LOGINอาเชอร์ก้มมองดอกกุหลาบสีขาวในมือ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นมาเปิดประตูเข้าไปในบ้าน ตอนนี้เป็นเวลาเย็นมากแล้วท้องฟ้าเริ่มจะเปลี่ยนสีเป็นสีดำ
เขาออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยง…หลังจากเข้าไปด้านในเธอก็คงจะด่าเขาเช่นเดิม ไม่สิ อาจจะหนักกว่าทุกวัน ทว่าทันทีที่อาเชอร์เข้ามาภายในบ้านก็มืดสนิท เขายกมือขึ้นมาร่ายเวทย์เพื่อจุดตะเกียงที่ต่างๆ ในบ้าน อาเชอร์วางดอกไม้เอาไว้บนโต๊ะ เขาเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อไปหาโจลี่ “เจ้า..กินข้าวรึยัง?” เขากลืนน้ำลายลงคออย่างคนที่รู้สึกผิด…อาเชอร์นั่งลงบนเตียงข้างๆ โจลี่ “วันนี้ลูกดิ้นรึเปล่า ยังแพ้ท้องอยู่ไหม….” เขาชะงักเมื่อเห็นดวงตาของเธอบวมช้ำราวกับว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก “โจลี่…ข้าขอโทษ ข้าไปทำงานมา…” “ทำงาน!! ท่านก็อ้างแต่ว่าทำงานตลอด อาเชอร์ท่านหายไปหนึ่งวันโดยที่ไม่บอกกล่าวข้าเลย!!” เธอลุกขึ้นมา แล้วยกมือทุบเขาอย่างแรง อาเชอร์ไม่ได้ตอบโต้เขาทำเพียงนั่งนิ่งๆ เพื่อให้เธอได้ระบายอารมณ์จนกว่าเธอจะพอใจ “เหตุใดถึงไม่หลบการโจมตีของข้า…” “ก็ข้าผิดจริงๆ นี่นา เจ้าทุบตีข้าได้เลย ทุบตีได้จนกว่าเจ้าจะหายโกรธ” เธอเม้มปากแน่น อาเชอร์ยกมือขึ้นมา บรรจงเช็ดน้ำตาให้เธอ “อย่าร้องไห้อีกเลย รู้ไหมว่าเวลาเจ้าร้องไห้ ลูกในท้องของเราก็จะร้องไห้ด้วย ไม่ดีเลยใช่ไหม เจ้าควรจะยิ้มให้มากหน่อยสิ!!” “ท่านรู้ไหมว่าข้าเป็นห่วงท่านขนาดไหน อาเชอร์ชีวิตของข้ามันไม่เหลือใครแล้ว ตอนนี้ข้ามีเพียงท่านและลูกของเราที่กำลังจะเกิดมา! ท่านหายไปเช่นนี้จะให้ข้าทำยังไง…” อาเชอร์วางม้วนกระดาษลงบนมือของโจลี่ “นี่..อะไร?” “คฤหาสน์ไง ข้าจะพาเจ้าย้ายไปพรุ่งนี้ โจลี่ที่ข้าหายไปบ่อยๆ เพราะว่าข้าต้องทำงาน ข้ารู้ดีว่าเจ้าเคยอยู่สุขสบายกว่านี้เจ้าเคยอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ อีกทั้งมีคนรับใช้คอยดูแล ข้าบอกตามตรงในตอนแรกข้ารู้สึกละอายใจที่ต้องพาเจ้ามาอยู่บ้านหลังเล็กๆ เช่นนี้ ไหนยังจะลูกในท้องของเราอีก ข้าจึงต้องพยายามหาเงินอย่างหนัก เพื่อมาดูแลเจ้าและลูก…” เธอมองที่ใบหน้าของเขาก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหนัก “ไม่เอาน่า จะโกรธข้าก็ได้แต่ว่าอย่าโกรธนานนัก ไปเถอะ ข้าซื้อเนื้อย่างมาด้วย ไปกินด้วยกัน” อาเชอร์ยกยิ้มพร้อมทั้งอุ้มโจลี่ขึ้นมาจากเตียงเขาพาเธอไปนั่งบนเก้าอี้ แล้วส่งช่อดอกกุหลาบให้เธอ “ท่านเสียเงินซื้อมาทำไมกัน…” “เห็นอย่างนี้ข้าก็จีบผู้หญิงเป็นนะ เอาเป็นว่าต่อจากนี้ข้าจะเริ่มตามจีบเจ้าเอง!” โจลี่มองที่อาเชอร์พร้อมทั้งส่งยิ้มให้เขา อาเชอร์สารภาพในใจว่าเขาในตอนแรกไม่ได้รักสตรีผู้นี้เลย