Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-01-10 16:10:28

เช้าวันถัดมาเป่ยเป่ยปลุกนายหญิงของตัวเองให้ตื่นขึ้น เพื่อทานยาที่หมอหลวงสั่งอย่างเคร่งครัด เว่ยเหยาเองก็ตื่นแต่โดยดี และพยายามทำใจให้ชินกับสิ่งที่ตัวเองเป็น

เป่ยเป่ยมองนายหญิงเหมือนคนปกติ ดวงตานั้นยังกระจ่างใส หากไม่มีรู้ว่ามองไม่เห็นก็ไม่รู้เลยว่านายหญิงเจ็บป่วยอยู่ นางพ่นลมหายใจเบา ๆ แต่ดูเหมือนว่านายหญิงของตนจะได้ยินชัดนัก

“เจ้าหนักใจแทนข้าหรือ ถอนหายใจเสียดังลั่น”

เป่ยเป่ยขมวดคิ้ว นางเพียงพ่นเบา ๆ เหตุใดนายหญิงถึงได้ยินดังนัก

“แล้วนั่นใครเดินมา...เจ้าไปดูสิ” เป่ยเป่ยมองหาล้วนไม่มีคนเดินมา เพียงแต่เดินมาระยะไกลโน้น แต่ทำไม...

“นายหญิงได้ยินเสียงคนเดินหรือเจ้าคะ” เป่ยเป่ยถามเพื่อความแน่ใจ ว่าสิ่งที่นางคิดนั้นถูกต้องหรือไม่ บางทีตามองไม่เห็น ประสาทส่วนอื่นอาจจะรับรู้ได้ดีกว่า

“อื้อ...เสียงดังเพียงนี้เจ้ามิได้ยินหรือ”

“บ่าวชายเดินอยู่หน้าประตูไกล ๆ โน้นเจ้าค่ะ” เป่ยเป่ยบอกนายหญิงของตนเอง แล้วนางก็ขมวดคิ้วชนกันทันที

“หรือว่านายหญิงจะได้ยินเสียงชัดขึ้นใช่ไหมเจ้าคะ”

เว่ยเหยาคิดตามคำพูดของเป่ยเป่ย การที่นางสูญเสียประสาทบางส่วน แต่ประสาทส่วนอื่นทำงานได้ดีอย่างนั้นหรือ น่าตกใจจริง ๆ

“ถ้าเช่นนั้น เดี๋ยวข้าจะลองทดสอบดีหรือไม่นายหญิง”

เว่ยเหยาพยักหน้า เป่ยเป่ยมองหากระดิ่งลม แล้วเอาไปแขวนไว้ที่หน้าประตูเรือน ห่างจะเรือนนอนมากอยู่ แล้วนางก็วิ่งเข้ามาถามนายหญิง

“นายหญิงได้ยินกระดิ่งลมไหมเจ้าคะ” เว่ยเหยานั่งนิ่งสักครู่ก็ยิ้มออกมา

“ข้าได้ยิน...เจ้าเอาไปวางไกลหรือไม่”

“ไกลมากเจ้าค่ะ”

เว่ยเหยาตื่นเต้นกับความสามารถพิเศษที่เพิ่มขึ้นของนาง อย่างน้อยหากผู้ใดคิดร้าย นางได้ยินก่อนก็นับว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อยเลยทีเดียว

“ดี ดียิ่ง...เจ้ารีบไปเอาข้าวมาให้ข้ากินเร็ว” นางจะทดสอบว่านางได้ยินเสียงเป่ยเป่ยเดินไปถึงตรงไหน แล้วก็พบว่าความเคลื่อนไหวทั้งหมดในเรือนนางได้ยินไม่ขาดตกแม้แต่เสียงเดียว ความประหลาดนี้นับว่าดีต่อนางยิ่ง

แม้จะสูญเสียดวงตาที่ทำให้มองเห็นไป แต่เหมือนสวรรค์ก็ไม่ใจดำกับนางนักให้ความพิเศษอื่นให้นางได้มีชีวิตต่อไปได้

วันนี้นางรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที จึงทานอาหารได้มาก โจ๊กที่เป่ยเป่ยยกมานางทานได้หมดเลยทีเดียว ทำให้คนป้อนอย่างเป่ยเป่ยดีใจยิ่งนัก

