Partager

ลุกขึ้นสู้

last update Date de publication: 2026-02-01 10:56:02

ทหารยามเฝ้าคุกใต้ดินนำจดหมายไปส่งไว้ตำหนักเล็ก ตามที่เคยได้รับคำสั่งจากพระชายารองผู้มีอำนาจ

ทุกอย่างเกี่ยวกับคนในคุกมืด ต้องแจ้งเรื่องให้เจียงซูหลิงรับรู้ก่อนใคร วันต่อมาจดหมายจึงถูกส่งไปถึงมือองครักษ์ข้างกายจวิ้นอ๋อง

กรอด!!!!!!

เสียงเจ้าของตำหนักกัดกรามตนเองจนแน่น เมื่อได้อ่านจดหมายจากพระชายาเอกผู้ถูกจองจำ

เมื่อช่วงสายของวันองครักษ์คนสนิทได้นำจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ คราแรกเข้าใจว่าเป็นจดหมายขอความเมตตาจากคนสำนึกผิด

ทว่าข้อความในจดหมายกลับเต็มไปด้วยถ้อยคำอวดดี สตรีใจคดกล่าวหาว่าเขาเป็นบุรุษโง่เขลาเบาปัญญา!

“ไป๋ซือเย่ว เจ้าช่างอวดดีไม่กลัวตาย!”

“เจิ้งหลงผู้ใดนำจดหมายฉบับนี้มาให้เจ้า” คนโมโหตะโกนเสียงดังลั่นห้องหนังสือ

หัวใจบุรุษสูงศักดิ์คล้ายถูกกรีดเป็นรอยแผล แม้กระทั่งเรื่องของเจียงซูหลิงยังไม่เคยกระทบจิตใจเขาเลย

“ทหารยามผู้ที่คอยส่งอาหารให้พระชายาไป๋พ่ะย่ะค่ะ ไม่มีท่าทีพิรุธใด ๆ ทั้งนั้น”

เจิ้งหลงตอบไปตามที่เห็น แต่เรื่องราวก่อนหน้านั้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้ แม้กระทั่งคนส่งจดหมายก็ไม่รู้เห็นเรื่องใดทั้งสิ้น

“นางรังเกียจข้ามากถึงเพียงนี้ แต่ยอมแต่งงานเพราะบุรุษผู้นั้น เจิ้งหลงสืบได้หรือยังว่าเจ้าของหยกพกสีดำมันเป็นใคร”

สองมือของคนโกรธแค้นกำแน่นพร้อมปะทะ หัวใจที่เคยสับสนเย็นชาลงฉับพลัน

ความตั้งใจเดิมคืออีกสองเดือนข้างหน้า จะปล่อยคนในคุกมืดให้เป็นอิสระ แต่ยามนี้ความเมตตาคงไม่จำเป็นอีกแล้ว

อิสระมีไว้สำหรับคนสำนึกผิดเท่านั้น!

“ยังพ่ะย่ะค่ะ คนผู้นั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย”

“สืบต่อไป”

ความรู้สึกเจ็บแค้นก่อเกิดทวีคูณ ทำให้วันนี้ไม่อยากรู้เลยสักนิด ว่าสตรีในคุกใต้ดินกับเด็กชายแรกเกิด มีสภาพความเป็นอยู่เช่นไร

นับจากวันนี้สองคนแม่ลูกจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาก็ไม่สนใจอีกแล้ว!

“พ่ะย่ะค่ะ”

………………………………………………….

สามปีผ่านไปเกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นมากมายในแคว้นถิงโจว ทว่าสตรีที่ถูกคุมขังในคุกมืด ได้ตัดขาดการรับรู้เรื่องราวภายนอกโดยสิ้นเชิง

ไป๋ซือเย่วอยู่ในอาการซึมเศร้าไม่สนใจใคร นับจากวันที่ขอส่งจดหมายให้ถึงมือเจ้าของตำหนัก นางก็ไม่เอ่ยปากร้องขอสิ่งใดและไม่พูดคุยกับใครทั้งนั้น

คนสิ้นหวังตื่นขึ้นมารับสำรับอาหารเพียงแค่มื้อเดียว จากนั้นก็นั่งเหม่อมองทะลุกำแพงขวางกั้นอิสรภาพ ในใจรู้สึกว่างเปล่าไม่ยินดียินร้ายกับสภาพชีวิตอันน่าหดหู่เลยแม้แต่น้อย