แต่พอลองใช้เวลาอยู่ร่วมกันก็พบว่าเธอไม่ใช่คนที่ไม่ดีเพียงแค่เธอเติบโตขึ้นมาท่ามกลางคนที่เอาใจเธอมากเกินไปหน่อย แต่พอเธอท้องความคิดต่างๆ ของโจลี่ก็เปลี่ยนไปเธอนำชุดออกงานและเครื่องประดับของเธอที่ขนมาจากคฤหาสน์เมเบโล่นำไปขาย พอได้เงินมาเธอก็เก็บเอาไว้ในบัญชีของเธอ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอจะเก็บเงินเอาไว้ให้เด็กน้อยที่กำลังจะเกิดมา อีกทั้งที่บ้านเขาไม่มีคนรับใช้ จากที่ไม่เคยทำงานใดๆ เลย โจลี่ก็เริ่มทำความสะอาดบ้านด้วยตัวเอง ถึงตอนนี้เขายังจะพูดว่ารักเธอไม่ได้เต็มปาก แต่เธอก็คู่ควรให้เขาใช้ชีวิตด้วยนับจากนี้เป็นต้นไป.. ……. เบลล่าหยิบต่างหูเพชรขึ้นมาใส่ ในกระจกสะท้อนใบหน้าของสตรีที่แสนจะงดงาม เธอสวมชุดเดรสที่ฟูฟ่องสีเขียวอ่อนผมก็ถูกรวบขึ้นไปด้านบนประดับด้วยดอกไม้ต่างๆ “เบล หากว่าไปช้าเราอาจจะไม่ทันขบวน..” “เสร็จแล้วค่ะ มาแล้ว..” เธอยกกระโปรงขึ้นมาแล้วเดินไปหาเลโอ “อ่า ภรรยาของข้านี่ช่าง งดงาม” เบลล่าหัวเราะเบาๆ เธอเดินควงแขนเลโอลงไปด้านล่างเพื่อไปขึ้นรถม้า วันนี้เป็นพิธีอภิเษกขององค์จักรพรรดิและจักรพรรดินี ในตอนแรกเธอเองก็ตกใจจนแทบสิ้นสติที่คิร่าจะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดินี เพราะองค์จักรพรรดิองค์ก่อนทรงสละราชสมบัติให้องค์รัชทายาทวัลโด้ คิร่าก็เลยแต่งเข้าพระราชวังในตำแหน่งจักรพรรดินีเลย เราเดินทางมาไม่นานก็ถึงหน้าพระราชวัง มีขบวนแห่ขององค์จักรพรรดิและจักรพรรดินีบนรถม้า ทั้งสองพระองค์ทรงยิ้มแย้มและโบกมือให้ประชาชนที่มารอรับเสด็จ ให้ตายเถอะ น้ำตาของเธอมันกำลังจะไหลออกมา!! มีความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในใจของเธอ การได้เห็นคิร่าเดินทางมาจนถึงฝั่งฝันเช่นนี้มันช่าง รู้สึกดีจริงๆ ตื้นตันและอิ่มเอมในใจ “อย่าร้องนะ การเสียน้ำตาในวันดีๆ เช่นนี้ถือว่าไม่เหมาะสมอยู่บ้าง” เลโอเช็ดน้ำตาที่หางตาของเบลล่า เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาก่อนจะหอมแก้มเขาเบาๆ “ขอบคุณค่ะ” “…ข้าก็อยากจะพาเจ้า ขึ้นรถม้าแห่รอบเมืองบ้าง ในวันแต่งงานของเรา” เบลล่ายกยิ้ม เธอกุมมือของเลโอเอาไว้แน่น คิร่ามองเห็นเธอ นางจึงโบกมือให้เบลล่าด้วยใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ออกมา คิร่าสวมชุดเจ้าสาวสีขาวที่ปีกลายดอกลิลลี่ป่า แปลว่าความรักที่เป็นนิรันดร์ ท่านแม่บรรจงปักดอกลิลลี่ป่าทุกดอกด้วยความประณีตและพิถีพิถัน จึงออกมาเป็นชุดเจ้าสาวที่งดงามไร้ที่ติ ท่านแม่คงจะแอบดูคิร่าอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ เลย!! เธออดรู้สึกดีใจแทนท่านแม่ไม่ได้จริงๆ “ท่านทั้งสองคนน่าจะแต่งงานกันบ้างนะครับ” อาเชอร์จูงมือของโจลี่มายืนข้าเบลล่า