Accueil / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 9 ทางเลือก

Partager

ตอนที่ 9 ทางเลือก

last update Date de publication: 2026-04-04 10:42:05

ตอนที่ 9 ทางเลือก

เช้าวันนั้นที่สำนักเทียนหมิง ช่างเป็นเช้าที่เหน็บหนาวและเงียบงันผิดปกติ เมฆหมอกสีเทาหม่นโรยตัวต่ำปกคลุมยอดเขาจนดูสลัวราง ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่าน ไร้ซึ่งเสียงนกร้องกังวานอย่างที่เคยเป็น มีเพียงกลิ่นอายของความตายและระเบียบวินัยอันเคร่งครัดที่กดทับทุกอณูอากาศจนหนักอึ้งประหนึ่งแผ่นหินหมื่นชั่ง

ณ ลานพิพากษา

ศิษย์ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ศิษย์สายนอกผู้ต้อยต่ำไปจนถึงศิษย์ชั้นในผู้ทรงเกียรติ ต่างถูกเรียกมารวมตัวกันอย่างเร่งด่วน ณ ลานพิพากษาหินแกรนิตอันกว้างใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยมือเปล่า

ณ ใจกลางลานกว้าง เสาไม้โอ๊คดำสูงตระหง่านตั้งเด่นเป็นสง่า และบนเสานั้นร่างของคนผู้หนึ่งถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรึงแน่น

เซียวหาน

สภาพของเขาในยามนี้ดูย่ำแย่จนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ อาภรณ์สีเข้มขาดรุ่งริ่งเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกทรมานที่หลังและหน้าอก คราบเลือดที่เริ่มแห้งกรังติดเปรอะเปื้อนไปตามผิวเนื้อที่ขาวซีด ทว่าท่ามกลางความบอบช้ำนั้น เขากลับยังคงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยแผ่นหลังที่ตรงแน่ว นิ่งสงบราวกับภูผาที่ไม่สะทกสะท้านต่อพายุฝน ดวงตาคู่นั้นยังคงลุ่มลึกและเยือกเย็นดังเดิม ราวกับเขาเป็นเพียงผู้ชมคนหนึ่งในโศกนาฏกรรมของตัวเอง

เสียงกระซิบกระซาบดังแผ่วเบาไปทั่วลานประหนึ่งเสียงแมลงหวี่

“วันนี้... จะมีการประหารจริงหรือ?”

“ศิษย์ใหม่คนนั้นน่ะนะ... ข่าวว่าเขาคือไส้ศึก”

“บ้าไปแล้ว... หลักฐานก็ยังไม่ชัดแจ้งแท้ๆ ...”

ทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยปากดังไปกว่านั้น เพราะบนแท่นสูงตระหง่านเหนือลานพิพากษา หลินอู๋เชียน ประมุขเฒ่าผู้ทรงอำนาจกำลังนั่งประทับอยู่ สายตาของเขาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งที่ก้นเหว จ้องมองลงมายังเบื้องล่างด้วยความว่างเปล่าทว่าน่าเกรงขาม

“ผู้ต้องสงสัยในคดีลอบสังหารศิษย์ร่วมสำนัก...” เสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วลาน ทรงพลังจนทำให้นกป่าที่เกาะอยู่ไกลออกไปถึงกับแตกตื่น “แม้ในยามนี้จะยังไม่มีหลักฐานที่มัดตัวแน่นหนา แต่สำหรับสำนักเทียนหมิง... ความเสี่ยงเพียงเศษเสี้ยว ก็มิควรถูกปล่อยไว้ให้กลายเป็นหนอนบ่อนไส้ในภายหลัง”

คำพูดนั้นเรียบง่ายทว่าอำมหิตสิ้นดี มันคือคำตัดสินประหารชีวิตโดยมิต้องรอการพิสูจน์ความจริง

หลินเยว่ซินยืนอยู่ในตำแหน่งผู้คุมกฎเบื้องล่างแท่นประธาน มือนางกำด้ามดาบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดและสั่นเทา หัวใจในทรวงอกเต้นรัวแรงจนรู้สึกเจ็บปวดไปหมด ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงเข้าสู่ขั้วหัวใจ

“และผู้ที่จะรับหน้าที่เพชฌฆาตในวันนี้...” หลินอู๋เชียนเว้นจังหวะเล็กน้อย ทอดสายตามองลงมายังหลานสาวเพียงคนเดียวของตน “คือ... หลินเยว่ซิน”

ตึก!

หัวใจของนางกระแทกแรงจนรู้สึกเหมือนมันจะหยุดเต้นไปเสียเดี๋ยวนั้น ทั้งลานพิพากษาพลันตกอยู่ในความเงียบสนิทประหนึ่งป่าช้า ไม่มีศิษย์คนไหนกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่นางเป็นจุดเดียว

“นี่คือคำสั่ง...” น้ำเสียงของประมุขเฒ่าเย็นลงจนน่าใจหาย “หรือว่าเจ้า... คิดจะขัดคำสั่งของข้า?”

คำถามนั้นไม่ใช่เพียงการตรวจสอบ แต่มันคือการ "บังคับ" ให้เลือก ระหว่างความจงรักภักดีต่อตระกูลกับความรู้สึกที่นางยังไม่อาจนิยามได้

หลินเยว่ซินก้าวเท้าออกมาข้างหน้าช้าๆ ทุกก้าวที่เดินผ่านพื้นหินนั้นหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนพันธนาการไว้ที่ข้อเท้า นางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเซียวหานในระยะที่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือถึง เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาคู่นั้นยังคงนิ่งสงบดุจน้ำนิ่ง ไม่มีวี่แววของความหวาดกลัวต่อมัจจุราชที่อยู่ตรงหน้า ไม่มีแม้แต่เสียงอ้อนวอนขอชีวิต มีเพียงความเงียบงันที่บีบคั้นอารมณ์ของนางจนถึงขีดสุด

“...”

มือนางสั่นระริก ดาบเหล็กกล้าในมือหนักอึ้งอย่างประหลาดประหนึ่งมันถูกหล่อขึ้นจากตะกั่วหมื่นชั่ง

“พูดอะไรสักอย่างสิ...” นางกรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง “ปฏิเสธออกมาสิว่าเจ้าไม่ได้ทำ... หนีไปเสียตอนนี้... หรือทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ข้าไม่ต้องทำเช่นนี้!”

ทว่าเซียวหานกลับไม่ยอมปริปากพูด เขาเพียงแค่จ้องมองนางด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง ราวกับเขากำลัง "รอ" รับความตายจากเงื้อมมือของนางด้วยความเต็มใจ

“ทำไม...” หลินเยว่ซินเค้นเสียงออกมาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ทำไมเจ้าถึงไม่หนีไปตั้งแต่วันนั้น...”

คำถามเดิมที่นางเคยถาม ทว่าคราวนี้มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ท่วมท้น

เซียวหานคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ทั้งที่หยาดเลือดสีแดงข้นยังคงติดเปรอะเปื้อนอยู่ที่ริมฝีปากที่แตกยับ “เพราะท่าน...”

คำตอบเดิมที่หนักแน่นยิ่งกว่าเดิม หัวใจของหลินเยว่ซินถูกบีบรัดจนแทบแหลกสลาย

“หากข้าหนีไป...” เขาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่าทว่าชัดเจนในโสตประสาทของนาง “ท่านจะต้องถูกตราหน้าว่าไร้ความสามารถ และต้องรับโทษทัณฑ์ที่หนักหนาสาหัสแทนข้า... ข้ามิอาจทนเห็นท่านต้องเจ็บปวดเพราะข้าได้แม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว”

เสียงของเขาสั่นเครือลงในตอนท้าย ทว่ากลับมั่นคงในเจตนารมณ์ “ข้ายอมตายด้วยเงื้อมมือของท่าน... ดีกว่าเห็นท่านต้องทนทุกข์เพราะความผิดที่ข้าไม่ได้ก่อ”

ฉึก

ถ้อยคำเหล่านั้นเปรียบเสมือนศรรักพุ่งทะลุหัวใจของนางอย่างแม่นยำ ลมหายใจของหลินเยว่ซินสะดุดวูบ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและหน้าที่ที่ถูกปลูกฝังมาตลอดชีวิตกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา มือนางสั่นจนแทบจะประคองดาบไว้ไม่อยู่

“หุบปากของเจ้าซะ...” นางเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือ หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอที่เบ้าตาโดยที่นางไม่รู้ตัว

ทั้งลานเงียบงันปานป่าช้า ไม่มีศิษย์คนใดเคยเห็นท่านหญิงหลินผู้เย็นชาแสดงกิริยาเช่นนี้มาก่อน

“นี่คือหน้าที่ของข้า...” นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ เหมือนพยายามย้ำเตือนสติที่กำลังจะขาดสะบั้น “ข้าคือคนของเทียนหมิง... ข้าต้องปลิดชีพเจ้าเพื่อความมั่นคงของสำนัก...”

