Inicio / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 11 ปมในใจของจักรพรรดิ

Compartir

ตอนที่ 11 ปมในใจของจักรพรรดิ

last update Fecha de publicación: 2026-05-22 01:01:54

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตำหนักฉีเสียงในยามวิกาล แสงเทียนสีนวลตาไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแง้มของประตูไม้แกะสลัก หลินชิงเยียนนั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ นางไม่ได้อ่านตำราหรือปักผ้าอย่างสตรีอื่น แต่กลับกำลังใช้พู่กันจุ่มหมึกข้นเขียนชื่อบุคคลสำคัญในราชสำนักลงบนกระดาษแผ่นบาง ก่อนจะขีดฆ่าชื่อของ "ฉินกุ้ยเฟย" ทิ้งด้วยเส้นหมึกสีแดงเข้ม

"หมากตัวใหญ่ล้มลงแล้ว... แต่อำนาจที่ว่างลงมักจะดึงดูดแร้งลงมาเสมอ" ชิงเยียนพึมพำ

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นทว่าสับสนดังขึ้นที่หน้าตำหนัก ไม่มีการขานชื่อจากขันทีเช่นเคย ชิงเยียนรีบเก็บกระดาษซ่อนไว้ใต้ตำราทันท่วงที ก่อนจะลุกขึ้นย่อกายถวายพระพรเมื่อร่างสูงสง่าของเซียวจื่อเซียนก้าวเข้ามา

ทว่าสิ่งที่นางเห็นกลับไม่ใช่จักรพรรดิผู้ทรนง ฮ่องเต้ในคืนนี้ทรงสวมเพียงชุดลำลองสีเรียบ พระพักตร์ดูอิดโรยและแววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้าวราน พระองค์ทรงถือไหสุราเล็กๆ มาด้วย กลิ่นสุราแรงโชยมาปะทะจมูก

"ฝ่าบาท... พระองค์ทรงดื่มมาหรือเพคะ?" ชิงเยียนรีบเข้าไปพยุงพระหัตถ์อย่างอ่อนโยน

เซียวจื่อเซียนไม่ตอบ แต่กลับคว้าตัวชิงเยียนเข้าไปกอดแน่นจนนางแทบหายใจไม่ออก พระเศียรซบลงบนไหล่บางของนาง ร่างกายที่ดูแข็งแกร่งกลับสั่นเทาเล็กน้อย

"ชิงเยียน... เจ้าบอกข้าที ว่าในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าความจริงใจอยู่จริงหรือไม่?" สุรเสียงของพระองค์พร่ามัว "ข้าโตมาในวังที่เต็มไปด้วยเข็มพิษซ่อนในรอยยิ้ม เสด็จแม่ของข้าถูกวางยาตายต่อหน้าต่อตา ข้าต้องฆ่าพี่น้องเพื่อรักษาบัลลังก์ และเมื่อข้าคิดว่าข้ามีสตรีที่ไว้ใจได้ข้างกาย... นางกลับใช้ยาพิษและคำลวงมาหลอกข้าเป็นสิบปี!"

ชิงเยียนนิ่งอึ้ง นางสัมผัสได้ถึง "ปม" ที่ฝังรากลึกในใจของทรราชผู้นี้ พระองค์ไม่ได้โหดเหี้ยมโดยสันดาน แต่พระองค์ถูกหล่อหลอมด้วยความหวาดระแวงจนกลายเป็นกำแพงน้ำแข็ง

"ฝ่าบาท... หม่อมฉันมิอาจกราบทูลแทนผู้อื่นได้ แต่สำหรับหม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องหลอกลวงพระองค์" ชิงเยียนลูบแผ่นหลังของพระองค์เบาๆ อย่างปลอบโยน "เพราะหม่อมฉันเองก็คือคนที่ถูกโลกใบนี้ทอดทิ้งมาเหมือนกัน หากหม่อมฉันไม่ภักดีต่อพระองค์ แล้วหม่อมฉันจะไปพึ่งพิงใครได้อีกเพคะ?"

เซียวจื่อเซียนผละออกเล็กน้อย จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของชิงเยียน "เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงสั่งประหารคนเป็นว่าเล่น? เพราะข้ากลัว... ข้ากลัวว่าหากข้ากระพริบตาเพียงครู่เดียว ดาบของคนที่ข้ารักจะปักเข้าที่กลางหลังข้า"

พระองค์ทรุดองค์นั่งลงบนพรมหนา ชิงเยียนนั่งลงข้างๆ คอยรินน้ำชาอุ่นๆ ให้เพื่อคลายฤทธิ์สุรา