ร่างกายที่เคยอวบอิ่มมีน้ำมีนวล ซูบผอมลงมากจนมองเห็นกระดูกโผล่พ้นออกมาตามหลังมือ

ผิวกายขาวนวลเนียนกลายเป็นซีดเซียว เพราะไม่โดนแดดมานานหลายปี ดวงตาดำขลับเริ่มมีสีเหลืองปะปนบ้างแล้ว

ฟันซึ่งเคยขาวสะอาดยามนี้ทั้งเหลืองและส่งกลิ่นเหม็น เพราะเจ้าตัวไม่ใส่ใจดูแลความสะอาด ในเมื่อความหวังของการรอดชีวิตเลือนรางลงเต็มที นางจึงไม่สนใจดูแลตัวเอง

“เมื่อไหร่ข้าจะตาย เสด็จพ่อพอใจแล้วหรือไม่ ข้าทำดีหรือยัง”

เสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้นกับตนเองเป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่ถูกจำกัดอิสรภาพ

นางไม่มีโอกาสล่วงรู้วันคืนจากแสงอาทิตย์ หากไม่มีคนมาส่งสำรับอาหารในแต่ละวัน ก็แยกแยะไม่ได้ว่าเป็นช่วงเวลาใดกันแน่

“ลูก ลูกแม่อยู่ที่ใด”

จู่ ๆ ความรู้สึกห่วงใยและคิดถึงบุตรชายก็ก่อตัวขึ้น หลังจากความรู้สึกนี้เลือนหายไปนานเกือบสามปี

ในขณะที่กำลังคิดถึงบุตรชายแรกเกิด เสียงของผู้มาเยือนก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน

“ยังไม่ตายอีกหรือ ทนทานยิ่งกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้เสียอีก”

ผู้มาเยือนใช้ผ้าคลุมทั่วศีรษะ เพราะหวั่นเกรงหูตาองครักษ์ของสวามี จากนั้นจึงแอบเข้ามาในคุกใต้ดินตามลำพัง

ไม่มีผู้ใดขวางทางนางทั้งนั้น เพราะทหารยามต่างรู้แน่ชัดว่าสตรีผู้นี้ คือผู้กุมอำนาจในตำหนักจวิ้นอ๋องโดยแท้จริง

“เจียงซูหลิงข้าอยู่ในสภาพนี้เพราะเจ้าใช่หรือไม่”

ถึงแม้จะอดทนอยู่ในคุกแห่งนี้โดยไม่สนใจถามไถ่เรื่องราว แต่ไป๋ซือเย่วพอเดาออกว่าผู้ใดกันแน่ ที่คิดร้ายจนเรื่องราวบานปลายใหญ่โตเช่นนี้

“รู้แล้วอย่างไรไม่รู้แล้วอย่างไร ชีวิตองค์หญิงปลายแถวย่อมไร้ค่าอยู่วันยังค่ำ”

เจียงซูหลิงไม่ได้ตอบคำถามแต่ก็ไม่ปฏิเสธเช่นกัน เพราะดูจากสภาพการณ์แล้วไป๋ซือเย่วคงจากไปในอีกไม่ช้า ยอมให้รู้ความจริงเสียบ้าง เผื่อกุศลผลบุญจะได้เผื่อแผ่ให้นางตั้งครรภ์สักครั้ง

“ข้ารู้ตัวดีแต่หากมีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดนี้ ข้าจะไม่เดินทางมาที่แคว้นถิงโจวอย่างเด็ดขาด ต่อให้ถูกลงโทษจนตายข้าก็ขอตายที่บ้านเกิด จะได้ไม่ต้องให้กำเนิดบุตรชายที่ข้าไม่มีโอกาสแม้กระทั่งเห็นหน้าเขาชัด ๆ”

“เจ้ามีความผิดเพราะเจ้าคลอดบุตรชาย หากเป็นเด็กหญิงข้าอาจจะอดทนมองความสุขของเจ้าต่อไปอีกสักนิด”

เพราะเด็กชายต้องสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อจากบิดา เจียงซูหลิงจึงไม่ยอมอยู่เฉยให้ถูกเหยียบย่ำ

“ข้าหรือที่มีความสุข จวิ้นอ๋องมอบความสุขทุกอย่างให้เจ้าหมดสิ้นแล้วเจียงซูหลิง”

ดวงตาพร่าเลือน จ้องมองสตรีผู้ซึ่งอิจฉาแม้กระทั่งพระชายาเอกที่สวามีไม่รัก!