“นายหญิงเก่งมากเจ้าค่ะทานได้หมดถ้วยเลย นายหญิงนอนอีกหน่อยนะเจ้าคะ จะได้แข็งแรงเร็ว ๆ” เมื่อนายหญิงใบหน้าแช่มชื่น ความหวังของนางก็มีมากขึ้น ไม่แน่ว่ากินยาขับเลือดที่ขัดขวางการมองเห็นได้ นายหญิงจะกลับมาเป็นปกติ

จวิ้นอ๋องมาเยี่ยมนางในตอนเช้า แต่มาแล้วนางยังหลับอยู่จึงได้สอบถามสาวใช้แทน

“นางเป็นอย่างไรบ้าง” ปากพูดกับสาวใช้ แต่ว่าดวงตามองไปยังร่างของนางบนเตียงนอน

“นายหญิงตื่นเช้ามาดื่มยาและทานอาหารแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้เพิ่งหลับไปหลังจากทานอาหาร” เป่ยเป่ยไม่ได้บอกว่านายหญิงมีความสามารถใดเพิ่มขึ้นมา เพียงแต่พูดแค่สิ่งที่ควรจะพูดก็เท่านั้น

“เช่นนั้นก็ดี เราจะเข้าวังไปเฝ้าฝ่าบาท เจ้าก็ดูแลนางให้ดี ขาดเหลือสิ่งใดก็แจ้งพ่อบ้านหลี่ ข้าจะไม่ให้ใครมารบกวนพวกเจ้า” จวิ้นอ๋องกล่าวแล้วเดินออกไป ที่ไม่ให้ใครมารบกวน กลัวว่านางจะสะเทือนใจไปมากกว่านี้ ให้นางสุขภาพแข็งแรงกว่านี้เสียก่อน หากใครจะเยี่ยมก็แล้วแต่นางจะพิจารณาเป็นรายบุคคลไป

ถ้อยคำของจวิ้นอ๋อง เว่ยเหยาได้ยินชัดเจน นางอนาถใจนัก เหตุใดเขาเพิ่งมาทำดีกับนางตอนนี้ ทำดีกับนางตอนที่นางมีประโยชน์เช่นนี้ นางทุกข์ใจนัก เมื่อสองเดือนก่อนที่คิดว่าตัดใจจากรักเขาข้างเดียวได้แล้ว ตอนนี้ทุกข์ใจว่าเขาคิดจะหาประโยชน์จากนาง นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเพื่อขึ้นสู่อำนาจอย่างนั้นหรือ

ในหัวใจของเว่ยเหยารู้สึกปวดร้าวรุนแรง ตอนนางหลับนางฝันถึงพี่อาหง ฝันถึงเรื่องราวตอนเด็ก ฝันถึงท่านแม่ ทุกคนยิ้มให้นาง แต่เมื่อนางเอื้อมมือหมายจะจับพวกเขาไว้ พวกเขาก็หายวับไปกับตา นางยืนร้องไห้เพียงลำพังเท่านั้น

บางทีการไม่ต้องเติบโตมารับรู้เรื่องอันใดก็ดีกว่าสินะ

ไฉ่กั๋วกง วันนี้ได้รับคำสั่งให้ไปดูนางยามที่เข้าประชุม หนึ่งคืออยากรู้ว่าหากจวิ้นอ๋องและไท่จื่อไม่อยู่ นางจะได้รับการดูแลดีหรือไม่ ไฉ่เฉินยิ่งกว่าเต็มใจเสียอีก รถม้าของไฉ่เฉินจอดที่หน้าประตูจวนจวิ้นอ๋อง เมื่อคนเฝ้าประตูเห็นป้ายจากฝ่าบาทก็รีบเปิดประตูทันที พ่อบ้านหลี่ไม่กล้าเสียมารยาท ด้วยรู้ว่าบุรุษผู้นี้มาเพื่ออันใด

“คารวะท่านกั๋วกง มิทราบว่ามีอันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่” พ่อบ้านหลี่กล่าวอย่างนอบน้อม

“พาข้าไปเยี่ยมพระชายาก็พอ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ส่งเครื่องบำรุงมาให้พระชายา” เขากล่าวไปตามที่สิ่งได้รับบัญชาจากฝ่าบาทมาไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย พ่อบ้านหลี่จึงนำท่านกั๋วกงไปยังเรือนของพระชายา แต่เมื่อเห็นว่าเป่ยเป่ย สาวใช้ข้างกายของนางกำลังจะออกไปด้านนอกเขาจึงเรียกไว้

“เจ้าคือสาวใช้ของพระชายาใช่หรือไม่”

