หน้าหลัก / วาย / คุณหัวขโมยที่รัก / ตอนที่ 3 ก็นอนมันด้วยกันนี่แหละ

แชร์

ตอนที่ 3 ก็นอนมันด้วยกันนี่แหละ

ผู้เขียน: JAOTUNTEE
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-21 19:30:42

แล้วเขาก็ปล่อยให้พี่มา?”

“ครับ”

ทำไมกันนะ ยิ่งผู้ชายตรงหน้าถามออกมาแต่ละประโยค ยิ่งทำให้ผมกับรู้สึกคิดตามไปกับคำถามของเขา ราวกับว่าผู้ชายคนนี้กำลังชี้นำให้ผมคิดอะไรบางอย่าง

และใช่! ตอนนี้ผมเริ่มคิดแล้วว่าทำไมผมถึงมาอยู่ตรงนี้ เมื่อเย็นที่ผมบอกกับแฟนว่าจะมาเจรจาที่ห้องของเจ้านาย เขาก็แค่พยักหน้าให้และก้มหน้าเล่นเกมต่อเท่านั้น เขาจะคิดหรือเปล่านะว่าผมเองต้องมาเจอกับอะไร หรือการเจรจาจะไปทางไหน เขาจะเป็นห่วงไหมนะ

ครืดครืด!

ผมหยิบมือถือที่ถูกวางไว้ข้างแก้วไวน์ขึ้นมาเปิดดู เมื่อเห็นการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันหนึ่ง ใบหน้าเริ่มร้อนขึ้นเล็กน้อย แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ก็เป็นได้ ผมเปิดดูการแจ้งเตือนนั้นก็เห็นว่าเป็นการแจ้งเตือนโพสต์ใหม่ของแฟนในแอปพลิเคชันหนึ่ง ซึ่งเขากำลังยิ้มกว้างถ่ายรูปกับกลุ่มเพื่อนสนิทในสถานบันเทิงที่ไม่คุ้นตา

“มีความสุขจังนะ”

ผมสะดุ้งทันทีเมื่อใบหน้าของภูริภัทรที่เข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่กำลังบ่นพึมพำออกมาอยู่ข้างหูของผม เขาจ้องมองหน้าจอที่มีภาพของแฟนตัวดีของผม ที่กำลังสนุกสนานไม่ทุกข์ไม่ร้อนด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่มีแวบหนึ่งที่สังเกตเห็นว่าแววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นมาแบบไร้สาเหตุ

แต่ก็เพียงแวบหนึ่งเท่านั้นก็กลับมาเรียบเฉยตามเดิม ผมไม่กล้าขยับตัวเลยแม้แต่น้อย ได้แต่เกร็งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่อยู่แบบนั้น ทางด้านของภูริภัไม่รู้เองก็ไม่ได้ขยับออกไปราวกับตั้งใจจะกลั่นแกล้งผมอย่างไรอย่างนั้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบเฉพาะตัวของภูริภัทรกระจายฟุ้งแตะจมูกยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะที่มีน้อยอยู่นิดของผมแตกกระเจิดกระเจิง

"แฟนพี่นี่ขยันเที่ยวซะด้วยนะ"

คุณภัทรบ่นอุบอิบก่อนจะขยับใบหน้าให้ถอยหลังออกไปนั่งจิบไวน์ตามเดิม ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกราวกับว่าถ้าไม่ถอนออกมาจะต้องหายใจไม่ออกแน่ ๆ สายตาเหลือบไปมองภูริภัทรก็เห็นว่าเขาเองก็แอบมองผมอยู่ก่อนแล้ว

เราทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว มันเป็นบรรยากาศที่อึดอัดดีนะว่ามั้ย? เราได้แต่จิบไวน์ไปเงียบ ๆ อย่างเกร็ง ๆ ไม่รู้ว่าด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือเพราะเวลาที่ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว มันทำให้ดวงตาที่เคยเปิดกว้างราวนกเค้าแมวของผมเริ่มหนักอึ้งขึ้นมาทุกที ความรู้สึกอยากจะล้มตัวลงนอนบนหมอนนิ่ม ๆ และที่นอนนุ่ม ๆ เริ่มกัดกินเข้ามาราวกับว่าต้องหลับให้ได้

