Accueil / อื่น ๆ / จิ๊ดริดที่รัก / 13. บ้านไม้กลางสวนของสาย 1

Partager

13. บ้านไม้กลางสวนของสาย 1

last update Date de publication: 2025-08-28 12:00:16

สำหรับที่ดินที่ได้มาใหม่สด ๆ ร้อน ๆ วรรณารีตั้งใจจะทำเช่นเดิมคือนำที่ดินไปจำนองกับทางธนาคารเพื่อเอาเงินก้อนมาลงทุน แต่ไม่ทันได้ไปติดต่อธนาคารก็มีเรื่องมหัศจรรย์พันลึกเกิดขึ้นในชีวิตวรรณารีเสียก่อน

“ป้าโทรหาบริษัทปรับปรุงสวนทำไมคะ” เมื่อได้ยินสายโทรคุยกับบริษัทปรับปรุงสวน วรรณารีจึงถามด้วยความแปลกใจเพราะตามปกติสายเป็นคนเก็บตัวไม่ชอบติดต่อหรือพบใครง่าย ๆ

“ฉันก็อยากปรับปรุงที่ดินอีกสี่ไร่ของฉันบ้างสิ ฉันจะปรับปรุงให้เป็นที่วิ่งเล่นของจิ๊ดริด”

“ป้าคะ อย่าเปลืองเงินเลยค่ะ” วรรณารีบอกด้วยสีหน้าเป็นทุกข์

“ก็นี่มันเงินฉัน ที่ดินฉัน เธอจะมาห้ามอะไร” สายมองตาขวาง

“แต่วรรณเกรงใจ”

“แล้วมาขัดขวางความสุขของฉันแบบนี้ไม่คิดจะเกรงใจบ้างหรือไง?”

“ป้าคะ...” วรรณารีเอ่ยเสียงอ่อย

สายถอนหายใจยาว “คิดเสียว่าเห็นแก่ความสุขของคนที่เพิ่งเคยมีครอบครัวและเคยมีหลานแบบฉันเถอะนะแม่วรรณ อย่าห้ามอะไรฉันเลย เงินทองฉันมันท่วมบัญชีไปหมดแล้ว สวรรค์เลยเมตตาให้ฉันได้ใช้ก่อนตาย”

“ป้ายังไม่แก่เลยนะคะ”

“แต่กำลังจะแก่มากขึ้นถ้าเจอคนขัดคอบ่อย ๆ”

คราวนี้เป็นฝ่ายวรรณารีที่ถอนหายใจยาวแบบยอมจำนน เธอหันมามองลูกสาวที่กำลังนั่งกินขนมอยู่ด้านข้าง

“โตมาลูกต้องตอบแทนบุญคุณคุณยายให้มากนะ”

เพียะ

สายตีไปที่ต้นแขนวรรณารีหนึ่งทีจนเธอลูบป้อย

“เธอบอกลูกแบบนี้ได้ยังไง หลานฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อตอบแทนบุญคุณใครทั้งนั้น เธอเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตของตัวเองให้มีความสุขต่างหาก”

“หลานยายไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อใคร” หลังจากว่ากล่าวคนเป็นแม่แล้ว สายได้หันมาพูดกับหลานสาวตัวน้อยต่อ “เกิดมาทั้งทีก็ควรใช้ชีวิตตามความต้องการของเรา ไม่ใช่ใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่น เข้าใจไหมลูก”

ที่รักเงยหน้ามองยายด้วยสีหน้างุนงงแต่เธอก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

วรรณารีมองลูกอย่างรู้สึกผิด เธอลูบศีรษะลูกเบา ๆ “แม่ขอโทษนะลูกที่สอนอะไรผิด ๆ ไป แม่จะไม่พูดแบบนี้อีกแล้วนะจ๊ะ”

ที่รักส่งยิ้มหวานให้แม่

“พรุ่งนี้เธอไปดูที่ข้างในกับฉันหน่อย ฉันอยากไปสำรวจคร่าว ๆ”

“ได้ค่ะ จะเข้าไปดูตั้งแต่กี่โมงดี”