“คารวะท่านกั๋วกง เป็นข้าน้อยเองเจ้าค่ะ” เป่ยเป่ย กล่าวอย่างนอบน้อมเช่นกันวันนี้ท่านกั๋วกงมาเพียงลำพัง ดังนั้นนางจึงต้องรั้งอยู่ก่อน มิสามารถออกไปด้านนอกอย่างที่ใจคิดได้แล้ว

“แล้วเจ้าจะไปที่ใด”

เป่ยเป่ยมองเหลือบตาไปที่พ่อบ้านแล้วก็ก้มหน้า เท่านั้นกั๋วกงก็เข้าใจดีว่า คงจะไปทำบางสิ่งที่บอกใครไม่ได้กระมัง จึงอำนวยความสะดวกให้นาง

“ท่านพ่อบ้านหลี่ ช่วยไปแจ้งห้องครัวของท่านจัดเครื่องบำรุงของฝ่าบาทมาให้พระชายาด้วย” เขาให้คนยกของที่นำมาส่งให้พ่อบ้านหลี่

เป่ยเป่ยรับรู้ทันทีว่าท่านกั๋วกงคงอ่านใจนางออก การออกไปครั้งนี้นางไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ เมื่อท่านพ่อบ้านออกไปแล้ว เขาจึงเริ่มถามขึ้น

“บอกข้าได้หรือไม่เจ้าจะไปที่ใด”

“เรียนท่านกั๋วกง...เอ่อ...ข้า...” เป่ยเป่ยไม่รู้ว่าจะบอกคนผู้นี้ได้ไหม แล้วก็ไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้ที่มาด้วย

“บอกมาเถิดข้ามิใช่คนของผู้ใด ฝ่าบาทเพียงห่วงใยนายเจ้าด้วยใจจริง ส่งข้ามาดูทุกวันไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว”

เมื่อได้ฟังแล้วก็ทราบทันทีว่าท่านกั๋วกงไม่ใช่คนของใครในตำหนักหรือขององค์รัชทายาท จึงกล้าพูดออกมา

“เอ่อ...ท่านกั๋วกง นายหญิงให้ข้าไปหาสาวใช้ที่ไว้ใจได้มาเพิ่มอีกเจ้าค่ะ ข้ากำลังจะไปรับน้องสาว”

ไฉ่เฉินฟังเท่านั้นก็รับรู้แล้วว่า มีบางอย่างที่ไม่ถูกนักในจวนแห่งนี้ นางคงไม่สะดวกใจจะใช้คนของจวิ้นอ๋องกระมัง เช่นนั้นควรเป็นเขาที่หาให้นางเองจะดีกว่า

“เจ้าอย่าลำบาก ข้าจะให้สาวใช้ของข้ามารับใช้นายเจ้ามิต้องเป็นห่วง” เขาหันไปพยักหน้ากับคนของตัวเอง แล้วก็จากไป เหลือเพียงกั๋วกงที่ยังอยู่ที่เรือนแห่งนี้ เขาอยากพบหน้านางสักนิด อยากดูให้แน่ใจว่านางไม่เป็นอันใด

เว่ยเหยาลืมตาขึ้นนางยังคงไม่เห็นเช่นเดิม แต่ได้ยินสิ่งที่เป่ยเป่ยพูดกับชายคนหนึ่ง นางไม่เคยได้ยินเสียงมาก่อน จึงเดินลงมาใช้มือปัดป่ายจับอากาศแล้วก็มาถึงประตูห้องนอน

“เป่ยเป่ยเจ้าคุยกับผู้ใด”

เสียงของนายหญิงทำให้เป่ยเป่ยหันกลับมาตาโต นายหญิงมองไม่เห็นมายืนอยู่ตรงหน้าประตูอันตรายยิ่ง

“นายหญิงอยู่นิ่ง ๆ เจ้าค่ะ เป่ยเป่ยจะไปเดี๋ยวนี้” เป่ยเป่ยรีบวิ่งเข้าไปหานาง แต่ทว่าช้ากว่าคนที่คุยด้วยกันเมื่อครู่ เขาก้าวเพียงสองสามก้าวราวกับบินได้ไปถึงตัวของนายหญิงแล้ว

“ออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร ยังไม่หายดี” เสียงดุของเขาทำให้เว่ยเหยาไม่แน่ใจว่าคนที่มาคือผู้ใด

