Home / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 9 แผนร้ายในสระบัว

Share

ตอนที่ 9 แผนร้ายในสระบัว

last update publish date: 2026-05-22 01:01:10

หลังจากเหตุการณ์งานเลี้ยงชมดอกไม้ ความโปรดปรานที่จักรพรรดิเซียวจื่อเซียนมีต่อหลินชิงเยียนก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับกองเพลิงที่ได้รับน้ำมันชั้นดี ฮ่องเต้เสด็จมาที่ตำหนักฉีเสียงแทบทุกคืน ทรงมอบเครื่องประดับล้ำค่าและผ้าไหมหายากให้นางอย่างไม่ขาดสาย จนบัดนี้ทั่วทั้งวังหลังต่างรู้ดีว่า "หลินเหริน" คือดวงใจดวงใหม่ที่มังกรทรงหวงแหน

ทว่ายิ่งสูงก็ยิ่งหนาว และยิ่งเด่นก็ยิ่งเป็นภัย

ภายในตำหนักจิ่งเหริน ฉินกุ้ยเฟยนั่งมองเล็บมือที่ปัดชาดสีแดงสด แววตาของนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและร่องรอยของความหวาดระแวง ข่าวที่ฮ่องเต้ทรงโอบกอดหลินชิงเยียนกลางอุทยานวันนั้นกระจายไปทั่วราวกับไฟลามทุ่ง

"นางจิ้งจอกนั่น... มันกล้าดีอย่างไรถึงใช้มารยาทำให้ฝ่าบาทเมินเฉยต่อข้า" กุ้ยเฟยบีบถ้วยน้ำชาในมือจนนิ้วสั่น "เหล้าบัวหิมะแสลงวันนั้นควรจะทำให้นางหน้าแหกจนดูไม่ได้ แต่นางกลับใช้มันเรียกคะแนนความสงสาร ช่างเป็นแผนที่ลึกล้ำนัก!"

"พระสนมเพคะ โปรดระงับโทสะ" สนมโจว สนมชั้นต่ำที่คอยประจบสอพลอกล่าวขึ้น "ในเมื่อแผนการทำลายโฉมใช้ไม่ได้ผล เราก็ต้องใช้วิธีที่เด็ดขาดกว่านั้น อีกไม่กี่วันจะเป็นงานเลี้ยงชมสระบัวที่ศาลากลางสระบัวมรกต ที่นั่นน้ำลึกและเย็นจัด... หาก 'อุบัติเหตุ' เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย ใครเล่าจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นฝีมือใคร?"

ฉินกุ้ยเฟยเหยียดยิ้มอำมหิต "สระบัวมรกตงั้นหรือ... ดี! ในเมื่อนางอยากเป็นบัวบริสุทธิ์นัก ข้าก็จะให้นางลงไปนอนอยู่ใต้ก้นสระบัวเป็นปุ๋ยให้เหล่าปลามัจฉาได้กัดกิน!"

วันงานเลี้ยงมาถึง บรรยากาศรอบสระบัวมรกตถูกจัดแต่งอย่างงดงามด้วยโคมไฟหลากสี ดอกบัวสีชมพูและขาวชูช่อสลอนเหนือน้ำที่เขียวขจีดูร่มเย็น ทว่าภายใต้ผิวน้ำที่สงบเงียบนั้นกลับซ่อนเร้นความตายไว้รอคอย

หลินชิงเยียนเดินเข้ามาในงานด้วยชุดสีเขียวอ่อนราวกับใบหงส์ที่ดูสะอาดตา นางสวมเครื่องประดับหยกเรียบง่าย แววตาของนางนิ่งสงบ ทว่าประสาทสัมผัสกลับตื่นตัวถึงขีดสุด ชาติก่อนนางจำได้ดีว่าในช่วงเวลานี้ พี่สาวของนาง (เยี่ยฉือ) เคยเล่าว่ามีสนมคนหนึ่ง "พลาดท่า" ตกน้ำจนเสียชีวิตในงานเลี้ยง และไม่มีใครหาตัวคนผิดได้

ฉินกุ้ยเฟย... ท่านคิดจะใช้ตำราเล่มเดิมงั้นหรือ? ชิงเยียนคิดในใจพลางสังเกตเห็นนางกำนัลหน้าแปลกๆ สองสามคนที่คอยเดินวนเวียนอยู่ข้างหลังนางตลอดเวลา

