หน้าหลัก / รักโบราณ / ชายาพยัคฆ์ / บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ 2

แชร์

บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ 2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-10 09:21:56

“พูด!!”

“กระ...กระหม่อม...” ผู้ใดไม่มีขวัญกล้าหาญล้วนสะดุ้งไหว บรรดาทหารกร้านศึกต่างยืนนิ่งราวกับศิลา จะมีก็แต่ขุนนางอ้วนทั้งสามที่กระถดตัวถอยหนี

“องค์ชายอย่าเพิ่งกริ้ว เหลียนอ๋องทรงชี้แจงว่านี่เป็นการกระทำโดยพลการของแม่ทัพชายแดน ดังนั้นเพื่อแสดงความจริงใจ เหลียนอ๋องจึงยินยอมลงนามเจรจาเป็นพันธมิตร สนับสนุนกำลังพล เงินทองและเสบียงเพื่อร่วมกันโค่นล้มแคว้นหลี่”

เอี้ยนเซินปาถ้วยชาลงพื้นด้วยสีหน้าเย็นเยียบ ยิ่งแปลว่าให้ระวังตัว

                “ไสหัวกลับไป ชีวิตข้าใช้เวลาอยู่ในสนามรบมากกว่าโต๊ะเจรจา คนสันดานน่ารังเกียจอย่างเหลียนอ๋อง ข้าไม่ต้องการลูกสาวของมันมาร่วมสกุล!”

น้ำเสียงของเขาขุ่นกระด้างพอๆ กับมวลเมฆที่เริ่มก่อตัวเหนือศีรษะ ท้องฟ้าเริ่มส่งเสียงคำรามครั่นครืน อีกไม่นานท้องทุ่งแห่งนี้คงจะเจิ่งนองเฉอะแฉะน่ารำคาญ ยิ่งฟังคำโต้แย้งของศัตรูผ่านปากขุนนางที่กินภาษีของราษฎร หัวใจของชายชาตินักรบยิ่งสูบฉีดเพลิงแค้นไปทั่วทุกอณู

“กระหม่อมเข้าใจถึงความขุ่นข้องขององค์ชาย และนึกเคืองแค้นแทนราษฎรไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใด แต่โบราณกล่าวไว้ ผูกมิตรไกลเพื่อโจมตีใกล้ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลดีเสมอมา เหลียนอ๋องไร้ทายาทชายสืบทอดบัลลังก์ มีเพียงองค์หญิงเหวิงเฉิงซึ่งอยู่ในวัยแรกรุ่น หากองค์ชายรับนางไว้ก็ย่อมสร้างอิทธิพลในแคว้นเหลียนโดยไม่ต้องสูญเสียทหารสักนายพ่ะย่ะค่ะ”

ชายหนุ่มกุมดาบที่ห้อยบั้นเอวไว้แน่น ขบกรามดังกรอด ทว่าขุนนางใหญ่ที่สุดในสามคนนั้นยังคงพยายามหว่านล้อม

“นี่เป็นราชโองการจากฝ่าบาท ขอองค์ชายเคารพการตัดสินพระทัยของฝ่าบาทด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ใจขององค์ชายต้องการจะบดขยี้แคว้นเหลียนให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเสีย หากเอ่ยคำสั่งเพียงคำเดียว ทหารภายใต้กองธงพยัคฆ์จะต่อสู้จนตัวตาย เขารู้กระทั่งว่าเจ้าเฒ่าเหลียนอ๋องแอบเจรจากับแคว้นหลี่ให้ยกทัพมาประชิดชายแดนอีกด้าน บีบบังคับให้เขาถอยไปรับมือทางฝั่งนั้นเสีย และหากทัพของเขาเผลอเมื่อใด โจรไร้สัจจะอย่างมันจะต้องตีตลบหลังแน่นอน

ดวงตาคมดุจเหยี่ยวหรี่ตาจับจ้องธงตราทัพของศัตรูที่ตั้งอยู่อีกฟากอย่างเดือดดาล

อีกเพียงนิดเดียว... นิดเดียวเท่านั้นเขาก็จะขยี้พวกมันให้ถอยร่นแตกกระเจิง แต่ไอ้เฒ่าเหลียนอ๋องรอบจัดกว่าที่คิด เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังจะพ่ายแพ้ก็รีบส่งทูตไปเจรจา เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามันคิดจะถ่วงเวลา