“ท่าน...ท่านคือผู้ใด” นางหันหน้าไปตามเสียงที่ได้ยินขมวดคิ้วเป็นปม จำได้ว่าจวิ้นอ๋องจะไม่ให้ผู้ใดมารบกวน

“ไฉ่กั๋วกง” เขาตอบสั้น ๆ ไม่ได้ขยายความนัก

“เป็นท่านกั๋วกง เว่ยเหยาคารวะท่านกั๋วกง” นางเป็นผู้น้อยจึงค้อมกายคารวะ แม้ว่าพระชายาจวิ้นอ๋องตำแหน่งเหมือนดูน่าเคารพแต่นั่นเป็นเพียงหน้ากากที่นางสวม เพราะเมื่อหน้ากากนี้ถูกเปลี่ยนมือให้กับผู้อื่น นางก็เป็นเพียงแค่สตรีแต่งงานแล้วนามว่าเว่ยเหยาเท่านั้น

“ท่านอย่าคารวะข้าเช่นนี้ ข้าต่ำต้อยกว่าท่าน”

เว่ยเหยายิ้มให้กับความใจดีของท่านกั๋วกง ท่านคงจะเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีสินะ

“น่าเสียดายที่ข้ามองไม่เห็น ท่านผิดกับเหล่าขุนนางอื่นที่อวดเบ่งอำนาจนัก แต่ข้าจะจดจำท่านไว้”

“ข้าเคยพบท่านแล้ว แต่ไม่เคยสนทนา ไม่คิดว่าพบกันอีกครั้ง ท่านก็ไม่อาจมองเห็นข้าเสียแล้ว” ไฉ่เฉินจำแววตาเศร้าคู่นั้นได้ดี นางสวดมนต์เพียงลำพัง แม้ไม่ยิ้มแย้มแต่ทำให้เขารู้สึกว่าละสายตาจากนางได้ยากยิ่งนัก

“พบที่ใดอย่างนั้นหรือ ตัวท่านมีกลิ่นของเหม่ยฮวา ในจวนท่านปลูกใช่หรือไม่” แม้กลิ่นจะจาง ๆ แต่นางก็รับรู้ได้นี่คงเป็นอีกอย่างกระมังที่นางได้มาหลังจากตาบอด

“เจ้าได้กลิ่นด้วยหรือ”

“อื้อ...” นางพยักหน้า แล้วรู้สึกว่าการสนทนากับบุรุษแปลกหน้าผู้นี้ก็ไม่เลวนัก มันทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

“เจ้าชอบดอกเหม่ยฮวาหรือ” เขาถามเมื่อช่วยเป่ยเป่ยพยุงนางให้นั่งที่เก้าอี้

“ไม่ข้าไม่ได้ชอบ เพียงแต่ได้กลิ่น ข้าชอบกลิ่นของโม่ลี่ฮวา มันหอมชื่นใจกว่า” นางชอบดอกไม้เพียงบางชนิด แม้ว่าโมลี่ฮวาจะเป็นดอกไม้สีขาว แต่นางกลับชอบกลิ่นของมันยิ่งนัก

“เอาไว้คราวหน้าข้าจะเอามาฝาก” อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่านางชอบดอกอะไร

“ท่านเป็นคนของฝ่าบาทใช่หรือไม่” เป่ยเป่ยเล่าให้นางฟังแล้วว่ามีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ฝ่าบาททรงมีเมตตานัก ยังคิดถึงนางซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับราชวงศ์แล้วด้วยซ้ำ

“แน่นอนว่าฝ่าบาทใส่ใจทุกคน” หากแต่นางไม่รู้ว่าฝ่าบาทใส่ใจไม่เพราะนางเป็นบุตรสาวขององค์หญิงเกาหยางเท่านั้น เพียงตรวจสอบความเคลื่อนไหวของทุกคนในราชวงศ์ว่าคิดก่อการอันใดหรือไม่

“ช่างเป็นฝ่าบาทที่ใส่ใจคนตัวเล็ก ๆ อย่างข้านัก ฝากท่านขอบพระทัยแทนข้าด้วย”

“มีสิ่งใดขาดอีกหรือไม่ ข้าจะได้นำมาให้ในคราวหน้า” นอกจากสาวใช้เขาก็อยากรู้เช่นกันว่านางขาดเหลือสิ่งใดหรือไม่กันนะ