"หลินเหรินมาถึงแล้วหรือ?" ฉินกุ้ยเฟยเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสอย่างผิดปกติ "วันนี้อากาศดีนัก ข้าอยากให้เจ้าไปช่วยข้าเลือกดอกบัวที่กลางสะพานไม้โน่นเสียหน่อย เห็นว่าปีนี้มีบัวสีน้ำเงินพันธุ์หายากเบ่งบานอยู่ เจ้ามีความรู้เรื่องสมุนไพรและพฤกษา ย่อมตาถึงกว่าใคร"

นี่คือคำสั่งที่มิอาจปฏิเสธได้ต่อหน้าเหล่าสนมนับสิบ ชิงเยียนย่อกายรับคำ "เป็นพระกรุณาเพคะ หม่อมฉันจะไปเดี๋ยวนี้"

นางเดินนำออกไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวไปสู่ใจกลางสระ โดยมีสนมโจวและนางกำนัลของกุ้ยเฟยเดินตามหลังมาติดๆ เมื่อถึงจุดที่น้ำลึกที่สุดและเป็นมุมอับสายตาจากศาลาประธาน

"หลินเหริน ดูนั่นสิ! บัวสีน้ำเงินอยู่ตรงนั้น!" สนมโจวอุทานพลางชี้ไปที่ขอบสะพาน

ชิงเยียนโน้มตัวลงมองตามนิ้วชี้ ทันใดนั้นนางสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกจากด้านหลังที่ตั้งใจจะผลักนางให้เสียหลักตกลงไปในน้ำ แต่สิ่งที่สนมโจวไม่รู้คือ ชิงเยียนคาดการณ์ไว้แล้ว!

ในจังหวะที่แรงปะทะเข้าถึงตัว ชิงเยียนไม่ได้พยายามขัดขืน แต่กลับเบี่ยงกายหลบอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้มือดึงชายเสื้อของสนมโจวไว้แน่น!

ตู้ม!!!

เสียงน้ำกระจายดังสนั่น แต่คนที่ตกลงไปกลับไม่ใช่ชิงเยียนเพียงคนเดียว สนมโจวที่ถลำตัวแรงเกินไปถูกกระชากลงไปด้วยกัน ทั้งคู่ตกลงสู่ผิวน้ำที่เย็นจัด

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!" เสียงร้องโวยวายดังขึ้นทันที

ชิงเยียนที่ตกลงไปในน้ำ แสร้งทำเป็นตะเกียกตะกายอย่างลำบาก แต่ในความจริงนางมีสติมั่นคง นางเห็นนางกำนัลของกุ้ยเฟยพยายามจะยื่นไม้ลงมาเพื่อ "กด" ร่างนางให้จมลง แต่ชิงเยียนกลับคว้าไม้นั้นไว้แล้วดึงนางกำนัลคนนั้นให้เสียหลักตกลงมาอีกคน!

"ใครก็ได้ช่วยด้วย! หลินเหรินตกน้ำ! สนมโจวตกน้ำ!" เสียงนางกำนัลฝั่งชิงเยียน (ชุ่ยเอ๋อร์) ร้องตะโกนก้อง

ไม่กี่อึดใจ องครักษ์และขันทีก็กระโดดลงไปช่วยคนทั้งหมดขึ้นมาบนฝั่ง ชิงเยียนถูกพาตัวขึ้นมาในสภาพที่เปียกปอนไปทั้งตัว ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนจะสิ้นลม นางสลบไสลอยู่ในอ้อมกอดของชุ่ยเอ๋อร์

ฮ่องเต้เซียวจื่อเซียนที่เพิ่งเสด็จมาถึงงานเห็นภาพนั้นพอดี พระองค์ทรงปรี่เข้าไปหาชิงเยียนด้วยใบหน้าที่น่าเกรงขามและเต็มไปด้วยโทสะ

"เกิดอะไรขึ้น!" ฮ่องเต้ตวาดลั่นจนพื้นสะพานสะเทือน

"ทูลฝ่าบาท... หม่อมฉันเห็น... หม่อมฉันเห็นสนมโจวพยายามจะชี้ให้หลินเหรินดูดอกไม้ แล้วจู่ๆ ทั้งคู่ก็เสียหลักตกลงไปเพคะ!" ฉินกุ้ยเฟยรีบแก้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือแสร้งทำเป็นตกใจ

ชิงเยียนค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง นางมองฮ่องเต้ด้วยสายตาที่เจ็บปวดและสับสน ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา "ฝ่าบาท... หม่อมฉัน... หม่อมฉันขอประทานอภัยที่ทำให้งานเลี้ยงเสียชื่อ... แต่ในจังหวะที่หม่อมฉันกำลังจะตกลงไป... มีมือหนึ่งดึงเครื่องประดับผมของหม่อมฉันไว้... จนหม่อมฉันเสียหลักเพคะ"

