Beranda / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 10 ความลับของ "ฉินกุ้ยเฟย"

Share

ตอนที่ 10 ความลับของ "ฉินกุ้ยเฟย"

last update Tanggal publikasi: 2026-05-22 01:01:34

บรรยากาศในตำหนักฉีเสียงยังคงเงียบสงบหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สระบัวมรกต กลิ่นหอมจางๆ ของยาสมุนไพรที่หมอหลวงจัดไว้ลอยอบอวลไปทั่วห้องนอน หลินชิงเยียนนั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก แม้ใบหน้าจะยังดูซีดเซียวจากการสำลักน้ำ แต่ดวงตาของนางกลับเป็นประกายแจ่มชัดดุจดวงดาวในคืนที่ไร้เมฆ

"พระสนมเพคะ นี่คือรายชื่อนางกำนัลและขันทีที่คอยเข้าออกตำหนักจิ่งเหรินในช่วงยามวิกาลที่พระนางให้บ่าวไปสืบมาเจ้าค่ะ" ชุ่ยเอ๋อร์กระซิบพลางส่งแผ่นกระดาษเล็กๆ ที่ถูกม้วนจนกลมดิบให้นาง

ชิงเยียนคลี่กระดาษออกอ่าน แววตาของนางนิ่งสนิท "มีชื่อของหมอหลวงหวังด้วยงั้นหรือ? เขาเป็นคนสนิทของตระกูลฉินมานาน แต่การที่เขาเข้าออกตำหนักกุ้ยเฟยในยามวิกาลแทบทุกสามวัน... มันไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับการตรวจสุขภาพทั่วไป"

"บ่าวแอบได้ยินนางกำนัลฝึกหัดในโรงซักล้างพูดกันว่า... ทุกครั้งที่หมอหลวงหวังกลับไป จะมีกลิ่นยาสมุนไพรที่รุนแรงและคาวจัดติดตัวออกมาด้วยเจ้าค่ะ"

ชิงเยียนพยักหน้าเบาๆ ชาติก่อนนางเคยได้ยินข่าวลือหนาหูว่าฉินกุ้ยเฟยมีความลับบางอย่างเกี่ยวกับร่างกายที่ทำให้ฮ่องเต้ทรงเหินห่างแม้จะมอบอำนาจให้ และนั่นคือเหตุผลที่กุ้ยเฟยต้องพยายามกำจัดหญิงงามทุกคนที่เข้าใกล้จักรพรรดิ เพราะนางหวาดกลัวว่าหากมีใครตั้งครรภ์ขึ้นมา ตำแหน่งของนางจะสั่นคลอนทันที

หรือว่า... ความลับที่นางซ่อนไว้ คือสิ่งที่ข้ากำลังคิด?

ในบ่ายวันนั้น ชิงเยียนอ้างว่าต้องการเดินเล่นเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากฟื้นไข้ นางปฏิเสธขบวนแห่หรูหราและพกเพียงชุ่ยเอ๋อร์เดินลัดเลาะไปยังอุทยานท้ายวัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอเก็บตำรายาหลวง สถานที่แห่งนี้เงียบเหงาและไร้ผู้คนเพราะเหล่านางสนมมักไม่นิยมมาศึกษาเรื่องน่าเบื่อเช่นนี้

"หลินเหรินถวายพระพรเพคะ" ชิงเยียนย่อกายทักทายบรรณารักษ์ชราที่ดูแลหอตำรา

"พระสนมมีธุระอันใดกับสถานที่เก่าคร่ำครึแห่งนี้พะยะค่ะ?"

"ข้าเพียงแต่อยากศึกษาเรื่องสมุนไพรที่ช่วยในการไหลเวียนของเลือดพะยะค่ะ หลังจากตกน้ำมาข้ารู้สึกว่าร่างกายติดขัดนัก" ชิงเยียนตอบด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ

นางใช้เวลาอยู่ในหอตำรานานหลายชั่วยาม จนกระทั่งพบตำราเก่าคร่ำครึเล่มหนึ่งที่บันทึกเกี่ยวกับ 'วิชาคงโฉมพันปี' ของเผ่าเร้นลับทางใต้ บันทึกระบุถึงผลข้างเคียงของการใช้สมุนไพรบางชนิดเพื่อให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์และเต่งตึงดุจดรุณีแรกรุ่นตลอดกาล แต่ต้องแลกมาด้วย 'ความเย็นชื้น' ในมดลูกที่รุนแรงจนทำให้มิอาจมีบุตรได้ตลอดชีวิต

และที่สำคัญ... ผู้ที่ใช้ยานี้จะมีรอยปานสีม่วงคล้ำปรากฏขึ้นที่แผ่นหลังยามที่ร่างกายได้รับไอเย็น

ชิงเยียนกำตำราแน่น ฉินกุ้ยเฟย... ท่านยอมสละความเป็นมารดาเพื่อแลกกับอำนาจและความงาม และท่านกำลังใช้ความเจ็บปวดนั้นมาระบายใส่พวกเราทุกคน!