“ตั้งแต่เช้าเลย นอกจากจะให้เขาจัดการพวกหญ้ารก ๆ แล้ว จะให้ดูบ้านไม้ซุงข้างในด้วย ถ้าปรับปรุงได้ก็ให้ปรับปรุงด้วยเลย เอาไว้พักช่วงระหว่างวัน” สายเอ่ยถึงบ้านไม้ซุงที่ตั้งอยู่ในที่ดินผืนนั้น

“วรรณว่าจะถามป้าหลายทีแล้วเรื่องบ้านนั้น เห็นผ่าน ๆ ยังสภาพดีอยู่เลยนะคะ”

“บ้านทำจากไม้เนื้อแข็งเลยอยู่ทน สภาพไม่ค่อยเปลี่ยนจากยี่สิบปีก่อนสักเท่าไรนะ”

“แล้วป้าเคยเข้าไปดูไหมคะ”

สายส่ายหน้า “ตั้งแต่ซื้อที่ผืนนี้มา ฉันก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งหรือสำรวจอะไรเลย”

ที่รักแม้จะนั่งกินขนมอยู่ แต่ใบหูระหว่างแอบฟังบทสนทนาของแม่และยายที่พูดถึงบ้านไม้ซุงหลังนั้นถ้ากระดิกได้แบบสุนัขก็คงทำไปแล้ว

“จิ๊ดริดจะไปดูบ้าน” เด็กหญิงยกแขนสั้น ๆ ขึ้นพร้อมพูดเสนอตัว

“บ้านไหน” วรรณารีหันมาถามงง ๆ

“ก็บ้านในสวน” เด็กหญิงชี้นิ้วไปตรงบริเวณหลังบ้าน

“บ้านมีแต่ฝุ่นทั้งนั้น แล้วข้างในคงไม่มีอะไรให้ดู อย่าไปเลยลูก” คนเป็นแม่ห้าม

“ไม่เอา จิ๊ดริดอยากไป ให้จิ๊ดริดไปนะ จิ๊ดริดอยากเห็น”

“เอาล่ะ อยากไปก็ไป แต่หนูสัญญากับยายก่อนนะว่าจะไม่วิ่งเพ่นพ่าน ต้องเชื่อฟังยายกับแม่นะรู้ไหม” สายตอบตกลงในทันที เด็กเล็ก ๆ ลืมง่ายอยู่แล้ว พรุ่งนี้คงจำไม่ได้ว่าพูดอะไรออกไป

วันต่อมา สิ่งที่ผิดคาดสำหรับสายมากที่สุดนั่นคือเด็กหญิงไม่ลืมเรื่องที่เธอพูดไว้เมื่อวาน ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาประโยคแรกที่ถามคือจะไปดูที่ดินหลังบ้านตอนไหน จนสายและวรรณารีต้องหันมายิ้มให้กันอย่างอ่อนใจและยอมพาเธอไปด้วยแต่โดยดี

เพราะไม่มีใครเข้ามาในบริเวณนี้นานหลายปีจึงมีต้นหญ้าขึ้นค่อนข้างสูงสลับกับต้นไม้ใหญ่ ดีที่วรรณารีให้คนงานผู้ชายสามคนเดินนำเพื่อแผ้วถางต้นไม้และหญ้าที่ขึ้นรกปิดทางจึงสามารถเดินกันต่อได้ เธออุ้มที่รักไว้ตลอดระหว่างเดินเข้ามาด้วยกลัวจะมีสัตว์หรือแมลงมากัดลูก โชคดีที่ได้ทาโลชั่นกันยุงและแมลงให้ก่อนมา ตามเนื้อตัวของที่รักจึงไม่มีรอยโดนกัดใด ๆ ให้เห็น

เดินมาได้สิบนาทีก็เจอบ้านไม้ซุงที่สายบอกไว้ บ้านนี้ตั้งอยู่ส่วนหน้าของที่ดิน ไม่ไกลจากบ้านของพวกเธอ เท่าที่ดูด้วยสายตาแล้วบ้านนี้ยังคงสภาพดีอยู่มาก แม้จะมีฝุ่นผงและเครือเถาของต้นไม้เกาะโดยรอบ แต่ไม้ซุงที่ทำเป็นผนังบ้านยังดูคงทน อาจเพราะสมัยก่อนใช้ไม้เนื้อแข็งที่แก่จัดเท่านั้นในการสร้างบ้าน อายุการใช้งานจึงยืนยาวมาถึงปัจจุบัน หากได้รับการปัดกวาดและซ่อมแซมให้ดี วรรณารีเชื่อว่าบ้านหลังนี้จะเป็นบ้านที่น่าอยู่หลังหนึ่ง