เอี้ยนเซินตระหนักดีว่าการทำศึกกับแคว้นเหลียนครั้งนี้ต้องสูญเสียไพร่พลและผลาญเสบียงไปจำนวนไม่น้อย การบุกลึกเข้ามาในเขตอิทธิพลของแคว้นเหลียนมีทั้งข้อดีข้อเสีย หนึ่งคือหากปิดบัญชีไม่ได้ภายในเวลาที่กำหนด เขาอาจถูกแคว้นหลี่ฉวยโอกาส

ข้อเสนอของเหลียนอ๋องเต็มไปด้วยพิรุธ หากยอมรับข้อเสนอนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากยื่นขวานให้คนตัดไม้ล้างผลาญผืนป่า เขาจะไม่แปลกใจเลยหากองค์หญิงแคว้นเหลียนจะชักมีดแทงใส่เขาเพื่อช่วยเหลือพระบิดาของนาง  

“เรากำลังรบศึกสองด้าน หากมัวยืดเยื้ออยู่ที่นี่ เราจะถูกแคว้นหลี่ตลบหลัง และเหลียนอ๋องอาจจะเปลี่ยนพระทัย หันไปร่วมมือกับแคว้นหลี่ เราจะเป็นฝ่ายลำบาก องค์ชาย... ได้โปรดตัดสินพระทัยด้วย”

“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้องค์ชายตอบรับข้อเสนอสงบศึก ร่วมมือกับเหลียนอ๋อง ทำลายแคว้นหลี่ให้ราบคาบ พระองค์ต้องยอมรับการอภิเษกกับองค์หญิงแคว้นเหลียนพ่ะย่ะค่ะ”

“องค์ชายโปรดตัดสินพระทัยโดยเร็ว”

เอี้ยนเซินกำหมัดด้วยความรวดร้าวใจ สะกดคำสบถไว้เพราะรู้ว่าผลการตัดสินใจวันนี้จะหลอกหลอนเขาไปชั่วชีวิต เขาหมั้นหมายกับบุตรีขุนนางใหญ่ผู้หนึ่งไว้แล้ว กำลังทรัพย์สินและทหารในสังกัดสกุลของนางสำคัญต่อการทำศึก หัวเมืองอิสระที่บิดาของนางปกครองอยู่จะช่วยให้แคว้นเอี้ยนได้ครองชัยภูมิสำคัญ เขาต้องการทหารของนาง

“องค์ชายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ พิธีอภิเษกจะจัดขึ้นทันทีที่องค์หญิงเสด็จมาถึงเจียนหยาง[1]”

เสียงกดดันจากเหล่าขุนนางทำให้สีหน้าของเอี้ยนเซินทวีความดุร้าย อารมณ์ขุ่นมัว ฟ้ามืดราวกับย้อมด้วยหมึก เสียงฟ้าร้องคำรามเลือนลั่นดังขึ้นเป็นระยะ

“องค์ชาย” ขุนนางก้าวขาออกมาก้าวหนึ่งแล้วคุกเข่าลง ประคองราชโองการขึ้นเหนือศีรษะ

เมฆดำบนท้องฟ้ารวมตัวกันเป็นก้อนหนาทึบ กดดันให้ทุกอย่างหนักหน่วง ในที่สุดก็เกิดเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง สายฟ้าสว่างวาบในหมู่เมฆ ลมค่อยๆ พัดแรงขึ้นกวาดเอาฝุ่นปลิวว่อนแล้วพัดกระหน่ำรุนแรงจนต้นไม้กระชากเหมือนถูกมือยักษ์ดึงทึ้ง สายฝนเริ่มเทพลั่กๆ ราวกับใครเจาะรูบนฟ้า ความหนาวเย็นซึมเซาะไปตามเสื้อเกราะลึกลงถึงกระดูก แต่หาได้ล้างความโกรธเกรี้ยวในใจของเขาออกไปไม่

