LOGINโชนเดินเข้ามาในผับกับเปปเปอร์ มองหากลุ่มเพื่อนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เจมส์ยกมือขึ้นทักสองคนที่เพิ่งมาถึง เปปเปอร์เห็นจึงยกมือทักตอบไป ก่อนจะชี้เป้าหมายให้โชนเห็นแล้วเดินไปด้วยกัน
“อะนี่ของดี ลองดู” นัทบอกพลางยื่นแก้วใส่ของเหลวกับน้ำแข็งให้ทั้งสองคนไป เปปเปอร์กับโชนจึงรับไว้แล้วยกดื่มอย่างไม่ลังเล “เป็นไง” “เออดี ขวดนี้กูอยากกินมานานละ” เปปเปอร์ตอบ “โชนอะ” “แค่นี้ทำอะไรคอกูไม่ได้หรอก” “เอ้อ เอากับเขาดิวะ มา ๆ นั่งลง พวกกูมองหาสาวไว้คั่วอยู่ ยังไม่เจอที่ถูกใจเลย” “ไม่ทิ้งลายฉิบหายพวกมึงนี่ มาผับก็จ้องแต่จะควงสาว” โชนบอก “เอ๊า ไม่ควงสาวแล้วจะให้ควงแก้วเหล้าไง? มาที่แบบนี้มันก็ต้องหาเหยื่อเปล่าวะ” หลังจากนั่งกับกลุ่มเพื่อนไปสักพัก หลายคนในกลุ่มก็ต่างลุกจากที่นั่งกันไปขอสาวที่ถูกใจชนแก้ว แต่โชนยังคงนั่งอยู่ที่เดิม คอยกวาดสายตาดูโดยรอบอย่างดื่มด่ำบรรยากาศ แม้เสียงเพลงจะดังกระหึ่มต่อเนื่องไม่เบาลงเลยก็ตาม แต่เขาก็ชินแล้วกับสถานที่แบบนี้ มีผู้หญิงมาขอชนแก้วเขาก็ชนตอบไปทั้งที่ใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดคุยอะไรกับพวกเธอแม้แต่คนเดียว ไม่นานก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเต้นโยกย้ายส่ายสะโพก ลีลาของเธอดึงดูดสายตาคนโดยรอบไม่น้อย โชนเองก็สะดุดตาจนต้องหยุดมองที่เธอซึ่งอยู่ไกลออกไปอยู่อย่างนั้น ผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนสะบัดพลิ้วไปมาตามการเคลื่อนไหวของร่างเพรียวบาง พอเธอกระโดด กลุ่มผมเป็นช่อซึ่งถูกม้วนลอนไว้นั้นก็กระดกขึ้นลงเป็นจังหวะมองดูเพลินตา เสื้อสายเดี่ยวสีแดงโชว์แผ่นหลังสีขาวเนียนของหญิงสาวทำให้คนมองยิ่งไม่อาจละสายตาจากเจ้าของความงดงามนั้นได้ เอวคอดเล็กรับกับสะโพกที่ผายสง่า ทั้งความสูงที่เสริมทั้งเรือนร่างให้ดูดีมากขึ้นไปอีก ผู้หญิงคนนี้หุ่นดีมาก ราวกับรูปปั้นที่ได้รับการปั้นมาอย่างประณีตเลยก็ว่าได้ “ขอโทษนะคะ ขอชนแก้วด้วยได้ไหมคะ” เสียงผู้หญิงดังขึ้นข้าง ๆ แต่โชนก็ยังคงมีสายตาจดจ่อไปที่หญิงสาวคนเดิมนั้นไม่เปลี่ยน เขาไม่สนใจคนข้างกายในตอนนี้ เธอยืนรออยู่หลายวินาทีเขาก็ยังเมิน สุดท้ายจึงหน้าเจื่อนเดินกลับโต๊ะของตนไป มีอีกหลายคนที่มาทำเช่นเดียวกัน และเดินจากโชนไปในท่าทีที่ไม่ต่างกันเลยสักคน “เอ๊ย เดี๋ยวสิครับ ถ้าเพื่อนผมไม่ชนแก้วด้วย ชนกับผมแทนไหมครับ” เจมส์ซึ่งเดินกลับมาที่โต๊ะเห็นหญิงสาวคนหนึ่งหน้าบึ้งเพิ่งเดินออกจากโต๊ะตนมาก็ทัก ทว่าเธอกลับปฏิเสธเขาแล้วเดินไปต่อ “เฮ้ยโชน เป็นไร ทำไมไม่ชนแก้วกับสาวเขาหน่อยอะ หน้าบึ้งกลับไปเลย” “…” คนถูกถามไม่ตอบ สายตายังคงอยู่ที่หญิงสาวคนเดิม ดูหลงใหลในตัวเธออย่างเต็มที่ “โชน ได้ยินกูไหมเนี่ย” “เงียบ ๆ ดิ๊ อย่าเพิ่งพูด หนวกหู” “เอ๊า ..