بيت / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 7 ผู้ต้องสงสัย

مشاركة

ตอนที่ 7 ผู้ต้องสงสัย

last update تاريخ النشر: 2026-04-03 09:41:17

ตอนที่ 7 ผู้ต้องสงสัย

ค่ำคืนเหนือยอดเขาเทียนหมิงมักจะถูกห่อหุ้มด้วยความเงียบงันที่น่าเกรงขามเสมอ ทว่าภายใต้ความสงัดนั้นไม่เคยมีความสงบสุขที่แท้จริง มันคือความเงียบที่รอคอยการแตกสลาย และในคืนนี้... กองเพลิงแห่งความระแวงก็ได้ถูกจุดขึ้นอย่างรุนแรง

กลางดึกเสียงเพรียกจากขุมนรก

ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหมู่ตึกพำนัก เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้นฉับพลันแหวกอากาศธาตุจนแสบแก้วหู “อ๊ากกก!” มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเจียนคลั่ง เป็นเสียงของมนุษย์ที่กำลังเผชิญกับทัณฑ์ทรมานที่เหนือจะแบกรับ

เพียงครู่เดียว เงาร่างหลายสายพุ่งทะยานออกจากที่พักอย่างรวดเร็วราวกับนกกลางคืน คบเพลิงนับสิบถูกจุดขึ้นอย่างเร่งรีบ แสงสีส้มริบหรี่วูบวาบสะท้อนบนใบหน้าที่ตื่นตระหนกของเหล่าศิษย์

“เกิดอะไรขึ้น! เสียงมาจากทางไหน!”

“หอนอนศิษย์ชั้นใน! เร็วเข้า!”

“มีคนตาย... มีคนถูกสังหาร!”

คำพูดสุดท้ายนั้นเปรียบเสมือนลมพัดผ่านที่ทำให้บรรยากาศรอบกายเย็นวาบขึ้นมาทันที ในสำนักเทียนหมิง การตายเป็นเรื่องปกติทว่าการตาย "ในเขตศิษย์ชั้นใน" โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ คือสัญญาณเตือนภัยที่น่าหวาดหวั่นที่สุด

ปัง! ประตูไม้หนาหนักถูกกระแทกออกอย่างแรง ภาพที่ปรากฏแก่สายตานั้นทำให้บรรดาศิษย์ที่พุ่งเข้าไปถึงกับชะงักฝีเท้าจนเกือบจะเสียหลัก

ศพของศิษย์ชั้นในผู้หนึ่งนอนบิดเบี้ยวอยู่กลางห้อง ดวงตาเบิกโพลงค้างเต่งราวกำลังจ้องมองสิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดในชีวิต ใบหน้าซูบตอบบิดเบี้ยวด้วยความทรมานอย่างแสนสาหัส ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดกลับไม่ใช่ท่าทางของเขา... แต่คือสภาพร่างกายที่ไร้บาดแผลจากอาวุธใดๆ

ผิวหนังที่เคยแข็งแรงกลับกลายเป็นสีคล้ำดำสนิท เส้นเลือดปูดโปนขอดเป็นทางยาวดูคล้ายรากไม้ปีศาจที่กำลังกัดกินจากภายในสู่ภายนอก

“พิษ...” ใครบางคนพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “สภาพแบบนี้... หรือว่าจะเป็นพวกจิ่วหลัว?”

เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ความโกรธแค้นต่อศัตรูคู่อริเริ่มพวยพุ่ง

“ไม่ใช่...”

น้ำเสียงเย็นเฉียบราวกับหยาดน้ำค้างแข็งดังขึ้นจากหน้าประตู หลินเยว่ซินก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่งทว่าเปี่ยมด้วยรังสีข่มขวัญ นางก้มลงสำรวจศพอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบวิเคราะห์ทุกรายละเอียด “พิษนี้มีรากฐานจากจิ่วหลัวก็จริง... แต่ถูกปรับแต่งใหม่ให้รุนแรงและซ่อนเร้นกว่าเดิม มันไม่ใช่ฝีมือจากภายนอก”

คำพูดของนางทำให้ทุกคนหน้าซีดเผือดลงทันที ความหมายของมันชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด

ฆาตกร... คือคนในสำนักเทียนหมิงแห่งนี้เอง

ทันใดนั้นเอง ราวกับมีกระแสไฟที่มองไม่เห็นพุ่งผ่าน สายตาทุกคู่ในห้องพลันหันไปจับจ้องยังจุดเดียวกันโดยพร้อมเพรียง

เซียวหาน

เขายืนพิงผนังอยู่ในมุมมืดของห้อง นิ่งเฉยและสงบนิ่งราวกับเป็นเพียงเงามืดประดับห้อง ใบหน้าของเขาไม่แสดงสีหน้าใดๆ ไม่ว่าจะเป็นความตกใจหรือความกังวล

“เขาไง...”

“ศิษย์ใหม่ที่ลึกลับคนนั้น...”

“เมื่อวานประมุขเพิ่งจะทดสอบเขา... วันนี้ก็มีคนตายทันที”

เสียงกระซิบเริ่มขยายวงกว้างราวกับคลื่นที่ม้วนตัวเข้าหาฝั่ง แรงกดดันทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่ชายหนุ่มเพียงคนเดียว

“เจ้าเป็นคนทำใช่หรือไม่!”

เสียงที่ทรงอำนาจและแหลมคมดังขึ้นทะลุกลางปล้อง เซวี่ยอิงก้าวออกมาข้างหน้า สายตาของนางจ้องตรงไปยังเซียวหานอย่างไม่ลดละ “เจ้าคือคนเดียวที่ลึกลับที่สุดในที่แห่งนี้ และเจ้าคือคนเดียวที่มีฝีมือพอจะทำเรื่องเช่นนี้ได้โดยไม่มีใครรู้ตัว”

ความเงียบที่หนักอึ้งเข้าปกคลุมทันที ทุกคนต่างกลั้นหายใจเพื่อรอฟังคำตอบ เซียวหานไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ เลื่อนสายตาจากศพขึ้นมามองสบตากับเซวี่ยอิงอย่างช้าๆ

“ไม่ใช่ข้า”

คำตอบสั้นๆ เรียบง่าย ทว่ากลับฟังดูไร้น้ำหนักในสายตาของผู้ที่ปักใจเชื่อไปแล้ว

“แล้วเจ้าจะอธิบายอย่างไร!” เซวี่ยอิงก้าวเข้าไปใกล้จนเกือบจะประชิดตัว “พิษวิปลาสแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์ทั่วไปจะครอบครองได้ แต่เจ้ากลับปรากฏตัวพร้อมกับความตายที่หาสาเหตุไม่ได้รอบกายเจ้า!”

แรงกดดันมหาศาลเริ่มแผ่ออกมา ศิษย์หลายคนเริ่มขยับมือเข้าหาด้ามอาวุธ บรรยากาศพร้อมจะระเบิดเป็นการฆ่าฟันได้ทุกวินาที

หลินเยว่ซินยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมนั้น สายตาของนางจับจ้องไปที่ดวงตาของเซียวหานอย่างค้นคว้า นางต้องการเห็นความสั่นไหว ความหวาดกลัว หรือแม้แต่ร่องรอยของคำลวงในแววตานั้น “ตอบข้ามา...” นางเอ่ยเสียงต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังใจสั่น “เจ้า... เป็นคนทำหรือไม่?”

คำถามนี้สำหรับคนอื่นอาจเป็นเพียงการสอบสวนตามหน้าที่ แต่สำหรับหลินเยว่ซิน... มันคือคำถามที่นางโหยหาคำตอบเพื่อยืนยันความรู้สึกบางอย่างในใจ

เซียวหานจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง นิ่งสนิทและลุ่มลึกดุจมหาสมุทร “ถ้าข้าบอกว่าไม่ใช่... ท่านจะเชื่อข้า หรือจะเชื่อสิ่งที่คนรอบข้างยัดเยียดให้ข้าเป็น?”

คำถามย้อนกลับนั้นทำให้หลินเยว่ซินชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที จิตใจที่เคยเด็ดขาดของนางเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ เกิดขึ้น และเพียงเสี้ยววินาทีนั้นก็เพียงพอแล้วที่เซวี่ยอิงจะจับสังเกตได้

“เห็นหรือไม่!” เซวี่ยอิงแค่นยิ้มเย็น “เขาไม่ตอบตรงๆ เพราะเขากำลังใช้คำพูดวกวนเพื่อปกปิดคำลวง!”

“พอได้แล้ว” หลินเยว่ซินตวาดเสียงแข็ง ตัดบทสนทนาที่กำลังจะบานปลาย นางก้าวเข้าไปหาเซียวหานช้าๆ หยุดลงตรงหน้าเขาในระยะที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจของกันและกัน “ข้าถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย... เจ้าทำหรือไม่?”

