تسجيل الدخولเมื่อหลี่เซวียนหลงกลับ
มือของเขาค้างนิ่งบนเอวคอดกิ่ว สายตาคมกริบร้อนระอุจนนางกอดตัวเองไว้เพื่อป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ เฉินเถาฮวานิ่งเงียบไปอึดใจก่อนจะคลายอ้อมแขนของตนเองช้าๆ เผชิญหน้าชายฉกรรจ์ผู้ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นเจ้าชีวิตของนางไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งนางหลับตาแน่นปี๋ ก่อนจะเค้นคำออกมาตะกุกตะกัก “สา...สา...มี...ข้า”“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”“ไม่รู้ ไม่เรียกแล้ว!” เฉินเถาฮวาหรุบตามองตลับยาในมือของเขา ไม่ใช่เพราะมันสวยงามวิจิตรอะไรหรอก เพียงแต่นางอยากจะมองอะไรสักอย่างไว้ก่อนที่จะเป็นลมเพราะแววตาร้อนๆ ของชายหนุ่ม แสงสว่างจากเปลวเทียนจับต้องผิวขาวผ่องของนางอย่างพอเหมาะพอเจาะ เรือนร่างของนางสวยงามไร้ที่ติเสียจนเขาใจเต้นระทึกนางจับมือสากกระด้างของเขาไว้ นำมาวางบนทรวงอกของตน ต่างฝ่ายต่างหน้าแดงราวกับจับไข้ นางจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับคัดจมูกจนจามเสียงดัง หลี่เซวียนหลงจึงเอื้อมมือมาแตะหน้าผากเพื่อวัดไข้ ก่อนจะยิ้มอย่างอารมณ์ดี“ไข้ขึ้นจนได้ ถึงเจ้าอยากจะได้ตัวข้า แต่ข้าคงจะสนองให้ไม่ได้หรอกนะ”หลี่เซวียนหลงเห็นเปลวไฟถูก
“ช่วงนี้เจ้าต้องอยู่นิ่งๆ สักพัก” หลี่เซวียนหลงอุ้มเฉินเถาฮวามานั่งที่คั่งอุ่นๆ เพื่อตรวจดูแผลที่ขาภายในห้องนอนของเขาเอง แสงตะเกียงอบอุ่นอาบไล้นุ่มนวล หลี่เซวียนหลงหันไปควานหายาตามลิ้นชัก เมื่อหันกลับมาอีกครั้ง เฉินเถาฮวาก็กำลังปลดกระบี่ที่แขวนบนผนัง ชักออกจากฝักมาตวัดร่ายรำดู กระบี่โบราณในมือเป็นกระบี่ชั้นยอด เพียงพลิกข้อมือพลิ้วไหวก็เกิดเสียงดังกังวานน่าเกรงขามทันที“กระบี่ดี น้ำหนักเบา”“ต่อจากนี้ไปทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่เป็นของเจ้าแล้ว”“ของข้า?” เฉินเถาฮวามองไปที่กองหนังสือบนหัวนอนของเขาก่อนจะส่ายหน้า “ข้าไม่ชอบอ่านหนังสือของท่าน”“การออกรบเป็นเรื่องที่น่าหลงใหลเพียงใด การอ่านหนังสือก็สำราญใจเพียงนั้น เอาไว้ข้าจะอ่านให้เจ้าฟังวันหลัง แต่ตอนนี้เจ้าต้องทำแผลได้แล้ว”ร่างสูงใหญ่ทรุดลงนั่งบนคั่งโดยที่มีเฉินเถาฮวาอยู่ในอ้อมแขน จับข้อเท้าที่บาดเจ็บพลิกดูไปมา ใส่ยาทำแผลแล้วประคบร้อน เขาเต็มอกเต็มใจดูแลทั้งๆ ที่ฐานะของเขาเองไม่จำเป็นต้องทำให้ด้วยซ้ำ เฉินเถาฮ