แล้วนี่มึงมองอะไรอยู่เนี่ย” “…” “ฮั่นแน่! มองสาวชุดแดงโชว์หลังคนนั้นเหรอ” “…” “ป๊าดด ดูแล้วมึงนี่ตาถึงใช่เล่น เอาไง ไปขอเปิดซิงตัวเองกับสาวคนนั้นคนแรกเลยไหม” “พูดบ้าอะไรของมึง กูก็แค่มองเฉย ๆ ไม่เข้าไปทักเขาหรอก” “กลัวอะไร หล่อ ๆ อย่างมึงเขาไม่ปฏิเสธหรอก แค่เข้าไปทำหน้าดี ๆ พูดดี ๆ อย่าทำหน้าดุ ทำเสียงเข้มกับเขาเหมือนตอนเป็นเฮดว้ากก็พอ” โชนยอมละสายตาจากหญิงสาวแล้วกลับมาสนใจเพื่อนของตน พลางส่ายหน้าเบา ๆ “อ่าว สรุปไม่เอา?” “ไร้สาระ” “ไร้สาระ? งั้นกูไปหาเขานะ” บอกจบก็จะเดินไปทันที แต่กลับมีมือแกร่งมาจับแขนเขาไว้อย่างเร็ว โดยที่เจ้าของมือไม่พูดอะไร “แหนะ หวงเหรอ” “เปล่า มึงอย่าไปยุ่งกับเขาเลย นั่น เขามากับแฟน” “…” “กูเพิ่งเห็นเมื่อกี้ เขากลับไปนั่งที่โต๊ะตอนที่แฟนเขาเดินกลับมา” “อ๋อ ไม่ไปเข้าหาเขาเพราะแบบนี้เหรอ” “…” “เขาอาจจะไม่ใช่แฟนกันก็ได้ อาจจะเป็นเพื่อนไรงี้” “…” “ลองไปถามตรง ๆ เลยดิ จะได้ไม่คาใจ” “ช่างเถอะ กูก็แค่มองเขาเฉย ๆ ไม่ได้อะไร” โชนบอกปัดไป ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มทีเดียวจนหมดแก้ว “เฮดว้ากกูเริ่มสนใจสาวแล้วสินะ” เจมส์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะสายตามองไปที่เพื่อนหนุ่ม “ขอโทษนะครับ” โชนรอโอกาสให้ผู้ชายที่นั่งโต๊ะเดียวกันกับหญิงสาวซึ่งตนคอยมองอยู่มาเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็รีบเดินเร็วตามมาดักข้างหน้าเขา “มีอะไร” คนถูกกีดขวางทางเดินโดยไม่ทันตั้งตัวตอบไป “..ผู้หญิงที่นั่งโต๊ะเดียวกับคุณ เป็นแฟนคุณหรือเปล่า” “..เปล่า ทำไมเหรอ” “โอเค ขอบคุณ” โชนเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเท่านี้แล้วก็หมุนตัวหันหลังเดินจากเขามา พร้อมกับแอบหยักโค้งมุมปากข้างหนึ่งเล็กน้อย “เอ๊า.. อะไรของมัน ดูท่าจ้องจะจีบน้องเฟียแน่เลย หึ เสน่ห์แรงไม่แพ้พี่จริง ๆ สมแล้วที่เป็นสายรหัสกัน” เสือเอ่ยกับตัวเองแล้วก็อมยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ “น้องเฟีย เมื่อกี้พี่จะไปเข้าห้องน้ำ มีผู้ชายมาดักหน้าพี่ แล้วถามพี่ว่า ผู้หญิงที่นั่งโต๊ะเดียวกันกับพี่เป็นแฟนพี่หรือเปล่า พี่ก็เลยตอบว่าไม่ใช่ แล้วมันก็ขอบคุณแล้วก็ไปเลย ไม่บอกด้วยว่าถามทำไม” เสือเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากไปเข้าห้องน้ำแล้วพูดบอกกับโซเฟียทันที “จะจีบเฟียน่ะสิ เฟียไม่เอาหรอกนะ อาหวังแน่ ๆ จ้องแต่จะซั่ม” “แต่มันก็ดูไม่ใช่ผู้ชายมุ่งเรื่องนั้นเลยนะ พี่เป็นผู้ชายด้วยกันพี่ดูออก ผู้ชายคนนั้นดูเป็นคนนิ่ง ๆ เงียบ ๆ แต่แบบจริงจัง ดุดัน” “เงียบ ๆ น่ะฟาดเรียบแน่ ๆ พี่ไม่เคยได้ยินเหรอคะ” “ก็ใช่ ..