เซียวหานไม่ได้หลบตาแม้แต่นิดเดียว “ไม่ใช่ข้า”

ความเงียบงันกลับมาครองพื้นที่อีกครั้ง ท่ามกลางสายตาที่เคลือบแคลงของทุกคน จนกระทั่งเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอดังขึ้นจากทางหน้าประตู

“จับตัวเขาซะ”

หลินอู๋เชียน ยืนตระหง่านอยู่ที่ทางเข้า ไม่รู้ว่าเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ บรรยากาศรอบกายของเขาเย็นเฉียบจนทำให้คบเพลิงดูเหมือนจะริบหรี่ลง “ข้อสงสัยและหลักฐานพยานแวดล้อมเพียงพอแล้ว นำตัวไปสอบสวนที่ห้องคุมขังเดี๋ยวนี้!”

ศิษย์รับใช้สองคนก้าวเข้ามาจับกุมเซียวหานทันที ชายหนุ่มไม่ได้ขัดขืน เขาเพียงแค่ปล่อยให้พวกเขาพันธนาการแขนทั้งสองข้างไว้ ทว่าก่อนจะถูกลากออกไป สายตาของเขาหันกลับมามองหลินเยว่ซินเพียงชั่วครู่

มันเป็นสายตาที่ไร้คำพูด ทว่าเต็มไปด้วยคำถามที่หนักอึ้ง

‘ท่าน... จะเลือกทำตามสิ่งที่ควรทำ หรือเลือกทำตามสิ่งที่ใจท่านเห็นกันแน่?’

หัวใจของหลินเยว่ซินกระแทกแรงอยู่ในอก มือกำแน่นจนเล็บแทบจะจมลงในผิวเนื้อ

“เดี๋ยวก่อน!” เสียงของนางดังก้องขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ทุกคนชะงัก แม้แต่หลินอู๋เชียนยังหันมามองด้วยสายตาคมกริบ

“มีอะไร เยว่ซิน?”

นางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหว “ข้าขอรับผิดชอบเป็นคนสอบสวนเขาด้วยตัวเองเจ้าค่ะ ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ดูแลเขา ข้าควรจะเป็นคนกระชากความจริงออกมาจากปากเขาเอง”

คำพูดนั้นทำให้เซวี่ยอิงหรี่ตาลงทันทีด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ส่วนหลินอู๋เชียนกลับนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ ที่ดูเหมือนกับดัก “เจ้ามั่นใจหรือว่าเจ้าจะทำมันได้... โดยไร้ซึ้งความรู้สึกส่วนตัว?”

“ข้าจะจัดการทุกอย่างตามกฎของเทียนหมิงเจ้าค่ะ” นางยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ได้...” คำตอบสั้นๆ หลุดออกมาจากปากประมุขเฒ่า “แต่จำไว้ให้ดี หากผลการสอบสวนออกมาว่าเขาผิดจริง... เจ้าจะต้องเป็นคนลงมือสังหารเขาด้วยตัวเองเพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อข้า”

หัวใจของนางกระตุกวูบราวกับถูกกระชาก ทว่านางกลับเชิดหน้าขึ้น “เจ้าค่ะ”

ณ ห้องสอบสวน

ประตูปูนหนาหนักปิดลง เสียงสลักเหล็กกระแทกเข้าที่ล็อคดังกังวานไปทั่วห้องใต้ดินที่อับชื้น แสงเทียนเพียงเล่มเดียววางอยู่บนโต๊ะไม้กลางห้อง ส่องให้เห็นร่างของเซียวหานที่ถูกล่ามโซ่ไว้อย่างแน่นหนา แต่ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบผิดมนุษย์

หลินเยว่ซินยืนอยู่ตรงหน้าเขา สายตาที่จ้องมองมานั้นเย็นชาและว่างเปล่า ทว่าภายใต้หน้ากากนั้นคือกองเพลิงที่กำลังเผาไหม้ “ตอนนี้ไม่มีคนนอกอยู่แล้ว...” นางเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น “จงพูดความจริงมาซะ ก่อนที่ข้าจะต้องใช้วิธีที่เจ็บปวดกว่านี้”

ความเงียบงันปกคลุมไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เซียวหานจะแค่นยิ้มจางๆ “ข้าก็ได้พูดความจริงไปหมดแล้ว... แต่ดูเหมือนไม่มีใครอยากจะฟังมันเลยแม้แต่คนเดียว”

นางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความโกรธระคนเสียใจ “ถ้าเจ้าไม่ได้เป็นคนทำ... แล้วใครกันที่จะมีอำนาจและฝีมือพอจะทำเรื่องแบบนี้ในสำนักของเราได้!”

เซียวหานเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่นางไม่เคยเห็น “ถ้าข้าบอกท่าน... ว่าฆาตกรที่แท้จริงคือคนในสำนักที่ท่านรักนักหนา เป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวท่านจนท่านนึกไม่ถึง... ท่านจะยังเชื่อข้าอยู่หรือไม่?”