และคงเพราะดวงตาที่ปรืออย่างไม่ต้องร้องขอนี้คงไปสะดุดตาชายหนุ่มเบื้องหน้า ภูริภัทรวางแก้วลงก่อนจะยื่นมาที่ใบหน้าของผมช้าๆ

"ง่วงแล้วหรอ"

"ครับ ผมว่าจะกลับแล้ว"

"พี่กรมายังไง"

"แท็กซี่"

"ป่านนี้แท็กซี่กลับบ้านนอนกกลูกกกเมียหมดแล้วมั้งครับ"

"..."

"นอนนี่แหละ"

"ไม่เอา"

"ผมไม่ได้ให้เอา ผมให้นอน"

"..."

"ทำไม ไม่ไว้ใจผมหรอ"

"คุณเป็นคนยังไงเนี่ยคุณภู"

"รู้จักกันไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละครับ"

"..."

"คิดว่าผมจะเอาร่างกายพี่มาขัดดอกจริง ๆ หรือไง นี่ชีวิตจริงนะครับไม่ใช่นิยาย"

"ก็ใครจะไปรู้ละ"

"พี่เมามากแล้วด้วย ไปอาบน้ำแล้วนอนที่นี่เถอะครับ ทางนั้น..ห้องนอนครับ"

"ให้ผมนอนในห้อง แล้วคุณภูจะไปนอนไหนละ อย่าบอกนะว่าเป็นแบบในนิยายเสียสละนอนที่โซฟา"

"ผมก็ไม่ได้เสียสละขนาดนั้นหรอกนะ ก็นอนมันด้วยกันนี่แหละ"

"..."

- ภูริภัทร -

ผมมองหน้าพี่กรเล็กน้อย เพียงเท่านั้นก่อนจะลุกขึ้นเก็บแก้วไวน์ไปวางในห้องครัว จัดการเก็บกวาดของบนโต๊ะกระจก และสังเกตได้ว่าพี่กรเองยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับไปไหน

"ให้ผมอุ้มไปไหมครับ"

"ไม่เอา"

"งั้นก็เข้าห้องไปนอนครับ"

อาจเพราะน้ำเสียงที่จริงจังหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันทำให้พี่กรขยับตัวลุกเดินเข้าไปในห้องนอนได้ก็ถือว่าโอเค และเพราะที่คอนโดผมจะไม่จ้างแม่บ้าน งานเก็บกวาดจึงเป็นหน้าที่ของผมไปโดยปริยาย

เมื่อผมเดินเข้าห้องนอนมาไฟในห้องยังคงมืดสนิท และยังไร้ซึ่งเสียงของเครื่องปรับอากาศ ผมพยายามเพ่งสายตาไปในความมืดมองไปบนเตียงนอนขนาดใหญ่ก็พบว่าพี่กรนอนอยู่บนนั้น ผมเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนจะเดินมาล้มตัวนอนลงบนเตียงข้าง ๆ กัน เอาวะ! น้ำเนิ้มไม่ต้องอาบกันละวันนี้นอนมันแบบนี้แหละ!

แสงแดดลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา ผมบิดขับไล่ความเมื่อยออกเล็กน้อย หันมองคนด้านข้างที่มีแต่ความว่างเปล่า ก่อนจะดันตัวให้ลุกขึ้นมามองหาพี่กรที่เมื่อคืนยังนอนอยู่ข้าง ๆ

"พี่กร"

"..."

"พี่กร เข้าห้องน้ำหรอครับ"

"..."

