แชร์

จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!
จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!
ผู้แต่ง: มารินญา/Malynya

บทที่ 1

ผู้เขียน: มารินญา/Malynya
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-21 00:07:42

หนังสือนิยายเล่มหนึ่ง

หน้าที่ 423

.

.

ปีพุทธศักราช ๒๓๑๔

ยามที่เวหาถูกบดบังด้วยสุริยุปราคาครึ่งเสี้ยว เมฆหมอกขาวขุ่นปริศนาก็ลอยอ้อยอิ่งกลบกลืนรัศมีจนเลือนราง

กระแสลมกลางวันแสก ๆ พัดกรรโชกวูบใหญ่ นำพากลิ่นสาบสางของโคลนตมและตะไคร่น้ำเน่าให้ฟุ้งขจรขจายจนชวนคลื่นเหียน ทั้งยังหอบเอาใบไม้แห้งกรอบที่โรยราปลิดขั้วให้ลอยละล่องผ่านหน้าเรือนกระโจมไม้เก่าคร่ำคร่าที่ตั้งเบียดเสียดเป็นชุมชนแออัดริมตลิ่ง เงียบสงัดจนวังเวงผิดวิสัย

ตามพื้นถนนแห้งกรังเกลื่อนไปด้วยซากนกซากกาที่นอนตายกระจัดกระจาย ปนเปกับข้าวของที่ตกระเนระนาด เป็นหลักประกันเดียวที่ชี้ให้แจ้งชัดว่าที่นี่ไม่ใช่เขตรกร้าง

เพียงแต่ชาวบ้านเพิ่งจะพากันวิ่งเอาชีวิตหนีตายจากบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวไป

“ฮึก... ฮือ... ช่วยหนูด้วย ช่วยเปิดประตูให้หนูที!”  ท่ามกลางภาพความสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ฟูมฟายของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังระงมโหยหวน ขาดเป็นห้วง ๆ “เปิดประตูให้หนูทีเถิด!”

ปั่ก ปั่ก!

เด็กหญิงตัวน้อยยืนตัวสั่นเทิ้มทุบประตูไม้เก่าของบ้านหลังหนึ่งอย่างบ้าคลั่งจนข้อนิ้วขึ้นสีซีดขาว

หวังเพียงให้คนด้านในที่เธอเห็นหน้าคร่าตามาตลอด เมตตาเปิดรับเธอเข้าไปซ่อนตัวด้วย แต่กลายเป็นว่าเบื้องหลังบานไม้นั้น คนที่อยู่ภายในกลับทำได้เพียงนั่งตัวสั่นงันงกกำกอดกันแน่น แม้จะสงสารจับใจที่เด็กน้อยต้องมาพลัดหลงกับแม่ยามเกิดเหตุชุลมุน

แต่ความรักตัวกลัวตายนั้นย่อมมีมากกว่า

ทุกคนถึงได้พร้อมใจปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงดัง ด้วยรู้ดีว่ายามนี้เรื่องฉิบหายกำลังจะอุบัติขึ้นอีกระลอกในไม่ช้า

หากจะถามหาต้นเหตุ คงต้องย้อนไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนที่ขบวนของ ธาร ขุนหมื่นกรมแพทยาผู้เกรียงไกร ได้กระชับพื้นที่เข้ามาเพื่อล้อมจับจอมขมังเวทย์ตัวดีอย่าง ปราจ หนามยอกอกของทางหลวงนานนับสิบปี

จอมขมังเวทย์ผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นถึงลูกชายเจ้าพระยาแต่กลับถูกพ่อแท้ ๆ ตัดหางปล่อยวัดด้วยเหตุบางอย่างจนจิตใจบิดเบี้ยวและเลือกหันเข้าหาความดำมืดของไสยศาสตร์สายดำ ฝึกฝนอาคมแก่กล้า กลายเป็นเรื่องเล่าขานไปทั่วทั้งแผ่นดิน

กรมแพทยาต้องเสียมือดีไปนับไม่ถ้วนก็เพราะจอมขมังเวทย์ผู้นี้ คราวนี้ถึงต้องส่งขุนหมื่นธาร ผู้มีอาคมแกร่งกล้าที่สุดมาปลิดชีพจอมขมังเวทย์ตัวร้ายเองกับมือ

ทว่า...

“ร้องไห้ให้ตายอีแช่มมันก็ไม่เปิดประตูรับเอ็งหรอก นังหนู”

เด็กสาวสะดุ้งเฮือกหันขวับไปตามต้นทางเสียง ก่อนสายตาจะสบเข้ากับร่างของชายคนหนึ่ง

“ให้ลุงช่วยพังบ้านเข้าไปลากคอมันออกมาหาเอ็งไหมล่ะ?”