ขณะที่ชิงเยียนกำลังเดินออกจากหอตำรา นางกลับบังเอิญพบกับ หมอหลวงหวัง ที่กำลังเดินถือกล่องยาออกมาจากทางทิศของตำหนักจิ่งเหรินด้วยท่าทางรีบร้อน ชิงเยียนแสร้งทำเป็นเดินสะดุดจนชนกับเขา

"โอ๊ย!"

กล่องยาในมือหมอหลวงหลุดมือ กระจายเกลื่อนพื้น สมุนไพรหลากชนิดกระเด็นออกมา หนึ่งในนั้นคือรากไม้สีดำสนิทที่มีกลิ่นคาวรุนแรง

"พระสนม! ขอประทานอภัยพะยะค่ะ หม่อมฉันสะเพร่านัก!" หมอหลวงหวังรีบก้มลงเก็บของด้วยท่าทางลนลาน

ชิงเยียนก้มลงช่วยเก็บ และในจังหวะนั้นนางคว้าเอาเศษรากไม้สีดำนั้นมาซ่อนไว้ในแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว "ไม่เป็นไรหมอหลวง ข้าเองที่เดินไม่ระวัง ท่านรีบไปเถิด ดูเหมือนงานของท่านจะล้นมือทีเดียว"

เมื่อกลับถึงตำหนัก ชิงเยียนให้ชุ่ยเอ๋อร์นำเศษรากไม้นั้นไปเผาไฟ กลิ่นที่ออกมานั้นเหม็นคาวคล้ายเลือดที่เน่าเสีย ซึ่งตรงกับลักษณะของ 'รากโลหิตเย็น' ที่ใช้ในวิชาคงโฉม

"แผนการขั้นต่อไปคือ... ทำให้ฝ่าบาททรงเห็นรอยปานนั่นด้วยพระเนตรของพระองค์เอง" ชิงเยียนพึมพำ

ในคืนต่อมา ฮ่องเต้เซียวจื่อเซียนเสด็จมาที่ตำหนักฉีเสียงตามปรกติ ชิงเยียนเตรียมน้ำชาที่มีฤทธิ์ช่วยให้ผ่อนคลายและสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น นางไม่ได้ชวนพระองค์คุยเรื่องการเมือง แต่กลับชวนคุยเรื่องความทรงจำในวัยเยาว์และการดูแลสุขภาพ

"ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่าทางใต้มีพิธีอาบน้ำแร่สมุนไพรที่ช่วยขับพิษไข้ได้ดีนัก ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หม่อมฉันอยากให้พระองค์ทรงจัดงาน 'อาบน้ำสระมังกร' และเชิญพระสนมพี่หญิงทุกคนมาร่วมด้วย เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์และบำรุงสุขภาพเพคะ"

เซียวจื่อเซียนขมวดคิ้ว "อาบน้ำร่วมกันงั้นหรือ? เจ้าไม่หวงข้าบ้างหรือไง ชิงเยียน?"

ชิงเยียนแสร้งทำเป็นหน้าแดง "หม่อมฉันย่อมหวงเพคะ แต่หม่อมฉันห่วงพระวรกายของพระองค์มากกว่า อีกอย่าง... พระสนมกุ้ยเฟยทรงเหนื่อยยากดูแลวังหลังมานาน หากได้รับน้ำแร่บำรุง พระนางคงจะทรงมีกำลังใจมากขึ้นเพคะ"

ฮ่องเต้มองดวงตาที่ดู 'จริงใจ' ของชิงเยียนแล้วทรงสรวลออกมา "เจ้าช่างมีน้ำใจกว้างขวางนัก ดี! ในเมื่อเจ้าขอมา ข้าก็จะจัดให้"

วันงานอาบน้ำแร่หลวงมาถึง สระมังกรหยกถูกเติมด้วยน้ำอุ่นที่อบอวลไปด้วยกลีบดอกไม้และสมุนไพรหอม กั้นสัดส่วนด้วยม่านโปร่งบางสีขาว ฉินกุ้ยเฟยจำใจต้องมาร่วมงานด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ นางสวมชุดคลุมอาภรณ์ไหมบางเบาที่ปกปิดร่างกายมิดชิดกว่าใคร

"เหตุใดกุ้ยเฟยจึงไม่ลงน้ำเล่า? หรือเจ้าเกรงว่าน้ำแร่ของข้าจะสู้เครื่องหอมในตำหนักเจ้าไม่ได้?" ฮ่องเต้ตรัสถามจากอีกฝั่งของม่าน