เสียงฟ้ากัมปนาทอีกครั้ง... นานทีเดียวกว่าจอมทัพจะคลายมือออกจากด้ามดาบ

“ข้ายอมรับพระบัญชา” ร่างสูงสง่ากล่าวในที่สุด สีหน้าและแววตาเด็ดเดี่ยว “ข้าจะรับองค์หญิงเหวินเฉิงแห่งแคว้นเหลียนเป็นชายา กระทำตามหน้าที่ในฐานะองค์ชายแห่งแคว้นเอี้ยน” มือแกร่งถอดแหวนหยก ประทับตราลงบนราชโองการ ก่อนจะขว้างคืนใส่หน้าผู้นำมาถวาย

“ขอปวงเทพเจ้าคุ้มครองแคว้นเอี้ยน จงรีบเชิญนางมาผจญนรกจากข้าได้เลย”

[1] เมืองหลวงของแคว้นเอี้ยน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 5

    “ข้า... ข้าคิดว่าเราควรจะทบทวนกันใหม่ เราควรจะ...”“จูบ”“เอ้อ จูบ” ข้าโคลงศีรษะไปมา ก่อนจะตัดสินใจเงยหน้า ยืดตัวขึ้นแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าประทับริมฝีปากลงไป เอาแต่พ่นลมหายใจอุ่นๆ ใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตายเท่านั้นเอง“ถ้าเจ้าไม่จูบ ข้าจะจูบแทนนะ”“ก็ข้า...”“ถ้าให้ข้าจูบ รับรองว่าจะไม่จบแค่จูบนะ”“ไม่เอานะ”“งั้นจูบ อย่าอิดออด”ข้าตัดสินใจรวบรวมความกล้า หลับหูหลับตากดริมฝีปากลงไป แต่สิ่งที่ข้าจูบกลับไม่ใช่ริมฝีปากของเสี่ยวเจิน แต่เป็นตำราเล่มหนึ่ง“เป็นสาวเป็นแส้ ริอ่านทำตัวยั่วยวน”พี่หยางสือโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เอาตำรากุลสตรีมาขวางกลางได้พอเหมาะพอเจาะ จากนั้นก็เอาตำรานั่นโบกศีรษะข้ากับเสี่ยวเจินคนละที เส้นเลือดบนขมับเสี่ยวเจินปูด แต่เขาไม่พูดอะไร“พี่หยางสือ ตามมาถึงนี่ มีธุระอะไร”“ขนลุก ขนลุก เจ้าเรียกข้าเป็นพี่แบบนี้ ข้าขนลุก” พี่หยางสือเกาแขนเกาขา

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 4

    ข้าชื่อลี่หลิน... องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แล้วก็... ข้ากำลังถูกลักพาตัว ขณะที่ม้าศึกของโจรบ้ากำลังวิ่งควบท่ามกลางแสงตะวัน สีหน้าของข้ายังคงแตกตื่น สองมือพยายามคว้าบังเหียนม้าเพื่อหยุด แต่มือสากกระด้างของคนที่นั่งอยู่ข้างหลังข้าตะปบมือข้าไว้ กลายเป็นว่าเราจับมือกันควบม้า คนที่ลักพาตัวข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องของข้า...เซวียนเจิน ไอ้บ้า “หลินเอ๋อร์ เจ้าไม่ควรใจร้อนนะ” &

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 3

    เขาเติบโตเป็นชายฉกรรจ์องอาจผ่าเผย ร่างกายสูงใหญ่ล่ำสัน พูดจาสุภาพนุ่มนวล ความสามารถเก่งรอบด้านและเชี่ยวชาญการใช้กลศึก เขาเป็นพี่ชายที่ข้าชื่นชอบมาก แต่เขาไม่ยอมคุยกับข้าอีกเลย ข้าได้แต่ยืนหลบๆ อยู่หลังเสาทุกครั้งที่เจอเขาในวัง มองอยู่ไกลๆ ไม่กล้าเข้าไปคุยหรือจูงมือเดินเล่นกันเหมือนอย่างวันวานอีก เขาสังเกตเห็นข้าเช่นกัน แต่เขาหันไปทางอื่นแทน ข้าเหงามากเลย ในที่สุดข้าก็รวบรวมความกล้า หอบขนมไส้งาไปให้เขา &ldq

