แชร์

ตอนที่ 8 พันธนาการ

ผู้เขียน: Charuda Singsathon
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-03 12:48:16

ตอนที่ 8 พันธนาการ

ท่ามกลางความมืดมิดที่หนาทึบราวกับน้ำหมึก ห้องสอบสวนใต้ดินของสำนักเทียนหมิงดูเหมือนจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง อากาศภายในนั้นทั้งอับชื้นและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสนิมของเลือดที่สะสมมานานนับปี ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณจนได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่ร่วงหล่นจากเพดานหินชื้นแฉะ

หยด... หยด... หยด...

จังหวะของมันสม่ำเสมอเสียจนดูเหมือนเข็มนาฬิกาที่คอยนับถอยหลังสู่จุดจบของชีวิต

ณ ใจกลางห้องที่สลัวรางด้วยแสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่ ร่างของ เซียวหาน ถูกพันธนาการอย่างแน่นหนาด้วยโซ่เหล็กกล้าเย็นเยียบตรึงไว้กับเสาหินทมิฬ แขนทั้งสองข้างของเขาถูกยกสูงขึ้นจนปลายนิ้วแทบไม่แตะพื้น เลือดสีแดงข้นไหลซึมจากข้อมือที่ถูกรัดจนห่อเลือด ไหลผ่านลำแขนลงมาตามสีข้าง บาดแผลเก่าและใหม่ที่ทับซ้อนกันตามร่างกายเริ่มอักเสบจนดูน่าสยดสยอง

ทว่าสิ่งที่น่าฉงนที่สุดคือ "ดวงตา" ของเขา นัยน์ตาคู่นั้นยังคงนิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีเสียงอ้อนวอนขอความเมตตา ราวกับว่าร่างกายที่กำลังแหลกสลายอยู่นี้ไม่ใช่ของตัวเขาเอง

ครืด... ปึง!

ประตูเหล็กหนาหนักถูกเปิดออกช้าๆ ส่งเสียงเสียดสีที่บาดแก้วหู แสงสว่างจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างระหงในอาภรณ์สีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง

หลินเยว่ซิน

นางยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าของนางยังคงความงดงามราวกับรูปสลักหยกที่เย็นชาและไร้หัวใจ ทุกท่วงท่านิ่งสงบดุจเดิมราวกับนางเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้ความรู้สึก ทว่าลึกลงไปภายใต้หน้ากากสีหน้านั้น หัวใจของนางกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงจนนางแทบจะควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติไม่ได้

"เริ่มได้"

เสียงของผู้คุมที่มีอำนาจดังขึ้นจากมุมมืด ชายฉกรรจ์สองคนที่มีใบหน้าเหี้ยมเกรียมก้าวเข้ามาประชิดร่างที่ถูกจองจำ ในมือของพวกเขาคือเครื่องมือทรมานที่ขึ้นชื่อที่สุดของสำนัก แส้หนังยาวที่ชุบด้วยน้ำยาพิษบางเบา พิษชนิดนี้จะไม่พรากชีวิตในทันที แต่มันจะเข้าไปกระตุ้นเส้นประสาทให้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ทวีคูณขึ้นนับสิบเท่า... มันคือความทรมานที่ทำให้คนอยากจะตายเสียให้พ้นๆ

ฟาด!

เสียงแส้กระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องใต้ดิน เลือดสาดกระเซ็นไปเปื้อนพื้นหินและขอบอาภรณ์ของหลินเยว่ซิน ร่างของเซียวหานกระตุกอย่างแรงจนโซ่เหล็กส่งเสียงกึกก้อง ทว่าเขากลับกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ไม่มีเสียงร้องเล็ดลอดออกมาจากลำคอแม้แต่แอะเดียว

ฟาด!

ครั้งที่สอง... ครั้งที่สาม... เสียงกระทบดังก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งจังหวะการลงทัณฑ์ที่โหดเหี้ยม แส้แต่ละครั้งดูเหมือนจะกระชากเอาเนื้อหนังและวิญญาณของเขาออกมาทีละชั้น หลินเยว่ซินยืนมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า นางไม่ขยับกาย ไม่เบือนหน้าหนี และไม่แม้แต่จะกระพริบตา แสร้งทำเป็นว่านางคือผู้คุมกฎที่ไร้หัวใจอย่างที่ทุกคนต้องการเห็น

"พูดมา..." เสียงของนางเย็นเฉียบปานน้ำแข็งบาดลึก "เจ้าเป็นคนวางยาพิษสังหารศิษย์ร่วมสำนักใช่หรือไม่?"

เซียวหานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เส้นผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและเลือดปรกลงมาปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง เลือดไหลหยดจากมุมปากลงสู่หน้าอกที่เต็มไปด้วยรอยแส้

"ไม่ใช่... ข้า..." น้ำเสียงของเขาสั่นพร่า แผ่วเบา แต่ทว่าหนักแน่นและชัดเจนในทุกถ้อยคำ

ฟาด!

แส้ฟาดลงไปอีกครั้ง คราวนี้ผู้คุมลงแรงมากกว่าเดิมเพื่อหวังจะทำลายกำแพงแห่งความอดทนของเขา รอยแผลลึกเปิดออกจนเห็นเนื้อด้านใน เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อน

"โกหก!" หลินเยว่ซินตวาดเสียงแข็งขึ้น ทว่ามือที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกลับกำแน่นจนสั่นสะท้าน "เจ้ามีทั้งโอกาส มีทั้งเหตุผลที่ต้องทำ และที่สำคัญ... เจ้าคือคนแปลกหน้าเพียงคนเดียวที่อยู่ใกล้ชิดกับเป้าหมายที่สุด!"

"ข้าอยู่ใกล้ท่าน..."

เซียวหานตัดบทอย่างกะทันหัน ดวงตาที่พร่าเลือนของเขาจ้องตรงมาที่ดวงตาของนาง คำพูดสั้นๆ นั้นกลับมีพลังมหาศาลพอที่จะทำให้หลินเยว่ซินชะงักงันไปในทันที หัวใจของนางกระตุกวูบราวกับถูกกระชากความจริงที่นางพยายามซ่อนไว้ออกมาตีแผ่

ฟาด!

เสียงแส้ฟาดลงอีกครั้งรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา คราวนี้มันดูเหมือนไม่ใช่การทรมานเพื่อเอาคำตอบ แต่มันคือการระบายอารมณ์ที่ปั่นป่วนและสับสนของคนสั่งเสียมากกว่า

"หุบปากของเจ้าซะ!" นางตะคอกเสียงหลง น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นกลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด

เซียวหานแค่นยิ้มจางๆ ออกมาทั้งที่เลือดเปื้อนใบหน้า เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ "ท่านกำลังโกรธ... เพราะสิ่งที่ข้าพูด... มันคือความจริงที่ท่านหวาดกลัวที่สุด"

ความเงียบที่น่าอึดอัดตกลงมาปกคลุมทั่วห้อง ผู้คุมทั้งสองชะงักมือไปชั่วครู่ด้วยความตระหนก พวกเขาไม่เคยเห็นใครกล้าต่อปากต่อคำกับท่านหญิงหลินในสภาพเช่นนี้มาก่อน หลินเยว่ซินก้าวเท้าเข้าไปหาเขาช้าๆ หยุดลงในระยะที่ใกล้จนจมูกได้กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง

"เจ้าคิดว่าข้าจะใจอ่อนให้เจ้า เพียงเพราะคำพูดไร้สาระพวกนั้นงั้นหรือ?" นางกระซิบเสียงต่ำ "เจ้าสำคัญผิดไปแล้ว เซียวหาน... ในที่แห่งนี้ ไม่มีที่ว่างให้ความรู้สึกเหล่านั้น"

เซียวหานมองนางเนิ่นนาน สายตาของเขาเปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเป็นความลุ่มลึกที่ยากจะหยั่งถึง "เพราะท่าน... ได้เริ่มทำมันไปแล้ว"

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่แทงทะลุหน้ากากหยกของนางจนแตกร้าว หลินเยว่ซินกำมือแน่นจนสั่นสะท้าน ก่อนจะเอื้อมมือไปกระชากแส้มาจากมือผู้คุมอย่างรวดเร็ว

"ออกไปให้หมด!" นางสั่งเสียงเฉียบขาด

ผู้คุมทั้งสองไม่รอให้ต้องสั่งซ้ำ พวกเขารีบถอยกู่ออกจากห้องไปทันที ประตูเหล็กปิดลงดังกังวาน ทิ้งให้คนทั้งสองอยู่ตามลำพังในความมืดที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน

หลินเยว่ซินยืนจ้องหน้าเขา แส้ในมือกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย... เจ้าทำหรือไม่?"