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนระเบิดที่โยนลงกลางใจ หลินเยว่ซินนิ่งอึ้งไป “เจ้ากำลังกล่าวหาคนในครอบครัวของข้า... เจ้ากำลังหาทางรอดด้วยการใส่ร้ายผู้อื่น!”

“ข้าไม่ได้กล่าวหาใครทั้งสิ้น” เขาตัดบทอย่างรวดเร็ว “ข้าเพียงแค่... มองเห็นในสิ่งที่คนตาบอดอย่างท่านแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นมาตลอด”

ความเงียบกลับมาครอบงำอีกครั้ง ลมหายใจของหลินเยว่ซินเริ่มหนักหน่วงด้วยความกดดัน “แล้วทำไม... ในเมื่อเจ้ารู้ตัวว่ากำลังจะถูกใส่ร้าย ทำไมเจ้าถึงไม่หนีไปเสียตั้งแต่ตอนที่ยังมีโอกาส?”

คำถามนี้ค้างคาใจนางมาตลอดทางที่เดินมาห้องขัง เซียวหานมองนางเนิ่นนานกว่าทุกครั้ง สายตาของเขาในยามนี้ไม่มีร่องรอยของนักฆ่าหรือผู้ต้องสงสัย เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ชัดเจนจนนางต้องเบือนหน้าหนี

“เพราะท่าน...” คำตอบสั้นๆ เพียงคำเดียวทำให้หัวใจของนางสั่นสะท้าน

“หากข้าหนีไปในตอนนี้ ความผิดทั้งหมดจะตกมาอยู่ที่ท่านในฐานะผู้ดูแล ท่านจะต้องเป็นคนรับผิดชอบในสิ่งที่ท่านไม่ได้ก่อ... และข้าไม่ต้องการให้ท่านต้องเผชิญกับชะตากรรมแบบนั้น”

“ข้าไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมาปกป้องข้าทั้งนั้น!” นางตวาดกลับเสียงแข็ง ทว่าเสียงนั้นกลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด

เซียวหานยิ้มอย่างอ่อนโยนเป็นครั้งแรก “แต่ท่านเอง... ก็ได้เริ่มปกป้องข้าไปแล้วมิใช่หรือ? การที่ท่านขอสอบสวนข้าเองก็เพื่อยื้อเวลาให้ข้า... ท่านเองก็รู้ดีแก่ใจ”

คำพูดนั้นแทงทะลุจุดตายของนางอย่างแม่นยำ หลินเยว่ซินกำมือแน่นจนสั่นสะท้าน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมานอกอก ความสับสนระหว่างหน้าที่ในฐานะอาวุธของสำนัก กับความรู้สึกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นต่อชายหนุ่มผู้นี้กำลังกัดกินนางอย่างช้าๆ

“ถ้าหากข้าพบว่าเจ้าโกหกแม้แต่คำเดียว...” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บีบคั้น “ข้าจะลงมือฆ่าเจ้าด้วยมือคู่นี้ของข้าเองจริงๆ”

เซียวหานมองนางด้วยแววตาที่สงบนิ่ง ไม่มีความหวาดกลัวต่อความตายที่นางหยิบยื่นให้ “หากท่านปรารถนาจะปลิดชีพข้า... ข้าก็สัญญาว่าจะไม่ขัดขืนแม้เพียงนิดเดียว แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น... ท่านต้องเปิดตาและเปิดใจเพื่อรับรู้ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสำนักเทียนหมิงแห่งนี้เสียก่อน”

ความเงียบสงัดตกลงมาอีกครั้งภายในห้องขังที่มืดมิด แสงเทียนที่เริ่มริบหรี่สะท้อนภาพของคนสองคนที่ยืนอยู่คนละฝั่งของศีลธรรมและหน้าที่

หลินเยว่ซินรู้ดีในวินาทีนั้นเองว่านางกำลังยืนอยู่บนทางแยกที่อันตรายที่สุดในชีวิต ทางหนึ่งคือเส้นทางแห่งหน้าที่และความจงรักภักดีที่นางถูกปลูกฝังมาแต่เกิด อีกทางหนึ่งคือเส้นทางแห่งความลับและหัวใจที่กำลังชักนำนางไปสู่จุดจบที่มิอาจคาดเดา

เดิมพันในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชีวิตของเซียวหาน... แต่มันคือวิญญาณของนางเองที่กำลังจะแตกสลายไปพร้อมกับความลับของเทียนหมิง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status