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 2

    “นี่ข้าทำให้เจ้านะเสี่ยวเจิน เสด็จแม่บอกว่านกนางแอ่น[1]จะหวนกลับมาทำรังที่เดิมทุกปี เจ้าจะได้กลับมาหาข้าอีกไง”ข้าปักลายผ้าเป็นรูปนกกำลังบิน ท่านอาสะใภ้สามสอนให้ข้าปักลายแปลกๆ ใหม่ๆ หลายแบบ ข้าจึงตั้งอกตั้งใจปักแล้วนำไปเย็บติดกับแถบเข็มขัดด้านในของเสี่ยวเจิน“...”เขาดูอึ้งๆ เพราะลายนกปักมันบูดๆ เบี้ยวๆ ดูไม่ค่อยออกด้วยซ้ำว่าเป็นนกอะไร แต่ข้าก็อยากทำให้เขา “สัญญานะว่าจะกลับมาหาข้าอีก... นะพี่ชาย”“หลินเอ๋อร์...”“หื้ม?”“...”เสี่ยวเจินทำหน้าอึกอัก ข้าไม่ทันฟังให้จบเพราะน้องเสี่ยวซื่อดึงแขนเสื้อข้าพลางร้องปวดฉี่ ข้าจึงต้องอุ้มน้องรีบไปจัดการโดยด่วนข้าชอบฟังท่านอาสามเล่าเรื่องเสือตัวใหญ่ซึ่งถูกท่านอาสามปราบด้วยมือเปล่า ใครมาเยี่ยมแล้วถามถึงหนังเสือผืนใหญ่ที่แขวนอวด ท่านอาก็ฟุ้งเรื่องนี้ได้เป็นวันๆ ไม่มีเบื่อเลย ข้าชอบฟังมาก ไปหาท่านอาสามเมื่อไหร่ก็ขอให้เล่าให้ฟังทุกที 

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 1

    ข้าคือท่านหญิงลี่หลินแห่งจวนเซินอ๋อง ลูกสาวคนโตของท่านแม่อู๋ซานเหนียงกับท่านพ่อเอี้ยนเซินเจ้าค่ะ ปีนี้ข้าแปดขวบแล้ว มีพี่ชายหนึ่งคนชื่อพี่หยางสือ เขาชอบโม้ว่าตัวเองอายุสิบขวบ โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เฮอะ! โตที่ไหนกัน ช่างเถอะ ข้าไม่สนพี่บ้าๆ คนนี้หรอก“หลินเอ๋อร์ ตื่นได้แล้วลูก”ข้าพลิกตัวหนี ยังไม่อยากตื่น หัวไปทาง ขาไปทาง ยกขาถีบผนังเตียงไปหนึ่งที“เสี่ยวหยาง แม่บอกแล้วใช่หรือไม่ว่าให้นอนแยกเตียงใครเตียงมันได้แล้ว”“หลินเอ๋อร์กระโดดมานอนเตียงนี้แล้วไม่ยอมกลับเองนี่พ่ะย่ะค่ะ” หูข้าได้ยินพี่ชายฟ้องแม่ฉอดๆ ข้าอยากจะลุกขึ้นเถียงนะ แต่ตอนนี้ข้ายังงัวเงีย“หลินเอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว ดูสิ เจ้านอนถีบเสี่ยวเจินอีกแล้ว”เสี่ยวเจิน? ใครหว่า... อ๋อ ลูกพี่ลูกน้องของข้าเอง เขาเป็นลูกชายของท่านอาหย่งอาน ท่านอาแต่งกับองค์ชายแคว้นหลี่ ผ่านไปหลายปีถึงได้กลับมาเยี่ยมแคว้นเอี้ยนบ้านเกิด ระหว่างนี้เสี่ยวเจินก็เลยมาพักอยู่กับเราเผียะ!!เจี๊ยก... พอโดนไม้เรียวกระทบก้น ข้าถึงได้ตื่นเต็มตา กระเด้งตัวขึ้นมานั่งเร

  • ชายาพยัคฆ์   บทส่งท้าย ครองคู่ 3 [จบ]