ดาบในมือถูกยกขึ้นช้าๆ ปลายดาบที่แหลมคมสั่นระริกตามแรงอารมณ์ เซียวหานหลับตาลงอย่างสงบ เขาไม่มีการต่อต้าน ไม่มีการหลบเลี่ยง ราวกับเขายอมรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นจากมือของสตรีที่เขาปักใจรัก และนั่นยิ่งทำให้นางรู้สึก "แตกสลาย" เกินกว่าจะแบกรับได้

“ข้าจะถามเจ้า... เป็นครั้งสุดท้าย...” เสียงของนางสั่นพร่าจนแทบจะเป็นเสียงสะอื้น “เจ้า... เป็นคนทำหรือไม่?”

ความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณก่อนที่คำตอบเดิมจะหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่ม

“ไม่ใช่ข้า”

คำตอบนั้นไม่เปลี่ยน ไม่ลังเล และไม่สั่นไหว หยาดน้ำตาหยดแรกของหลินเยว่ซินร่วงหล่นลงสู่พื้นหินเบื้องล่างอย่างเงียบเชียบ นางกำดาบแน่นจนเจ็บแสบไปทั้งฝ่ามือก่อนจะ

ฟึ่บ!

นางตวัดดาบฟันลงมาด้วยความเร็วสูง เสียงอุทานด้วยความตกใจดังเซ็งแซ่ไปทั่วลานพิพากษา ทว่าดาบนั้นกลับหยุดนิ่งสนิทห่างจากลำคอของเซียวหานเพียงเสี้ยวของเส้นผม มือนางสั่นเทาจนดาบส่งเสียงสั่นกึกๆ

น้ำตาของนางไหลบ่าออกมาไม่ขาดสายประหนึ่งเขื่อนที่พังทลาย

“ข้า... ข้าทำไม่ได้...” เสียงของนางแผ่วเบาพรายพร่า ทว่ากลับชัดเจนและหนักแน่นในความรู้สึก

ทั้งลานตกอยู่ในอาการชะงักงัน หลินอู๋เชียนหรี่ตาลงจนเป็นเส้นตรง รังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างของเขาจนอุณหภูมิรอบด้านลดฮวบ

“เจ้าว่าอย่างไรนะ เยว่ซิน?” น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าลมพัดผ่านสุสาน

หลินเยว่ซินปล่อยดาบให้ตกลงพื้นดัง เคร้ง! ก่อนจะทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้าท่านปู่ของนางอย่างสิ้นแรง “ข้าทำไม่ได้... ข้าไม่อาจฆ่าคนที่บริสุทธิ์ได้...”

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนระเบิดที่จุดชนวนความโกลาหลไปทั่วลานพิพากษา ศิษย์ชั้นในต่างมองหน้ากันด้วยความตระหนก

“เจ้ากล้าขัดคำสั่งประมุขแห่งเทียนหมิงงั้นรึ!” เสียงของหลินอู๋เชียนดังลั่น แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนศิษย์รอบข้างถึงกับทรุดลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว ทว่าหลินเยว่ซินยังคงประคองกายคุกเข่าอยู่อย่างมั่นคงแม้ร่างจะสั่นเทา

“หากการปกป้องความจริงคือความผิด...” นางเอ่ยเสียงสั่นพร่า “ก็จงลงโทษข้าแต่เพียงผู้เดียวเถิดเจ้าค่ะ”

ความเงียบที่ยาวนานและน่าอึดอัดกลับเข้าปกคลุมอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดูอำมหิตดังขึ้นจากปากของชายชรา หลินอู๋เชียนลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินลงมาจากแท่นสูง

“น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ” สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หลานสาว “เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่? เจ้ากำลังแลกชีวิตและเกียรติยศของเจ้ากับไส้ศึกนิรนามเพียงคนเดียวงั้นรึ?”