แต่-” “พอเลยค่ะพี่เสือ พี่เจอเขายังไม่ถึงนาทีเลยไม่ใช่เหรอ จะรู้จักเขาดีขนาดนั้นได้ยังไง” “…” “ปล่อยไปค่ะ ถ้าเขาจะมายุ่งกับเฟีย เฟียจะจัดการเอง เมินให้หมด คนสวยแค่อยากมาดื่มมาเต้นค่ะ ไม่ได้อยากมานัวกับใคร” บอกจบก็นำแก้วเหล้าของตนมากระดกดื่มจนหมดแก้ว ก่อนจะกระแทกก้นแก้ววางกับโต๊ะอย่างแรงแล้วดีดตัวลุกขึ้นไปเต้นต่ออย่างไม่สนใจสายตาใคร “ไง บอกว่าไร้สาระ บอกว่าช่างเถอะ สุดท้ายก็ไปถามมาจนได้” โชนไม่ได้ตอบอะไรแล้วหันไปมองที่หญิงสาวคนเดิม ซึ่งตอนนี้กำลังชูแก้วเหล้าขึ้นแล้วเต้นไปด้วย “ยังมองเขาอยู่แบบนี้ แสดงว่าเขาโสดใช่ป้ะ” คนถูกถามไม่พูดตอบ ทำเพียงแค่อมยิ้มบาง ๆ “แล้วนั่งอยู่ทำไม ทำไมไม่เข้าไปคุยกับเขาล่ะ สานสัมพันธ์ไง” “เร็วไป กูขอดู ๆ เขาไปก่อน ถ้าเข้าหาเขาเพราะเห็นเขาเต้น เขาได้นึกว่ากูแค่หวังสนุกแน่ ๆ” “เฮ้ย แล้วมึงจะคบจริงจังเลยเหรอวะ” “ไม่รู้ กูขอดูก่อนไง กูแค่.. ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้กูสนใจในตัวเขาขนาดนี้มาก่อน” “..ผู้หญิงสไตล์สาวเจ้ามีตั้งเยอะแยะ แต่มันกลับต้องตาต้องใจเขาแค่คนเดียว” “พรหมลิขิตเปล่ามึง” เปปเปอร์สะกิดบอกกับเจมส์ที่เพิ่งพึมพำด้วยความฉงนไป ทั้งสองจึงมองตากันแล้วนำแก้วมาชนกันก่อนจะยกดื่มเครื่องดื่มฤทธิ์ร้อนต่อ ขณะกระดกทั้งคู่ก็มองไปที่โชนซึ่งยังคงมีสายตาอยู่ที่สาวคนเดิมอยู่อย่างนั้น สายตาแสดงออกชัดว่าแซวเพื่อนหนุ่มกันอยู่ในใจแค่ไหน วันต่อมา.. โซเฟียกับปิ่นทานข้าวกลางวันด้วยกันอยู่ที่โรงอาหาร ทั้งสองพูดคุยทำความรู้จักกันมากขึ้น จนเริ่มสนิทสนมกันมากกว่าเดิม “นี่เรากินข้าวเสร็จ ว่าจะไปขอลายเซ็นพวกพี่ว้ากเขา เฟียไปด้วยกันไหม” ปิ่นเอ่ยชวน คนได้ยินถึงกับหยุดเคี้ยวสิ่งในปากแล้วใช้นิ้วดันแว่นตาตัวเองขึ้นเบา ๆ ในใจตอบปฏิเสธเสียงดังมาก แต่จะทำยังไงได้ ยังไงเธอก็ต้องไปขออยู่ดี เพราะถ้าไม่ได้ลายเซ็นพวกเขา เธอก็จะไม่ได้เข้าเชียร์ต่อ “เฟียไม่ไปเหรอ.. ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเราไปคนเดียวก็ได้ ถึงมันจะน่ากลัวมากก็เถอะ..” “ไปสิไป เราไปด้วยกันจะได้ไปเป็นเพื่อนกัน ดีกว่าไปคนเดียว” “ฮิ งั้นเรารีบกินกันดีกว่า เดี๋ยวจะหมดเวลาพักก่อน ไม่รู้พวกพี่เขาจะให้เราทำอะไรแลกกับลายเซ็นกันบ้าง” “…” แค่คิดก็ปวดหัว ถ้าไม่เจอคู่อริของตัวเอง เธอจะอ่อยจะอ้อนพี่ว้าก 5 คนขอเซลฟีให้จบ ๆ ไปเลย จะได้ไม่ต้องเจอกับอิตานั่น หญิงสาวสองคนเดินเคียงคู่กันมองหากลุ่มพี่ว้ากในลานเกียร์ ทว่าเพียงครู่เดียวก็เห็นกลุ่มเป้าหมายนั้นนั่งอยู่ ด้วยออร่าของพวกเขาที่ทำให้เป็นที่น่าสนใจมากกว่ากลุ่มอื่น “เฟีย นั่น” ปิ่นบอก โซเฟียไล่มองดูทีละคนในแก๊งนั้น ก่อนจะเป่าลมหายใจโล่งอกออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีโชนอยู่ในนั้น ทั้งสองต่างหยิบสมุดเชียร์ออกมาจากกระเป๋าของตน ส่วนโซเฟียหยิบมือถือขึ้นมาด้วย “ปะ ไปกัน” สองสาวเตรียมออกตัวก้าวเท้า ทว่ากลับมีคนตัวสูงเดินมาเบียดไหล่โซเฟียจากด้านหลังแล้วก็เดินนำไปข้างหน้าต่อ ไม่หันกลับมามองเลยว่าเมื่อครู่ตัวเองกระทบเฉี่ยวใครจนตัวเซเสียหลัก ราวกับจงใจ เห็นสีผมพร้อมกับรูปร่างของชายหนุ่มแล้ว โซเฟียยิ่งกำหมัดแน่นกว่าเดิม ตอนนี้เขากำลังเดินตรงไปเข้ากลุ่มพี่ว้ากนั้น “ไอ้ม่อต้อ” เธอกัดฟันพูดเบา ๆ ถึงตอนนี้เขาจะสูงนำเธอไปมากแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นไอ้เตี้ยม่อต้อของเธอเหมือนเดิม! โปรดติดตามตอนต่อไป.. กรี๊ดดด สักยกเลยไหมลูกก โซเฟีย (นวดหมัด)เพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้วหลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่“โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น“ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ”นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋า
เกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ“เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียงโซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใครโชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก“นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยั
“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน“ฮะ?”เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่“เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย”“ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่”“…”“โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก”“นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด”“ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด”“อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่”“ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”“…”“ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ”“ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด”“…”คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน“เดี๋ยวฉันติดให้”“ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”“อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ“…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉ
โชนไล่ฉกชิมความหวานจากเรียวกลีบปากอวบอิ่มของอีกคนพลันส่งลิ้นเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มเพื่อตวัดเก็บกลืนสารคัดหลั่งที่ตนเพิ่งฉีดพ่นเข้าปากเธอไป หญิงสาวเกร็งตัว ไม่ได้ตอบสนองอะไรเขาไปสักทาง เพราะตกใจที่ชายหนุ่มจับมาจูบ และเจ็บตึงอยู่ที่ปากทางเธอทุบอกเขาเบา ๆ เพราะถอยหน้าออกไม่ได้ จากการที่ยังมีมือหนาจับรั้งไว้ตรงหลังคอ เมื่อเก็บความหวานจากโพรงปากเล็กจนพอใจแล้ว โชนจึงยอมปล่อยมือที่เป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของคนบนร่างไว้“ทำอะไรของนายเนี่ยฮะ?! ฉันบอกไม่ให้จูบไง!”