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านกำลังยิ้มร่า เรือนร่างที่ผิวพรรณขาวซีดประหนึ่งซากศพไร้วิญญาณอาบชุ่มไปด้วยโลหิตสีสด นั่งหย่อนใจอยู่บนหลังคาเรือนฝั่งตรงข้าม ก่อนโบกมือที่ถือมีดพร้าลงอักขระดำขลับไปมา คล้ายเป็นการทักทายหนูน้อยเบื้องล่าง

แต่นอกจากเจ้าหนูจะไม่ยินดีกับการปรากฏตัวของเขา ซ้ำแล้วยังแผดเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วคุ้งน้ำ...

“กรี๊ดดดด!!”

เหตุใดเจ้าจอมขมังเวทย์ที่ควรจะสยบอยู่แทบเท้าขุนหมื่นธาร ถึงได้มานั่งยิ้มเผล่อยู่ตรงนี้ได้?!

“เฮ้ย เงียบปากเอ็งเดี๋ยวนี้!”

“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย! ไอ้ปราจ... ไอ้หมอผีเวรมันจะฆ่าหนูแล้ว!”

ชายผู้มีศักดิ์เป็นผู้ใหญ่กว่าหลายสิบปีถึงกับชะงักงัน ก่อนจะแหวเสียงสวนกลับไปในทันควัน

“ไอ้พ่อเอ็งสิ! ข้าแก่กว่าพ่อเอ็งเสียอีกกระมัง! ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไหนมันสั่งสอนให้เรียกคนคราวลุงว่าไอ้อย่างนี้วะเฮ้ย!?”

หนูน้อยไม่รอช้า รีบสาวเท้าโกยจ้ำอ้าวหนีไปพร้อมสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด ทิ้งให้ปราจต้องยืนขบกรามแน่นด้วยความฉุนกึก ก่อนจะเหวี่ยงตัวโดดลงจากหลังคามายืนสงบนิ่งอยู่บนพื้นดินแทน

“วันห่าเหวอะไรของกู! นอนอยู่ดี ๆ ไอ้พวกกรมฉิบหายนั่นก็ดันมาหาเรื่องกูถึงที่ แถมยังต้องมาโดนเด็กเล็กเรียกจิกหัวเป็นหมูเป็นหมาอีก… เอ้า? แล้วนั่นอะไรของมึงอีก ไอ้ตัวข้างหน้านั่น?”

เสียงทุ้มพึมพำด้วยความระอาขั้นสุด พลางสาวเท้าเดินหน้าบูดบึ้งไปตามทาง กระทั่งสายตาไปปะทะเข้ากับร่างที่โชกไปด้วยเลือดแดงฉานของใครอีกคน

“มึง... ไอ้หมอผีจัญไร!”

ริมฝีปากสวยได้รูปกระตุกยิ้มเจื่อน ครั้นเห็นว่าขุนหมื่นเวรตะไลนั่นยังอุตส่าห์ลากสังขารเน่า ๆ ตามมาดักหน้าเขาจนได้

ทั้งที่ปราจอุตส่าห์ยอมออมมือให้เพราะเห็นว่าฝีมือกากเดนแท้ ๆ เลยไม่อยากเสียแรงลดตัวไปเล่นด้วย แต่มันกลับยังรั้นลุกขึ้นมาตอแยกวนใจเขาไม่จบสิ้น รู้แบบนี้น่าจะทุบให้หัวแหลกตามลูกน้องมันไปเสียก็ดี

“ตามกูมาหาพระแสงอันใด? กูบอกให้มึงนอนตายตกไปเงียบ ๆ ไม่ใช่รึไอ้ธาร?”

จอมขมังเวทย์หนุ่มไม่ได้สะทกสะท้านต่อผู้แทนอาญาแผ่นดินแม้เพียงน้อย เจ้าตัวเดินมือไขว้หลังคอ วางท่าทีสำราญใจ ทั้งที่มือข้างหนึ่งก็ยังกระชับมีดพร้าลงอาคมไว้มั่น สาวเท้าตรงดิ่งเข้าหาธารที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างโงนเงน ด้วยสภาพสะบักสะบอมเจียนอยู่เจียนไป

“เอาอย่างไรเล่า? หากไม่รักตัวกลัวตาย... จะให้กูช่วยสงเคราะห์ส่งมึงไปให้ถึงหน้าประตูเรือนท่านพญายมเลยไหม?”

