แชร์

บทที่ 5

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 16:09:57

“ทะ...ท่านแม่...ตะ...ตัดหัว” หลินเหยาหลบอยู่หลังท่านแม่ ตลอดชีวิตไม่เคยโดนคำขู่ร้ายแรงเพียงนี้ เห็นทีว่าจวนจวิ้นอ๋องมิใช่ที่จะอวดเบ่งบารมีได้

ซูหลันหนี่ว์ทรุดลงกับพื้นหน้าประตูจวนหากไม่ได้สาวใช้พยุงไว้คงพับไปแล้ว การจะมาเยี่ยมเว่ยเหยามิคิดว่าจะมีความผิดเพียงนี้เชียวหรือ

“ใช่...อยากเข้าอีกหรือไม่” น้ำเสียงทรงพลังด้านหลังทำให้ทั้งซูหลันหนี่ว์กับบุตรสาวต้องคุกเข่าขอประทานอภัย

“ขออภัยเพคะองค์รัชทายาทหม่อมฉันเพียงแต่อยากมาเยี่ยมบุตรสาวเท่านั้น” เสียงละล่ำละลักแก้ตัวนั้นไม่เป็นผลนัก เพราะองค์รัชทายาทโกรธแล้ว กระทั่งพระชายาองค์รัชทายาทก็มิอาจทัดทานได้

“ฟังประสาคนไม่รู้เรื่องหรือ จวนจวิ้นอ๋องไม่ต้อนรับคนนอก” เขาปล่อยให้สองแม่ลูกนี้เข้าไปมิได้ เพราะเป็นฮูหยินเสนาบดีกลาโหม แล้วตำหนักบูรพากับจวนจวินจวิ้นอ๋องล้วนกำลังถูกจับตามองจากเสด็จพ่อ จะมีผิดพลาดสักเพียงนิดไม่ได้ ตอนนี้ข่าวว่าเขาจับขั้วอำนาจหวังรวบแผ่นดินไว้เบ็ดเสร็จก็ถึงหูเสด็จพ่อแล้ว จึงต้องห่างเหินกับตระกูลซ่งสักระยะ

“ผู้แทนฝ่าบาท...ไฉ่กั๋วกง...มาแล้ว” เสียงขันทีของฝ่าบาทพูดนำมาตั้งแต่ลงจากรถม้า ทำให้องค์รัชทายาทและคนทั้งหมดหลีกทางให้

“ถวายพระพรองค์รัชทายาท” ไฉ่เฉินกั่วกงนำตราของฝ่าบาทถือมาด้วย นั้นแสดงให้รู้ว่าเขาเป็นผู้แทนที่จะมาตรวจเยี่ยมลูกสะใภ้ตน แต่พวกเขาทั้งหมดย่อมรู้ว่าเสด็จพ่อให้มาสอดส่องเรื่องภายในจวน

“ลำบากไฉ่กั๋วกงแล้ว”

“มิลำบาก รับสั่งฝ่าบาทเป็นข้าแผ่นดินย่อมสนองคุณฝ่าบาท”

“เช่นนั้นเชิญด้านในก่อน” องค์รัชทายาทกล่าวเป็นกันเอง ทั้งท่านขันทีและหมอหลวงส่วนพระองค์เสด็จพ่อก็มาด้วย

สองแม่ลูกมองตาม แต่ไม่กล้าเข้าไป เห็นทีว่าภายในคงจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้ว แต่ไม่ใช่เวลาที่นางกับลูกสาวจะสอดรู้สอดเห็นในยามนี้ จึงล่าถอยกลับไปก่อน

ซ่งเว่ยเหยาหลับไปหนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวันแล้ว แต่ยังไม่เห็นมีท่าทีว่าจะฟื้น ไฉ่เฉินกำหมัดแน่น เขาเห็นนางทุกข์ใจสวดมนต์อยู่อารามหย่งเล่อเพียงลำพังก็สงสารแล้ว ยามนี้โดนสามีทำให้ต้องนอนนิ่งสนิทกับเตียง ใบหน้าของนางก็ซีดเผือดไร้สีเลือด มองอย่างไรก็ยังน่าเป็นห่วง