"ตอนข้ายังเป็นองค์ชายหก... ข้าเคยมีลูกหมาตัวหนึ่งชื่อสิงขร ข้ารักมันมาก แต่วันหนึ่ง เสด็จพี่ใหญ่สั่งให้คนเอามันไปถ่วงน้ำ เพียงเพราะข้าสอบได้คะแนนดีกว่าเขา" พระองค์เค้นหัวเราะอย่างขมขื่น "ตั้งแต่วันนั้น ข้าสาบานว่าข้าจะไม่รักสิ่งใดที่เป็นจุดอ่อนให้คนอื่นมาทำลายข้าได้อีก แต่เจ้า... หลินชิงเยียน เจ้ากำลังทำให้ข้าผิดคำสาบาน"

ชิงเยียนหัวใจกระตุก ความจริงใจที่พระองค์เผยออกมาในยามมึนเมาคือน้ำทิพย์ที่ชโลมใจนางเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด หากนางต้องการจะควบคุมพระองค์ นางเพียงต้องเป็น "จุดอ่อน" เดียวที่พระองค์ยอมรับ

"ถ้าเช่นนั้น... ก็ทรงทำให้หม่อมฉันแข็งแกร่งพอที่จะไม่มีใครทำลายได้สิเพคะ" ชิงเยียนเอ่ยด้วยเสียงที่มั่นคง "ทรงมอบอำนาจให้หม่อมฉัน เพื่อให้หม่อมฉันเป็นโล่ให้พระองค์ และพระองค์จะเป็นดาบให้หม่อมฉัน เราจะไม่มีวันถูกใครพรากจากกันเหมือนที่พระองค์เคยเสียสิงขรไป"

เซียวจื่อเซียนนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอื้อมพระหัตถ์มาเชยคางนางขึ้น "เจ้าช่างละโมบนัก... แต่ข้าชอบความละโมบของเจ้าที่ทำเพื่อข้า"

คืนนั้น ฮ่องเต้บรรทมที่ตำหนักฉีเสียงโดยมิทรงล่วงเกินนางทางกาย แต่พระองค์กลับทรงบรรทมหลับไปโดยที่ยังกุมมือของชิงเยียนไว้แน่นตลอดคืน เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่จักรพรรดิผู้ขี้ระแวงทรงบรรทมหลับสนิทโดยไม่ต้องพึ่งพายาสงบประสาท

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ จวนโหวตระกูลเซี่ย

ในขณะที่วังหลวงเริ่มมีแสงสว่างแห่งความหวัง ทว่าที่จวนโหวกลับมืดมนยิ่งกว่าเดิม หลินเยี่ยฉือนั่งก้มหน้าตัวสั่นอยู่กลางโถงรับรอง เบื้องหน้าของนางคือเซี่ยจวิน ที่บัดนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และเหล่าฮูหยินเซี่ยที่จ้องมองนางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

บนโต๊ะมีจดหมายจากทางการที่เพิ่งมาถึง

"เยี่ยฉือ! เจ้าอธิบายมาซิว่าทำไมเงินในบัญชีสินเดิมของเจ้าถึงหายไปมากกว่าครึ่ง?!" เซี่ยจวินตวาด "ข้าให้เจ้าจัดการดูแลเรื่องเบี้ยหวัดในจวน แต่เจ้ากลับเอาเงินไปติดสินบนนางกำนัลในวังเพื่อให้สืบข่าวของชิงเยียนงั้นหรือ?"

"ท่านพี่... ข้าเพียงแต่เป็นห่วงน้องสาว..." เยี่ยฉือละล่ำละลักบอก

"ห่วงงั้นหรือ? เจ้าเขียนจดหมายไปหาศัตรูของน้องสาวตัวเองต่างหาก!" เซี่ยจวินโยนเศษจดหมายที่เขาแอบไปดักชิงมาได้ลงบนพื้น "เจ้าจงใจบอกฉินกุ้ยเฟยเรื่องที่ชิงเยียนแพ้เกสรดอกไม้บางชนิด เจ้ากะจะให้นางตายในวังเพื่อที่เจ้าจะได้สะใจใช่ไหม?!"

เยี่ยฉือหน้าซีดจนเป็นสีเทา "ข้า... ข้าไม่ได้ทำ..."

"หุบปาก!" เหล่าฮูหยินเซี่ยตบโต๊ะเสียงดัง "ข้าบอกแล้วว่านังลูกอนุนี่มันคบไม่ได้! จวนโหวเราเกือบต้องพินาศเพราะความอิจฉาริษยาของเจ้า บัดนี้กุ้ยเฟยถูกสั่งกักบริเวณและอาจถูกถอดถอน หากเรื่องที่เจ้าสมรู้ร่วมคิดหลุดไปถึงหูฮ่องเต้ หัวของพวกเราทุกคนจะหลุดจากบ่า!"