“เท่าที่ดูยังสภาพใช้ได้” สายพยักหน้าอย่างพอใจกับภาพที่เห็น

“แม่ เข้าไป” ที่รักสะกิดแม่ของตัวเองพลางชี้ไปที่ประตูบ้านไม้ซุง

“ข้างในมีแต่ฝุ่น แล้วอาจมีสัตว์มีพิษด้วย เราอย่าเพิ่งเข้าไปดีกว่านะลูก รอคนมาทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วค่อยมาดูใหม่”

“ไม่เอา จิ๊ดริดอยากเข้า” ที่รักพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

“ได้ เข้าก็เข้า” สายที่ตามใจหลานสาวอยู่เป็นนิจได้ช่วยตัดสินใจให้ เธอหันไปสั่งให้คนงานเอาค้อนทุบแม่กุญแจที่ติดอยู่หน้าประตูออก ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที กุญแจสนิมเขลอะก็หลุดกระเด็นออกมา

“จิ๊ดริดสวมผ้าปิดจมูกแน่น ๆ นะลูก ฝุ่นจะได้ไม่เข้า” วรรณารีเหลียวไปพูดกับลูกก่อนเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน

ภายในบ้านไม้ซุงเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ รวมถึงรอยเดินของปลวก แต่ถ้าเดินไปดูใกล้ ๆ จะเห็นว่าเนื้อไม้ไม่มีรอยกัดแทะของปลวกให้เห็นเป็นสิ่งที่แสดงถึงคุณภาพอันดีเยี่ยมของไม้ที่ใช้สร้างกระท่อม

เครื่องเรือนด้านในมีไม่เยอะ ส่วนมากเป็นเก้าอี้ ตู้ไม้ และเครื่องครัวผุพังไม่กี่ชิ้น สายมองไปโดยรอบบ้านที่มีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องครัว และหนึ่งห้องนั่งเล่นแห่งนี้อย่างชอบใจ ตั้งแต่ซื้อที่ดินผืนนี้มาเธอไม่เคยเดินเข้ามาดูเลยสักครั้ง รู้แค่ว่ามีบ้านไม้หนึ่งหลังปลูกอยู่เท่านั้น หากรู้ว่าบ้านหลังนี้สร้างได้น่าอยู่ขนาดนี้เธอคงเข้ามาปรับปรุงไว้ใช้ประโยชน์นานแล้ว

“แม่ เอาตู้ไป” ที่รักชี้ไปยังตู้หนังสือหลังใหญ่ที่ทำจากไม้ซึ่งตั้งอยู่ริมผนังบ้าน

วรรณารีมองตามมือลูกก็เห็นตู้ไม้สีน้ำตาลที่มีหนังสือเก่าจุอยู่ทั้งสามชั้น เมื่อเดินไปมองใกล้ ๆ ก็พบว่าตู้นี้ทำจากไม้เนื้อดี มีเพียงคราบฝุ่นให้เห็นเท่านั้น แตกต่างจากหนังสือทั้งหมดที่อยู่ในตู้ซึ่งโดนปลวกแทะจนเหลือแค่ปก

“ไม่ดีหรอกลูก หนังสือด้านในก็ใช้ไม่ได้แล้วต้องทิ้งอย่างเดียว ตู้บ้านเราก็มีเยอะแยะที่ยังไม่ได้ใช้ อย่าเอาไปเลย ตั้งไว้ที่บ้านนี้แหละ ให้คนมาทำความสะอาดแล้วเอาไว้ใช้วางของเวลาเรามานั่งเล่นที่นี่”

“จิ๊ดริดอยากได้ แม่...เอาไป” เด็กหญิงทำเสียงเล็กเสียงน้อยพร้อมกับจับมือแม่แกว่งไปมา

วรรณารีอมยิ้มพร้อมถอนหายใจดัง ๆ “บอกแม่ก่อนว่าอยากเอาไปใส่อะไร”

ที่รักขมวดคิ้วมุ่นพลางมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นคนงานทั้งสามยังคงเดินอยู่ใกล้ ๆ เธอก็ดึงมือแม่พร้อมกับใช้มืออีกข้างกวักเป็นสัญญาณให้แม่ค้อมต่ำลงมา