"หามิได้เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันเพียงแต่อาการประชวรเก่ายังไม่หายดี หม่อมฉันขอนั่งปรนนิบัติพระองค์ข้างสระก็พอเพคะ" กุ้ยเฟยพยายามบ่ายเบี่ยง

ชิงเยียนที่อยู่ในน้ำแล้วส่งสัญญาณให้ชุ่ยเอ๋อร์แอบนำ 'ผงไอเย็นสกัด' ที่นางเตรียมมาโปรยลงไปในท่อส่งน้ำอุ่นที่ไหลไปยังบริเวณที่กุ้ยเฟยนั่งอยู่ ทันทีที่น้ำอุ่นสัมผัสกับผงสกัด อุณหภูมิของมันจะลดฮวบลงจนเย็นจัดราวกับน้ำแข็งในพริบตา

"อุ๊ย! น้ำทางนี้ทำไมเย็นนักล่ะเพคะ?" สนมคนหนึ่งอุทาน

จังหวะนั้นเอง น้ำเย็นจัดพุ่งเข้าใส่ร่างกายของฉินกุ้ยเฟยที่นั่งอยู่ขอบสระจนเสื้อผ้าเปียกโชก กุ้ยเฟยสะดุ้งสุดตัวด้วยความหนาวเหน็บที่เข้าจู่โจมร่างกายที่อ่อนไหวต่อไอเย็นอยู่แล้ว

"กุ้ยเฟย! เจ้าเป็นอะไรไป?" ฮ่องเต้รีบดำเนินเข้ามาดูด้วยความห่วงใย (ตามมารยาท)

"หม่อมฉัน... หม่อมฉันมิเป็นไรเพคะ!" กุ้ยเฟยพยายามปกปิดร่างกายและถอยห่าง แต่ความเย็นจัดทำให้ 'วิชาคงโฉม' ในร่างปั่นป่วน ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงเริ่มเกิดรอยย่นชั่วขณะ และที่สำคัญที่สุด... รอยปานสีม่วงคล้ำขนาดใหญ่ เริ่มปรากฏชัดขึ้นบนแผ่นหลังและลำคอของนาง ทะลุผ่านเนื้อผ้าสีขาวที่เปียกโชก!

เซียวจื่อเซียนชะงักฝีเท้า แววตาของพระองค์เปลี่ยนจากความห่วงใยเป็นความตกตะลึงและรังเกียจในพริบตา เมื่อเห็นปานที่มีรูปร่างประหลาดคล้ายซากศพบนผิวพรรณของสตรีที่พระองค์เคยยกย่อง

"นั่นมัน... รอยอะไรบนตัวเจ้า?!" ฮ่องเต้ตวาดเสียงดังกึกก้อง

ฉินกุ้ยเฟยหน้าซีดเผือด นางรีบตะครุบชุดคลุมมาปิดไว้แต่มันสายไปเสียแล้ว สนมคนอื่นๆ ต่างพากันซุบซิบและชี้ชวนกันดูรอยประหลาดนั้น

"ทูลฝ่าบาท... มันคือ... มันคือรอยจากอาการประชวรเพคะ!" กุ้ยเฟยทรุดลงกราบด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม

ชิงเยียนแสร้งทำเป็นตกใจและรีบเข้าไปประคอง "พระสนมกุ้ยเฟย! รอยปานนี้หม่อมฉันเคยอ่านพบในตำราว่ามันคืออาการของคนที่ได้รับพิษจาก 'รากโลหิตเย็น' ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามในวังหลวง เพราะมันจะทำให้ผู้ใช้ไร้บุตรและมีร่างกายที่เป็นพิษต่อคนรอบข้าง! พระสนม... พระองค์ทรงถูกใครทำร้ายหรือเพคะ?"

คำพูดของชิงเยียนเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจฮ่องเต้ พระองค์ทรงสะบัดพระหัตถ์ออกจากกุ้ยเฟยอย่างไม่ใยดี

"ไร้บุตร... ร่างกายเป็นพิษงั้นหรือ?" เซียวจื่อเซียนทรงระลึกได้ทันทีว่าหลายปีที่ผ่านมา พระองค์มักจะทรงรู้สึกหนาวสั่นสม่ำเสมอหลังจากประทับอยู่กับกุ้ยเฟย "กงกง! ไปตามหมอหลวงทั้งหมดมาที่นี่! ตรวจสอบร่างกายของกุ้ยเฟยเดี๋ยวนี้! และหากพบว่าเป็นจริงตามที่หลินเหรินว่า... ตระกูลฉินทั้งหมดต้องรับผิดชอบ!"