“ย่อมไม่มี อื่นใดล้วนมีพร้อม ขาดก็แต่...” เมื่อคิดว่าตัวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ก็กัดกินหัวใจขึ้นมาดื้อ ๆ นางพยายามหักห้ามใจแล้ว แต่ทว่ากลับห้ามดวงตาไม่ให้มันเอ่อไหลน้ำใส ๆ ออกมาได้

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะนายหญิง ข้าจะเป็นตาให้ท่านเอง” เป่ยเป่ยเห็นดวงตาของนายหญิงเศร้าเช่นนี้ก็อดที่จะน้ำตาไหลไม่ได้ ร้อยวันพันปีจวิ้นอ๋องไม่เคยเสด็จมายังเรือนของเจ้านาย มิรู้อะไรดลใจเขาให้มาทำร้ายนายของตน

“ขออภัยท่านกั๋วกง เสียมารยาทแล้ว” นางยกมือขึ้นปาดน้ำตา แล้วก็ยิ้มให้

‘นางมองมายังเขาตรง ๆ เช่นนี้ทำเอาเขาใจสั่น เขาอยากให้นางมองเห็นเขาบ้างจัง จะมีวันนั้นไหมนะ...’

“มิเป็นอันใด สาวใช้ข้าจะจัดมาให้เจ้าอย่าห่วง และพวกนางไว้ใจได้” แน่นอนว่าเป็นสาวใช้ขั้น 1 ในจวนของกั๋วกง และย่อมรายงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้กับเขาฟังเช่นกัน

“ขอบคุณท่านกั๋วกง หากไม่รบกวนช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับได้หรือไม่ ข้าไม่อยากให้ผู้ใดรับรู้”

“ย่อมได้” เขารับปากนาง เมื่อพ่อบ้านนำขบวนสาวใช้ยกของบำรุงมาวางเรียงราย เขาก็ขอตัวกลับทันที เพราะมารั้งอยู่ที่นี่นานแล้ว

“สมควรแก่เวลาแล้ว ข้ากลับก่อน ไว้ทูลฝ่าบาทให้ทราบถึงอาการท่าน หากมีคำสั่งฝ่าบาทข้าจะมาเยี่ยมใหม่” เขาอ้างคำของฝ่าบาทเพื่อให้พ่อบ้านที่ใบหน้าสงสัยครามครันคลายใจ

“ลำบากท่านกั๋วกงแล้ว ข้าคงส่งท่านมิได้ขอให้เดินทางปลอดภัย” เว่ยเหยากล่าวด้วยความสุขภาพ เมื่อมีคนอื่นนางก็รักษาระยะห่างกับท่านกั๋วกง ไม่รู้ว่าเขาไว้ใจได้ไหม แต่หัวใจนางสั่งว่าเขาเป็นคนดี
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 55

    จนถึงวันที่ไฉ่เฉินต้องเดินทาง หงจื่อก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพียงแต่ยืนมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วงทั้งอยากพานางไปอยู่ที่จวนด้วยกัน “ท่านเดินทางปลอดภัยนะ” เว่ยเหยามาส่งเขาที่หน้าจวนอวยพรให้เขาปลอดภัยกลับมา แต่คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเขากลับแช่งชักเสียนี่ “ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับม

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 54

    “ข้าคิดถึงเจ้านะเว่ยเหยาเมื่อไหร่เจ้าจะยกโทษให้ข้า” เขารำพันกับตัวเองแล้วก็กลับจวนไปด้วยความหงอยเหงา ทุกวันถัดมาเขาก็มาส่งของด้วยตัวเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จวนกั๋วกงดูวุ่นวายเล็กน้อย ทั้งมีเหล่าบ่าวรับใช้วิ่งวุ่นวายเต็มไปหมด “นี่พวกเจ้า...เกิดอะไรขึ้น” เขารั้งบ่าวรับใช้มาได้หนึ่งคน

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 53

    คนช่างตื๊อยิ้มเห็นฟันขาวครอบทุกซี่ให้กับภรรยา เขานั่งรถม้าตามนางมาเช่นกัน แล้วให้คนของเขาจัดการเอาเป่ยเป่ยไปเก็บชั่วคราว แล้วตัวเองก็ถือดอกไม้เดินตามหลังนางมาจนถึงด้านบนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย “ข้าถือดอกไม้มาให้เจ้าไหว้พระ ไปเถิดไปไหว้พระกัน” เขาจับมือนางเดินเข้าไปแต่ก็โดนสะบัดหลุดออกจากการเก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 52