วรรณารีรู้โดยทันทีว่าลูกต้องการพูดกระซิบบางอย่างจึงก้มตัวลงและเอียงหูให้แต่โดยดี

“เอาตู้ไปแล้วดี” เด็กหญิงกระซิบบอก

วรรณารีขมวดคิ้วพร้อมกับเหลียวไปมองที่ตู้หลังนั้นอย่างฉงนก่อนหันไปสบตากับสายที่ก้มมองสองแม่ลูกอย่างสนใจตั้งแต่แรกเช่นกัน

“ทำไมหรือวรรณ” สายถามเสียงเบา

“จิ๊ดริดอยากได้ตู้นี้ไปเล่นค่ะ” วรรณารีบอกได้แค่นั้นเพื่อป้องกันไม่ให้คนงานจับสังเกตได้

แม้จะรับรู้เพียงแค่นั้นแต่คนที่ผ่านชีวิตหนาวร้อนมาหลายสิบปีแบบสายมีหรือจะไม่เข้าใจหญิงสูงวัยมองไปที่ตู้ใบนั้นอย่างครุ่นคิด

เมื่อเดินออกจากบ้านไม้ สายก็ไม่คิดจะสำรวจที่ดินต่ออีก เธอเพียงบอกให้คนงานช่วยกันยกตู้ไม้เจ้าปัญหาหลังนั้นกลับไปไว้ที่บ้าน และในช่วงเย็น ตู้ไม้ที่เอาหนังสือทิ้งหมดแล้วก็ได้มาตั้งตระหง่านโชว์คราบฝุ่นอยู่บริเวณหลังบ้านของสาย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จิ๊ดริดที่รัก   99. บทอวสาน

    “ลุงพงศ์ ป้าลี ยายยี่สุ่น สวัสดีค่า” ที่รักทักทายเสียงดังตั้งแต่ยังไม่เข้าประตูรั้วพร้อมกับเสียงปั่นของจักรยานขึ้นสนิมคันโปรดดังเอี๊ยดอ๊าด“เข้ามาสิลูก มากินข้าวด้วยกัน” วนาลีร้องทักออกมา“จิ๊ดริดไม่กิน แต่จิ๊ดริดจะมาตักข้าวให้ทุกคน” ที่รักผู้ซึ่งรู้เวลากินข้าวของบ้านนี้ดีเหมือนบ้านของตัวเองเดินเข้ามาในบ้านอย่างเหนียมอายสมาชิกในบ้านทั้งสามคนต่างเหลียวมองกันอย่างข้องใจเมื่อเห็นท่าทีขมีขมันของที่รักยามตักข้าวใส่จานให้พวกเขาอยู่“เสียดายจังที่ช้างไม่อยู่ ไม่งั้นคงดีใจแน่ที่จิ๊ดริดตักข้าวให้แบบนี้” วนาลีโปรยยาหอม“จิ๊ดริดรู้ พี่ช้างไปทำงานที่มหา’ลัย พี่ผึ้งไปดูหนังกับพี่หนึ่ง”เมื่อตักข้าวเสร็จเธอก็เดินไปวางจานข้าวที่ตรงหน้าทั้งสามคนอย่างนิ่มนวล“กินข้าวให้อร่อยนะคะ จิ๊ดริดกลับแล้ว”“ไม่กินด้วยกันหรือลูก มีซี่โครงหมูย่างที่จิ๊ดริดชอบด้วยนะ” ยี่สุ่นรั้งเอาไว้ที่รักตาแลมองซี่โครงย่างสีน้ำตาลฉ่ำที่อยู่ด้านหน้าแล้วกลืนน้ำลายดังเอื้อก แต่น่าแปลกที่คราวนี้เด็กสาวใจแข็งกว่าที่คิด“ไม่กินค่ะ จิ๊ดริดตั้งใจมา