นางชี้ไปที่มือของสนมโจวที่บัดนี้ถูกช่วยขึ้นมาพ่นน้ำอยู่ข้างๆ ในมือของสนมโจวยังคงกำปิ่นหยกของชิงเยียนไว้แน่น! (ซึ่งชิงเยียนเป็นคนยัดใส่มืออีกฝ่ายในจังหวะที่ชุลมุนใต้น้ำ)

"นั่นปิ่นของหม่อมฉัน..." ชิงเยียนพูดจบก็สลบไปอีกครั้ง

สายตาของเซียวจื่อเซียนจดจ้องไปที่ปิ่นในมือสนมโจว พระองค์ทรงเดินเข้าไปกระชากปิ่นนั้นมา แล้วมองสนมโจวด้วยสายตาที่พร้อมจะประหารคนได้ทันที

"สนมโจว... เจ้ามีคำอธิบายอะไรไหม ว่าเหตุใดปิ่นของหลินเหรินถึงไปอยู่ในมือเจ้า ในขณะที่นางกำลังจมน้ำ?"

"ฝ่า... ฝ่าบาท หม่อมฉันมิได้ตั้งใจ! หม่อมฉันเพียงแต่พยายามจะดึงนางไว้!" สนมโจวละล่ำละลัก แต่อาการพิรุธนั้นชัดเจนเกินไป

"ดึงนางไว้แต่ทำไมเจ้าถึงตกลงไปพร้อมกับนางในทิศทางที่เหมือนคนกระโจนใส่?" ฮ่องเต้หันไปมองฉินกุ้ยเฟย "กุ้ยเฟย เจ้าเป็นคนดูแลงานเลี้ยงนี้ เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร?"

ฉินกุ้ยเฟยหน้าซีดเผือด นางรู้ว่าสนมโจวทำงานพลาดและทิ้งหลักฐานไว้ "หม่อมฉัน... หม่อมฉันจะสอบสวนเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดเพคะ"

"ไม่จำเป็น!" ฮ่องเต้ตัดบท "สนมโจว ก่อการร้ายต่อผู้อื่นในงานเลี้ยงหลวง สั่งโบยห้าสิบไม้และส่งไปอยู่ตำหนักเย็น! ส่วนหลินเหริน... ข้าจะพานางกลับตำหนักเอง และหากนางเป็นอะไรไปแม้เพียงนิดเดียว ข้าจะเอาผิดกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง!"

ฮ่องเต้อุ้มร่างที่เปียกโชกของชิงเยียนขึ้นแนบอกแล้วดำเนินจากไป ทิ้งให้ฉินกุ้ยเฟยยืนกำหมัดแน่นด้วยความอัปยศท่ามกลางสายตาของสนมคนอื่นๆ ที่เริ่มมองนางด้วยความหวาดกลัวและเคลือบแคลง

ภายในตำหนักฉีเสียง หลังจากหมอหลวงตรวจอาการและยืนยันว่าชิงเยียนเพียงแค่ตกใจและสำลักน้ำเล็กน้อย ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่าง พระองค์ทรงเช็ดหน้าให้นางอย่างอ่อนโยน ซึ่งเป็นภาพที่ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหด

เมื่อชิงเยียนลืมตาขึ้นจริงๆ (โดยที่ไม่มีใครอยู่) นางพบว่าฮ่องเต้กำลังจ้องมองนางด้วยแววตาที่ซับซ้อน

"เจ้าจงใจใช่ไหม?" พระองค์ถามเสียงเรียบ

ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง "ทูลฝ่าบาท... หากหม่อมฉันไม่จงใจตกลงไป หม่อมฉันก็คงจะถูก 'ผลัก' จนตายอยู่ดี การยอมเจ็บตัวเล็กน้อยเพื่อกระชากหน้ากากคนชั่ว... นับว่าคุ้มค่าเพคะ"

เซียวจื่อเซียนถอนหายใจยาว พระองค์ทรงรวบตัวนางเข้าไปกอดแน่น "เจ้ามันนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์จริงๆ ชิงเยียน... เจ้าไม่กลัวบ้างหรือว่าหากข้าช่วยเจ้าไม่ทัน เจ้าจะตายจริงๆ?"