น้ำเสียงยียวนเอ่ยขึ้นอย่างถือดี ก่อนที่ปราจจะจงใจสอดเท้าสกัดขาขุนหมื่นผู้เพลี่ยงพล้ำเพียงแผ่วเบา

“อั่ก!”

ร่างของมือฉกาจแห่งกรมแพทยาก็ล้มฟาดลงไปกองกับพื้นดินอย่างหมดรูป นับว่าเป็นภาพที่ถูกอกถูกใจคนมองอยู่ไม่น้อย

“มึงนี่มันดื้อด้านเกินคนเสียจริง แต่ก็เอาเถอะ กูน่ะเป็นพวกชอบสงเคราะห์คนอยู่แล้ว ยิ่งกับมึงด้วยแล้วกูยิ่งปฏิเสธไม่ลง”

ชายผู้ปราชัยนิ่งงันไป เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดก็ขาดหาย มีเพียงนัยน์ตาที่จดจ้องใบหน้าศัตรูคู่แค้นอย่างแน่วแน่

“มองกูเข้าไป! แล้วก็จำใส่กะโหลกมึงไว้ด้วยว่าชาติหน้าฉันใด มึงก็ไม่มีวันชนะกูได้ ไอ้ธาร! ฮ่าฮ่า!”

จอมขมังเวทย์ตัวร้ายแผดเสียงหัวเราะก้องอย่างบ้าคลั่ง ก่อนปราจจะเงื้อมีดพร้าขัดอาคมขึ้นเหนือหัว หมายจะบั่นคอชายเบื้องหน้าให้ขาดกระเด็นเพื่อปิดฉากนาฏกรรมคาวเลือดนี้เสียที!

ทว่า…

“นะโม พุทธายะ... สัจจะโน... หือ?” อักขระคาถาที่ริมฝีปากพึมพำอยู่นั่นพลันชะงักค้าง

เมื่อเห็นว่าธารที่นอนสงบนิ่งมาเนิ่นนานกลับขยับไหว หนำซ้ำมันยังชักอาวุธปืนที่ซุกซ่อนไว้ใต้สาบเสื้อออกมาอย่างรวดเร็วเกินคาดเดา!

แววตาของอีกฝ่ายทอประกายแน่วแน่ จดจ้องใบหน้าชายเบื้องหน้าตาไม่กระพริบ ในขณะที่ปราจกลับต้องยืนนิ่งงันด้วยความฉงนฉงายว่าเหตุใดร่างกายที่เคยปราดเปรียวของเขาจึงแข็งค้างราวกับโดนมือที่มองไม่เห็นตรึงไว้!

ทั้งที่หากเขาสะบัดคมมีดบั่นลงไปในยามนี้ คอของไอ้ขุนหมื่นเวรนั่นย่อมขาดกระเด็นไปแล้วแท้ ๆ!

‘ตลก... มันตลกเกินไปแล้ว! ไอ้คนที่สภาพร่อแร่เจียนตายอย่างมันจะลุกขึ้นมายืนตระหง่านได้อย่างไรกันวะ แล้วปืนนั่นอีก มันเอาไปซ่อนไว้ตอนไหน เมื่อครู่กูกระทืบมันจนจมดินแทบสิ้นใจคาตีนไปแล้วไม่ใช่รึ! นี่มันเรื่องห่าเหวอะไร?!’

ปราจได้แต่คร่ำครวญกู่ร้องอยู่ในใจ

เพราะไม่ว่าจะพินิจอย่างไร สถานการณ์เบื้องหน้าก็ดูราวกับมีอำนาจลึกลับ หรืออาจเป็นเพียงเทวดาฟ้าดินที่จงใจกลั่นแกล้งลงทัณฑ์ สยบให้เขาต้องมอดม้วยไปอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้เอง

เขารู้ซึ้งดีว่าตนนั้นสามานย์เพียงใด มือคู่นี้ปลิดชีพคนมานับไม่ถ้วน ทว่าพวกมันไม่สมควรตายหรอกรึ? เหตุไฉนชะตาฟ้าลิขิตถึงได้ใจร้ายกับเขานัก!

ปัดโถ่เว้ย! จะขอโอกาสให้คนอย่างเขาได้กลับตัวกลับใจบ้างไม่ได้เลยหรืออย่างไร ใจคอจะบีบคั้นให้เขาต้องมาทอดร่างเป็นศพเฝ้าแผ่นดินตรงนี้จริง ๆ รึ!