หลินเยว่ซินไม่ตอบคำถาม นางเพียงแค่ก้มศีรษะลงจนติดพื้นหิน

“ดี...” เสียงของประมุขเฒ่าลึกลงและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม “เช่นนั้น... ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้เลือกอีกครั้งเยว่ซิน”

หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยลางสังหรณ์ที่เลวร้าย

“เจ้าจงลุกขึ้นและจับดาบประหารเขาเสียในตอนนี้...” เขาเอ่ยช้าๆ แต่ละคำหนักแน่นราวกับค้อนทุบทั่ง “หรือมิเช่นนั้น... ข้าจะเป็นคนลงมือปลิดชีพมันด้วยมือของข้าเอง ต่อหน้าต่อตาเจ้าที่นี่ เดี๋ยวนี้!”

ความเงียบที่หนักอึ้งจนหายใจไม่ออกเข้าจู่โจมหัวใจของนาง เซียวหานลืมตาขึ้นมองนางด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ไร้ซึ่งคำขอร้องหรือคำต่อว่า มีเพียงคำพูดที่สื่อผ่านดวงตาว่า ‘อย่าเลือกข้า... อย่าทำลายตัวเองเพราะข้าเลย’

หลินเยว่ซินตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง น้ำตาไหลนองหน้าจนมองภาพเบื้องหน้าไม่ชัดเจน หัวใจของนางถูกบีบคั้นจนแทบแหลกเป็นผุยผง นี่ไม่ใช่การเลือก... แต่มันคือการทรมานทางจิตใจที่เหี้ยมโหดที่สุดเท่าที่นางเคยเผชิญมา

สายลมแรงกรรโชกขึ้นมาอีกครั้ง พัดพาเอาความเยือกเย็นและความเงียบกระจายไปทั่วลานกว้าง และในวินาทีที่บีบคั้นหัวใจนั้นเอง หลินเยว่ซินก็ตระหนักได้ว่า... ไม่ว่านางจะเลือกทางเดินไหน นางก็จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปตลอดกาล

ทางเลือกในครั้งนี้... มิใช่เพียงแค่ความเป็นความตายของเซียวหาน แต่มันคือการเดิมพันด้วยวิญญาณและความรักที่กำลังจะมอดไหม้ไปพร้อมกับหยาดน้ำตาของนางเอง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ

    ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ ความเงียบงันภายในห้องหินของสำนักเงามรณะในยามนี้ไม่ใช่เพียงความสงัด แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็น บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งจนประหนึ่งอากาศธาตุกลายเป็นของแข็ง ลมหายใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกรั้งรอไว้ที่ลำคอ ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุนเพื่อเฝ้ามองโศกนาฏกรรม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง

    ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง ความเงียบสงัดภายในห้องหินยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มันกดทับบรรยากาศรอบกายจนอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาไอเย็นจัดเข้าไปในปอด หยาดเลือดสีแดงเข้มจากบาดแผลของหลินเยว่ซินหยดลงกระทบพื้นหินเสียงดัง แหมะ... แหมะ... ชัดเจนท่ามกลางความสงัดปานป่าช้า ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอขา

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา

    ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา หิมะภายนอกยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ประหนึ่งหยาดน้ำตาจากสรวงสวรรค์ที่แข็งตัวเป็นผลึกแก้ว มันร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้า เงียบเชียบ และเยือกเย็น จนทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในภวังค์แห่งความเหน็บหนาวที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ ทว่าภายในกำแพงหินอันหนาทึบของสำนักเงามรณะ ความหนาวเห

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ

    ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ สายลมเหนือพัดกรรโชกหอบเอาไอเย็นจัดกรีดผ่านผิวหนังประหนึ่งใบมีดอาบยาพิษ มันไม่ได้เพียงแค่หนาว แต่มันคือความ "เจ็บ" ที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูก ยิ่งพวกนางก้าวเดินลึกเข้าไปในเขตหุบเขาไร้รัก อุณหภูมิรอบกายก็ยิ่งดิ่งวูบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวหนาทึบ เบื้องหน้าคือเทือกเขาสูงตระ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status