หัวหน้าหมอหลวงประชุมเรื่องการรักษาและอาการของพระชายาจวิ้นอ๋องอย่างเคร่งเครียด ตอนนี้จัดยาถวายล้วนแล้วแต่ต่อต้าน ทำให้จวิ้นอ๋องและองค์รัชทายาท นั่งไม่ติด

จวิ้นอ๋องเองก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เขาไม่ได้สนยศตำแหน่งใด สนแต่เพียงให้นางฟื้นขึ้นมาเถอะ เขาอยากขอโทษนาง

“สงสารนางนัก” ในขณะที่ทุกคนกำลังเงียบ ท่านกั๋วกงก็เอ่ยขึ้น ทำให้ทุกคนมองไปที่นางเป็นตาเดียว แล้วก็ลุ้นว่าท่านกั๋วกงจะกล่าวอย่างไรต่อไปอีก

“ข้าเคยฟังเจ้าสวดมนต์ น้ำเสียงเจ้าไพเราะยิ่ง เจ้าตื่นมาสวดอีกได้หรือไม่” ถ้อยคำนั้นเหมือนพูดให้กำลังใจผู้ป่วยทั่วไป แต่เหมือนมันจะได้ผล เพราะว่ามือของนางสั่นเล็ก ๆ

“ท่านหัวหน้าหมอหลวง...นาง...นางขยับมือ” ท่านกั๋วกงกล่าวออกมา แววตาเขาปลื้มปีติยิ่งนัก แต่ทว่าจวิ้นอ๋องก็แทรกเข้าไปหานางทันที

“เว่ยเหยา...เจ้า...เจ้าตื่นขึ้นมาแล้วเหรอ...ข้ารอเจ้าอยู่นะ” จวิ้นอ๋องตื่นเต้นยิ่งนัก ไม่คิดว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเขาไม่เคยสนใจและใส่ใจนาง จนวันนี้เพิ่งรู้ว่านางนั้นมีความสำคัญกับเขาเช่นเดียวกัน

ไฉ่กั๋วกงถอยออกมา แล้วก็ให้ท่านหัวหน้าหมอหลวงตรวจอาการ สีหน้าของท่านหัวหน้าหมอหลวงเหมือนจะดีขึ้นหน่อย แต่เสียงของนางเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง

“พี่อาหง...พี่อาหง...ข้าจะ...ข้าจะรอท่าน”

พี่อาหง...รอ!!

สองคำนี้ทำให้จวิ้นอ๋องขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่านางหมายถึงใครแต่ทว่าเขาใจเต้นระรัวยิ่งนัก หรือนาง?

“ทูลองค์รัชทายาทจวิ้นอ๋อง...พระชายาจวิ้นอ๋องฟื้นแล้ว” น้ำเสียงของหัวหน้าหมอหัวยินดียิ่ง เพราะได้รับคำสั่งให้ดูแลนางให้ดี ต้องรักษานางให้หาย ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม

เป่ยเป่ยที่หลบอยู่ด้านหลัง เมื่อได้ยินว่านายหญิงจะฟื้นแล้วนางก็ดีใจยิ่งนัก สีหน้าของนางคลายความกังวลไปหลายส่วน อย่างน้อยนายหญิงของนางก็รู้สึกตัวแล้ว

เว่ยเหยาพยายามกะพริบตาถี่ ๆ แล้วก็ลืมตาแต่ทว่ามีอาการจี๊ดที่หัวจนต้องหลับตาลง กับปวดกระบอกตาเป็นอย่างมาก แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

“เป่ยเป่ย...เจ้าอยู่หรือไม่...จุดตะเกียงหน่อย” เสียงแหบเพราะขาดน้ำเรียกสาวใช้คนสนิท ไม่รู้ว่านี่ยามใดแล้ว จวิ้นอ๋องให้นางเข้าวัง นางต้องเตรียมตัว

เป่ยเป่ยเอามือปิดปากกลั้นสะอื้น นายหญิงของตัวเองมองไม่เห็นแล้ว น้ำตาของนางรินออกมาไม่หยุด กระทั่งไฉ่กั๋วกงเองก็ไม่อาจทนอยู่ได้ เขาต้องออกไปด้านนอก