"หม่อมฉันเชื่อว่าพระองค์จะอยู่ตรงนั้นเสมอเพคะ" ชิงเยียนซบหน้าลงกับอกเขา "และหม่อมฉันจะไม่ยอมตาย... จนกว่าจะได้เห็นคนที่ทำร้ายหม่อมฉันต้องชดใช้"

คำพูดของนางทำให้ฮ่องเต้รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แฝงอยู่ พระองค์ทรงจุมพิตที่หน้าผากนางเบาๆ "ข้าสัญญา... ใครก็ตามที่แตะต้องเจ้า มันต้องไม่ตายดี"

ในคืนนั้น แผนการของฉินกุ้ยเฟยไม่เพียงแต่จะล้มเหลว แต่มันยังกลายเป็นบันไดให้ชิงเยียนก้าวขึ้นไปนั่งอยู่ในใจของจักรพรรดิได้อย่างมั่นคงกว่าเดิม ขณะที่สนมโจวผู้เป็นเบี้ยล่างต้องรับกรรมแทนเจ้านายไปอย่างน่าอนาถ

ตัดภาพไปที่จวนโหว (หลินเยี่ยฉือ)

เยี่ยฉือที่กำลังพยายามแย่งชิงความโปรดปรานจากสามี กลับต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเซี่ยจวินเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"เยี่ยฉือ! เจ้าไปทำอะไรไว้ที่วังหลวง?" เซี่ยจวินตวาด

"ข้า... ข้าเปล่านะเจ้าคะ ท่านพี่พูดเรื่องอะไร?"

"คนของข้าในวังรายงานว่า วันนี้หลินชิงเยียนตกน้ำ และสนมโจวเพื่อนสนิทของแม่เจ้าถูกลงโทษหนัก! ฝ่าบาททรงกริ้วมากและเริ่มสั่งตรวจสอบคนที่มีความสัมพันธ์กับสนมโจวทั้งหมด! เจ้าเป็นพี่สาวนาง... เจ้าควรจะเขียนจดหมายไปเตือนนางบ้าง ไม่ใช่เอาแต่สร้างเรื่องให้ตระกูลหลินเดือดร้อน!"

เยี่ยฉือทรุดลงกับพื้น ความริษยาและหวาดกลัวเข้าจู่โจมพร้อมกัน ชิงเยียน... เจ้าดวงแข็งนักนะ! แม้แต่สระบัวมรกตก็ยังฆ่าเจ้าไม่ได้งั้นหรือ!

สงครามในน้ำจบลงด้วยชัยชนะของชิงเยียน แต่สงคราม "ลับ" ที่เกี่ยวกับความลับในร่างกายของฉินกุ้ยเฟย... กำลังจะเริ่มถูกเปิดโปงในตอนต่อไป!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 24 การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

    ในคืนที่พระจันทร์ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆดำมืด บรรยากาศภายในวังหลังกลับเงียบสงัดผิดปกติ หลินชิงเยียนนั่งลืมตาโพลงอยู่บนแท่นบรรทม สัญชาตญาณของการเป็นแม่และการเคยผ่านความตายมาก่อนบอกนางว่าภยันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นางลูบหน้าท้องอย่างแผ่วเบาด้วยมือที่เย็นเฉียบ"ชุ่ยเอ๋อร์... ดับไฟในห้องโถงด้านนอกให้หม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 23 เยี่ยฉือผู้บ้าคลั่ง

    พายุฝนกระหน่ำซัดชายป่าเมืองหลวงจนกระท่อมดินซอมซ่อสั่นคลอนราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ภายในห้องที่อับชื้นและมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบลอดผ่านรอยแตกของผนัง เผยให้เห็นร่างของสตรีที่ดูไม่ต่างจากภูตผี — หลินเยี่ยฉือนางนั่งอยู่บนพื้นดินที่แฉะชื้น ผมเผ้ายาวพะรุงพะรังสีนวลขาวเพราะฝุ่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 22 จุดจบของแม่เลี้ยงและบิดา

    หลังจากกลิ่นอายความตายของฉินกุ้ยเฟยจางหายไปจากวังหลวง หลินชิงเยียนในฐานะหวงกุ้ยเฟยผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ถึงเวลาที่นางจะชำระบัญชีแค้นที่ค้างคามาตั้งแต่เยาว์วัย บัญชีที่เริ่มต้นจากจวนตระกูลหลิน... บ้านที่ควรจะเป็นที่พักพิง แต่กลับเป็นนรกที่แผดเผานางและมารดาผู้ล่วงลับในเช้าที่อากาศขมุกขมัว ชิงเยียนน

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 21 ข่าวดีที่รอคอย

    หลังจากพายุการล้างบางนางสนมฝ่ายร้ายสงบลง วังหลังก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแผนการร้ายถูกแทนที่ด้วยความร่มเย็นของพันธุ์ไม้ที่เบ่งบานตามฤดูกาล ทว่าท่ามกลางความสงบนั้นกลับมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นภายในตำหนักฉีเสียงหลินชิงเยี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status