“อย่างน้อยเจ้ายังหลงเหลือความสุขจากการมีบุตรชาย ซึ่งข้าไม่ยินยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

เจียงซูหลิงกระซิบข้างหูคนถูกจองจำเสียงเบา เพราะทหารยามกำลังเดินเข้ามาพบ เพื่อส่งนางกลับออกไปตามเวลาที่ตกลงกันไว้ หากอยู่นานเกินกว่านี้องครักษ์อาจจะผิดสังเกต

หลังจากผู้มาเยือนกลับออกไปแล้ว สตรีผู้ถูกจองจำโดยไร้ซึ่งความผิด จึงเกิดสติและตกผลึกในความคิดบางอย่าง ซึ่งเลือนหายไปตามกาลเวลา

มือแห้งกร้านล้วงเอาเครื่องรางติดกาย ซึ่งทำจากเปลือกไม้หอมสีดำสนิท ออกมาสวดบริกรรมคาถาเฉพาะของชนเผ่า

บทสวดนี้ต้องท่องติดต่อกันทุกวันนานถึงเก้าสิบวัน จึงจะเกิดผลตามความเชื่อของชนเผ่าบ้านเกิดของมารดา ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นหวงหลิง

“ข้าช่วยเหลือบุตรของตัวเองไม่ได้แต่ผู้อื่นอาจจะทำได้ เจียงซูหลิงเจ้าคงไม่รู้ว่าคนจนตรอกสามารถทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งสละจิตวิญญาณของตน” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยพึมพำกับตนเอง

        

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เรียกว่าความสุข (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ต่างก็ไม่ยอมกัน

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ไม่ใช่ที่เล่นสนุก

    “ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เอาคืน

    ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   รวมญาติโดยแท้จริง

    “เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ชุมนุมญาติ?

    “คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ผู้มาเยือน

    จวิ้นอ๋องหนานจิงชวนกับผู้ติดตาม เดินทางรอนแรมผ่านป่าเขาและพื้นที่รกร้าง ไปตามเส้นทางของรถม้านานถึงสองเดือน จึงเดินทางมาถึงเขตแดนของเมืองท่า เพราะระหว่างทางมีเหตุให้จอดพักรถม้าอยู่บ่อยครั้งบุรุษผู้นำขบวนรู้สึกเบื่อหน่ายพระชายาเอกคนใหม่จนแทบไม่อยากมองหน้า ถูกเข้าหาหวังแนบชิดในรถม้าอยู่บ่อยครั้ง เขาก

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   อยากมีสถานะ

    ขบวนเดินทางของผู้สูงศักดิ์ เคลื่อนที่มุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างราบรื่นตลอดเส้นทาง ไร้ซึ่งโจรผู้ร้ายมากล้ำกลายองครักษ์รอบกายโอรสสวรรค์ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีวรยุทธ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ผิดกฎของแคว้นแต่อย่างใด เพราะองครักษ์หลวงมีสิทธิ์ฝึกยุทธ์เพื่อคุ้มกันคนในราชวงศ์จวิ้นอ๋องเอนกายพักผ่อนอยู่ในรถม้าคันแรกตามลำ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   หมอนเจ้าปัญหา

    ลู่ชุนหยางจ้องมองคนที่พูดโดยไม่ลืมตา เพียงเท่านี้ก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าถูกหมางเมินเข้าแล้วมุมปากหยักอมยิ้มอย่างพึงพอใจ นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาถูกสตรีเมินเฉย ท่าทีเช่นนี้ทำให้รู้สึกปลอดภัย และสบายใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ข้าเอาหมอนมาให้ เจ้าจะได้นอนพักสบาย ๆ นั่งเอนหลังแบบนั้นไม่เมื่อยหรือ”หมอนหนุน

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   มอดไหม้

    “ฮึก ฮึก คิดถึงท่างแม่ทุกวันเยย”มือน้อย ๆ เอื้อมมาจับมือมารดาเป็นครั้งแรกในชีวิต เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นแผ่วเบา เพราะเจ้าตัวดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่“แม่รู้อาเฟยคนดี แต่คืนนี้ต้องรีบออกเดินทางก่อน อาเฟยจะได้มีจวนอุ่น ๆ นอนดีหรือไม่เล่า หลังจากนี้พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันทุกวันเลย” มือมารดาคนใหม่ยกขึ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status