  • จิ๊ดริดที่รัก   98. ความรักของจิ๊ดริด

    “จิ๊ดริดมาได้ยังไง แล้วเป็นอะไร ใครทำให้เจ็บ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเดือดร้อนที่รักชี้ไปที่เมธาวินอย่างไม่ลังเล คชาภัทรใช้สายตาพิฆาตมองไปยังตัวต้นเหตุในทันที ทำเอาคนถูกมองถึงกับทำอะไรไม่ถูก“นายรังแกอะไรจิ๊ดริด”“ยัยพลังช้างเนี่ยนะใครจะไปรังแกได้” เมธาวินเอ่ยอย่างร้อนตัวที่รักปล่อยโฮออกมาเสียงดัง “เมฆว่าจิ๊ดริดตัวเหมือนช้าง”“เฮ้ย!” เมธาวินสะดุ้งสุดตัวกับข้อกล่าวหานี้ วันนั้นนอกจากได้รับสายตาคาดโทษไปจนตลอดชีวิตจากคชาภัทรแล้ว ยังได้รอยหยิกกลับบ้านไปด้วย จะจากใครที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่เนเน่ที่หยิกเขาจนลายพร้อยเนื่องจากไปแกล้งเพื่อนรักของเธอนั่นเองหลังจากกลับถึงบ้าน ที่รักยังคงอารมณ์ค้างนั่งหน้าบูดอยู่ตรงสวนหลังบ้าน พื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวของเธอและพี่ ๆ ตั้งแต่เมื่อยังเด็ก โดยมีคชาภัทรนั่งยิ้ม ๆ มองอยู่ในมือของที่รักยังคงถือสายวัดไว้ เธอไล่วัดขนาดหลายส่วนในร่างกายทั้งแขนขาและเอว สีหน้าของเธอแสดงให้เห็นถึงความสะเทือนใจทุกครั้งเมื่อเห็นตัวเลขที่วัดได้“จิ๊ดริดอ้วน” ใบหน้าเธอหงิกจนไม่อาจหงิกเพิ่มได้อีกคชาภัทรลอบยิ้

  • จิ๊ดริดที่รัก   97. จิ๊ดริดเป็นสาวแล้ว

    “ลูกเป็นคนจิตใจดีมาก ขอบคุณนะวรรณ คุณเลี้ยงลูกได้ดีจริง ๆ” พีรายุเอ่ยกับเธอหลังกลับมาจากส่งนิดาแล้ววรรณารีหันมายิ้มให้สามี “จิ๊ดริดแกเป็นเด็กจิตใจดีตั้งแต่เกิดค่ะ ถ้าไม่ได้แก ชีวิตฉันอาจไม่รอดมาจนถึงตอนนี้ก็ได้”พีรายุรู้สึกผิดในใจ เขาเอื้อมมือไปสวมกอดเธอ “ผมขอโทษนะวรรณ เพราะผมคนเดียวทำให้คุณลำบากมาตั้งหลายปี”“พูดอะไรอย่างนั้นคะ คุณเป็นแบบนั้นเพราะฤทธิ์ยา ฉันโกรธคุณไม่ลงหรอก” เธอตอบกลับยิ้ม ๆ“แต่คราวก่อนคุณไม่คิดแบบนี้นะ คุณยังว่าผมไม่ได้รักคุณจริงอยู่เลย บอกผมหน่อยได้ไหมว่าทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจให้โอกาสผม”วรรณารีใช้มือลูบใบหน้าคมของเขาจนทั่วพร้อมเผยยิ้มหวาน “เพราะคุณเอาชนะยามหาโลกาได้ด้วยตัวคุณเองโดยไม่ต้องพึ่งพลังวิเศษของจิ๊ดริด ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันได้รับรู้ว่าคุณรักและมั่นคงต่อฉันจริง”ชายหนุ่มสวมกอดภรรยาเอาไว้แน่น “ผมก็ขอบคุณคุณเหมือนกันที่เข้าใจและเปิดโอกาสให้ผม ผมรักคุณนะครับ”“แล้วหนูล่ะ ไม่รักหนูเหรอ” ที่รักที่เดินมาหาทั้งคู่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ทวงถามหน้ามุ่ยคนเป็นพ่อและแม่หัวเราะร่วน