ฉินกุ้ยเฟยกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง นางมองไปที่ชิงเยียนที่กำลังทำหน้า 'เป็นห่วง' อยู่ข้างๆ แต่แววตาของชิงเยียนที่สบกับนางในวินาทีนั้นกลับเต็มไปด้วยความสะใจและชัยชนะที่เยือกเย็น

"เจ้า... นังสารเลวชิงเยียน!"

กุ้ยเฟยถูกลากตัวออกไปท่ามกลางความอัปยศ ชื่อเสียงและอำนาจที่นางสร้างมาทั้งชีวิตพังทลายลงในพริบตาเพียงเพราะหมากที่ชิงเยียนวางไว้ในสระน้ำ

คืนนั้น ฮ่องเต้ประทับอยู่ที่ตำหนักฉีเสียงเพียงลำพังกับชิงเยียน พระองค์ทรงดูซูบเซียวและผิดหวังอย่างมาก

"ข้าถูกหลอกมาตลอด... หลายปีที่ข้าให้เกียรตินาง แต่นางกลับใช้ร่างกายที่เน่าเฟะนั่นมาหลอกลวงข้า"

ชิงเยียนเดินเข้าไปนวดขมับให้พระองค์อย่างอ่อนโยน "ฝ่าบาทเพคะ ความจริงอาจจะเจ็บปวด แต่มันจะทำให้พระองค์ทรงปลอดภัยจากภัยมืดที่อยู่ข้างกาย หม่อมฉันจะอยู่เคียงข้างพระองค์เองเพคะ"

เซียวจื่อเซียนดึงมือชิงเยียนมาจุมพิต "ชิงเยียน... ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยหน้ากากนี้ ข้าขอบคุณสวรรค์ที่ส่งเจ้ามาหาข้า"

ชิงเยียนยิ้มรับคำชม ทว่าในใจของนางกลับคิดถึงหมากตัวต่อไป ฉินกุ้ยเฟยล้มแล้ว... ต่อไปก็คือการจัดการกับต้นตอของเรื่องทั้งหมดที่จวนโหวและจวนราชครู เตรียมใจไว้เถิดพี่สาว... ความขมขื่นของเจ้ากำลังจะทวีคูณยิ่งกว่าเดิม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 12 กุ้ยเฟยประกาศ "ครรภ์ทิพย์"

    ท่ามกลางกลิ่นอายความล่มจมที่ปกคลุมตำหนักจิ่งเหริน ฉินกุ้ยเฟยนั่งมองเงาของตนเองในคันฉ่องด้วยแววตาที่บ้าคลั่ง รอยปานสีม่วงบนแผ่นหลังแม้จะจางลงตามอุณหภูมิร่างกายที่กลับมาอุ่นขึ้น แต่มันได้ทิ้งรอยแผลเป็นที่ใหญ่กว่านั้นไว้ในพระทัยของจักรพรรดิ อำนาจของนางกำลังหลุดลอย ขุนนางในราชสำนักที่เคยสยบยอมเริ่มตีตั

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 11 ปมในใจของจักรพรรดิ

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตำหนักฉีเสียงในยามวิกาล แสงเทียนสีนวลตาไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแง้มของประตูไม้แกะสลัก หลินชิงเยียนนั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ นางไม่ได้อ่านตำราหรือปักผ้าอย่างสตรีอื่น แต่กลับกำลังใช้พู่กันจุ่มหมึกข้นเขียนชื่อบุคคลสำคัญในราชสำนักลงบนกระดาษแผ่นบาง ก่อนจะขีดฆ่าชื่อของ "ฉินกุ้ยเฟย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 9 แผนร้ายในสระบัว

    หลังจากเหตุการณ์งานเลี้ยงชมดอกไม้ ความโปรดปรานที่จักรพรรดิเซียวจื่อเซียนมีต่อหลินชิงเยียนก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับกองเพลิงที่ได้รับน้ำมันชั้นดี ฮ่องเต้เสด็จมาที่ตำหนักฉีเสียงแทบทุกคืน ทรงมอบเครื่องประดับล้ำค่าและผ้าไหมหายากให้นางอย่างไม่ขาดสาย จนบัดนี้ทั่วทั้งวังหลังต่างรู้ดีว่า "หลินเหริน" คื

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 8 ศัตรูที่ชื่อ "ฉินกุ้ยเฟย"

    กลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิเริ่มขยับเข้ามาใกล้ ดอกสาลี่ขาวโพลนในอุทยานหลวงเริ่มผลิบานดูราวกับหิมะที่ค้างอยู่บนกิ่งไม้ ทว่าบรรยากาศภายในวังหลังกลับคุกรุ่นไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำที่เย็นเยียบกว่าฤดูหนาวที่ผ่านมาหลินชิงเยียนในยศ "หลินเหริน" บัดนี้ได้ย้ายเข้ามาพำนักอยู่ที่ตำหนักฉีเสียงตามพระราชโองการ ตำหนักแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status