เขายกเก้าอี้มาให้โจลี่นั่งดูขบวนแต่งงานที่ยิ่งใหญ่งดงาม “นี่เจ้าพาภรรยาที่ใกล้คลอดออกมาได้ยังไงกัน มันอันตราย!!” “วางใจเถอะน่า ข้าเป็นนักบุญนะ ข้าสามารถทำคลอดนางได้โดยที่นางจะไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย…” เบลล่าถึงกับขมวดคิ้วมองอาเชอร์ โจลี่ส่งยิ้มให้เบลล่า นี่คงจะเป็นเจ้านายของอาเชอร์สินะ สตรีที่แบ่งหุ้นเหมืองเพชรให้อาเชอร์ แถมยังมอบคฤหาสน์ให้เธออีก!! “ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านดัชเชส ข้าเป็นคนขอร้องให้อาเชอร์พามาเอง ข้าอยากจะเห็นขบวนแต่งงานของเสด็จพี่วัลโด้…” เมื่อครู่โจลี่เรียกเธอว่าดัชเชสงั้นเรอะ!! “อาเชอร์ หลังจากจบขบวนอภิเษกเจ้าไปหาข้าที่คฤหาสน์โอเว่นด้วย ข้ามีของจะมอบให้เจ้าและภรรยา..” เลโอกล่าวพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาโอบไหล่ของเบลล่าเอาไว้อย่างภูมิใจ อาเชอร์ส่งยิ้มให้โจลี่ ก่อนที่เขาจะหัวเราะ ท่านดยุคนี่…คือตัวอย่างของคนที่คลั่งรักมากๆ เลยนะ หลังจากพิธีทั้งหมดจบลงก็เป็นพิธีเลี้ยงฉลอง มีชนชั้นสูงมากมายเข้าร่วมงานเพราะนี่คืองานอภิเษกที่แสนจะยิ่งใหญ่ที่สุดในราชอาณาจักร มีคำถามมากมายเกี่ยวกับชุดแต่งงานที่สะดุดตาขององค์จักรพรรดินี เบลล่าคิดว่าหลังจากจบงานนี้ท่านแม่จะต้องรับลูกค้าไม่หวาดไม่ไหวแน่ๆ เธอยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่ม เลโอแยกไปคุยเรื่องธุรกิจ ส่วนอาเชอร์ก็พาโจลี่กลับไปแล้ว เสียงเพลงถูกบรรเลงขึ้นมา คนที่เปิดฟอล์อเต้นรำก็คือองค์จักรพรรดิและจักรพรรดินีที่เหมาะสมและคู่ควร จักรพรรดินีที่งดงามทั้งใบหน้าและกิริยามารยาท จนเบลล่าเองไม่อยากจะเชื่อว่านั่นคือคิร่า นางเดินคุยกับเหล่าราชวงศ์และชนชั้นสูงด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สดใส แสดงว่าการเข้าสังคมของคิร่าพัฒนาขึ้นมามากทีเดียว เอซยกมือขึ้นมาโอบเอวของเบลล่าเอาไว้ “รอบนี้ข้าต้องได้เต้นรำกับเจ้า…” เบลล่ายกยิ้มก่อนที่เธอจะวางมือลงบนมือของเขา “ด้วยความยินดีค่ะ” งานเลี้ยงฉลองจัดขึ้นสามเดือนเต็ม เบลล่าไม่ได้เจอกับคิร่าเลย เธอคิดว่าคิร่าคงจะงานยุ่งมากๆ อีกทั้งวัลโด้ขึ้นชื่อเรื่องความขี้หวง โคลด์บอกว่าองค์จักรพรรดิไม่ยอมให้คิร่าออกมาจากห้องเลย ราวสองอาทิตย์… ฟังดูโหดเกินไปอยู่เหมือนกัน ทว่าหลังจากนั้นก็มีจดหมายแต่งตั้งออกมา อาเชอร์ได้ขึ้นเป็นพระสันตปะปาของวิหารหลวง เรื่องนี้ทำเอาเขาดีใจจนเป็นลมล้มพับไปเลย ส่วนเอซได้เลื่อนขั้นเป็นดยุคเอเซล่า องค์จักรพรรดิมอบเมืองเดเลี่ยนให้เอซปกครอง โคลด์ได้เลื่อนขั้นเป็นมาร์ควิสเคนเนดี้ และได้ขึ้นเป็นหนึ่งในสภาอาวุโสด้วย ส่วนเลโอได้ขึ้นเป็นแกรนด์ดยุคโอเว่น องค์จักรพรรดิมอบกำลังทหารมาให้โอเว่นจำนวนมาก