  • จิ๊ดริดที่รัก   96. ไปหาพ่อที่ทำงาน

    เมื่อได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในวันต่อมา พีรายุได้มุ่งหน้าเข้าบริษัทในทันทีเพื่อสะสางปัญหาที่จินดาราสร้างไว้ทั้งเรื่องที่ร่วมมือกับเสี่ยทรงยศและจัดการพนักงานที่เป็นคนของจินดาราเพราะปัญหาสะสมมาหลายปี ทำให้พีรายุแทบจะกินนอนอยู่ที่บริษัทไม่กลับมาให้สองแม่ลูกเห็นหน้านานนับสัปดาห์ ทำเอาทั้งวรรณารีและที่รักต่างชะเง้อหาแววตาหมองไปตาม ๆ กัน“จิ๊ดริดคิดถึงพ่อ” เช้าวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด ที่รักกำลังละเลียดกินข้าวผัดอยู่ได้เอ่ยขึ้นเสียงอ่อยวรรณารีมองลูกอย่างเห็นใจ ในใจเธอนั้นยอมรับเช่นกันว่ารู้สึกไม่ต่างจากลูกนัก นี่ก็เข้าวันที่เจ็ดแล้วที่พีรายุไม่ได้มาหาเธอและลูก มันยิ่งทำให้ความอึดอัดและความกังวลภายในใจมีมากขึ้นสายมองสองแม่ลูกที่นั่งซึมกะทืออยู่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “คิดถึงก็ไปหาสิ บริษัทนั้นก็อยู่ไม่ไกลนี่”ที่รักตาเป็นประกายขึ้นมา “จิ๊ดริดไปหาพ่อได้ไหมแม่จ๋า” เธอถามวรรณารีอย่างตื่นเต้น“ได้สิ เตรียมของกินไปให้พ่อด้วยดีไหม พ่อคงไม่ได้กินอะไรดี ๆ มาหลายวันแล้ว” หากเป็นเมื่อก่อนวรรณารีไม

  • จิ๊ดริดที่รัก   95. จิ๊ดริดอยากใช้ฉี่ช่วยพ่อ 2

    วรรณารีรีบเดินเข้ามาหาลูก “คุณพ่อหายแล้ว พ่อจำทุกคนได้แล้ว” เธอบอกลูกอย่างดีใจ“เอ๋?” ที่รักอุทานออกมาและมองตรงไปยังพีรายุอย่างงุนงงพีรายุส่งยิ้มอ่อนโยนให้ลูกและกางแขนกว้างขึ้น “จิ๊ดริดมาให้พ่อกอดหน่อยสิลูก พ่อคิดถึงลูกจัง”“เอ๊ะ?” ที่รักยังงุนงงอยู่ เธอมองแก้วฉี่ในมืออย่างสับสน “แล้วฉี่”“พ่อไม่ต้องใช้ฉี่แล้ว” วรรณารีเอ่ยยืนยันกับเธอ “จิ๊ดริดไปเก็บกระเป๋าก่อนลูก แม่จะไปบอกตำรวจข้างนอก เราจะได้พาคุณพ่อไปโรงพยาบาลด้วยกัน” วรรณารีบอกลูกก่อนเดินออกไปนอกห้องด้วยอารมณ์ที่ปลอดโปร่งแบบไม่เคยเป็นมาก่อน“อ๋า?” ที่รักยังคงยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่ฉี่ของตัวเองอย่างผิดหวัง เธอดีใจนะที่พ่อหายเป็นปกติ แต่ทำไมไม่เป็นปกติด้วยฉี่ของเธอล่ะ อารมณ์ของเธอตอนนี้ทั้งผิดหวังและดีใจผสมปนเปกันไปหมด แต่ที่แน่ ๆ รู้สึกพ่ายแพ้ยังไงก็ไม่รู้“โอว๋?” เธอชูแก้วใส่น้ำสีอำพันของตัวเองขึ้นสูงดูราวกับเทพีเสรีภาพก็ไม่ปาน แต่เป็นเทพีเสรีภาพที่ค่อนข้างอ้วนและทำใบหน้ายับย่นมากเป็นพิเศษ-----“เป็นยังไงบ้าง”