“ก็ไม่ได้จูบ แค่รับน้ำของฉันต่อจากปากเธอมาอย่างที่เธออยากทำไง”“ปากแตะปากขนาดนี้ ไหนจะลิ้นนายที่เข้าปากฉันมาอีก มันจะไม่เรียกว่าจูบได้ยังไง!”“หึ”“แล้วของนายเนี่ยเมื่อกี้มันเข้ารูฉันมาแล้ว ไม่รู้สึกหรือไงฮะถามจริง? หัวใหญ่มากจนฉันตึงไปหมด”“ก็รู้สึกอุ่น ๆ แล้วก็เหมือนมีอะไรตอด”“รู้แล้วทำไมยังไม่ทำอะไรอีก”“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันเข้าไปแล้ว ของเธอกับของฉันมันคงอยากทักทายกัน เลยเข้ากันได้ตรงล็อกพอดี”“นายนี่มัน”“..แล้วนี่รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง”“รู้”“แล้วทำไมไม่ว่าอะไร”“ฉันฝังยาคุมแล้ว สดได้ เรื่องโรคก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนา
เม็ดเชอร์รีสีหวานอันแข็งขื่นกำลังถูกครอบงำโดยโพรงปากใหญ่ ให้ความรู้สึกกระสันเสียวเมื่อเจ้าของโพรงกว้างออกแรงดูดพลางใช้ลิ้นเลียตวัดสะกิดยอดถันให้สั่นระริกไม่หยุดโซเฟียกัดริมฝีปากล่างก้มหน้ามองการกระทำของอีกคนด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วจับรั้งศีรษะเขาให้เข้ามาแนบชิดหน้าอกของตนมากกว่าเดิม จนปลายจมูกสันโด่งจมลงไปในก้อนเนื้ออวบสีขาวเนียนเสียงสูดปากครางในลำคอดังขึ้นจากคนได้รับการปรนเปรอ ทำให้ผู้กำลังทำหน้าที่มอบความรัญจวนใจรู้สึกพึงใจที่ตนทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านได้ เสียงอันเซ็กซี่ของเธอ ส่งผลให้สิ่งแข็งขื่นของชายหนุ่มปวดหนึบมากกว่าเดิมเมื่อดูดเลียยอดถันจนพอใจแล้ว โชนก็ถอยหน้าออกแล้วเลื่อนกลับมากดจมูกลงที่ข้างคอระหง เธอเอียงศีรษะให้เขาได้ทำตามใจ มือก็จับขยำกลุ่มผมหนาของชายหนุ่มไปมาตามอารมณ์“นายไม่เคยทำกับใครมาก่อนจริงเหรอ” ถามด้วยเสียงกระเส่าโชนผละหน้าออกมาจากก้านคอของคนบนตัก มองสบตากับเธอก่อนจะเอ่ยตอบ“ปกติฉันทำแต่กับของเล่น ไม่เคยทำกับคนจริง ๆ”“…”“เธอกำลังจะเป็นคนแรกของฉัน”“..รู้สึกพิเศษ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าคนพูดไม่ใช่นาย หึ่ย ขนลุก”“ปากดี”เธอทำปากมุบมิบล้อเลียนคำพูดขอ
ขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้“ไอ้ต้า”เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ“เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม”“เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”“เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี“ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย”“..ขอโทษ”“ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง”“..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่”“มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น“เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้“กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้