"ท่านแม่... ข้าขอประทานอภัย" เยี่ยฉือคุกเข่าลงคลานเข้าไปหา แต่เหล่าฮูหยินกลับเตะนางออกอย่างไม่ใยดี

"นับตั้งแต่วันนี้ไป เจ้าถูกถอดจากตำแหน่งผู้ดูแลจวน! ข้าจะให้อนุหวังขึ้นมาทำหน้าที่แทน และเจ้า... จงไปอยู่ที่เรือนซักล้าง ห้ามออกมาให้ใครเห็นหน้าจนกว่าข้าจะอนุญาต!" เซี่ยจวินสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่สุดเท่าที่นางเคยได้ยิน

เยี่ยฉือร้องไห้โฮ ความฝันที่จะเป็นฮูหยินผู้สูงศักดิ์พังทลายลงสิ้นเชิง นางถูกสาวใช้ลากตัวไปยังเรือนที่ลำบากที่สุดในจวน ในใจของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความมืดดำ นางไม่ได้สำนึกผิด แต่นางกลับยิ่งแค้นชิงเยียนมากขึ้นไปอีก

เพราะเจ้า... เพราะเจ้าคนเดียวชิงเยียน! ถ้าไม่มีเจ้า ข้าคงไม่ต้องเป็นแบบนี้!

กลับมาที่วังหลวง

ชิงเยียนได้รับรายงานเรื่องความล่มจมของเยี่ยฉือในจวนโหวจากสายลับที่นางจ้างไว้ นางเพียงแต่จิบชาอย่างใจเย็น

"ชุ่ยเอ๋อร์ เตรียมตัวเถิด" ชิงเยียนเอ่ย "พรุ่งนี้ข้าจะไปเข้าเฝ้าไทเฮา"

"ไทเฮางั้นหรือเพคะ? พระนางทรงถือศีลไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกมานานแล้วนะเพคะ"

"นั่นแหละคือประเด็น" ชิงเยียนยิ้มอย่างลึกลับ "ในยามที่ฮ่องเต้กำลังอ่อนไหว และกุ้ยเฟยกำลังพินาศ คนเดียวที่จะคานอำนาจและปกป้องข้าจากตระกูลฉินได้จริงคือพระนาง และข้ามี 'ของกำนัล' ชิ้นสำคัญที่ไทเฮาจะต้องพอพระทัยอย่างแน่นอน"

หมากกระดานนี้ ชิงเยียนไม่ได้รบเพียงเพื่อตัวเอง แต่นางกำลังรวบรวมอำนาจทั้งหมดมาไว้ในมือเพื่อรอวันที่นางจะกวาดล้างศัตรูให้สิ้นซากในคราวเดียว!

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 24 การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

    ในคืนที่พระจันทร์ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆดำมืด บรรยากาศภายในวังหลังกลับเงียบสงัดผิดปกติ หลินชิงเยียนนั่งลืมตาโพลงอยู่บนแท่นบรรทม สัญชาตญาณของการเป็นแม่และการเคยผ่านความตายมาก่อนบอกนางว่าภยันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นางลูบหน้าท้องอย่างแผ่วเบาด้วยมือที่เย็นเฉียบ"ชุ่ยเอ๋อร์... ดับไฟในห้องโถงด้านนอกให้หม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 23 เยี่ยฉือผู้บ้าคลั่ง

    พายุฝนกระหน่ำซัดชายป่าเมืองหลวงจนกระท่อมดินซอมซ่อสั่นคลอนราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ภายในห้องที่อับชื้นและมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบลอดผ่านรอยแตกของผนัง เผยให้เห็นร่างของสตรีที่ดูไม่ต่างจากภูตผี — หลินเยี่ยฉือนางนั่งอยู่บนพื้นดินที่แฉะชื้น ผมเผ้ายาวพะรุงพะรังสีนวลขาวเพราะฝุ่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 22 จุดจบของแม่เลี้ยงและบิดา

    หลังจากกลิ่นอายความตายของฉินกุ้ยเฟยจางหายไปจากวังหลวง หลินชิงเยียนในฐานะหวงกุ้ยเฟยผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ถึงเวลาที่นางจะชำระบัญชีแค้นที่ค้างคามาตั้งแต่เยาว์วัย บัญชีที่เริ่มต้นจากจวนตระกูลหลิน... บ้านที่ควรจะเป็นที่พักพิง แต่กลับเป็นนรกที่แผดเผานางและมารดาผู้ล่วงลับในเช้าที่อากาศขมุกขมัว ชิงเยียนน

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 21 ข่าวดีที่รอคอย

    หลังจากพายุการล้างบางนางสนมฝ่ายร้ายสงบลง วังหลังก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแผนการร้ายถูกแทนที่ด้วยความร่มเย็นของพันธุ์ไม้ที่เบ่งบานตามฤดูกาล ทว่าท่ามกลางความสงบนั้นกลับมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นภายในตำหนักฉีเสียงหลินชิงเยี

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status