LOGINร้านตัดเสื้อของท่านแม่ตกแต่งภายนอกและภายในเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่สั่งของเข้าร้านเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมหรือว่าเข็มและด้ายชนิดต่างๆ วันนี้เธอว่างงาน เบลล่าก็เลยตั้งใจจะไปแอบดูที่คฤหาสน์แม็คซิมัส เธอจะต้องจัดการเรื่องที่มันค้างคาในใจเสียก่อน!!
แค่ผ่านไปแอบๆ ดูก็พอ เธอมั่นใจว่าพอเห็นหน้าของท่านดยุคแล้ว เธอจะเดานิสัยใจคอของเขาได้ไม่ยาก วันนี้อากาศดี เพราะฉะนั้นเบลล่าเลือกจะเดินไปเรื่อยๆ ตามคำบอกกล่าวของเซ็ดดริดแล้ว คฤหาสน์แม็คซิมัสอยู่ไม่ไกล เธอใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหน้าคฤหาสน์แม็คซิมัส เบลล่าเงยหน้าขึ้นมองคฤหาสน์ที่แสนจะใหญ่โตและงดงาม เท่าที่เธอให้เซ็ดดริกไปสืบความเป็นมาของท่านดยุคแบบคร่าวๆ เขาได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลตั้งแต่อายุสิบห้า…เขาเป็นลูกคนเดียวและตระกูลแม็คซิมัสก็ร่ำรวยมากๆ เช่นนั้นเธอก็สามารถตัดเรื่องที่เขาจะมาหลอกเอาเงินของคิร่าออกไปได้เลย… จริงๆ แล้วเบลล่าไม่อยากจะมองผู้ชายทุกคนว่าจะเลวร้ายเช่นท่านพ่อของเธอเลย แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ เพราะในวัยเด็กเธอเติบโตขึ้นมาท่ามกลางท่านพ่อที่เห็นแก่เงินและพี่ชายที่วันๆ กินแต่เหล้าและติดการพนันอย่างหนัก พอเห็นคฤหาสน์ที่ใหญ่โตของแม็คซิมัสแล้ว มันก็ทำให้เธอเบาใจลงไปได้เยอะทีเดียว คราวนี้ก็เหลือแค่เรื่องหน้าตาและเรื่องสตรีเท่านั้น!! ซึ่งเรื่องพวกนี้จะต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์ เบลล่าเดินผ่านไปเรื่อยๆ เธอก็เจอกับรถม้าตระกูลแม็คซิมัสที่เคลื่อนเข้าไปในคฤหาสน์พอดี!! นี่อาจจะเป็นโชคดีของเธอเลยก็ว่าได้เพราะเธออาจจะมีโอกาสได้เห็นหน้าของท่านดยุค เบลล่ากระชับหมวกปีกกว้างให้ลงมาปิดบังหน้าของเธอเอาไว้ก่อนจะเดินผ่านหน้าประตูคฤหาสน์ช้าๆ เธอปรายตามองบุรุษที่เดินลงมาจากรถม้า… ผมสีดำและร่างกายที่สมส่วน…ใบหน้าไม่ต้องพูดถึง ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก!! เบลล่ายกยิ้มก่อนจะเดินผ่านหน้าคฤหาสน์แม็คซิมัสอย่างอารมณ์ดี ดีแล้ว..