เซียวหานจ้องตานาง นิ่งสงบดุจเดิม "ไม่ใช่ข้า"

มือของนางสั่นเทาอย่างรุนแรง ความขัดแย้งในใจพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด

ฟาด!

นางฟาดแส้ลงไปเต็มแรง เสียงดังกึกก้องสะท้อนไปมาในห้องสี่เหลี่ยม เลือดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าของนาง ร่างของเซียวหานกระตุกเกร็งด้วยความทรมานแสนสาหัส ทว่าเขาก็ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาให้ข้าศึกได้ยิน

หลินเยว่ซินยืนหอบหายใจอย่างหนัก ลมหายใจของนางไม่เป็นจังหวะ แส้ในมือเริ่มสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ

"ทำไม..." นางพึมพำเสียงแผ่วเบาราวกับคนเสียสติ "ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมรับผิด ทำไมถึงไม่ยอมพูดในสิ่งที่ข้าต้องการฟัง เพื่อให้เรื่องนี้มันจบลงเสียที!"

"เพราะไม่มีความจริงอื่นใดให้พูด... หรือท่านปรารถนาจะให้ข้าโกหกเพื่อสนองความต้องการของสำนัก?" เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าแต่เปี่ยมด้วยศรัทธา

คำพูดนั้นทำให้นางชะงักงันประหนึ่งถูกสายฟ้าฟาด แส้ในมือล่วงหล่นลงพื้นหินดัง เคร้ง... ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง หลินเยว่ซินก้าวเข้าไปใกล้เขาจนร่างแทบจะชิดกัน นางยกมือที่สั่นเทาขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวงามแตะลงบนรอยแผลสดที่หน้าอกของเขาอย่างแผ่วเบา

เลือดอุ่นๆ เปื้อนปลายนิ้วหยกของนาง และในวินาทีที่ผิวสัมผัสกัน พลังมารในร่างกายของหลินเยว่ซินก็สั่นสะท้อนขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ได้รุนแรงหรือบ้าคลั่ง แต่มันกลับนิ่งสงบและตอบสนองต่อลมหายใจของเซียวหานอย่างประหลาด ประหนึ่งแม่น้ำสองสายที่ไหลมารวมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

เซียวหานหลับตาลงแน่น ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ทว่าไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดจากบาดแผลภายนอก

"หยุดเถอะ..." เสียงของเขาเบาหวิว "ข้า... จะทนไม่ไหวแล้ว"

คำพูดนั้นไม่ใช่คำขอร้องให้หยุดทรมาน แต่มันคือความจริงที่เกิดจากความรู้สึกบางอย่างที่ร้อยรัดพวกเขาเข้าด้วยกัน หลินเยว่ซินชะงักงัน นางรีบชักมือกลับราวกับถูกของร้อน ถอยหลังกรูดออกไปหลายก้าว ลมหายใจขาดห้วง

"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกับข้า..." นางก้มมองมือที่เปื้อนเลือดของตัวเองด้วยสายตาที่สั่นไหว "เจ้าเป็นใครกันแน่ เซียวหาน... เจ้าใช้วิชาคุณไสยอะไรกับข้า!"

เซียวหานคลี่ยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยจางๆ "ข้าเอง... ก็อยากจะรู้คำตอบนั้นเหมือนกัน"

ความเงียบงันยาวนานถูกทำลายลงอย่างป่าเถื่อน

ปึง!

ประตูถูกเปิดออกอย่างแรงอีกครั้ง เซวี่ยอิง ก้าวเข้ามาในห้องด้วยดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความริษยาและระแวง "พอได้แล้ว หลินเยว่ซิน!"