จะให้จอมขมังเวทย์ผู้มีตบะแก่กล้าเทียมฟ้าอย่างข้า มามอดม้วยเพราะกระสุนกระจอกของไอ้เวรตะไลนี่อย่างโง่เขลาน่ะหรือ?!

“ตายเสียเถิดมึง ไอ้หมอผีจัญไร!”

แม่งเอ๊ย...

คราวนี้กูฉิบหายของจริงแล้ว!

ปัง!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 12

    ท่ามกลางรอบข้างที่เสียงจอแจยังดังไม่แผ่ว ที่โต๊ะเบอร์สิบของทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่หญิงชราคนนั้นเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว แม้แต่จอมทะเล้นอย่างปราจก็ยังนั่งนิ่งงันเหม่อมองควันที่ลอยละล่องคำว่านิยายน่ะ ปราจเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะสมองของพร้อมอธิบายให้ฟังแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจเท่าที่ควรจะเป็นนี่สิ...อาจเป็นเพราะลึก ๆ ในใจ ปราจรับรู้อยู่เสมอว่าชีวิตก่อนตายของเขามันมีรอยโหว่ที่หาสาเหตุไม่ได้เขาจำความตอนเด็กไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตนเองคือจอมขมังเวทย์วัยสามสิบสี่ปี ลูกชายเจ้าพระยาผู้ที่ถูกเนรเทศเพียงเพราะมีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันจนต้องระหกระเหินมาเป็นหมอผีให้คนขยาดกลัวหากตัวตนที่ผ่านมาเป็นเพียงบทบาทในเรื่องแต่ง...มันก็คงอธิบายความว่างเปล่าเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี“กินเถอะน่า ยายแกก็บอกแล้วว่าไม่มีทางกลับร่างได้ ใจคอเอ็งจะทำให้ร่างใหม่มันอดข้าวจนตายไปอีกหรือไง?”ชายโตกว่าเอ่ยทำลายความเงียบอย่างปลงตก ก่อนจะตักเส้นเข้าปากไม่ทุกข์ร้อน ในเมื่อสวรรค์ไม่ประทานคำตอบที่ง่ายกว่านี้ให้ การทำใจและรื่นรมย์กับรสชาติของกินตรงหน้าคงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด“...”ขัดกับพร้อมที่

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 11

    พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้ามจ๋อม!“อะไรครับ?”นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 10

    ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของพร้อม ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศประหลาด เมื่อมีร่างของสองหนุ่มหล่อต่างยุคสมัยต้องมานั่งจ้องตากันเขม็งอยู่บนเตียงกว้าง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันหลังจากมื้ออาหารสานสัมพันธ์จบลง ทั้งสองหน่อก็ถูกคุณเลขาคนสวยมาส่งถึงห้องนอน ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังห้องนอนแขกโดยคิดว่าพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้คงจะอยู่กันได้อย่างดี...ช่างไม่รู้เลยว่าปราจต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน!พอเข้ามาก็ถูกพร้อมขู่กระชากบังคับจนต้องไปจัดการสวมเสื้อดี ๆ เลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฝั่งพร้อมเองก็เพิ่งอาบน้ำชำระล้างและเปลี่ยนสวมชุดที่ตามหลักแล้วมันก็คือของของเขาเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นห้องหรูหราแห่งนี้ ชุดที่สวมใส่ หรือแม้กระทั่งเรือนร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ของเขา…ทว่าความรู้สึกในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์ก่อนหน้านี้ครั-”ฝ่ายเด็กหนุ่มที่อุตส่าห์รวบรวมความสุขุมอยู่นาน ตัดสินใจเปิดปากพูด หวังจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคดีก็โดนใครอีกคนสวนกลับทันควันอย่างไม่ไยดี“กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับคำขอโทษ”“ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ”“แล้วยังไง