ดีมากจริงๆ!! ทีนี้ก็เหลือเพียงเรื่องเดียวที่เธอต้องหาโอกาสทดสอบ นั่นก็คือเรื่องสตรี!! อยู่ๆ ก็มีสายลมพัดผ่านเบลล่าไปอย่างแรง ความแรงของลมได้หอบเอาหมวกของเธอปลิวไปด้วย เบลล่ารีบวิ่งไปเก็บหมวกที่หล่นอยู่ที่พื้น!! “บังเอิญจังเลยนะเบล!” เธอเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่เอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกดีใจ เบลล่านั้นได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับไปให้คิร่า “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” เธอรีบเดินเข้าไปถามคิร่าทันที “ท่านดยุคแม็คซิมัสส่งจดหมายขอหมั้นไปที่คฤหาสน์ ท่านพี่ก็เลยพาข้ามาเพื่อพูดคุยถึงกำหนดวันหมั้น” สาบานได้เลยว่าความรู้สึกของเบลล่าในตอนนี้มันราวกับว่ามีฟ้าผ่าลงมาที่หัวของเธอในเวลากลางวันแสกๆ!! นี่มันอะไรกัน!! “แล้วเจ้าก็เลยตกลง!! เจ้ารู้จักท่านดยุคดีแล้วงั้นเหรอ?” คิร่าส่งยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน “มานี่สิ…ข้าจะเล่าให้ฟัง” คิร่าพาเธอเดินไปที่ร้านน้ำชาถัดจากคฤหาสน์ไปหน่อย “ตระกูลแม็คซิมัสต้องการให้ท่านพี่ไปลงทุนเรื่องถ่านหิน กลับกันท่านดยุคจะแลกกับให้เคนเนดี้ยืมที่ดินทำไร่สมุนไพร…” เบลล่ายกมือขึ้นมาจับมือของคิร่า “..บางทีข้าก็ไม่อาจเข้าใจคนที่มีเงินมากๆ เหมือนกันนะ ในเมื่อรวยขนาดนั้นแล้วยังจะอยากได้เงินไปทำอะไรอีก” เธอกล่าวพร้อมกับมองไปที่คิร่าด้วยความเป็นห่วง “มันเป็นเรื่องของความมั่นคงไงเบล..ถึงแม้การแต่งงานในครั้งนี้จะไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยว แต่มันก็รับประกันได้แน่นอนว่าข้าจะไม่ลำบาก และเคนเนดี้ก็จะมั่นคงขึ้นด้วย เมื่อข้าแต่งงานกับท่านดยุคข้าก็จะได้เป็นดัชเชสแห่งแม็คซิมัส….” “เจ้า..โอเคใช่ไหม?” “มีเรื่องอะไรให้ต้องคิดมากมายกัน ชนชั้นสูงไม่มีการแต่งงานเพราะความรักอยู่แล้ว ทุกคนต้องแต่งงานกับคนที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และท่านดยุคก็คือตัวเลือกที่ดีที่สุดของข้าในตอนนี้” เบลล่ามองไปที่คิร่า นี่มันราวกับว่าเธอได้ยกภูเขาออกไปจากอก เรื่องที่เธอหนักใจมาตลอด จบลงอย่างง่ายดายเพราะคิร่าเป็นคนมีเหตุผล เธอเลือกที่จะทำสิ่งที่ควรทำ มากกว่าสิ่งที่อยากทำ และใบหน้าที่งดงามของคิร่าในตอนนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าเธอกำลังเสียใจเลย “กำหนดหมั้นคืออีกสองเดือนข้างหน้า ส่วนกำหนดงานแต่งคือปีหน้า” “ข้าขอยินดีกับเจ้าล่วงหน้าเลยนะ” จบ…จบลงแล้ว ทั้งภารกิจแรกของเธอและการแสร้งเป็นเพื่อนคิร่า ต่อจากนี้เธอก็คงไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องไปที่เคนเนดี้อีกแล้ว ทุกอย่าง…จบลงสักที จบลงอย่างง่ายดาย “เหตุใดถึงทำหน้าเศร้าเช่นนั้น เบลเองก็ควรจะรีบแต่งงานมีสามีดีๆ สักคนสิ” เบลล่าหัวเราะเบาๆ “คิร่า…ข้านั้นไร้ประโยชน์ ถึงจะเป็นตระกูลเคาน์ก็จริง