    เขากำลังชันเข่าเก็บศรเกาทัณฑ์ที่หล่นเกลื่อนกลาด ร่างแข็งแรงเปลือยท่อนบน กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ กระตุกไหวตามท่วงท่า อู๋ซานเหนียงจึงพอใจที่จะมองเขาเงียบๆ แววตาเป็นประกายชื่นชม เมื่อคืนทั้งสองเพิ่งจะร่วมรักกันหนักหน่วงอย่างหมดหัวใจ แสนจะดุดันและดิบเถื่อน ตะกายเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่าจนหมดเรี่ยวแรงแต่ถึงจะอย่างนั้น ทั้งคู่ก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ“เซินเซิน...” อู๋ซานเหนียงก้าวเข้าไปแต่หยุดยืนห่างจากเขา นางยิ้มอย่างมีความหมายขณะมองเรือนกายกำยำแสนเร้าใจของเขา นึกถึงตอนที่เขากลับจวนหลังจากสิ้นสุดสงครามครั้งใหญ่นั่น นางกับเขาทำสถิติข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว นึกขึ้นมาคราวใดก็อดขำไม่ได้ที่นางกับเขาทำตัวเหมือนพวกตายอดตายอยากขนาดนั้น“หากเรียกข้าด้วยชื่อนั้นต้องมีค่าธรรมเนียมนะเมียข้า” เขาเงยหน้าขึ้นพลางขยิบตา อันเป็นกระบวนท่าร้ายกาจที่สุดกระบวนหนึ่ง แต่อู๋ซานเหนียงมั่นใจว่านางเด็ดกว่านั้น“ข้าไม่มีเงินทองติดกาย แต่ยินดีจ่ายด้วยเนื้อตัว... ท่านจอมทัพพยัคฆ์พอจะผ่อนผันรับไว้ได้หรือไม่” อู๋ซานเหนียงก้มลงหยิบศรเกาทัณฑ์ขึ้นมา จงใจให้ทรวงอก

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 1

    บทที่ 3 คัดเลือกตัว เดือนต่อมา ยามเช้าตรู่ อู๋ซานเหนียงตื่นเช้

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 3

    “เจ้า!! พูดจาเหลวไหล!”จิวจิ่นฟางโกรธจัดเกือบจะบันดาลโทสะ แต่เป็นเพราะเป็นคนมีชนักปักหลัง แอบลักลอบเล่นชู้กับแม่เลี้ยงสาวของตนเอง จิวจิ่นฟางจึงยืนนิ่ง หน้าแดงก่ำเหมือนตับหมู เรื่องนี้ชาวบ้านก็พอรู้แต่ไม่มีใครกล้าพูด เมื่อมีเหตุการณ์ชี้ตัวจับผู้เฒ่าเข้าคุก แถมยังจงใจลบหลู่ฐานะของตาเฒ่าเพื่อทำลายความ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 2

    ปีนี้นางอายุสิบหกแต่ยังไม่มีคุณชายบ้านไหนสนใจส่งแม่สื่อมาทาบทาม อาจจะเป็นเพราะชื่อเสียงกิตติศัพท์ด้านไม่ดีไม่งามทั้งหลายดังกระฉ่อน หรืออาจจะเป็นเพราะเมื่อปีที่แล้วนางถีบคุณชายบ้านไหนสักบ้านตกน้ำ บรรดาแม่สื่อจึงพากันขีดฆ่าชื่อของนางทิ้งไป“ใต้เท้าโปรดพิจารณาด้วย คนร้ายอยู่ที่นี่แล้ว” อู๋ซานเหนียงเช็

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 1

    บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง ฤดูใบไม้ร่วง แคว้นเหลียนสภาพอากาศช่วงนี้ฝนตกหนักต่อเนื่องไม่ขาดระยะ หากไม่ฝนตกก็เมฆหนาครึ้ม ถนนหนทางกลายเป็นมังกรโคลนพาดเลื้อยเลี้ยวหายไปในม่านฝน เมื่อท้องฟ้าครึ้มก็ทำให้เมืองหานซานดูหม่นหมอง เนื่องจากเกิดสงครามแทบจะปีเว้นปี แผ่นดินขาดเอกภาพ เมืองหลวงจึงเริ่มขา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status