หน้าหลัก / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

แชร์

ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

ผู้เขียน: Charuda Singsathon
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-19 20:28:39

ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

ความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่ทับถมลงบนอกของผู้ที่ยังหลงเหลือรอดชีวิต

หยด... หยด...

เสียงบางอย่างกระทบพื้นหินดังกังวานในความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่เสียงน้ำค้างที่ไหลจากเพดานถ้ำ ทว่ามันคือหยาดโลหิตสีแดงฉานที่ไหลรินจากปลายนิ้วที่สั่นเทา

หลินเยว่ซิน ค่อยๆ ขยับกาย ร่างระหงของนางที่โชกไปด้วยเลือดและควันจางๆ เริ่มกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง นางลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ทว่าดวงตาที่เคยเป็นสีนิลสงบ บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงก่ำประหนึ่งอาบด้วยโลหิต ทว่ามันไม่ใช่แค่ความโกรธแค้น... ลึกลงไปในแววตาคู่นั้นกลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ "ปะปน" และแปลกปลอมเกินกว่าจะเป็นเพียงตัวนางเอง

นางพยายามสูดลมหายใจเข้าปอด ทว่าทุกลมหายใจกลับนำมาซึ่งความเจ็บปวดที่แสนสาหัสประหนึ่งเพิ่งกระชากดวงวิญญาณกลับมาจากขุมนรก

“...เจ็บ”

เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอแห้งผากนั้นไม่ใช่เสียงเดียว ทว่าความเจ็บปวดที่นางรู้สึกก็ไม่ใช่ของนางเพียงคนเดียวเช่นกัน ความทรงจำมหาศาลเริ่มไหลบ่าเข้ามาในมโนสำนึกประหนึ่งเขื่อนที่พังทลาย ภาพเหตุการณ์ที่นางไม่เคยพบเจอ เสียงกรีดร้องที่นางไม่เคยได้ยิน และความมืดมิดที่นางไม่เคยสัมผัส... ทั้งหมดนั้นคืออดีตของเซียวหานที่กำลังหลอมรวมเข้ากับความทรงจำของนางเองจนแยกไม่ออกว่าเส้นแบ่งแห่งตัวตนอยู่ที่ใด

นางพยายามจะพยุงกายลุกขึ้นยืน ทว่ามือของนางกลับสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ประหนึ่งถูกชักใยด้วยเส้นด้ายที่ขาดสะบั้น

“อย่าขยับ... ร่างกายนี้แบกรับไม่ไหวแล้ว” เสียงหนึ่งคำรามก้องอยู่ในหัว

“ลุกขึ้น! เจ้าต้องทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า!” อีกเสียงหนึ่งกระซิบสั่งด้วยเจตจำนงแห่งการฆ่าฟัน

สองเสียง... สองความรู้สึก... ชนกันอย่างรุนแรงจนนางต้องกุมศีรษะไว้แน่น ร่างกายของนางบิดเกร็งด้วยความทรมานที่เหนือคำบรรยาย

“เงียบ!!!”

เสียงที่นางตะโกนออกมานั้นไม่ใช่เสียงแหลมเล็กของสตรีเพียงคนเดียว แต่มันคือ “สองเสียงที่พูดพร้อมกัน” อย่างน่าสยดสยองประหนึ่งมีปีศาจซ่อนอยู่ในร่าง

เซวี่ยอิงถึงกับถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าวด้วยความตกตะลึง นางจ้องมองน้องสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “เยว่ซิน... นาง... นางไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว”

หลินเยว่ซินเงยหน้าขึ้นจ้องมองเซวี่ยอิง ดวงตาของนางในยามนี้ช่างดูวิปลาสและน่าเกรงขาม ดวงตาข้างหนึ่งนิ่งสงบและเย็นเยียบประหนึ่งก้นบึ้งของมหาสมุทร ทว่าอีกข้างกลับสั่นระริกและเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน สองอารมณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงปรากฏอยู่ในคนเพียงคนเดียว

“...เยว่ซิน” น้ำเสียงที่เรียกชื่อนางหลุดออกมาจากปากของนางเอง

“...ผู้บุกรุก” อีกคำพูดหนึ่งสวนกลับออกมาในวินาทีถัดมา

ตัวตนของนางเริ่ม “แยก” ออกจากกันประหนึ่งกระจกที่ถูกทุบจนแตกร้าว แม้นางจะลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคงทว่าความรู้สึกข้างในกลับพังทลายลงไม่มีชิ้นดี

เบื้องหน้าของนาง... เซียวหาน ยืนตระหง่านอยู่เพียงลำพัง

เขาไม่ได้มีสองร่างอีกต่อไป ทว่าสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นกลับไม่ใช่เซียวหานคนเดิมที่นางโหยหา ดวงตาของเขากลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความรู้สึกที่ "ไม่เต็มเปี่ยม" ราวกับเศษเสี้ยวที่ถูกนำมาปะติดปะต่อกันอย่างลวกๆ

เขามองจ้องมาที่หลินเยว่ซินด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อนประหนึ่งพยายามจะค้นหาตัวตนที่หายไปในแววตาของกันและกัน

“...ข้า” เขาเริ่มเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากประหนึ่งกำลังค้นหาคำพูดที่ถูกต้องจากกองขยะแห่งความทรงจำ “...ข้าจำเจ้าได้... บางส่วน”