แต่เมบิลมิได้ยิ่งใหญ่เช่นเคนเนดี้ ข้าต่ำต้อยและก็จนมากๆด้วยผู้ชายดีๆ ที่ไหนเขาจะมาสนใจข้าล่ะ เจ้าพูดเองไม่ใช่รึไงว่าชนชั้นสูงส่วนใหญ่ก็แต่งงานเพราะผลประโยชน์ทั้งนั้น” “ถึงอย่างนั้นข้าก็มั่นใจ ว่าจะต้องมีคนดีๆ รอเจ้าอยู่อย่างแน่นอน!” เบลล่าส่งยิ้มให้คิร่า “เช่นนั้นวันนี้ข้าควรจะเข้าไปเก็บของที่คฤหาสน์เคนเนดี้” คิร่าส่งยิ้มให้เบลล่า “เบล เจ้ายังต้องสอนข้าจนกว่าข้าจะเรียนจบหลักสูตร อย่าได้คิดว่าจะออกจากเคนเนดี้ง่ายๆ ข้าต้องเรียนให้จบเสียก่อน เพราะจะต้องไปเรียนมารยาทของชนชั้นสูงอย่างละเอียดอีกครั้ง” “อ่า..อย่างนั้นเองเหรอ ข้าคิดว่าจะไม่ได้ไปสอนเจ้าแล้ว…” ทำไม ถึงดีใจกันนะ… ทำไมหัวใจมันถึงดีใจ แค่เพียงคิร่าพูดว่ายังต้องการให้เธอไปสอน…นั่นหมายความว่าเธอยังจะได้เป็นเพื่อนกับคิร่าไปอีกสักระยะใช่ไหม? “ไปเถอะ..ข้าจะแนะนำให้เบลรู้จักกับท่านดยุคโลเวล” เบลล่ายกยิ้ม ก่อนจะเดินตามคิร่าไปยังคฤหาสน์แม็คซิมัส ทุกก้าวที่เธอเดินเข้าไปมันทำให้หัวใจของเธอนั้นเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมากๆ ก็คือมือของคิร่าที่จับจูงเธอเดินเข้าไปอย่างมั่นคง เราเดินมาเรื่อยๆ จนถึงห้องรับรอง คฤหาสน์แม็คซิมัสมีสีน้ำเงินทั้งภายนอกและภายใน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็ดูหรูหรามากทีเดียว “ขออภัยที่หายไปโดยไม่ได้บอกกล่าวค่ะ พอดีข้าพบเบลโดยบังเอิญ….” ท่านเคาน์เคนเนดี้ส่งยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนเช่นเคย แต่ทว่าท่านดยุคนั้นไม่แม้แต่จะปรายตามองเบลล่าด้วยซ้ำ เธอนั่งลงข้างๆ คิร่า ก่อนจะยกยิ้มจางๆให้ท่านเคาน์ “ข้าไม่คิดว่าควรพาคนนอกเข้ามา ในการพูดคุยเรื่องสำคัญระหว่างเรา…” เบลล่ารู้สึกว่าหน้าของเธอมันกำลังชา ราวกับมีน้ำเย็นจัดสาดเข้ามา “เบลไม่ใช่..!!” เธอรีบฉุดแขนของคิร่าเอาไว้ “ข้า…ไปที่รอข้างนอกดีกว่า ที่ท่านดยุคกล่าวมาก็มีเหตุผล ขออภัยด้วยค่ะ เป็นข้าเองที่ดึงดันจะเข้ามาเพราะต้องการทำความรู้จักกับว่าที่คนรักของสหาย ขอให้ท่านดยุคให้อภัยในการเสียมารยาทของข้าครั้งนี้ด้วยค่ะ” เบลล่ายกยิ้มให้ดยุคแม็คซิมัสก่อนที่เธอจะเดินออกไป ให้ตายเถอะ!! ทำไมเธอสัมผัสได้ถึงความห่วยแตกของชายผู้นั้นกันนะ! เบลล่าถอนหายใจ บางทีเธอเองก็ควรจะมีสายข่าวที่เป็นของเธอเองบ้าง… นี่เป็นครั้งแรกที่เบลล่ารู้สึกว่าเธออยากจะเติบโตมากกว่านี้! ……. “รายงานมา….” “เลดี้ไปแอบดูที่คฤหาสน์แม็คซิมัส แล้วก็บังเอิญได้พบกับเลดี้เคนเนดี้พอดี….” เลโอเงยหน้าขึ้นมองเซ็ดดริก “นางรู้ที่ตั้งของคฤหาสน์แม็คซิมัสได้ยังไง?” เซ็ดดริกกำมือแน่น ก่อนจะเหลือบมองท่านดยุค “ข้า..