บทที่ 17 จวนหลงอ๋องท้องฟ้าวันนี้กระจ่างสดใสเสียจนดวงตาของหลี่เซวียนหลงพร่างพรายไปหมด อากาศหอมหวานแช่มชื่นจนอดครวญเพลงออกมาไม่ได้ ความสุขลอยล่องทั่วทุกอณูและตัวของเขาเปลี่ยนแปลงจาก ‘ผู้ทำลาย’ เป็น ‘ผู้สร้างสรรค์’ ไปแล้วตลอดกาล จู้จื่อเห็นเจ้านายเล่นผีผ้าห่มจนหน้าผ่องใสเกลี้ยงเกลาเช่นนั้นยังอดหมั่นไส้ไม่ได้ ช่วงก่อนอาละวาดจนบรรดาลูกน้องเข้าหน้าไม่ติด แต่พอมาวันนี้แจกยิ้มกระจายองค์ชายหนุ่มสวมมาลาทำจากหนังจิ้งจอกสีดำ ตัวเสื้อบุขนสัตว์ไว้ด้านในเพื่อความอบอุ่น ด้านนอกเป็นผ้าต่วนสีน้ำเงินเข้ม สวมเกราะอ่อนลายมังกรและเหน็บมีดสั้นของเฉินเถาฮวาไว้ที่เอวอย่างเช่นที่เคยเป็นมา แต่คราวนี้แตกต่างออกไปเพราะเจ้าของมีดได้กลับมาหาเขาแล้ว“เร่งมือหน่อย ข้าต้องการกลับถึงหยางโจวภายในวันนี้”หลี่เซวียนหลงออกคำสั่งให้ทหารที่ติดตามมาเตรียมตัวออกเดินทาง หลังจากเร่งเดินทางฝ่าความหนาวเย็น ขบวนทหารม้าเกราะดำก็เริ่มเข้าสู่ประตูเมือง ใหญ่โตเสียจนเฉินเถาฮวาต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่
ภายใต้แสงตะวันพร่างพรายลอดผ่านหลังคาผุพังเป็นลำแสง ใบหน้าของเขายิ่งคมเข้ม กร้าวแกร่งเยี่ยงชายชาติทหาร ดวงตาลุ่มลึกทอประกายงดงาม เฉินเถาฮวาเห็นความรักหลั่งล้นออกมาจากแววตาของเขา แม้ว่านางจะพยายามใจแข็งเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดก็คือหัวใจของตนเอง นางไม่เคยเอาชนะเสียงเรียกร้องจากหัวใจได้เลย“หากจะหยุดก็มีโอกาสแค่ตอนนี้เท่านั้นนะ เพราะข้าเองก็คงจะห้ามตัวเองไว้ไม่ไหว”น้ำเสียงของเขาแหบห้าว ในใจกู่ร้องขณะจ้องมองเจ้าฮวาเอ๋อร์ในอ้อมแขน นางหลับตาแน่นปี๋ ตัวสั่นพอๆ กับเขาและใช้สองมือปิดกลั้นเสียงครางไว้จนร้องอู้อี้ ทั้งเขาทั้งนางต่างเหงื่อโชกอยู่ในผ้าห่มทั้งๆ ที่อากาศด้านนอกหนาวจับขั้วกระดูก ร่างสูงสง่าจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หากขยับอีกเล็กน้อย นางก็จะได้เป็นเจ้าของพรหมจรรย์ของเขา“พร้อมนะ”“ไม่พร้อม ข้ายังไม่พร้อม” เฉินเถาฮวาร้องออกมา พลางฝืนผลักลอนหน้าท้องร้อนผ่าวออกไป หลี่เซวียนหลงจึงเลือกที่จะเคารพการตัดสินใจของนาง แต่ก็น้ำตาตกเล็กน้อย ยังไม่รู้ว่าจะหาทางทำให้ตัวเองสงบได้อย่างไร“เรารีบเดินทางกลับห
เฉินเถาฮวาพยายามอย่างยิ่งที่จะสะกดกลั้นความต้องการนั้นไว้ ส่วนเขาเองก็ไม่ต่างกันนัก มือทั้งสองข้างกำแน่น อยากจะขย้ำกอดให้แน่นกว่านี้แต่ก็เกรงว่าจะกระทบอาการป่วย มือทั้งสองข้างจึงเดี๋ยวกำเดี๋ยวคลาย ความรู้สึกหวิววาบตรงท้องน้อยหวนกลับมา มันรุนแรงจนร่างแข็งเขม็งขึ้นจนตึงแน่นไปหมด “เจ้าไม่เคยมีใจให้ข้าจริงหรือ?” หลี่เซวียนหลงกระซิบถามในที่สุด จ้องมองริมฝีปากจิ้มลิ้มซึ่งเขาจำได้แม่นว่าหวานละมุนเพียงใด แต่เฉินเถาฮวาปิดปากเงียบ สองมือยันแผงอกกำยำตึงแน่นของเขาไว้ “ข้าประกาศต่อพี่ชายของข้าและส่งข่าวไปถึงบิดาและพี่ชายของเจ้าแล้วว่าข้าจะรับเจ้าเป็นชายา” “ไม่ได้ สิ่งที่ท่านกำลังจะทำกำลังก่อสงคราม” “ยุติสงครามต่างหาก... ข้ากำลังวาดภาพเจ้าอุ้มท้องลูกของข้า และเราจะออ
