LOGIN“ท่านประธานชื่อคุณพร้อม พชร เตวัฒนากุลครับ เป็นประธานบริษัทคนปัจจุบันของเอเปกซ์กรุ๊ป บริษัทเจ้าของห้างสรรพสินค้าเดอะเอเปกซ์อิมพีเรียล ที่ท่านประธานเห็นอยู่ตรงนั้นครับ”
คนฟังเพียงแต่ค่อย ๆ ขยับกายมองเพื่อมองลอดหน้าต่างบานกว้างออกไป ใช่ว่าเขาเข้าใจไอ้คำแปลก ๆ พวกนั้นหรอก
แต่ก็พอจับใจความสุดท้ายได้ว่าแม่คนงามคงหมายถึงไอ้สิ่งก่อสร้างใหญ่โตมโหฬารที่สว่างไสวอยู่นอกหน้าต่างนั่นแหละ
หมายความว่าเจ้าของร่างนี้คงจะรวยน่าดูเลยสิ
ปราจแค่นหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพลิกตัวนอนคว่ำซุกเก็บมือไว้ใต้คางแล้วเอ่ยถามต่อ
“แล้วพ่อแม่ฉันล่ะ ต้องมีใช่ไหม? คงไม่ใช่ว่ายุคสมัยนี้เขาจะสร้างคนขึ้นมาได้ด้วยวิธีแปลก ๆ หรอกนะ”
เป็นตอนนั้นเองที่อีกฝ่ายชะงัก มือเรียวที่กำลังจะเปลี่ยนหน้ากระดาษหยุดนิ่งไปในทันทีพลางเหลือบมองร่างสูงโปร่งของคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่บนเตียง
“ท่านทั้งสองเกษียณไปอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ครับ”
“ฮึ ก็เลยไม่กลับมาเยี่ยมลูกชายที่เจ็บตัวเจียนตายอยู่สินะ”
ไม่ว่าจะอยู่ในร่างนี้หรือร่างเก่า ดูเหมือนว่ายังไงปราจก็หนีไม่พ้นวงจรที่มีพ่อแม่เฮงซวยเหมือนกันหมด เขาคิดในใจอย่างนึกท้อแท้กับชะตาแล้วจึงพลิกกลับมานอนตะแคงเพื่อจ้องมองอีกคนให้ถนัดตา
“ว่าแต่เธอล่ะเป็นอะไรกับฉัน แล้วมีชื่อกับเขาหรือไม่?”
คราวนี้เด็กหนุ่มยอมละทิ้งงานในมือลง หันมาประสานสายตากับเขานิ่ง ๆ เสียที
“ชื่อลภัสครับ... เป็นเลขาของท่านประธาน”
ริมฝีปากสวยนั่นขยับเอื้อนเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทตามฉบับคนตายด้าน
เป็นเวลาเนิ่นนานที่เจ้าของนัยน์ตาซุกซนเพียงแต่นิ่งและสบมองภาพนั้น ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววฉงนฉงาย ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าไอ้คำว่าประธานบริษัทกับเลขาอะไรพวกนั้นมันคือยศถาบรรดาศักดิ์ระดับไหนในยุคสมัยนี้ …ระดับออกญากระมัง?
“ไม่เอา”
ปราจยู่ปากขึ้นน้อย ๆ อย่างเอาแต่ใจ ก่อนเอ่ยขัดขึ้น
“คนยุคนี้มีสองชื่อไม่ใช่หรือไง? อย่างร่างนี้… หมายถึงฉันน่ะ ฉันก็ชื่อพร้อมกับพชรอะไรนั่นไม่ใช่รึ? เธอก็ต้องมีสองชื่อเหมือนกันสิ”
ร่างเล็กนิ่งขึงไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาเรียวสวยสั่นไหวเล็กน้อยเพราะปรับตัวตามใจคนป่วยไม่ถูก เขาไม่ชินกับท่าทางยียวนแสนจะเอาแต่ใจของท่านประธานที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนไป หลังได้ร่วมงานกันมาสองปีคนนี้เลย
เจ้าตัวละสายตาหนีกลับไปจดจ้องกระดาษในมือ หมายจะปกปิดความประหม่า ปากก็เอ่ยเสียงเรียบ
“ชื่อขนมครับ”
จอมขมังเวทย์หนุ่มได้ยินเข้าก็ชะงักงันไปในทันที
“ขนมรึ ขนมที่คนเขากินกันน่ะหรือ?” เสียงทุ้มทวนคำด้วยความพิศวง
ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเจอใครชื่อนี้มาก่อนเลยในชีวิต ทว่าก็น่าตลกที่ชื่อแปลกพิลึกนั่นกลับดูเข้ากับเจ้าของใบหน้าหวานพริ้มคนนี้อย่างน่าประหลาด
“ครับ”
คนขี้เย้าลอบสังเกตเห็นท่าทีนิ่งเฉยนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดู
“ฮึ ๆ พ่อแม่เข้าใจตั้งดีนี่หว่า หน้าตาเธอก็ดูน่ากินเหมือนขนมจริง ๆ นั่นแหละ”
คำพูดตรงไปตรงมานั้นสะกดคนฟังได้อยู่หมัด เรียกขนมให้ต้องละความสนใจจากกระดาษในมือกลับขึ้นมาสบมองกับคนบนเตียงอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยฉายแววตระหนกชัด
“ทำไม? คนสมัยนี้เขาไม่ชมกันแบบนี้รึ?”