และให้โอเว่นเป็นตระกูลสำหรับฝึกหัดอัศวินและเซอร์ทั้งหลายที่จะเข้าไปรับใช้วังหลวง ส่วนเมบิล มีความดีความชอบใหญ่หลวงที่เป็นแม่สื่อที่ทำให้องค์จักรพรรดิและจักรพรรดินีพบกัน อีกทั้งยังเป็นอาจารย์สอนองค์จักรพรรดินี ราชโองการสั่งเลื่อนขั้นให้เคาน์เตสเบลล่า เมบิล เป็นดัชเชสเบลล่า เมบิล และทางราชวังออกใบรับรองการสอนมารยาทของชนชั้นสูงและราชวงศ์ให้ดัชเชสเมบิล สตรีทั้งหลายที่จะเข้าพิธีแต่งงานกับชนชั้นสูงจะต้องให้ดัชเชสเมบิลเป็นผู้สอนมารยาทต่างๆ เบลล่ามองราชโองการพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ทรงงานหนักเกินไปรึเปล่าจักรพรรดินี พึ่งได้รับตำแหน่งก็ออกประกาศเลื่อนยศเช่นนี้ชนชั้นสูงผู้อื่นจะไม่พอใจเอาได้! “แม่ดีใจนะ ที่ลูกมีวันนี้..” “อ่า..ข้าเป็นดัชเชสท่านแม่ก็ต้องเป็นดัชเชสด้วยสิคะ…” ฮันน่าส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เอาแล้ว แม่ขอเป็นเจ้าของร้านตัดเสื้อเช่นเดิมดีกว่า ชีวิตที่สูงศักดิ์เช่นนั้นแม่พอแล้วล่ะ!” เบลล่ายกยิ้ม “ว่าแต่เรื่องท่านลุงเจคอปล่ะคะ ลูกคิดว่ายังไงท่านลุงก็ต้องมาสู่ขอท่านแม่จากข้านะ…” “เดี๋ยวเถอะเบล พูดอะไร!!” “ข้ากำลังจะมาคุยเรื่องนี้พอดีเลย!!” เจคอปเดินเข้ามาหาเบลล่า เขายกมือขึ้นมาโอบกอดไหล่ฮันน่า “ยกแม่เจ้าให้ลุงด้วยเถอะ!!” “สินสอดล่ะคะ..ท่านลุงมาสู่ขอปากเปล่าเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน!!” เจคอปหัวเราะ “เบล ลุงเองก็คิดว่าลุงเริ่มเหนื่อยกับการเป็นเจ้าของกิลข้อมูลแล้ว ลุงอยากจะเป็นเพียงสามีของช่างตัดเสื้อก็พอ..” เบลล่ายกยิ้มด้วยความดีใจ ในที่สุดท่านแม่ก็ได้พบเจอความรักดีๆ สักที!! ท่านลุงเจคอปมอบกิลข้อมูลให้เธอดูแล ตอนนี้นอกจากเป็นดัชเชสเมบิล เธอก็เป็นเจ้าของกิลข้อมูลด้วย ในตอนแรกเบลล่าคิดว่าเธอไม่มีทางที่จะทำได้แน่นอน ก็เลยไปปรึกษากับเลโอ กลับกลายเป็นว่าเขายอมเอากิลข้อมูลของเขามารวมกับกิลข้อมูลของเธอ…และเพิ่มจำนวนของสายข่าวให้มากขึ้น ตอนนี้กิลข้อมูลไม่ได้อยู่ในตรอกเล็กๆ อีกแล้ว แต่อยู่ที่ถนนเส้นหลักของเมืองและเป็นตึกใหญ่ขนาดห้าชั้น เราซื้อขายทุกข้อมูลในราชอาณาจักรทั้งถูกและผิดกฎหมาย ซึ่งมันทำเงินให้เธอได้มหาศาลเลยทีเดียว!! โจลี่ให้กำเนิดเด็กชายที่น่ารักน่าชังให้อาเชอร์… และนี่คือเรื่องราวในนิยายที่เธออ่านถึงพอดี เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นนิยายอีกครึ่งเรื่องในส่วนที่เธอไม่เคยอ่านมาก่อน…. จบซีซั่นที่1เลโอก้มหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเบลล่าอย่างแผ่วเบา เธอคลอดลูกชายสามคนให้เขาเมื่อสองปีที่แล้วตอนนี้เจ้าเด็กแสบพวกนั้นกำลังซนเลยทีเดียวความเจ็บปวดจากการคลอดลูกของเบลล่ายังคงตราตรึงในหัวใจของเลโอ เขาไม่คิดให้นางท้องอีกแล้วจึงได้ให้อาเชอร์ทำโพชั่นห้ามตั้งครรภ์ขึ้นมา“เช้าแล้วหรือคะ?”