หัวใจของหลินเยว่ซินกระตุกวูบ ความหวังอันริบหรี่ผุดขึ้นมาในใจชั่วอึดใจเดียว ทว่าความหวังนั้นกลับถูกกระชากทิ้งในพริบตาถัดมา

“...และข้า” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบประหนึ่งน้ำแข็งขั้วโลก แววตาที่เคยสั่นไหวพลันกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่าขนลุก “...ก็ยังอยากจะฆ่าเจ้าทิ้งอยู่ดี”

ความเงียบงันกลับมาครองพื้นที่อีกครั้ง เซวี่ยอิงถึงกับชะงักค้างไปกับคำประกาศนั้น

ชายชุดดำผู้คุมประตูสำนักคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจประหนึ่งนายช่างที่เห็นผลงานชิ้นเอก “สำเร็จ... ทว่ากลับไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่คิดไว้”

“ตัวตนถูกเชื่อมต่อกันแล้ว แต่มันกลับไม่หลอมรวมเป็นหนึ่ง...” เขาเอ่ยพลางมองดูหมากสองตัวในกระดาน “เขาเป็นทั้งเซียวหานคนเดิมที่มีความรัก... และเป็นสิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อฆ่าแกง สองตัวตนอาศัยอยู่ในร่างเดียวประหนึ่งแสงกับเงาที่ไม่มีวันบรรจบกัน”

เขาเว้นจังหวะพลางเลื่อนสายตามองมาที่หลินเยว่ซิน “เช่นเดียวกับเจ้า... เยว่ซิน เจ้าก้าวข้ามความเป็นมนุษย์มาเพื่อเขา แต่สุดท้ายเจ้ากลับต้องกลายเป็นภาชนะที่รองรับเศษซากวิญญาณของเขาไว้ในร่างตัวเอง”

หลินเยว่ซินระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขัดหูและสั่นประสาทประหนึ่งเสียงกรีดของโลหะ

“ดี...” เสียงหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างพึงใจ

“...น่าสนใจจริงๆ” อีกเสียงหนึ่งรับคำในทันที

เซวี่ยอิงมองดูคนทั้งสองด้วยแววตาที่สลดใจ นางกระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “พวกเจ้าทั้งคู่... ได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปเสียแล้วจริงๆ”

เซียวหานก้าวเท้าเดินเข้าหาหลินเยว่ซินช้าๆ ทุกลมหายใจที่ขยับเข้าใกล้คือแรงกดดันที่มหาศาล เขายกมือขึ้นช้าๆ ทว่ากลับไม่มีใครรู้เลยว่ามือนั้นจะยื่นออกมาเพื่อ “แตะต้อง” ด้วยความรัก หรือจะพุ่งเข้ามาเพื่อ “ปลิดชีพ” ด้วยความแค้น

หลินเยว่ซินยืนนิ่งประจันหน้ากับเขาโดยไม่ถอยหนีแม้เพียงก้าวเดียว นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สลับขั้วของเขาด้วยเจตจำนงที่แน่วแน่

“...ถ้าเจ้าคิดจะฆ่าข้าเพื่อจบสิ้นความทรมานนี้” นางหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สองเสียงในลำคอจะตะโกนออกมาพร้อมกัน “...ก็จงเข้ามาเสียเดี๋ยวนี้!”

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ มือของเซียวหานหยุดค้างอยู่กลางอากาศเพียงไม่กี่ชิ้วจากลำคอของนาง ดวงตาของเขาสั่นระริกอย่างรุนแรงประหนึ่งมีการต่อสู้อยู่ภายในจิตวิญญาณ วินาทีแห่งความเป็นความตายทอดยาวออกไปประหนึ่งชั่วนิรันดร์

ก่อนที่เขาจะกำหมัดแน่นจนสั่นเทา แล้วค่อยๆ ลดมือลงอย่างช้าๆ

เขาหันหลังกลับและก้าวเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิดของห้องหิน โดยไม่เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาอีก ไม่มีความอาลัย และไม่มีการหันกลับมามอง

หลินเยว่ซินยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางซากปรักหักพัง มือนางยังคงสั่นเทาไม่หยุดหย่อน ภายในหัวของนาง เสียงแห่งความพินาศยังคงกึกก้องไม่ยอมเลือนหาย

“...จงตามไปฆ่ามันซะ ก่อนที่มันจะกลับมาทำร้ายเจ้า!”

“...อย่าได้ทิ้งเขาไปนะ ได้โปรดรักษาเขาไว้!”

นางหลับตาลงช้าๆ พยายามสะกดกั้นเสียงเหล่านั้นไว้ในมุมมืดที่สุดของจิตใจ

“...แล้วสุดท้าย ข้าคือใครกันแน่?”

น้ำเสียงที่พร่ามัวนั้นดังก้องอยู่ในความเงียบงันที่ไม่มีวันสิ้นสุด... สงครามชิงตัวตนที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้น และคราวนี้... ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ "ตัวตน" ที่ซ่อนอยู่ในกระจกเงาของนางเอง!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ

    ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ ความเงียบงันภายในห้องหินของสำนักเงามรณะในยามนี้ไม่ใช่เพียงความสงัด แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็น บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งจนประหนึ่งอากาศธาตุกลายเป็นของแข็ง ลมหายใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกรั้งรอไว้ที่ลำคอ ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุนเพื่อเฝ้ามองโศกนาฏกรรม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status