“ข้าไปหาท่านหมอ เล่าอาการของท่านแม่ให้ฟัง ท่านหมอจึงเขียนเทียบยาให้ข้าไปซื้อ ข้าไม่มีเงินติดตัวก็เลยใช้ปิ่นปักผมทองคำแลกเป็นเงินมาได้สิบห้าอีแปะ คิดดูแล้วตอนนั้นข้าช่างซื่อบื้อเหลือเกิน ได้เงินมาก็รีบซื้อยาแล้วแวะซื้อแม่ไก่มาให้แม่ครัวช่วยทำอาหารบำรุง... พอวิ่งกลับไปถึงจวน...”เฉินเถาฮวาหลับตาลง“พี่ชายกับพี่สาวของข้า... พวกเขาเป็นลูกของท่านลุง พอเห็นข้าก็ร้องด่า หาว่าข้าขโมยไก่ของชาวบ้าน โวยวายแล้วลากข้าไปด่าบนถนนจนชาวบ้านพากันมามุงดู ท่านแม่ทราบเรื่องก็ลุกขึ้นจากเตียง คลานตะเกียกตะกายมาขอโทษแทนข้า บอกให้ข้าขอโทษ แต่ข้าไม่ยอม ข้าท้าให้ใครไปถามพ่อค้าขายไก่ก็ได้ แต่ไม่มีใครไป”“โอ... ถ้าข้าอยู่ตรงนั้น ข้าจะผ่าท้องมันแล้วยัดไก่ใส่เข้าไป”เฉินเถาฮวาถอนหายใจ ยิ่งเล่าเสียงก็ยิ่งแผ่วเบา ตีบตัน “ข้าวิ่งไปที่รูปเคารพเทพกวนอู คุกเข่าสาบานว่าข้าไม่เคยขโมยของของใคร ไก่ตัวนี้ข้าซื้อมันมาด้วยเงินเจ็ดอีแปะ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อกวนอูเจ้าขา เจ้าพ่อกวนอูช่วยฮวาเอ๋อร์ด้วย ท่านคือเทพแห่งความซื่อสัตย์ยุติธรรม ฮวาเอ๋อร์ถูกกล่าวหา
“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า &
นับจากนั้นมาเฉินเถาฮวาก็ขึ้นเป็นองค์หญิงหย่งอาน พระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง ทรงมิได้ตามใจเด็กหญิงแต่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีเอี้ยนเซินเป็นผู้สอนน้องสาวให้เขียนอ่าน สอนประวัติศาสตร์และระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เอี้ยนซ่านฉีสอนขี่ม้า ส่วนเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สอนอะไรทั้งนั้น เน้นใช้แรงงานอย่างเดียว
“หยุด!” เอี้ยนอ๋องตวาด ส่วนปลายแส้ม้านั้นเอี้ยนซ่านฉีตวัดฝ่ามือรับไว้ให้ทัน เขาลอบสังเกตเด็กน้อย นึกแปลกใจในความสุขุมเกินวัยเด็ก นับว่ากำลังขวัญของนางกล้าแข็งดีเยี่ยม“ฮวาเอ๋อร์คำนับท่านอ๋อง”ร่างน้อยคุกเข่าลง พูดจาฉาดฉาน ผิวพรรณของนางใสกระจ่างดุจหยกเนื้องามแ
บทที่ 2 ไปอยู่กับข้าชาติกำเนิดที่แท้จริงของเฉินเถาฮวานั้นเกิดในตระกูลใหญ่ และทุกคนต่างรู้ดีว่าครอบครัวเฉินมีศักดิ์ศรีเป็นขุนศึกมาทุกรุ่น สายเลือดอันเข้มข้นถ่ายทอดความสามารถมาถึงทายาทคนสุดท้าย บิดาของนางคือเฉินไท่เหวิน แม่ทัพคู่พระทัยของเอี้ยนอ๋อง เฉินเถาฮวาไม่เคยพบหน้าเพราะบิดาสิ้นชีพในสนามรบตั้งแ