“ยัง แต่เจ้าควรจะลุกขึ้นเตรียมตัว….”งานเลี้ยงที่มีแค่พวกเรา อาเชอร์ยกมือขึ้นมากุมที่หัวใจของตัวเอง เขากำลังประหม่าและตื่นเต้น เราอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ดยุคเอเซล่ากำลังอุ้มบีเรียสอยู่ ส่วนมาร์ควิสเคนเนดี้กำลังเล่นกับบาเรีย และเบียเร่กำลังปีนป่ายอยู่บนตัวของเขาเจ้าแสบทั้งสามซนมากเลยทีเดียว…ไบรอันมองดอกกุหลาบสีขาวในมือด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ตอนนี้เขาเป็นพ่อค้า ที่ขายทั้งสมุนไพรของเคนเนดี้และข้าวโอ๊ตของเอเซล่า ถึงจะไร้ยศศักดิ์แต่ทว่าสุขใจยิ่งนักการได้อยู่กับเบลล่ามันคือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ คุ้มค่าแล้วที่เขาละทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับเธอเลโอมาถึงคนสุดท้าย เขาส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวของเบียเร่อย่างมันเขี้ยวทางเดินที่ทอดยาวของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านลุงเจคอปยื่นแขนให้เบลล่าควง เธอส่งยิ
สามี ภรรยา?“ข้าจะเข้าไปคอยจับตาดูสตรีผู้นั้นเอง หากว่านางมีความเคลื่อนไหวอะไรที่แปลกประหลาดข้าจะได้หยุดยั้งมันได้ทัน!!”เจคอปกล่าวพร้อมทั้งมองออกไปที่ด้านนอกกิลข้อมูล“ขอบคุณมากครับท่านพ่อบุญธรรม เบลล่าน่าสงสารมากนะครับ ข้าไม่อยากจะให้ท่านไปเสี่ยงเลย..”“ข้าเอ็นดูนังหนูนั่นอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เองข้ายินดี ข้าจะถือโอกาสพักผ่อนด้วย ข้าทำงานเป็นหัวหน้ากิลข้อมูลมาครึ่งชีวิตแล้ว ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนโตขนาดนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องตอบแทนข้าบ้างแล้ว!!”อาเชอร์หัวเราะ“ท่านรวยมากกว่าข้าอีกนะครับ ทรัพย์สินในชื่อของท่านสามารถซื้ออาณาจักรได้เลยด้วยซ้ำ!!”เจคอปยกมือขึ้นมาตบไหล่อาเชอร์เบาๆ“ปกป้องความรักของเจ้าให้ได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องฮันน่าข้าจะจัดการเอง!”มันควรจะเป็นอย่างนั้น เขาแค่มาจับตาดูฮันน่าเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นว่านางอ่อนโยนกว่าที่เขาคิดเอาไว้นิสัยที่เผยออกมามันไม่ใช่การแสดงแต่มันคือนิสัยจริงๆ ของนาง…และสตรีผู้นี้ก็รักนังหนูเบลจริงๆ“ไม่เจ็บมืองั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเย็บชุดนี้มาทั้งคืนแล้ว”ฮันน่ายกยิ้ม“ข้าคิดว่าจะเย็บชุดนี้เอาไว้ให้เบลใส่ในงานพิธีบรรลุนิติภาวะ เลยต้องพิถีพิถันหน่อยค่ะ”“ปกตินัง