ใครอีกคนเห็นดังนั้นก็ได้แต่เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
“หรือต้องให้ฉันชมว่าเธองามเหมือนนางฟ้าดีล่ะ ขนม”
ทว่ารอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยของปราจก็อยู่ได้ไม่นานนัก…
“ข-ขอถอนคำพูด!” น้ำเสียงทุ้มพึมพำลอดไรฟันอย่างนึกเข่นเขี้ยว
ปราจได้แต่นั่งตัวเกร็ง ขนกายลุกชันพลางยกมือขึ้นกุมศีรษะไว้แน่น ในขณะที่ร่างสูงโปร่งซึ่งตามหลักก็เป็นของตนซุกเบียดเข้ากับเบาะหนังสีเข้มของรถคันหรู
ปากก็รัวบทสวดคุ้มครองจากภัยพาล ทั้งที่รู้เต็มอกว่าอาคมมันไม่มีทางสัมฤทธิ์ผลในโลกนี้
แต่เขาก็ต้องทำ!
เพราะไอ้สิ่งที่เรียกว่าการจราจรบนถนนเบื้องหน้านั้นมันน่าหวาดเสียวเสียจนขวัญหลุดลอยไปหมดแล้ว!
ข้างกายของเขาไม่ใช่ใครที่ไหน ยังเป็นแม่เลขาคนงามคนเดิมที่นั่งสงบนิ่งราวกับรูปสลัก ส่วนด้านหน้าก็มีใครก็ไม่รู้กำลังบังคับพวงมาลัยพุ่งทะยานไปตามถนนคอนกรีต
เห็นพูดคุยกับเลขาคนสวยตอนแรกปราจก็นึกว่าไว้ใจได้ แต่ทำไมมันถึงได้บังคับไอ้สิ่งนี่ให้เคลื่อนที่ไปมาได้น่ากลัวปานนี้ล่ะ?!
ยุคสมัยที่เขาจากมา พวกกุลีขับเกวียนห่างกันเป็นวา ถนนหนทางกว้างขวางไม่วุ่นวายเบียดเสียดขนาดนี้ แล้วนี่มันคือสิ่งใดกัน แออัดยิ่งกว่านรกอเวจีเสียอีกมั้ง!
“รบกวนเอามือลงด้วยครับท่านประธาน ถ้าคุณยังจำที่เราตกลงกันไว้เมื่อสักครู่ได้”
เจ้าใบหน้าหวานพริ้มเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบสนิท ขณะที่ดวงตาเรียวสวยยังคงจดจ้องอยู่บนจอแท็บเล็ตในมือ
ฝั่งปราจได้ยินก็ยิ่งนึกหมั่นไส้ เพราะแบบนี้ไงเขาถึงต้องขอถอนคำพูดที่เคยบอกว่าอีกฝ่ายเหมือนนางฟ้าน่ะ
เรียกว่านางมารมาจุติยังจะน้อยไปเสียด้วยซ้ำ!
เหตุก็เพราะเมื่อชั่วโมงก่อน หลังจากที่ปราจพ่นคำหวานออกไป สิ่งที่แม่คนสวยตอบกลับมามีเพียงประโยคไร้เยื่อใยที่ว่า…
‘ท่านประธานต้องให้ความร่วมมือกับผมครับ’
แล้วจากนั้นแม่คนงามก็ร่ายมนตร์...
ไม่ใช่สิ สาธยายข้อตกลงยาวเหยียดว่าในระหว่างที่เขายังจำความไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวลือเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์และบริษัทอันยิ่งใหญ่ ปราจจะต้องทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะกิริยาหรือวาจา
“โธ่เว้ย! คนเขากำลังขวัญหนีดีฝ่อ จะให้ฉันทนไม่พู-!”