เป็นคนบอกกับนางเองครับ?” “หึ!…นี่เจ้ากลายเป็นคนของเมบิลไปแล้วรึไง!! เซ็ดดริกเจ้าทำงานกับข้ามานาน ควรจะรู้ถึงนิสัยของข้า…อย่าได้ทำอะไรที่เกินคำสั่งอีก!” “ครับ” “ออกไปได้!!..บอกเบลให้มารับเงินด้วย ทางแม็คซิมัสจ่ายค่าจ้างมาเรียบร้อยแล้ว” เซ็ดดริกก้มหน้าลงก่อนจะเดินออกไป เขาถอนหายใจเล็กน้อย…ให้ตายเถอะหากเลดี้เบลล่าล่วงรู้ว่าเขานั้นรายงานทุกความเคลื่อนไหวของเธอให้กับท่านดยุครู้แล้วละก็ มีหวังเธอจะต้องโกรธเขาแน่ๆ แต่เขามีทางเลือกมากนักรึไง!! ได้แต่หวังว่าเธอจะโกรธเขาอย่างพอดีและไม่ไล่เขาออกจากเมบิล ใบหน้าของเซ็ดดริกขึ้นเป้นสีแดงระเรื่อ นั่นเป็นเพราะว่าเขายังอยากจะดูแลท่านฮันน่าต่ออีกสักหน่อย… …….. ถึงแม้อายุจะเลยเลขสามมานานแล้ว แต่ใบหน้าของฮันน่าก็ยังคงงดงามราวกับอายุยี่สิบต้นๆ…เธอรวบผมขึ้นมาก่อนจะเริ่มทำความสะอาดร้านตัดเสื้อของเธอ.. ใบหน้าที่งดงามของฮันน่ายกยิ้มอย่างมีความสุข “ช่างน่าขำที่เจ้าต้องมาทำงานชั้นต่ำเช่นนี้!” ฮันน่าเงยหน้าขึ้นมาก็พบใบหน้าที่เหี่ยวย่นของหญิงชรา เธอวางไม้ถูพื้นลงก่อนจะหยิบผ้ามาเช็ดที่เก้าอี้ “เชิญนั่งก่อนค่ะ…” หญิงชราถอนหายใจ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ราคาถูก “ข้าได้ยินว่าเจ้าหย่ากับแกริคแล้ว?” “ค่ะ…ข้าหย่ากับเขาได้ห้าเดือนแล้วค่ะ” “แล้วเหตุใดถึงไม่กลับไปที่เมเบโล่!!” เธอเงยหน้าขึ้นมองหญิงชราด้วยดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตา “ลูกไม่อาจกลับไปหาท่านแม่ในสภาพเช่นนี้ได้…ไม่อาจที่จะเงยหน้ามองใบหน้าของท่านแม่ได้เต็มตา ชีวิตที่เลือกเดินผิดพลาดนั้น ลูกจะขอรับมันเอาไว้เอง” “เฮเลนตายแล้ว…ตอนนี้ที่คฤหาสน์เหลือเพียงแม่ที่ชราของเจ้ากับฮาร์ทเท่านั้น” ฮันน่าเม้มปากแน่น “ข้าได้ยินว่าเจ้ามีลูกสาว..ที่เกิดจากสายเลือดต่ำทรามของแลนเดอร์” “ค่ะ…นางเป็นเด็กน่ารักมากทีเดียว” “ฮันน่า…แม่จะยื่นข้อเสนอให้เจ้าครั้งสุดท้าย กลับไปที่เมเบโล่ ทิ้งสายเลือดที่โสโครกของแลนเดอร์ไปซะ แล้วไปแต่งงานกับแกรนด์ดยุคกูเรี่ยน เจ้าจะได้กลับไปใช้ชีวิตที่มีเกียรติ เจ้าจะได้เป็นท่านหญิงกูเรี่ยนและเมเบโล่ก็จะหนุนหลังเจ้า หากเจ้าให้กำเนิดลูกชาย เขาก็จะเป็นเด็กที่เกิดจากสายเลือดสูงส่งระหว่างเมเบโล่และกูเรี่ยน…” ฮันน่ากำมือแน่น!! “ท่านแม่ ลูกขอบคุณที่ท่านแม่ยังคงนึกถึงลูก แต่ลูกไม่อาจทอดทิ้งเบลได้ ท่านแม่เองก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรือคะ ว่าคนเป็นแม่ไม่อาจจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไปได้ ท่านแม่น่าจะเข้าใจลูกมากกว่าใคร แล้วเหตุใดถึงมาบังคับให้ลูกต้องทำในสิ่งที่ท่านแม่ยังทำไม่ได้” หญิงชรามองที่ฮันน่า ก่อนจะส่ายหน้า “ข้าไม่อาจทอดทิ้งเจ้าไป เพราะในตัวของเจ้ามีสายเลือดที่สูงส่งของเมเบโล่ แต่กับเด็กคนนั้นไม่ใช่! มันไม่เหมือนกัน” ฮันน่ายกมือข้นปาดน้ำตาก่อนจะยกยิ้มจางๆ ให้หญิงชรา “ลูกมิอาจทำตามที่ท่านแม่คาดหวังได้หรอกค่ะ ลูกมิต้องการกลับไปใช้ชีวิตในเมเบโล่อีกแล้ว” “ฮันน่า อย่างลองดีกับข้า เจ้ารู้ถึงอำนาจของเมเบโล่ดีกว่าใคร ข้าเลือกจะมาคุยกับเจ้า นั่นคือข้าเมตตาต่อเจ้ามากๆแล้ว อย่าให้ข้าต้องเลือกที่จะทำลายเจ้า….” “หากท่านแกรนด์ดัชเชสทำลายแม่ของข้า ข้าก็จะปกป้องท่านแม่ของข้าเองค่ะ” เบลล่าเดินเข้ามาก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ท่านแม่ ในแววตาของหญิงชรานั้นมีความตกใจอยู่หลายส่วนที่เห็นหน้าของเบลล่า “สายเลือดโสโครกของแลนเดอร์!” เบลล่ายกยิ้มให้หญิงชรา “ข้าใฝ่ฝันที่จะได้เจอแกรนด์ดัชเชสมาตลอด เพราะข้าอยากจะรู้ว่าท่านเลี้ยงท่านแม่มายังไง ให้ท่านแม่เป็นคนที่อดทนมากขนาดนั้น แต่พอมาเจอท่านในวันนี้ข้าก็ไม่แปลกใจแล้ว…ท่านแม่คงจะต้องอดทนกับท่านมามากพอสมควร” หญิงชราลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะหัวเราะ “ฮันน่า…ข้าผิดหวังที่เจ้าไร้ความสามารถในการอบรมบุตรสาวถึงเพียงนี้ แต่ข้าก็พอจะเข้าใจได้ว่าผลผลิตจากชายชั่วผู้นั้น ก็คงจะไม่ต่างจากพ่อเท่าไหร่” พอกล่าวจบหญิงชราก็เดินออกไปจากร้านทิ้งให้เบลล่ายืนมองอย่างโกรธแค้น!เลโอก้มหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเบลล่าอย่างแผ่วเบา เธอคลอดลูกชายสามคนให้เขาเมื่อสองปีที่แล้วตอนนี้เจ้าเด็กแสบพวกนั้นกำลังซนเลยทีเดียวความเจ็บปวดจากการคลอดลูกของเบลล่ายังคงตราตรึงในหัวใจของเลโอ เขาไม่คิดให้นางท้องอีกแล้วจึงได้ให้อาเชอร์ทำโพชั่นห้ามตั้งครรภ์ขึ้นมา“เช้าแล้วหรือคะ?”“ยัง แต่เจ้าควรจะลุกขึ้นเตรียมตัว….”งานเลี้ยงที่มีแค่พวกเรา อาเชอร์ยกมือขึ้นมากุมที่หัวใจของตัวเอง เขากำลังประหม่าและตื่นเต้น เราอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ดยุคเอเซล่ากำลังอุ้มบีเรียสอยู่ ส่วนมาร์ควิสเคนเนดี้กำลังเล่นกับบาเรีย และเบียเร่กำลังปีนป่ายอยู่บนตัวของเขาเจ้าแสบทั้งสามซนมากเลยทีเดียว…ไบรอันมองดอกกุหลาบสีขาวในมือด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ตอนนี้เขาเป็นพ่อค้า ที่ขายทั้งสมุนไพรของเคนเนดี้และข้าวโอ๊ตของเอเซล่า