แกรนด์ดัชเชสฮาเดียน่ายกแก้วชาขึ้นมาดื่ม เธอปรายตามองสวนดอกไม้ด้านหน้าคฤหาสน์ เธอรู้มาสักพักแล้วว่าแกรนด์ดยุคโอเว่นกำลังวางแผนจะมาทำลายเมเบโล่รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของหญิงชราไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเขาจะชนะเมเบโล่ได้!! เธอส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากเทรย์เวอร์แล้ว เขาจะต้องส่งทหารฝีมือดีมาช่วยเมเบโล่อย่างแน่นอน!“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะปกป้องเมเบโล่เองครับ อีกอย่างองค์รัชทายาทมาเดลีนก็อยู่ที่นี่ ยังไงพวกโอเว่นก็ไม่น่าจะทำอะไรรุนแรง…”“แม่ก็ว่าอย่างนั้น หากจับตัวแกรนด์ดยุคโอเว่นได้ เรื่องราวก็จะจบเพราะเราจะยัดเยียดทุกข้อหาให้เขา รวมถึงข้อหากบฏเพราะว่าเขากล้าบุกเข้ามาทำร้ายองค์รัชทายาทมาเดลีน แม่อยากจะรู้เหมือนกันว่าองค์จักรพรรดิวัลโด้จะช่วยเหลือเขายังไง!”แบรฮาร์ทยกยิ้ม เขามั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องชนะโอเว่นได้อย่างแน่นอนไบรอันมองไปที่โซ่ขนาดใหญ่สนิมเขรอะที่ใช้ปิดตายประตูลงไปยังชั้นใต้ดิน เรื่องการสร้างความวุ่นวายถือเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว…แค่ระเบิดมันออกซะก็สิ้นเรื่อง!!“ตู้ม!!!”แกรนด์ดัชเชสมองหน้าแบรฮาร์ทอย่างตกใจ“พวกโอเว่นบุกมาแล้วงั้นหรือครับ!!”“ไปจัดการพวกมันซะ!!”ไบรอันยกมื
อาเชอร์จับผมของเบลล่าขึ้นมาจูบเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเช้าแล้ว เธอนอนหลับในอ้อมกอดของเรานี่ถือเป็นฝันที่ไม่กล้าฝันเลยก็ว่าได้…ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมานอนเคียงข้างเขาและเราจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขนาดนี้ ถึงแม้พรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาตบหน้าเขาอีกสักกี่รอบ หรือว่าจะแทงเขากี่แผล อาเชอร์ก็จะยอมรับผลของการกระทำทั้งหมดวันนี้อากาศเย็น หิมะตกลงมาอย่างหนักราวกับว่าจะมีพายุหิมะถล่มเบลล่าลืมตาขึ้นมาก็พบอาเชอร์ที่นอนกอดเธออยู่ เธอถอนหายใจก่อนจะถีบเขาออก ชุดที่เธอสวมคือเสื้อผ้าของเขาเมื่อคืนเขาคงจะพาเธอไปอาบน้ำมาสินะผ้าปูเตียงก็เปลี่ยนผืนใหม่…เบลล่าลุกขึ้นเธอเปิดผ้าม่านออก ด้านนอกบ้านขาวโพลนไปด้วยหิมะที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ อากาศหนาวเย็นมากทีเดียวเธอเดินไปที่เตาผิงเพื่อเติมฟืนลงไป เบลล่าดึงผ้าขึ้นมาห่มให้อาเชอร์เธอเดินเข้ามาในครัวก็พบว่ามีขนมปังและนมอยู่ ที่สำคัญมันยังอุ่นๆ แสดงว่าอาเชอร์ตื่นมาทำตั้งแต่เช้าสินะสกิลการทำอาหารของเบลล่านั้นติดลบอย่างแรง เธอไม่เคยทำอาหารและไม่คิดจะทำด้วยเบลล่ากัดที่ขนมปังเบาๆ รสชาติดีสมกับเป็นฝีมือของอาเชอร์“ตื่นแล้วเหรอ?”เธอพยักหน้าพร้อมทั้งมองไปที่อาเ
