Share

ผู้ช่วยคนสำคัญ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-01 10:57:31

“เอ่อ…คุณหนูข้าขอทราบชื่อแซ่ท่านได้หรือไม่ ตัวข้านามว่าชิงอีส่วนบุตรชายเรียกอาเฟยเจ้าค่ะ แต่หากท่านไม่สะดวกบอกกล่าวก็ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ”

ชิงอีเอ่ยเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง ดูจากท่าทีของสตรีงดงามคงไม่อยากเปิดเผยตัวตนสักเท่าไหร่ จึงสวมหมวกปิดบังใบหน้า

หากเจ้าตัวตะกละของนางไม่ทำท่าทีหวาดกลัวคนสวมหมวก คนผู้นี้คงไม่ถอดหมวกออกอย่างแน่นอน

“ข้าแซ่ลี่ นามว่าหลันซิน”

นอกจากเปิดเผยใบหน้าเป็นครั้งแรก การเอ่ยชื่อแซ่ตนเองให้คนแปลกหน้ารับรู้ก็เป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน

“ข้าสองคนแม่ลูกจะไม่ลืมพระคุณเลยเจ้าค่ะคุณหนูลี่ ซาลาเปาพวกนี้ข้าคงเก็บไว้กินได้หลายวัน”

“กินแต่ซาลาเปาเจ้าเด็กแก้มป่องคงเบื่อแย่ ชิงอีเจ้าเก็บสิ่งนี้ไว้เถิดข้ามีมากเลยอยากแบ่งปันให้เด็กกินเก่ง เจ้าไม่ต้องคิดไตร่ตรองสิ่งใดให้มากความ ข้าเป็นคนดีหาใช่คนร้าย”

“เอ่อ…จะดีหรือเจ้าคะ ข้าไม่อยากรบกวนคุณหนูลี่มากเกินไป”

“เก็บไว้เถิดข้ามีมากอีกทั้งไม่ค่อยได้ใช้จ่าย ข้าต้องไปแล้วหวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งอาเฟย ชิงอี”

กล่าวจบคนรีบก็สวมหมวกโปร่งบางไว้ตามเดิม จากนั้นจึงเดินหายไปกับฝูงชน เพราะใกล้เวลาสะสางบางเรื่องเต็มที

ก่อนจากกันยังยื่นตั๋วฝากเงินจำนวนหนึ่งใบให้ชิงอี ด้วยเหตุผลที่ว่านางมีตำลึงมากเกินไป แบ่งให้เด็กน้อยไปซื้ออาหารสักหน่อยคงได้บุญไม่น้อย

“ขอบคุณเจ้าค่ะคุณหนู” มารดาผู้ขัดสนตำลึงเอ่ยขอบคุณผู้มีพระคุณตามหลัง

ชิงอีไม่กล้าก้มมองจำนวนตำลึงบนตั๋วฝากเงิน เพราะเกรงใจคนมอบให้ ค่อยดูเมื่อไปถึงร้านรับฝากเงินก็ยังไม่สาย

เมื่อรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างจึงหยุดเดิน แล้วจูงแขนบุตรชายไปหลบซ่อนสายตาผู้คนในตรอกเล็ก ๆ จากนั้นจึงล้วงเอากระดาษแผ่นหนาสีน้ำตาลมาเปิดอ่าน

ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อเห็นจำนวนตำลึงทองบนตั๋วฝากเงินของคนใจดี

“อาเฟยพวกเราไม่อดอยากอีกแล้วลูก ท่านน้าแซ่ลี่มอบตำลึงให้พวกเรามีกินมีใช้ไปอีกนานแสนนาน”

“ท่างน้าใจดี”

“ใช่แล้วอาเฟย นับจากนี้เจ้าต้องจดจำสตรีนามว่าลี่หลันซินให้ขึ้นใจ พบเจอที่ใดต้องเข้าไปช่วยเหลือนางทุกเรื่อง”

“ขอยับ”

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาความทรงจำเล็ก ๆ ของเด็กชาย ถูกมารดาปลูกฝังให้กตัญญูกับสตรีนามลี่หลันซิน

และเขาก็จดจำและปฏิบัติตามจวบจนชั่วชีวิต แน่นอนว่าเป็นเรื่องราวในอนาคตนั่นเอง

………………………..

แปดสิบวันนับจากนั้นได้ผ่านพ้นไปตามสภาพการณ์ คนถูกจองจำยังคงหมั่นสวดบริกรรมคาถาประจำชนเผาด้วยหัวใจที่แน่วแน่

อีกเพียงแค่สิบวันเท่านั้น นางจะได้รู้ว่าความพยายามและความเชื่อแต่วัยเยาว์ จะเห็นผลในทางบวกหรือลบกันแน่

สองคนแม่ลูกในเรือนเล็กท้ายตำหนัก ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและเป็นปกติไม่มีพิรุธใด ๆ ทั้งนั้น

โชคดีที่กลิ่นอาหารจานเนื้อ ไม่โชยไปไกลถึงตำหนักใหญ่ จึงไม่มีผู้ใดสงสัยและจับผิดว่าร่ำรวยมาจากที่ใด