ถึงจะไร้ยศศักดิ์แต่ทว่าสุขใจยิ่งนักการได้อยู่กับเบลล่ามันคือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ คุ้มค่าแล้วที่เขาละทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับเธอเลโอมาถึงคนสุดท้าย เขาส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวของเบียเร่อย่างมันเขี้ยวทางเดินที่ทอดยาวของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านลุงเจคอปยื่นแขนให้เบลล่าควง เธอส่งยิ
สามี ภรรยา?“ข้าจะเข้าไปคอยจับตาดูสตรีผู้นั้นเอง หากว่านางมีความเคลื่อนไหวอะไรที่แปลกประหลาดข้าจะได้หยุดยั้งมันได้ทัน!!”เจคอปกล่าวพร้อมทั้งมองออกไปที่ด้านนอกกิลข้อมูล“ขอบคุณมากครับท่านพ่อบุญธรรม เบลล่าน่าสงสารมากนะครับ ข้าไม่อยากจะให้ท่านไปเสี่ยงเลย..”“ข้าเอ็นดูนังหนูนั่นอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เองข้ายินดี ข้าจะถือโอกาสพักผ่อนด้วย ข้าทำงานเป็นหัวหน้ากิลข้อมูลมาครึ่งชีวิตแล้ว ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนโตขนาดนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องตอบแทนข้าบ้างแล้ว!!”อาเชอร์หัวเราะ“ท่านรวยมากกว่าข้าอีกนะครับ ทรัพย์สินในชื่อของท่านสามารถซื้ออาณาจักรได้เลยด้วยซ้ำ!!”เจคอปยกมือขึ้นมาตบไหล่อาเชอร์เบาๆ“ปกป้องความรักของเจ้าให้ได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องฮันน่าข้าจะจัดการเอง!”มันควรจะเป็นอย่างนั้น เขาแค่มาจับตาดูฮันน่าเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นว่านางอ่อนโยนกว่าที่เขาคิดเอาไว้นิสัยที่เผยออกมามันไม่ใช่การแสดงแต่มันคือนิสัยจริงๆ ของนาง…และสตรีผู้นี้ก็รักนังหนูเบลจริงๆ“ไม่เจ็บมืองั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเย็บชุดนี้มาทั้งคืนแล้ว”ฮันน่ายกยิ้ม“ข้าคิดว่าจะเย็บชุดนี้เอาไว้ให้เบลใส่ในงานพิธีบรรลุนิติภาวะ เลยต้องพิถีพิถันหน่อยค่ะ”“ปกตินัง
แกรนด์ดัชเชสฮาเดียน่ายกแก้วชาขึ้นมาดื่ม เธอปรายตามองสวนดอกไม้ด้านหน้าคฤหาสน์ เธอรู้มาสักพักแล้วว่าแกรนด์ดยุคโอเว่นกำลังวางแผนจะมาทำลายเมเบโล่รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของหญิงชราไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเขาจะชนะเมเบโล่ได้!! เธอส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากเทรย์เวอร์แล้ว เขาจะต้องส่งทหารฝีมือดีมาช่วยเมเบโล่อย่างแน่นอน!