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 9

    บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแรกของปราจเต็มไปด้วยความอึดอัด ซึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากเขาและเด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกจับมานั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีออเดอร์ไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ที่ขนมตั้งใจสั่งมาต้อนรับรุ่นน้องคนสนิทของเจ้านายวางคั่นกลาง“เราสนิทกันเพราะผมเคยช่วยเก็บกระเป๋าเงินให้พี่พร้อมได้น่ะครับก็เลยได้คุยกันและมีหลายเรื่องที่คุยกันถูกคอ”กลิ่นหอมกรุ่นของซอสรสเผ็ดหวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่น่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้นเลยสักนิด“พอได้ยินว่าพี่เขาประสบอุบัติเหตุ ผมก็รีบมาเซอร์ไพรส์ทันทีที่กลับจากต่างประเทศเลยครับ”พร้อมในร่างเด็กหนุ่มไจแอนท์ยังจ้อไม่หยุด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่คนชอบพูดเลยสักนิด ออกจะเกลียดเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาปั้นเรื่องราวอย่างเลือกไม่ได้แววตาคมกริบใต้รูปลักษณ์เด็กวัยรุ่นประหม่าเล็กน้อย ขณะลอบสังเกตท่าทีของเลขาหัวไวอย่างขนม พลางขยับริมฝีปากสร้างปูมหลังปลอม ๆ ที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลต่อ“ย-ยังไงก็ต้องขอโทษที่ผมทำอะไรแปลก ๆ อย่างการไปปีนบ้านพี่เขาแบบนั้นด้วยจริง ๆ นะครับพี่ขนม ผมแค่อยากให้พี่พร้อมเขายิ้มได้น่ะครับ แฮะ ๆ”ด้วยรู้ดีว่าคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างขนมต้องเกิดข้อกังขาอยู่แล้ว เ

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 8

    “คุณเป็นใคร! ออกไปจากร่างผมเดี๋ยวนี้!”เสียงนั้นแผดร้องด้วยความโกรธจัดดังก้องอยู่ข้างหู ครั้นเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ปราจถึงได้พบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่วิญญาณร้ายเหมือนที่ตนเข้าใจแต่กลับเป็นร่างล่ำสันของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูดีมีสไตล์ตามสมัยนิยมนั่งอยู่บนตัวเขา ทั้งยังเอื้อมมือมาเขย่าเขาไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะเอาวิญญาณเขาให้หลุดออกจากร่างให้ได้“แม่งเอ๊ย! บอกว่าให้เอาร่างผมคืนมาไง!”จอมขมังเวทย์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะคิดได้อย่าบอกนะ...ว่าไอ้เด็กคนนี้คือเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อพชรอะไรนั่นน่ะ!“พร้อม! เอ็งชื่อพร้อมใช่ไหม?!”ปราจกลั้นใจตะโกนก้องออกไปเสียงหลง ฝ่ายที่กำลังคลั่งพลันหยุดนิ่งไปในทันชายโตกว่าไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอย อาศัยช่วงวินาทีที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงเอื้อมมือไปจิ้มเข้าที่ลูกกระเดือกเข้าอย่างจัง“อั่ก!”ก่อนร่างสูงโปร่งจะรีบผละตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งสับไปกระโดดขึ้นยืนชี้นิ้วสั่งจากบนเตียงกว้าง“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเฮ้ย! ถ้าเอ็งเข้ามาอีก ข้าจะไม่ยอมจริง ๆ ด้วย!”“ก็เอาร่างผมคืนมาสั

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 7

    “ฮึ ก็แค่ทะลุมิติมา ไม่คณามือคนอย่างไอ้ปราจหรอกเว้ย!”จอมขมังเวทย์ในร่างประธานบริษัทตะโกนก้องอย่างลำพองใจ เขาหยัดกายยืนเต็มความสูงพลางชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด“เฮลโล่ มาย เนม อีส ปราจ~”หยาดน้ำแพรวพราวจากไรผมที่ยังเปียกชื้นอยู่หมาด ๆ หยดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพอดิบพอดีปราจในยามนี้สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าที่รั้งต่ำจนเห็นขอบชั้นในแบรนด์หรูโผล่พ้นออกมา เขาโยนปึกกระดาษขึ้นไปในอากาศจนมันปลิวว่อนหลังจากได้กินจนอิ่มท้อง เขาก็กลับมาจัดการชำระล้างร่างกายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พอเดินออกมาถึงพบว่าแม่คนงามหรือคุณเลขาขนมได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้เอาไว้ให้ละเอียดยิบเป็นปึก ๆ วางทิ้งไว้ให้บนเตียงกว้างแม้เจ้าตัวจะแค่ทำตามคำแนะนำของหมอเพราะเข้าใจว่าเขาความจำเสื่อมก็เถอะ“พร้อม พชร เตวัฒนากุล อายุยี่สิบหกปี การศึกษากำลังจะจบปริญญาเอกในไม่ช้า... น่าเบื่อซะไม่มี”เสียงทุ้มพึมพำทวนประวัติที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ในความสมบูรณ์แบบที่ไร้รสชาตินั่นเรียวขายาวขยับพากายสูงโปร่งเดินไปเปิดตู้เสื

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status