ไร้ซึ่งวี่แววเสียงตอบรับ ผมเดินออกมานอกห้องมองหาพี่กร แต่ก็ไร้วี่แววว่าจะมีคนอื่นอยู่ในห้องเช่นกัน ผมเดินเปิดห้องนอนเล็ก ห้องน้ำด้านนอก ในครัว แต่เปิดหาเท่าไหร่ก็ไร้สัญญาณชีพของบุคคลอื่น

"กลับตอนไหนไม่เห็นบอก"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 10.1 ปาย อินเลิฟ

    ครืด ครืด!ครืด ครืด!ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาปิดนาฬิกาปลุก เมื่อแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่งแล้ว ผมกำลังจะปลุกพี่กรให้แต่งตัวเตรียมไปเที่ยวดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลหมอก ก็สัมผัสได้ถึงว่ามีคนนอนหนุนแขนผมอยู่ ผมค่อย ๆ โฟกัสสายตาในความมืดก้มมองคนอ้อมกอด แต่อีกใจก็มีความกลัวเล็กน้อยว่านี่คงไม่ใช่ความฝันหรือผีอำอะไรหรอกนะ ยิ่งนอนต่างที่แล้วเมื่อคืนก็เพลียมากไม่ได้จุดธูปไหว้เจ้าที่เจ้าทางซะด้วยผมเพ่งตามองไปยังคนที่นอนหนุนแขนข้าง ๆ ก็ต้องถอนหายใจแบบโล่งใจ เพราะนี่คือพี่กรที่นอนกอดผมอยู่แน่น ผมไม่ได้ขยับหรืออะไร ปล่อยให้พี่กรนอนกอดผมไปแบบนั้น บอกได้คำเดียวว่าตอนนี้ทะเลหมอกอะไรนั่นก็ไม่อยากไปแล้วเพราะตอนนี้ผมมีความสุขมาก มากที่สุดผมโอบแขนไปกอดตอบพี่กร ถึงแม้ในใจจะรู้นะว่าพี่กรน่าจะหนาวเลยขยับหาความอบอุ่น แต่แบบนี้ผมยินดีมาก ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรผมก็ไม่ขัดหรอกนะ ขอแค่อยู่แบบนี้อีกนิด“อีกสิบนาทีค่อยตื่นละกัน”เรานอนกอดกันอยู่แบบนั้นสักพัก จนเวลาผ่านไปพอสมควรแล้วผมก็เขย่าป

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 10.1 ปาย อินเลิฟ

    ผมพาพี่กรเดินทางทันทีที่เก็บของเสร็จ ปลายทางคืออำเภอปาย สถานที่ที่หลายคนบอกว่าสวยและหน้าหนาวคืออากาศดีมาก และผมเองก็ยังไม่เคยไปสักครั้งเหมือนกัน ผมเริ่มขับรถออกจากชะอำมุ่งหน้าสู่ปลายทางที่อำเภอปายทันที ผมขับรถมาได้สักพักก็เห็นว่าพี่กรนอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คาดว่าน่าจะเหนื่อยจากการร้องไห้เป็นเวลาที่นานมาก และผมเองก็ไม่อยากกวนพี่กรสักเท่าไหร่ผมขับรถไปด้วยความเร็วที่จัดว่าเร็วมากอยู่ เพราะใจอยากพาพี่กรไปให้ทันในช่วงเช้าแต่จากระยะทางและเวลาคาดว่าจะไม่ทัน และเกรงว่าหากขับด้วยความเร็วมากตลอดสาย ใบสั่งจะไปที่บ้านจนคุณแม่ช็อกก็เป็นได้เมื่อคิดได้แบบนั้นผมจึงลดความเร็วมาขับด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนด พี่กรก็มีตื่นมาคุยเป็นเพื่อนบ้าง นอนบ้าง และผมเองที่วันนี้ก็เร่งงานด้วย และขับรถเยอะด้วยก็มีอาการเหมือนจะรู้สึกเพลียบ้างเล็กน้อย จึงขับไปพักไปเป็นระยะผมใช้เวลาขับไปพักไป จากเพชรบุรีมาถึงอำเภอปาย ใช้เวลา สิบชั่วโมงพอดิบพอดี และก่อนเข้าอำเภอปายผมเองได้โทรจองที่พักไว้แล้ว เราจึงมาถึงและเข้าพักได้เลย“พี่กรนอนได้ไหม”“ได้สิ”

