อนถามณัชรินทร์ มือข้างหนึ่งล้วงเอาสายสร้อยออกมาจากกระเป๋ากางเกง“มีคนให้น่ะสิ เอามานะ นั่นของฉั