“เว่ยเหยา...นี่ข้าเองนะ...จวิ้นอ๋องสามีเจ้า” หงจื่อ

จวิ้นอ๋องจับมือของภรรยาตัวเอง มือนางเย็นและสั่นเล็ก ๆ ส่วนอีกมือก็โบกไปมาในอากาศจนเขาต้องจับมันมารวบไว้ อาการของพระชายาเป็นที่สะเทือนใจของทั้งคณะหมอหลวงกระทั่งองค์รัชทายาทก็เช่นเดียวกัน

“จวิ้นอ๋อง...ท่าน...ท่านมาตามข้าแล้วหรือ ข้าเพิ่งตื่นจะรีบแต่งตัวเพคะ” เว่ยเหยารีบลุกขึ้น แต่นางก็ล้มลงอีกด้วยความเจ็บปวดที่หัวอย่างรุนแรง

โอ๊ย!!!

เสียงนั้นทำให้ทั้งเป่ยเป่ยและจวิ้นอ๋องตกใจ

“พระชายาเพคะ...อย่าเพิ่งลุกเพคะ” เป่ยเป่ยเข้ามานั่งใกล้ ๆ บอกนายหญิงของตัวเอง

“ไม่ได้...เดี๋ยวไม่ทัน...แล้วทำไมยังไม่จุดตะเกียงอีกข้ามองไม่เห็น” เว่ยเหยารู้สึกหงุดหงิดจึงตวาดสาวใช้อีกหนึ่งคำ นั่นเรียกเสียงสะอื้นให้กับเป่ยเป่ย

“เจ้า...เจ้าจะมองไม่เห็น...อาจจะระยะสั้น ๆ เจ้าใจเย็น ๆ ข้าจะหาหมอมารักษาเจ้าให้จงได้” จวิ้นอ๋องกัดฟันบอกในสิ่งที่ไม่ควรบอกไปในที่สุด แล้วนางก็ดูเหมือนจะสงบลง

“มองไม่เห็นงั้นเหรอ” เว่ยเหยาสับสน เหตุใดถึงมองไม่เห็น นางพยายามทบทวนเหตุการณ์ แล้วก็จำได้ว่าจวิ้นอ๋องเป็นคนผลักนางและหลังจากนั้นก็ไม่รับรู้อีกเลย

ข้าเป็นพระชายาตาบอดงั้นเหรอ?

“เจ้าใจเย็น ๆ อย่าขยับกินยานี่หน่อยนะ” สาวใช้นำยาที่ต้มมาให้นางกิน เขาจับมันยกขึ้นแล้วเป่าให้อุ่นป้อนให้นางโดยมีเป่ยเป่ยช่วยพยุงขึ้น

เว่ยเหยาเหมือนตัวเองฟั่นเฟือนไปแล้ว นางไม่รับรู้ความขมของยาเลยสักนิด ยามนี้เหมือนตัวเองตายไปแล้วด้วยซ้ำ หากไม่ได้ยินเสียงพวกเขาเหล่านี้ นางติดอยู่ในโลกแห่งความมืดมนงั้นเหรอ

ท่าทางที่นิ่งเฉยไม่ตอบสนอง กระทั่งยาก็ไม่กลืนลงไป ทำเอาจวิ้นอ๋องเจ็บปวดใจ เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่น่าดื่มเหล้าเมามายขนาดนั้น เขา...เป็นความผิดของเขาเพียงคนเดียว

“เจ้ากินยาสักนิดเถอะนะ” เสียงของเขาแหบเครือขึ้นมาดื้อ ๆ ความเจ็บปวดสะท้อนออกมาในดวงตาแดงก่ำ นางต่อว่าด่าทอทุบตีเขาดีกว่านิ่งเช่นนี้

“เป่ยเป่ย...ข้าปวดหัวอยากพัก” หยาดน้ำตาของเว่ยเหยาไหลลงข้างแก้มสองข้าง เป่ยเป่ยเองก็เจ็บปวดใจแทนนายหญิง