หากมีคนรู้ไม่แน่ว่าอาจจะถูกปรักปรำใส่ร้าย ว่าสองแม่ลูกขโมยของในตำหนักไปขาย

ชิงอีไม่กล้าพาอาเฟยหลบหนีไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากถูกจวิ้นอ๋องคาดโทษตายเอาไว้หากกล้าหลบหนี เพราะหวั่นเกรงองครักษ์หลวงตามติดสังหารอย่างที่ถูกข่มขู่

ทั้งสองจึงอดทนอยู่อาศัยในเรือนร้างทรุดโทรม ถึงแม้จะมีตำลึงฝากไว้ที่ร้านรับฝากของทางการมากถึงหนึ่งหมื่นตำลึงทอง!

ตำหนักพระชายารอง

“ท่านอ๋องกลับไปถามไถ่ความเป็นอยู่ของมันอีกแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ ๆ มีหวังใจอ่อนและยอมปล่อยมันออกมาเป็นหนามแหลมทิ่มแทงหัวใจข้าเข้าสักวัน”

“ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบเจ้าค่ะ”

ผู้มากด้วยฝีมือเอ่ยขึ้น เพราะรู้ดีว่าหากทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ นางจะได้รับตำลึงค่าจ้างมากมาย

อยู่กับสตรีโง่เขลาแต่อวดฉลาด ย่อมดีกว่าอยู่กับคนเก่งและรู้ทันทุกเรื่องเฉกเช่นคนผู้นั้น

“เหรินหลานเจ้ามีวิธีจัดการแล้วใช่หรือไม่ หากทำได้ข้ายินดีมอบตำลึงให้เจ้ามากถึงห้าพันตำลึงทอง”

เจ้าของตำหนักเล็กหันไปพูดคุยกับผู้ช่วยส่วนตัว ซึ่งมารดาส่งมาทำงานด้วยนับตั้งแต่วันแรก ที่นางแต่งเข้าตำหนักจวิ้นอ๋อง

“จัดฉากให้เป็นเรื่องของอาการป่วยก็สิ้นเรื่องเจ้าค่ะ”

ถึงแม้ธาตุไฟในตัวจะยังไม่ค่อยแข็งแกร่งสักเท่าไหร่ แต่ยากนักที่จะมีคนเอาชนะได้ มีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถเอาชนะธาตุไฟของชาวยุทธ์

“ข้าคงต้องฝากความหวังไว้ที่เจ้าอีกครั้งนะเหรินหลาน”

เจียงซูหลิงไม่ได้รู้เรื่องส่วนตัวของเหรินหลานสักเท่าไหร่ รู้แค่ว่าคนผู้นี้เป็นชาวยุทธ์ซึ่งแต่เดิมอาศัยอยู่ในยุทธภพ นางกับมารดาช่วยกันปกปิดไว้เป็นความลับมาโดยตลอด

เนื่องจากหลายปีก่อนฮ่องเต้แห่งแคว้นถิงโจว ออกกฎสั่งห้ามไม่ให้ชาวยุทธ์เข้ามาข้องเกี่ยว หรือทำงานร่วมกับคนทั่วไปอย่างเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษถึงประหารชีวิต

เจียงซูหลิงยอมเสี่ยงฝ่าฝืนกฎของแคว้น เพราะอยากขึ้นรับตำแหน่งพระชายาเอกของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน อยากจัดการขวากหนามคนสำคัญซึ่งมียศสูงศักดิ์กว่า

ถึงแม้ว่าไป๋ซือเย่วจะเป็นเพียงองค์หญิงปลายแถว อย่างไรก็ยศสูงกว่านางผู้ซึ่งถือกำเนิดจากอนุภรรยาของเสนาบดีฝ่ายซ้าย

ทว่าวันเวลาได้ผ่านมานานถึงสามปีกว่าแล้ว จวิ้นอ๋องยังไม่มีทีท่าจะเลื่อนขั้นให้นางเป็นพระชายาเอกเลยแม้แต่น้อย

มิหนำซ้ำสวามียังไม่ค่อยมาพักค้างที่ตำหนักเล็กเหมือนปีแรก ๆ ยามที่นางบากหน้าไปพบเขาถึงตำหนักส่วนตัว ก็มักจะกล่าวอ้างว่าทำงานเหนื่อย แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่นางจะตั้งครรภ์กันเล่า!

จะไม่ให้นางโกรธแค้นไป๋ซือเย่วได้อย่างไร ในเมื่อจวิ้นอ๋องมักจะแอบไปถามไถ่ทุกข์สุขของคนในคุกมืด กับทหารยามเฝ้าประตูในยามวิกาลอยู่เรื่อย ซึ่งเรื่องนี้เหรินหลานเป็นคนบอกกล่าวให้รู้มาโดยตลอด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เรียกว่าความสุข (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ต่างก็ไม่ยอมกัน

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ไม่ใช่ที่เล่นสนุก

    “ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เอาคืน

    ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   รวมญาติโดยแท้จริง

    “เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ชุมนุมญาติ?

    “คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status