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 9.2 กอดแรกที่ริมทะเล

    และอาจจะเพราะพี่กรเอาแต่ก้มหน้า เขาเลยไม่เห็นว่าผมยืนข้าง ๆ หรือเปล่าไม่แน่ใจ ผ่านไปเล็กน้อยที่สองคนนั้นเดินกลับไปทางโรงแรมก็เห็นว่าพี่กรกำลังก้มหน้าก้มตาเดินตามสองคนนั้นไปเช่นกันผมที่เริ่มทนเห็นพี่กรที่เป็นแบบนี้ไม่ไหว คว้าแขนพี่กรเอาไว้จนพี่กรเองก็สะดุ้งพร้อมกับสะบัดมือผมจนหลุด ก่อนจะแหงนหน้ามามองที่ผม ผมไม่รู้ว่าพี่กรรู้สึกยังไงแต่ทันทีที่พี่กรเห็นผม ผมรู้สึกว่าพี่กรเริ่มร่างกายสั่นระริกอีกครั้งแม้ไฟที่ส่องจากถนนจะสาดมาถึงที่ ที่เรายืนอยู่ได้ไม่มากนัก แต่ผมกลับเห็นใบหน้าพี่กรที่อยู่ใต้หมวกปีกกว้างใบใหญ่ได้อย่างชัดเจน ดวงตาที่มีสีแดง ที่เต็มไปด้วยน้ำตาที่คลอในดวงตาที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อราวกับคนที่เจ็บปวดแสนสาหัสแต่กลั้นความเสียใจนั้นไว้ มันช่างบีบหัวใจของผมจริง ๆผมเองก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา บรรยากาศรอบตัวเงียบจากเสียงผู้คน ได้ยินแค่เสียงคลื่นจากทะเลที่สาดกระทบชายหาดเท่านั้น เราสองคนยืนมองหน้ากันอยู่แบบนั้น และเป็นผมเองที่ทนเห็นภาพนี้ของพี่กรไม่ไหวผมเอื้อมมือไปดึงแขนพี่กรเบา ๆ เข้ามาสวมกอดช้า ๆ เพื่อปลอบใจคนตรงหน้า และพี่กรเองก็ไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 9.1 กอดแรกที่ริมทะเล

    ผมขับรถมาจนถึงหน้าโรงแรมหรูที่เดียวกับที่เห็นว่าแฟนของพี่กรเช็กอินไว้ โรงแรมนี้ใหญ่โตมากจนผมเองก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ และที่สำคัญอยู่ใจกลางหาดชะอำ ผมจัดการจอดรถเรียบร้อยเดินมาเช็กอินห้องพัก และก็คงเรียกว่าโชคดีเพราะยังมีห้องเหลือให้ผมเข้าพักเอนหลังโดยที่ไม่รู้เลยว่า ผมจะหาพี่กรกับแฟนได้ที่ไหน และที่นี่ก็ไม่ใช่เล็ก ๆ ผมนอนคิดไปมาสักพักก็นึกขึ้นว่าหรือจะลงไปถามที่ล็อบบี้ดี เมื่อคิดได้ดังนั้นผมเดินออกจากห้องรีบวิ่งลงมาที่ล็อบบี้โรงแรมทันที พนักงานที่เห็นผมวิ่งหน้าตาตื่นมาก็ตกใจถามผมกันพัลวัน“ลูกค้าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”“เปล่าครับ พอดีผมอยากขอสอบถามผู้เข้าพักได้ไหมครับ”“เอ่อ..เป็นนโยบายของโรงแรม ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลคนพักได้ค่ะ”“นิดหนึ่งก็ไม่ได้หรอครับ”“ไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”ผมที่เห็นความหนักแน่นของพนักงานเองก็รู้แล้วว่าวิธีนี้ไม่น่าจะได้ ผมจึงเดินมานั่งพักที่โซฟาแบบครุ่นคิดหาวิธีอีกครั้ง ผมล้วงมือหยิบมือถือในกระเป๋าออกมาดูก็ยังไม่เห็นการอัปเดตอะไรของพี่กร รวมถึงของ