ร่างสูงชะงักคำที่กำลังจะโพล่งออกมาในทันควัน เมื่อถูกคนข้างกายตวัดสายตาหมายหัวมองสบมาจนคนโดนจ้องขนลุกขนชันขึ้นมาทันใด
“ผ-ผมจะนั่งเฉย ๆ ครับ”
จอมขมังเวทย์ผู้เกรียงไกรเลยต้องรีบเปลี่ยนคำแทนตัวเสียใหม่ โดยไม่ลืมลงท้ายด้วยครับอย่างไม่เต็มใจนัก ตามคำสั่งที่ว่าเขาต้องพูดจาสุภาพและทำตัวให้เป็นปกติที่สุด โดยขนมจะคอยกำกับอยู่ตลอดยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่น
“ขอบคุณครับ”
เสียงหวานเรียบตอบสั้น ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปให้ความสนใจกับงานในหน้าจอสี่เหลี่ยมตามเดิม
ทิ้งให้ใครอีกคนได้แต่นั่งฉุนกึก อึดอัดจนแทบจะกระอักเลือดอยู่ในอกแล้ว ถ้าเขายังมีอาคมแก่กล้าเหมือนเก่าล่ะก็... พ่อจะร่ายมนตร์สะกดให้หลับพับไปเสียให้เข็ด!
จะไม่ยอมเชื่อฟังคนหน้าตาน่ารักแต่ใจร้ายแบบนี้หรอก!
ท่ามกลางรอบข้างที่เสียงจอแจยังดังไม่แผ่ว ที่โต๊ะเบอร์สิบของทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่หญิงชราคนนั้นเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว แม้แต่จอมทะเล้นอย่างปราจก็ยังนั่งนิ่งงันเหม่อมองควันที่ลอยละล่องคำว่านิยายน่ะ ปราจเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะสมองของพร้อมอธิบายให้ฟังแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจเท่าที่ควรจะเป็นนี่สิ...อาจเป็นเพราะลึก ๆ ในใจ ปราจรับรู้อยู่เสมอว่าชีวิตก่อนตายของเขามันมีรอยโหว่ที่หาสาเหตุไม่ได้เขาจำความตอนเด็กไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตนเองคือจอมขมังเวทย์วัยสามสิบสี่ปี ลูกชายเจ้าพระยาผู้ที่ถูกเนรเทศเพียงเพราะมีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันจนต้องระหกระเหินมาเป็นหมอผีให้คนขยาดกลัวหากตัวตนที่ผ่านมาเป็นเพียงบทบาทในเรื่องแต่ง...มันก็คงอธิบายความว่างเปล่าเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี“กินเถอะน่า ยายแกก็บอกแล้วว่าไม่มีทางกลับร่างได้ ใจคอเอ็งจะทำให้ร่างใหม่มันอดข้าวจนตายไปอีกหรือไง?”ชายโตกว่าเอ่ยทำลายความเงียบอย่างปลงตก ก่อนจะตักเส้นเข้าปากไม่ทุกข์ร้อน ในเมื่อสวรรค์ไม่ประทานคำตอบที่ง่ายกว่านี้ให้ การทำใจและรื่นรมย์กับรสชาติของกินตรงหน้าคงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด“...”ขัดกับพร้อมที่
พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้ามจ๋อม!“อะไรครับ?”นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที
ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของพร้อม ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศประหลาด เมื่อมีร่างของสองหนุ่มหล่อต่างยุคสมัยต้องมานั่งจ้องตากันเขม็งอยู่บนเตียงกว้าง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันหลังจากมื้ออาหารสานสัมพันธ์จบลง ทั้งสองหน่อก็ถูกคุณเลขาคนสวยมาส่งถึงห้องนอน ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังห้องนอนแขกโดยคิดว่าพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้คงจะอยู่กันได้อย่างดี...ช่างไม่รู้เลยว่าปราจต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน!พอเข้ามาก็ถูกพร้อมขู่กระชากบังคับจนต้องไปจัดการสวมเสื้อดี ๆ เลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฝั่งพร้อมเองก็เพิ่งอาบน้ำชำระล้างและเปลี่ยนสวมชุดที่ตามหลักแล้วมันก็คือของของเขาเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นห้องหรูหราแห่งนี้ ชุดที่สวมใส่ หรือแม้กระทั่งเรือนร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ของเขา…ทว่าความรู้สึกในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์ก่อนหน้านี้ครั-”ฝ่ายเด็กหนุ่มที่อุตส่าห์รวบรวมความสุขุมอยู่นาน ตัดสินใจเปิดปากพูด หวังจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคดีก็โดนใครอีกคนสวนกลับทันควันอย่างไม่ไยดี“กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับคำขอโทษ”“ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ”“แล้วยังไง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแรกของปราจเต็มไปด้วยความอึดอัด ซึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากเขาและเด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกจับมานั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีออเดอร์ไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ที่ขนมตั้งใจสั่งมาต้อนรับรุ่นน้องคนสนิทของเจ้านายวางคั่นกลาง“เราสนิทกันเพราะผมเคยช่วยเก็บกระเป๋าเงินให้พี่พร้อมได้น่ะครับก็เลยได้คุยกันและมีหลายเรื่องที่คุยกันถูกคอ”กลิ่นหอมกรุ่นของซอสรสเผ็ดหวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่น่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้นเลยสักนิด“พอได้ยินว่าพี่เขาประสบอุบัติเหตุ ผมก็รีบมาเซอร์ไพรส์ทันทีที่กลับจากต่างประเทศเลยครับ”พร้อมในร่างเด็กหนุ่มไจแอนท์ยังจ้อไม่หยุด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่คนชอบพูดเลยสักนิด ออกจะเกลียดเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาปั้นเรื่องราวอย่างเลือกไม่ได้แววตาคมกริบใต้รูปลักษณ์เด็กวัยรุ่นประหม่าเล็กน้อย ขณะลอบสังเกตท่าทีของเลขาหัวไวอย่างขนม พลางขยับริมฝีปากสร้างปูมหลังปลอม ๆ ที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลต่อ“ย-ยังไงก็ต้องขอโทษที่ผมทำอะไรแปลก ๆ อย่างการไปปีนบ้านพี่เขาแบบนั้นด้วยจริง ๆ นะครับพี่ขนม ผมแค่อยากให้พี่พร้อมเขายิ้มได้น่ะครับ แฮะ ๆ”ด้วยรู้ดีว่าคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างขนมต้องเกิดข้อกังขาอยู่แล้ว เ
“คุณเป็นใคร! ออกไปจากร่างผมเดี๋ยวนี้!”เสียงนั้นแผดร้องด้วยความโกรธจัดดังก้องอยู่ข้างหู ครั้นเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ปราจถึงได้พบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่วิญญาณร้ายเหมือนที่ตนเข้าใจแต่กลับเป็นร่างล่ำสันของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูดีมีสไตล์ตามสมัยนิยมนั่งอยู่บนตัวเขา ทั้งยังเอื้อมมือมาเขย่าเขาไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะเอาวิญญาณเขาให้หลุดออกจากร่างให้ได้“แม่งเอ๊ย! บอกว่าให้เอาร่างผมคืนมาไง!”จอมขมังเวทย์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะคิดได้อย่าบอกนะ...ว่าไอ้เด็กคนนี้คือเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อพชรอะไรนั่นน่ะ!“พร้อม! เอ็งชื่อพร้อมใช่ไหม?!”ปราจกลั้นใจตะโกนก้องออกไปเสียงหลง ฝ่ายที่กำลังคลั่งพลันหยุดนิ่งไปในทันชายโตกว่าไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอย อาศัยช่วงวินาทีที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงเอื้อมมือไปจิ้มเข้าที่ลูกกระเดือกเข้าอย่างจัง“อั่ก!”ก่อนร่างสูงโปร่งจะรีบผละตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งสับไปกระโดดขึ้นยืนชี้นิ้วสั่งจากบนเตียงกว้าง“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเฮ้ย! ถ้าเอ็งเข้ามาอีก ข้าจะไม่ยอมจริง ๆ ด้วย!”“ก็เอาร่างผมคืนมาสั
“ฮึ ก็แค่ทะลุมิติมา ไม่คณามือคนอย่างไอ้ปราจหรอกเว้ย!”จอมขมังเวทย์ในร่างประธานบริษัทตะโกนก้องอย่างลำพองใจ เขาหยัดกายยืนเต็มความสูงพลางชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด“เฮลโล่ มาย เนม อีส ปราจ~”หยาดน้ำแพรวพราวจากไรผมที่ยังเปียกชื้นอยู่หมาด ๆ หยดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพอดิบพอดีปราจในยามนี้สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าที่รั้งต่ำจนเห็นขอบชั้นในแบรนด์หรูโผล่พ้นออกมา เขาโยนปึกกระดาษขึ้นไปในอากาศจนมันปลิวว่อนหลังจากได้กินจนอิ่มท้อง เขาก็กลับมาจัดการชำระล้างร่างกายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พอเดินออกมาถึงพบว่าแม่คนงามหรือคุณเลขาขนมได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้เอาไว้ให้ละเอียดยิบเป็นปึก ๆ วางทิ้งไว้ให้บนเตียงกว้างแม้เจ้าตัวจะแค่ทำตามคำแนะนำของหมอเพราะเข้าใจว่าเขาความจำเสื่อมก็เถอะ“พร้อม พชร เตวัฒนากุล อายุยี่สิบหกปี การศึกษากำลังจะจบปริญญาเอกในไม่ช้า... น่าเบื่อซะไม่มี”เสียงทุ้มพึมพำทวนประวัติที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ในความสมบูรณ์แบบที่ไร้รสชาตินั่นเรียวขายาวขยับพากายสูงโปร่งเดินไปเปิดตู้เสื