นางก้าวเข้ามาหาคนทั้งคู่ด้วยท่าทีคุกคาม "ข้าเฝ้ามองอยู่นานแล้ว... เจ้ากำลังลังเล เจ้ากำลังปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือหน้าที่!"

คำพูดที่ตรงไปตรงมานั้นเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลใจ หลินเยว่ซินหันไปประจันหน้าทันที "ออกไปซะ เซวี่ยอิง! ข้ายังสอบสวนไม่เสร็จ!"

"สอบสวนงั้นหรือ? ข้าเห็นแต่ผู้คุมกฎที่กำลังหลงเสน่ห์นักโทษ!" เซวี่ยอิงแค่นเสียงหัวเราะอย่างรังเกียจ "หากเจ้ายังไม่ลงมือปลิดชีพเขาตามคำสั่งท่านประมุขในตอนนี้... ข้าจะเป็นคนทำมันเอง!"

พูดจบ เซวี่ยอิงก็ชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสะท้อนของเหล็กกล้าพุ่งตรงไปที่หัวใจของเซียวหานที่ไร้ทางสู้

"อย่าแตะต้องเขา!"

เสียงตะโกนของหลินเยว่ซินดังลั่นพร้อมกับที่นางก้าวเข้าไปขวางหน้าเซียวหานไว้ทันทีโดยสัญชาตญาณ กระบี่ของเซวี่ยอิงหยุดชะงักห่างจากหน้าอกของนางเพียงไม่ถึงนิ้ว

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าขนลุก เซวี่ยอิงยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่รอคอยจังหวะนี้มานาน "ในที่สุด... เจ้าก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะ"

นางเอ่ยเสียงเรียบพรางลดกระบี่ลง "เจ้าเลือกแล้ว... เจ้าเลือกที่จะยืนอยู่ข้างศัตรูของสำนัก มากกว่าหน้าที่และครอบครัวของตัวเอง"

หัวใจของหลินเยว่ซินกระแทกแรงอยู่ในอกจนเจ็บปวด นางค่อยๆ หันกลับไปมองเซียวหานที่จ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว สายตาของเขาลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความเข้าใจโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ

และในวินาทีนั้น หลินเยว่ซินก็ตระหนักได้ว่า... นางได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งที่ไม่มีวันหวนกลับไปได้อีกแล้ว พันธนาการที่มองไม่เห็นได้ร้อยรัดนางและเขาไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ และนางรู้ดีว่า... จากนี้ไป ชีวิตของนางจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ

    ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ ความเงียบงันภายในห้องหินของสำนักเงามรณะในยามนี้ไม่ใช่เพียงความสงัด แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็น บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งจนประหนึ่งอากาศธาตุกลายเป็นของแข็ง ลมหายใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกรั้งรอไว้ที่ลำคอ ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุนเพื่อเฝ้ามองโศกนาฏกรรม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง

    ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง ความเงียบสงัดภายในห้องหินยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มันกดทับบรรยากาศรอบกายจนอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาไอเย็นจัดเข้าไปในปอด หยาดเลือดสีแดงเข้มจากบาดแผลของหลินเยว่ซินหยดลงกระทบพื้นหินเสียงดัง แหมะ... แหมะ... ชัดเจนท่ามกลางความสงัดปานป่าช้า ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอขา

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา

    ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา หิมะภายนอกยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ประหนึ่งหยาดน้ำตาจากสรวงสวรรค์ที่แข็งตัวเป็นผลึกแก้ว มันร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้า เงียบเชียบ และเยือกเย็น จนทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในภวังค์แห่งความเหน็บหนาวที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ ทว่าภายในกำแพงหินอันหนาทึบของสำนักเงามรณะ ความหนาวเห

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ

    ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ สายลมเหนือพัดกรรโชกหอบเอาไอเย็นจัดกรีดผ่านผิวหนังประหนึ่งใบมีดอาบยาพิษ มันไม่ได้เพียงแค่หนาว แต่มันคือความ "เจ็บ" ที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูก ยิ่งพวกนางก้าวเดินลึกเข้าไปในเขตหุบเขาไร้รัก อุณหภูมิรอบกายก็ยิ่งดิ่งวูบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวหนาทึบ เบื้องหน้าคือเทือกเขาสูงตระ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status