แต่เล็กก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดเนื้อร้อนใจ เหตุใดจึงต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ นางมองท่านอ๋องด้วยความคับแค้น นายหญิงปฏิเสธแล้วแท้ ๆ ท่านอ๋องก็ยังไปรับนางมาทรมานเช่นนี้ การอยู่ในโลกนี้โดยไม่เห็นสิ่งใดเลยย่อมทำให้ทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตายจากเสียอีก

“เช่นนั้นเจ้าพักผ่อนให้ดี ข้าก็ออกไปก่อน” จวิ้นอ๋องไม่รบกวนการพักของนาง กำชับเป่ยเป่ยดูแลนางให้ดี แล้วเขาก็ออกมาด้านนอก

เสด็จพ่อยังรั้งอยู่โดยมีไฉ่กั๋วกงก็ยังไม่ได้กลับเช่นเดียวกัน เขาเหมือนกำลังหารือบางอย่างกับท่านหมอ แล้วท่านพ่อก็เดินมาพูดกับเขาบางคำ

“นางไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เสด็จปู่เจ้าจะได้ให้อภัย” แน่นอนว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทยังคงอยู่ ใบหน้าขององค์ไท่จื่อแย้มยิ้มขึ้นมา นั่นทำให้ไฉ่เฉินหันขวับมามองพ่อลูกเห็นแก่ตัวคู่นี้

สตรีตัวเล็กเพียงคนเดียวต้องมาประสบเคราะห์อย่างน่าสงสาร แต่ทั้งคู่ดูห่วงยศถาบรรดาศักดิ์นัก

‘มิคู่ควร!’

คำนี้ผุดขึ้นในหัวของเขา เขาไม่ชอบใจนักที่มีบุรุษเห็นสตรีเป็นเรื่องมือเช่นนี้ นางควรมีชีวิตที่ดี นางเป็นผู้หญิงที่งดงามน่ารัก แต่พวกเขาทำเหมือนนางเป็นของชิ้นหนึ่งที่มีประโยชน์ก็ดูแล ไร้ประโยชน์ก็ทิ้งขว้าง แล้วก็มองไปยังคนในเรือนด้านในอย่างรู้สึกสงสารนัก หากสิ้นแผ่นดินฮ่องเต้องค์ปัจจุบันแล้ว คิดว่าชีวิตนางไม่ง่ายนัก

เขาสืบรู้ว่ามาไท่เจื่อเฟยคิดเอาลูกสาวคนรองของเสนาบดีซ่งขึ้นมาเป็นชายาอีกคนของจวิ้นอ๋อง มารดาของซ่งหลินเหยาเป็นญาติห่าง ๆ ของไท่จื่อเฟย เช่นนี้แล้วก็หมายอยากรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่เหตุใดไม่แต่งกับบุตรสาวคนรองเสียสิ้นเรื่อง เหตุใดต้องลากนางมาเกี่ยวข้องด้วย

‘ชะตาชีวิตของซ่งเว่ยเหยารันทดนัก’

“ทูลไท่จื่อ...จวิ้นอ๋อง...ข้าและท่านหัวหน้าหมอหลวงต้องขอตัวไปทูลต่อฝ่าบาทถึงอาการของพระชายาจวิ้นอ๋อง ต้องขอตัวก่อน วันพรุ่งนี้จะเข้ามาใหม่” ไฉ่เฉินค้อมกายคำนับแล้วออกจากจวนไป ภายในใจเมื่อเรื่องคับแค้นยิ่ง

“เช่นนั้นเชิญท่านกั๋วกง”จวิ้นอ๋องกล่าวลาและส่งท่านกั๋วกงขึ้นรถ ทั้งเสด็จพ่อของตัวเองด้วย

ยามนี้เขาไม่ได้สนใจอำนาจใดเหมือนกับเสด็จพ่อ เขาเพียงขอให้นางหายดีก็เพียงพอแล้ว

ในห้องนอนของเว่ยเหยานางยังปรับตัวไม่ได้ ดวงตาที่มองไม่เห็นก็เหม่อเช่นนั้น ทำเอาเป่ยเป่ยเป็นห่วงยิ่งนัก แม้ว่าร่างกายจะนอนพักแต่นางรู้ดีว่านายหญิงของนางนั้นมิได้หลับ