เบลล่าลากอาเชอร์ขึ้นมานอนบนโซฟา เสื้อของเขาตอนนี้เปื้อนไปด้วยไวน์เบลล่าจึงจัดการถอดเสื้อของอาเชอร์ออกเธอตบหน้าอาเชอร์เบาๆ เพื่อเรียกให้เขาตื่นจะตายไหมเนี่ย!!“อาเชอร์!! นี่! รีบตื่นเร็วเข้า!!”“พรวด!!”“โป๊ก!!”อาเชอร์ลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนหน้าผากของเราชนกัน“เจ้าจะลุกขึ้นมาทำไมเร็วนักหนา!!”เบลล่ายกมือขึ้นมาลูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ“นี่เจ้าทำโพชั่นสีม่วงแตกงั้นหรือเบล!!”เบลล่าพยักหน้า อาเชอร์ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับ“มันคือโพชั่นอะไรกัน?”อาเชอร์ยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ เขาในตอนนี้กำลังได้กลิ่นกายของเบลล่าอย่างชัดเจน“โพชั่น…ชนิดเดียวกันกับขวดสีแดง…”เบลล่ามองอาเชอร์ที่กำลังหน้าแดงด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย โพชั่นสีแดง โพชั่นปลุกอารมณ์งั้นเรอะ!!“แล้วเจ้าจะทำสีม่วงมาเพื่อ!! เจ้าทำโพชั่นชนิดนี้มากเกินไปแล้วนะอาเชอร์!!”“ก็มันขายดีนี่นา อีกอย่างสีแดงหมดข้าก็เลย…ใส่สีม่วงลงไปแทน อึ่ก!!”เบลล่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะว่าตอนนี้ผิวของอาเชอร์เป็นสีแดงก่ำ เขายกมือขึ้นมาเพื่อปิดจมูกตัวเอง“อย่าบอกนะว่า…นี่เจ้ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่รึไงแล้วทำไมถึงโดยโพชั่นตัวเองเล่นงาน…”
“ขอเชิญอัศวินทั้งสองเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เลยครับ”อาเชอร์กล่าวพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับอัศวินทั้งสอง พวกเขามองหน้ากันพร้อมกับอึกอักแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่หลับตาลง เธอไม่มีทางยอมเสียลูกชายไปง่ายๆ แน่นอน และเธอก็ได้ส่งคนไปเชิญผู้ที่จะมาขัดขวางเรื่องราวพวกนี้“ข้าได้ยินว่าลูกสะใภ้ของข้าถูกใส่ร้าย ”ทุกคนในห้องรีบลุกขึ้นยืนเมื่ออดีตองค์จักรพรรดิเดินเข้ามา วัลโด้หลับตาลงอย่างเจ็บปวด สุดท้าย…คนที่คอยช่วยเหลือเมเบโล่มาตลอดก็คือท่านพ่อสินะ!!“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมากพิธี เจ้าทั้งสองคนใช่ไหมที่เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในชนชั้นสูง ทหารนำพวกมันทั้งสองคนไปประหาร โดยการแขวนคอ!!”“ไม่ใช่นะครับ!!! พวกเราถูกว่าจ้างมา ได้โปรด ดยุคแบรฮาร์ทเป็นคนว่าจ้างพวกเรา!!!”“ยังจะกล้าใส่ร้ายดยุคเมเบโล่อีกงั้นเรอะ!! ทหารยังไม่รีบพาพวกมันออกไปให้พ้นจากสายตาของข้าอีก!!”เบลล่าหลับตาลง วันนี้จะชนะก็เรียกได้ไม่เต็มปาก แต่ก็ถือว่าคิร่าได้เกียรติและชื่อเสียงของเธอคืนมา ส่วนดยุคแบรฮาร์ทชนชั้นสูงคนอื่นต่างรู้ดีว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น และใครคือคนที่ถูกและผิดอย่างน้อยที่สุดธุรกิจของเมเบโล่อาจจะเงียบไปสักพักเบลล่าหมุนตัวก่อน