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 8.2 แอบตาม

    - ภูริภัทร -ผมยังคงสงสัยว่าทำไมพี่กรถึงขับรถเร็วขึ้น หรือเขาเห็นว่าผมแอบตามเขามา ถึงจะขับเร็วขึ้นเท่าไหร่แต่ก็คงไม่หนีผมไปได้ไกลนักหรอก ผมใช้สกิลนักแข่งขับปาดซ้าย-ขวาไม่นานนักก็มาถึงรถของเป้าหมายที่ลดความเร็วลงมาค่อนข้างเยอะ และใช้ช่วงทิ้งระยะห่างเพื่อขับตามพี่กรไปเงียบ ๆผมยังคงขับรถตามมาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปจากที่พวกเราอยู่ค่อนข้างเยอะ เราใช้เวลาขับมาประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ เพราะตอนนี้บรรยากาศค่อนข้างสลัวมาก และยิ่งตอนนี้เป็นช่วงหน้าหนาวด้วยแล้วยิ่งทำให้มืดลงเข้าไปอีกพี่กรขับรถมาจอดหน้าบ้านเดี่ยว ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นสีขาวสะอาดตาที่ถึงแม้จะมีไฟจากถนนที่ห่างไปเล็กน้อยส่องให้ความสว่างได้ไม่มากนัก แต่ก็ยังคงสว่างมากพอที่จะเห็นความสะอาดตาของบ้านหลังนี้ ผมขยับจอดรถห่างออกไปไม่มากนัก ดับเครื่องและลงจากรถออกมาดูให้แน่ใจ ก็เห็นว่าน้องชายของพี่กรเดินกอดกับผู้หญิง สูงวัยร่างท้วมไปยืนรอพที่หน้าบ้าน ผ่านไปสักระยะก็มีพี่กรเดินมายืนที่หน้าบ้าน ผมรีบวิ่งขึ้นบนรถและแอบมองอยู่แบบนั้นราวกับกลัว

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 8.1 แอบตาม

    ผมยังคงมองกระจกหลังอยู่สักพักใหญ่ ๆ ขณะที่เท้าก็เหยียบคันเร่งไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของคุณภัทร คาดว่าน่าจะตามไม่ทันนั่นแหละนะผมขับรถเลี้ยวเข้ามาจอที่หน้าประตูบ้านหลังพอเหมาะ ที่ถูกกั้นด้วยประตูรั้วไม้สีสาวสะอาดตา ไอ้น้องชายตัวดีของผม ก็กระโดดลงรถไปทันทีที่เห็นว่าแม่กานดาในวัยหกสิบสองปีกำลังเดินจ้ำอ้าวยิ้มร่าออกมาเปิดประตูรั้วให้ และพากันเดินนำหน้าไปยืนรอที่หน้าบ้าน ผมขับรถเข้ามาจอดในตัวบ้านอย่างเคยชิน เดินลงจากรถมากอดแม่ด้วยความคิดถึง“แม่กับน้องเข้าบ้านก่อนเลยนะ เดี๋ยวกรไปปิดประตูรั้วก่อน”“จ้า รีบตามมานะลูก”ผมยิ้มให้แม่ เบี่ยงตัวออกมาปิดประตูรั้วหน้าบ้าน สายตาก็ยังคงลอบมองไปที่หน้าบ้าน เพื่อดูว่าคุณภัทรได้ตามมาไหม เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ผมจึงดึงประตูบ้านปิดทันทีมันเป็นธรรมดาที่ผมกับน้องจะกลับมาหาแม่ทุกสัปดาห์ ถึงแม้ว่าแม่จะมีน้าแจ่ม แม่บ้านที่ผมจ้างมาเพื่อช่วยดูแลและอยู่คุยกับแม่แล้ว ผมกับเจ้ากัซก็ยังอดห่วงแม่ไม่ได้อยู่ดี และด้วยความที่บ้านและที่ผมกับน้องอยู่นั้นมันก็ไม่ได้ห่างกันมากเท่าไหร่ มันจึงทำให้ผมกับ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status