“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะปกป้องเมเบโล่เองครับ อีกอย่างองค์รัชทายาทมาเดลีนก็อยู่ที่นี่ ยังไงพวกโอเว่นก็ไม่น่าจะทำอะไรรุนแรง…”“แม่ก็ว่าอย่างนั้น หากจับตัวแกรนด์ดยุคโอเว่นได้ เรื่องราวก็จะจบเพราะเราจะยัดเยียดทุกข้อหาให้เขา รวมถึงข้อหากบฏเพราะว่าเขากล้าบุกเข้ามาทำร้ายองค์รัชทายาทมาเดลีน แม่อยากจะรู้เหมือนกันว่าองค์จักรพรรดิวัลโด้จะช่วยเหลือเขายังไง!”แบรฮาร์ทยกยิ้ม เขามั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องชนะโอเว่นได้อย่างแน่นอนไบรอันมองไปที่โซ่ขนาดใหญ่สนิมเขรอะที่ใช้ปิดตายประตูลงไปยังชั้นใต้ดิน เรื่องการสร้างความวุ่นวายถือเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว…แค่ระเบิดมันออกซะก็สิ้นเรื่อง!!“ตู้ม!!!”แกรนด์ดัชเชสมองหน้าแบรฮาร์ทอย่างตกใจ“พวกโอเว่นบุกมาแล้วงั้นหรือครับ!!”“ไปจัดการพวกมันซะ!!”ไบรอันยกมื
อาเชอร์จับผมของเบลล่าขึ้นมาจูบเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเช้าแล้ว เธอนอนหลับในอ้อมกอดของเรานี่ถือเป็นฝันที่ไม่กล้าฝันเลยก็ว่าได้…ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมานอนเคียงข้างเขาและเราจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขนาดนี้ ถึงแม้พรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาตบหน้าเขาอีกสักกี่รอบ หรือว่าจะแทงเขากี่แผล อาเชอร์ก็จะยอมรับผลของการกระทำทั้งหมดวันนี้อากาศเย็น หิมะตกลงมาอย่างหนักราวกับว่าจะมีพายุหิมะถล่มเบลล่าลืมตาขึ้นมาก็พบอาเชอร์ที่นอนกอดเธออยู่ เธอถอนหายใจก่อนจะถีบเขาออก ชุดที่เธอสวมคือเสื้อผ้าของเขาเมื่อคืนเขาคงจะพาเธอไปอาบน้ำมาสินะผ้าปูเตียงก็เปลี่ยนผืนใหม่…เบลล่าลุกขึ้นเธอเปิดผ้าม่านออก ด้านนอกบ้านขาวโพลนไปด้วยหิมะที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ อากาศหนาวเย็นมากทีเดียวเธอเดินไปที่เตาผิงเพื่อเติมฟืนลงไป เบลล่าดึงผ้าขึ้นมาห่มให้อาเชอร์เธอเดินเข้ามาในครัวก็พบว่ามีขนมปังและนมอยู่ ที่สำคัญมันยังอุ่นๆ แสดงว่าอาเชอร์ตื่นมาทำตั้งแต่เช้าสินะสกิลการทำอาหารของเบลล่านั้นติดลบอย่างแรง เธอไม่เคยทำอาหารและไม่คิดจะทำด้วยเบลล่ากัดที่ขนมปังเบาๆ รสชาติดีสมกับเป็นฝีมือของอาเชอร์“ตื่นแล้วเหรอ?”เธอพยักหน้าพร้อมทั้งมองไปที่อาเ