    “ให้ข้าสงสารเจ้า ทำทานกับสุนัขขี้เรื้อนดีกว่า ข้าย่อมไม่ทรยศสหายเหมือนเจ้า” เขาจำจนวันตายที่มันทิ้งเขาแล้วให้นางโจรจับไปบูชายัญไม่พอ ยังพรากพรหมจรรย์ของเขาไปเสียอีก “เจ้าก็เจ้าคิดเจ้าแค้นจัง ก็ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่า ข้าไม่ได้ตั้งใจ มันเหตุสุดวิสัย” เขาไม่คิดว่ามันจะโกรธขนาดนี้ อุตส่าห์ส่งให้ขึ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 51

    รถม้าของทั้งสี่คนเคลื่อนมายังเมืองหลวง หลังจากส่งเว่ยเหยาที่จวนกั๋วกงแล้ว เขาทั้งสองก็รีบเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที เพราะเมียคนดีของเขานั้นไม่อยากกลับจวนของเขา จำเป็นต้องมาส่งที่นี่ ดีกว่าให้หางเลือกกลับไปยังชายแดนบูรพาเสี่ยงอันตรายคนเดียว “คืนนี้ห้ามเจ้าลงกลอน ไม่งั้นเจอดีแน่” “ข้

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 50

    ถ้อยคำนั้นทำเอาเป่ยเป่ยยิ้มล้อนายหญิงไม่คิดว่าห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่สถานะของนายหญิงตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อมาถึงโรงเตี้ยมหงจื่อเลือกจะเช่าห้องสามห้อง ห้องหนึ่งให้เจ้าไก่อ่อน อีกห้องของเป่ยเป่ย ส่วนเขาจะนอนกับเมียให้ฉ่ำอุรา “เถ้าแก่มีห้องว่างสามห้องไหม” “เหลือเพียงสองห้องเท่านั้นคุณ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 41

    หลังจากขึ้นจากน้ำ คนหวงเมียก็เดินนำหน้า เพราะตัวเปียกด้วยกันทั้งคู่ แล้วเสื้อผ้าของนางก็แนบลู่เข้ากับเนื้อสาวจนทำให้นึกหงุดหงิด ดีที่บ้านของนางอยู่ช่วงท้ายหมู่บ้านแล้ว คนที่สัญจรไปมาไม่ได้มีมากนัก แต่กระนั้นเขาก็ยังหวงอยู่ดี “เจ้าขวางข้าทำไม” กูเทียนมี่ชักหงุดหงิด ที่เจ้าบ้านี่เดินล้อมหน้าล

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 23

    “เห็นบอกพ่อบ้านว่าไท่จื่อเฟยเรียกให้ไปพบเจ้าค่ะ” ฟังคำตอบแล้วก็รู้ว่าต้องเตรียมรับมือกับการวางแผนของแม่ผัวกับน้องสาวอีกแล้วสินะ คราวนี้จะมาไม้ไหนอีกก็ไม่รู้ นางเหนื่อยจริง ๆ จนบางครั้งอยากปล่อยไปให้หมด จวิ้นอ๋องกลับมาที่จวนรีบเข้าไปหานางทันที ยิ่งเห็นนางอยู่เรือนตัวเองยิ่งชอบใจนัก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 21

    “จวิ้นอ๋อง...ที่นี่ไม่ใช่เรือนของข้า...” “เจ้ามองเห็นงั้นหรือ” จวิ้นอ๋องอมยิ้ม ไม่คิดว่านางจะรู้ และพูดขึ้นมาเขาสั่งให้คนอื่นห้ามบอกนางว่าอยู่เรือนของเขา เหตุใดจึงจับได้เร็วนัก แบบนี้ก็ไม่สนุก “กลิ่นย่อมไม่เหมือนกัน” “เจ้ารู้แล้วก็กินเถิด ที่นี่เรือนข้า” “ไม่ให้ข้

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 18

    “เอ่อ...จวิ้นอ๋องเพคะ...ข้าอยากไปไหว้พระที่อารามหย่งเล่อ” นางพูดออกมาเสียงพร่า จนทำให้คนที่ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าอยากถอดมันทิ้งแล้วไปกอดรัดนางอีกรอบ ให้รู้แล้วรู้รอดไป ยั่วนัก! เขารู้ว่านางไม่ได้ตั้งใจ แต่มันทำให้เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ “ก็ได้ ข้าจะให้ทหารไปคอยดูแลด้วย เจ้าเอาส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status