  • จิ๊ดริดที่รัก   94. จิ๊ดริดอยากใช้ฉี่ช่วยพ่อ 1

    “ซี้ด...” จินดาราลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกถึงความโคลงเคลงของพื้นที่นอนอยู่ ร่างกายเธอในตอนนี้สัมผัสถึงความปวดร้าวไปทั้งร่าง“โอ๊ย” โดยเฉพาะช่วงลำคอของเธอที่ดูคล้ายจะหลุดออกมาเป็นท่อน ๆ เสียให้ได้“อย่าขยับ กระดูกคอคุณร้าว ขยับอีกนิดมีสิทธิ์ตายได้” เสียงแหบห้าวดังอยู่ข้างลำตัว เมื่อแลตามองก็พบว่าเป็นชายแปลกหน้าวัยกลางคนคนหนึ่ง ที่สำคัญผู้ชายคนนี้อยู่ในชุดตำรวจแบบเต็มยศสีหน้าของจินดาราเผยถึงความตระหนกแบบสุดขีด เธอถอนสายตาจากตำรวจผู้นั้นแล้วกลอกตามองไปรอบตัวก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเปลพยาบาล มีกู้ภัยสองคนช่วยกันยกหัวท้าย ทั้งคู่กำลังช่วยกันพาเธอไปยังรถพยาบาลที่จอดรออยู่หน้าบ้านประกายตาของจินดาราเปลี่ยนเป็นเหี้ยมขึ้นมาเมื่อเห็นวรรณารีเดินอยู่ไม่ห่างจากนายตำรวจที่พูดเตือนเธอเมื่อครู่“นังวรรณ แกทำอะไรกับฉัน แกเรียกตำรวจมาใช่ไหม” จินดาราถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แทบจะหมดแรงวรรณารีเผยยิ้มหยัน “ในเมื่อมีเหตุฆ่ากันตายในบ้าน แจ้งตำรวจก็ถูกแล้ว”“แกอย่าใส่ความ ถ้ามีจริงฉันต้องรู้เรื่องสิ แกแกล้งหาเรื่องฉันใช่ไหม”

  • จิ๊ดริดที่รัก   19. น้ำลายอันทรงพลังของจิ๊ดริด 1

    สายตื่นแต่เช้าเหมือนเช่นปกติ เมื่อก้าวลงจากเตียง กิจวัตรแรกสำหรับช่วงนี้ก็คือเดินไปเอียงคอด้านขวาอยู่หน้ากระจก แล้วเงาสะท้อนในกระจกทำให้สายขมวดคิ้วอย่างกังวลตอนนี้ก้อนที่คอด้านขวาดูเหมือนจะโตขึ้นกว่าเดิม สายใช้มือกดก้อนแข็ง ๆ ข้างคออย่างกังวล หากเป็นเมื่อหลายปีก่อน สายไม่

  • จิ๊ดริดที่รัก   18. ยาพรางเสน่ห์ 2

    เมื่อไปถึงที่ดินดังกล่าวก็เป็นอย่างที่พีรายุคาดไว้ พื้นที่แถบนี้เป็นบริเวณที่พัฒนาต่อได้ยากเพราะเป็นแถบสวนและไร่ของชาวบ้าน รวมถึงเป็นเขตที่นิยมค้าขายของเก่ากันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน มีร้านค้าของเก่าอยู่ถึงสิบกว่าร้านบริเวณนี้ คงจะหานักธุรกิจเข้ามาพัฒนาที่ดินแถบนี้ให้เจริญได้ยาก

  • จิ๊ดริดที่รัก   17. ยาพรางเสน่ห์ 1

    ที่อาคารสำนักงานของบริษัทเทพสถิต บริษัทจัดหาวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ซึ่งเป็นอาคารสูงสิบชั้น มีพนักงานกว่าสามร้อยคน แต่ส่วนมากกลับทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาแทบจะหาความสุขไม่ได้ แม้บริษัทนี้จะดูก้าวหน้ายิ่งกว่ารุ่นพ่อของเจ้าของบริษัท รวมถึงสวัสดิการและเงินเดือนที่สูงกว่าที่ทำงานอื่นก็ตาม

  • จิ๊ดริดที่รัก   16. โชคไม่คาดฝันของครอบครัว 2

    หลังจากที่กล่อมที่รักให้นอนหลับไปแล้ว ทั้งคู่ได้พากันไปนั่งหารือเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เพิ่งได้มาใหม่“ป้าคะ มันไม่เป็นไรจริง ๆ หรือที่จะไม่ติดต่อบอกเจ้าของที่ดินคนเดิมว่าเราเจอของมีค่าแบบนี้”สายส่ายหน้าพร้อมค้อนขวับให้หนึ่งที “เธอนี่กังวลอะไรไม่เข้าท่า”“ป้าเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status