เบลล่าลากอาเชอร์ขึ้นมานอนบนโซฟา เสื้อของเขาตอนนี้เปื้อนไปด้วยไวน์เบลล่าจึงจัดการถอดเสื้อของอาเชอร์ออกเธอตบหน้าอาเชอร์เบาๆ เพื่อเรียกให้เขาตื่นจะตายไหมเนี่ย!!“อาเชอร์!! นี่! รีบตื่นเร็วเข้า!!”“พรวด!!”“โป๊ก!!”อาเชอร์ลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนหน้าผากของเราชนกัน“เจ้าจะลุกขึ้นมาทำไมเร็วนักหนา!!”เบลล่ายกมือขึ้นมาลูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ“นี่เจ้าทำโพชั่นสีม่วงแตกงั้นหรือเบล!!”เบลล่าพยักหน้า อาเชอร์ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับ“มันคือโพชั่นอะไรกัน?”อาเชอร์ยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ เขาในตอนนี้กำลังได้กลิ่นกายของเบลล่าอย่างชัดเจน“โพชั่น…ชนิดเดียวกันกับขวดสีแดง…”เบลล่ามองอาเชอร์ที่กำลังหน้าแดงด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย โพชั่นสีแดง โพชั่นปลุกอารมณ์งั้นเรอะ!!“แล้วเจ้าจะทำสีม่วงมาเพื่อ!! เจ้าทำโพชั่นชนิดนี้มากเกินไปแล้วนะอาเชอร์!!”“ก็มันขายดีนี่นา อีกอย่างสีแดงหมดข้าก็เลย…ใส่สีม่วงลงไปแทน อึ่ก!!”เบลล่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะว่าตอนนี้ผิวของอาเชอร์เป็นสีแดงก่ำ เขายกมือขึ้นมาเพื่อปิดจมูกตัวเอง“อย่าบอกนะว่า…นี่เจ้ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่รึไงแล้วทำไมถึงโดยโพชั่นตัวเองเล่นงาน…”
“ขอเชิญอัศวินทั้งสองเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เลยครับ”อาเชอร์กล่าวพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับอัศวินทั้งสอง พวกเขามองหน้ากันพร้อมกับอึกอักแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่หลับตาลง เธอไม่มีทางยอมเสียลูกชายไปง่ายๆ แน่นอน และเธอก็ได้ส่งคนไปเชิญผู้ที่จะมาขัดขวางเรื่องราวพวกนี้“ข้าได้ยินว่าลูกสะใภ้ของข้าถูกใส่ร้าย ”ทุกคนในห้องรีบลุกขึ้นยืนเมื่ออดีตองค์จักรพรรดิเดินเข้ามา วัลโด้หลับตาลงอย่างเจ็บปวด สุดท้าย…คนที่คอยช่วยเหลือเมเบโล่มาตลอดก็คือท่านพ่อสินะ!!“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมากพิธี เจ้าทั้งสองคนใช่ไหมที่เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในชนชั้นสูง ทหารนำพวกมันทั้งสองคนไปประหาร โดยการแขวนคอ!!”“ไม่ใช่นะครับ!!! พวกเราถูกว่าจ้างมา ได้โปรด ดยุคแบรฮาร์ทเป็นคนว่าจ้างพวกเรา!!!”“ยังจะกล้าใส่ร้ายดยุคเมเบโล่อีกงั้นเรอะ!! ทหารยังไม่รีบพาพวกมันออกไปให้พ้นจากสายตาของข้าอีก!!”เบลล่าหลับตาลง วันนี้จะชนะก็เรียกได้ไม่เต็มปาก แต่ก็ถือว่าคิร่าได้เกียรติและชื่อเสียงของเธอคืนมา ส่วนดยุคแบรฮาร์ทชนชั้นสูงคนอื่นต่างรู้ดีว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น และใครคือคนที่ถูกและผิดอย่างน้อยที่สุดธุรกิจของเมเบโล่อาจจะเงียบไปสักพักเบลล่าหมุนตัวก่อน