“นายหญิงพักผ่อนนะเจ้าคะ เมื่อนายหญิงหายดีเราจะไปสวดมนต์ที่อารามด้วยกันอีก ป่านนี้พระอาจารย์ผู้เฒ่าคงมองหานายหญิงแล้ว” รอยยิ้มเดียวที่เป่ยเป่ยพบได้สองเดือนที่ผ่านมา คือเวลาฟังธรรมจากพระอาจารย์ผู้เฒ่าเท่านั้น

“ข้าจะมองไม่เห็นไปตลอดชีวิตหรือไม่”

“อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องนั้นเลยเจ้าค่ะ ข้าแอบฟังท่านหมอพูดคุยกัน เพียงบอกว่านายหญิงอาจจะมองไม่เห็นชั่วคราวหรือไม่...” เป่ยเป่ยหยุดไว้แค่นั้นไม่อยากพูดให้นางหญิงท้อใจ แม้ว่าความหวังเลือนรางริบหรี่เพียงใด นางก็เชื่อว่านายหญิงต้องหายแน่นอน

“เจ้าอย่าปลอบใจข้า” นางตระหนักได้แล้วว่าเคราะห์ที่ถึงชีวิตยังไม่สิ้นสุดเพียงแค่นี้แน่ นางยังไม่ตายแค่มองไม่เห็น แต่หลังจากนี้เล่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นกับนาง

จวิ้นอ๋องว่าที่ขั้วอำนาจทางการเมืองเมื่อฝ่าบาทสละบัลลังก์ ไท่จื่อขึ้นครองบัลลังก์มังกร บัลลังก์หงส์ต้องตกเป็นซูหนิงไท่จื่อเฟย มารดาของแผ่นดิน แล้วลูกชายของนางที่เป็นองค์รัชทายาทจะมีชายาตาบอดไปได้หรือ

ยิ่งซูหลันหนี่ว์เป็นญาติห่าง ๆ ของพระนางด้วยแล้วไม่แคล้วน้องสาวของนางคงได้ตำแหน่งชายานี้กระมัง

“ตระกูลซ่งมาหรือไม่” นางถามขึ้น

“มาเจ้าค่ะนายหญิง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายใน คำสั่งเด็ดขาดไม่รับแขก ตอนนายหญิงไม่ฟื้นอาการน่าเป็นห่วง ภายนอกลือข่าวเสียหาย ว่ากันว่าฝ่าบาททรงกริ้ว สะเทือนตำแหน่งองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ” เป่ยเป่ยกระซิบเพียงข้างใบหูนายหญิงเพราะด้านนอกมีคนมากมาย

“ขอบใจเจ้ามาก เจ้าระวังให้ดีข้าตาบอดเช่นนี้ต้องมีคนคิดทำร้ายข้าแน่”

“ฝ่าบาทมิให้แต่งสตรีใดเข้าจวนจวิ้นอ๋องนะเจ้าคะ” นี่ก็ที่นางเดินไปแอบได้ยินทหารในรถม้าคุยกันแบบกระซิบ ระหว่างที่นายหญิงไม่ฟื้นนางต้องหาข่าวจากตรงโน้นทีตรงนี้ที อยากรู้ว่าเหตุใดจวิ้นอ๋องจึงกังวลใจนัก และนายหญิงจะมีโอกาสฟื้นหรือไม่

“หึ...! มิน่าเขาถึงดีใจที่ข้าฟื้น ข้ายังพอมีประโยชน์นี่เอง” เว่ยเหยาในที่สุดก็รับรู้ว่า นางตายไม่ได้ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นห่วง แต่เพราะอำนาจตัวเองในมือเท่านั้น

“โธ่...นายหญิง” เป่ยเป่ยสงสารนายตัวเองยิ่งนัก

“เจ้าไปขนที่นอนมานอนข้าเตียงข้าเถิด” ยามนี้เป่ยเป่ยเป็นตาแทนนาง นางไม่ไว้ใจผู้ใดอีก จากนี้ต้องระแวดระวังให้มาก

“เจ้ามีญาติหรือน้องสาวที่ไว้ใจได้หรือไม่ หากมีให้นางมาเป็นสาวใช้ข้างกายอีกคน เจ้าคนเดียวอาจจะพลาดพลั้งได้”

เป่ยเป่ยรู้สึกขนลุกนักกับคำพูดของนายหญิง การกลับมาจวนจวิ้นอ๋องครั้งนี้ หาความสงบมิได้เลยอย่างนั้นหรือ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 55

    จนถึงวันที่ไฉ่เฉินต้องเดินทาง หงจื่อก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพียงแต่ยืนมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วงทั้งอยากพานางไปอยู่ที่จวนด้วยกัน “ท่านเดินทางปลอดภัยนะ” เว่ยเหยามาส่งเขาที่หน้าจวนอวยพรให้เขาปลอดภัยกลับมา แต่คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเขากลับแช่งชักเสียนี่ “ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับม

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 54

    “ข้าคิดถึงเจ้านะเว่ยเหยาเมื่อไหร่เจ้าจะยกโทษให้ข้า” เขารำพันกับตัวเองแล้วก็กลับจวนไปด้วยความหงอยเหงา ทุกวันถัดมาเขาก็มาส่งของด้วยตัวเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จวนกั๋วกงดูวุ่นวายเล็กน้อย ทั้งมีเหล่าบ่าวรับใช้วิ่งวุ่นวายเต็มไปหมด “นี่พวกเจ้า...เกิดอะไรขึ้น” เขารั้งบ่าวรับใช้มาได้หนึ่งคน

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 53

    คนช่างตื๊อยิ้มเห็นฟันขาวครอบทุกซี่ให้กับภรรยา เขานั่งรถม้าตามนางมาเช่นกัน แล้วให้คนของเขาจัดการเอาเป่ยเป่ยไปเก็บชั่วคราว แล้วตัวเองก็ถือดอกไม้เดินตามหลังนางมาจนถึงด้านบนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย “ข้าถือดอกไม้มาให้เจ้าไหว้พระ ไปเถิดไปไหว้พระกัน” เขาจับมือนางเดินเข้าไปแต่ก็โดนสะบัดหลุดออกจากการเก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 52

    “ให้ข้าสงสารเจ้า ทำทานกับสุนัขขี้เรื้อนดีกว่า ข้าย่อมไม่ทรยศสหายเหมือนเจ้า” เขาจำจนวันตายที่มันทิ้งเขาแล้วให้นางโจรจับไปบูชายัญไม่พอ ยังพรากพรหมจรรย์ของเขาไปเสียอีก “เจ้าก็เจ้าคิดเจ้าแค้นจัง ก็ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่า ข้าไม่ได้ตั้งใจ มันเหตุสุดวิสัย” เขาไม่คิดว่ามันจะโกรธขนาดนี้ อุตส่าห์ส่งให้ขึ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 51

    รถม้าของทั้งสี่คนเคลื่อนมายังเมืองหลวง หลังจากส่งเว่ยเหยาที่จวนกั๋วกงแล้ว เขาทั้งสองก็รีบเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที เพราะเมียคนดีของเขานั้นไม่อยากกลับจวนของเขา จำเป็นต้องมาส่งที่นี่ ดีกว่าให้หางเลือกกลับไปยังชายแดนบูรพาเสี่ยงอันตรายคนเดียว “คืนนี้ห้ามเจ้าลงกลอน ไม่งั้นเจอดีแน่” “ข้

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 50

    ถ้อยคำนั้นทำเอาเป่ยเป่ยยิ้มล้อนายหญิงไม่คิดว่าห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่สถานะของนายหญิงตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อมาถึงโรงเตี้ยมหงจื่อเลือกจะเช่าห้องสามห้อง ห้องหนึ่งให้เจ้าไก่อ่อน อีกห้องของเป่ยเป่ย ส่วนเขาจะนอนกับเมียให้ฉ่ำอุรา “เถ้าแก่มีห้องว่างสามห้องไหม” “เหลือเพียงสองห้องเท่านั้นคุณ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status