แชร์

บทที่ 6

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 16:10:28

เช้าวันถัดมาเป่ยเป่ยปลุกนายหญิงของตัวเองให้ตื่นขึ้น เพื่อทานยาที่หมอหลวงสั่งอย่างเคร่งครัด เว่ยเหยาเองก็ตื่นแต่โดยดี และพยายามทำใจให้ชินกับสิ่งที่ตัวเองเป็น

เป่ยเป่ยมองนายหญิงเหมือนคนปกติ ดวงตานั้นยังกระจ่างใส หากไม่มีรู้ว่ามองไม่เห็นก็ไม่รู้เลยว่านายหญิงเจ็บป่วยอยู่ นางพ่นลมหายใจเบา ๆ แต่ดูเหมือนว่านายหญิงของตนจะได้ยินชัดนัก

“เจ้าหนักใจแทนข้าหรือ ถอนหายใจเสียดังลั่น”

เป่ยเป่ยขมวดคิ้ว นางเพียงพ่นเบา ๆ เหตุใดนายหญิงถึงได้ยินดังนัก

“แล้วนั่นใครเดินมา...เจ้าไปดูสิ” เป่ยเป่ยมองหาล้วนไม่มีคนเดินมา เพียงแต่เดินมาระยะไกลโน้น แต่ทำไม...

“นายหญิงได้ยินเสียงคนเดินหรือเจ้าคะ” เป่ยเป่ยถามเพื่อความแน่ใจ ว่าสิ่งที่นางคิดนั้นถูกต้องหรือไม่ บางทีตามองไม่เห็น ประสาทส่วนอื่นอาจจะรับรู้ได้ดีกว่า

“อื้อ...เสียงดังเพียงนี้เจ้ามิได้ยินหรือ”

“บ่าวชายเดินอยู่หน้าประตูไกล ๆ โน้นเจ้าค่ะ” เป่ยเป่ยบอกนายหญิงของตนเอง แล้วนางก็ขมวดคิ้วชนกันทันที

“หรือว่านายหญิงจะได้ยินเสียงชัดขึ้นใช่ไหมเจ้าคะ”

เว่ยเหยาคิดตามคำพูดของเป่ยเป่ย การที่นางสูญเสียประสาทบางส่วน แต่ประสาทส่วนอื่นทำงานได้ดีอย่างนั้นหรือ น่าตกใจจริง ๆ

“ถ้าเช่นนั้น เดี๋ยวข้าจะลองทดสอบดีหรือไม่นายหญิง”

เว่ยเหยาพยักหน้า เป่ยเป่ยมองหากระดิ่งลม แล้วเอาไปแขวนไว้ที่หน้าประตูเรือน ห่างจะเรือนนอนมากอยู่ แล้วนางก็วิ่งเข้ามาถามนายหญิง

“นายหญิงได้ยินกระดิ่งลมไหมเจ้าคะ” เว่ยเหยานั่งนิ่งสักครู่ก็ยิ้มออกมา

“ข้าได้ยิน...เจ้าเอาไปวางไกลหรือไม่”

“ไกลมากเจ้าค่ะ”

เว่ยเหยาตื่นเต้นกับความสามารถพิเศษที่เพิ่มขึ้นของนาง อย่างน้อยหากผู้ใดคิดร้าย นางได้ยินก่อนก็นับว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อยเลยทีเดียว

“ดี ดียิ่ง...เจ้ารีบไปเอาข้าวมาให้ข้ากินเร็ว” นางจะทดสอบว่านางได้ยินเสียงเป่ยเป่ยเดินไปถึงตรงไหน แล้วก็พบว่าความเคลื่อนไหวทั้งหมดในเรือนนางได้ยินไม่ขาดตกแม้แต่เสียงเดียว ความประหลาดนี้นับว่าดีต่อนางยิ่ง

แม้จะสูญเสียดวงตาที่ทำให้มองเห็นไป แต่เหมือนสวรรค์ก็ไม่ใจดำกับนางนักให้ความพิเศษอื่นให้นางได้มีชีวิตต่อไปได้

วันนี้นางรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที จึงทานอาหารได้มาก โจ๊กที่เป่ยเป่ยยกมานางทานได้หมดเลยทีเดียว ทำให้คนป้อนอย่างเป่ยเป่ยดีใจยิ่งนัก

“นายหญิงเก่งมากเจ้าค่ะทานได้หมดถ้วยเลย นายหญิงนอนอีกหน่อยนะเจ้าคะ จะได้แข็งแรงเร็ว ๆ” เมื่อนายหญิงใบหน้าแช่มชื่น ความหวังของนางก็มีมากขึ้น ไม่แน่ว่ากินยาขับเลือดที่ขัดขวางการมองเห็นได้ นายหญิงจะกลับมาเป็นปกติ

จวิ้นอ๋องมาเยี่ยมนางในตอนเช้า แต่มาแล้วนางยังหลับอยู่จึงได้สอบถามสาวใช้แทน

“นางเป็นอย่างไรบ้าง” ปากพูดกับสาวใช้ แต่ว่าดวงตามองไปยังร่างของนางบนเตียงนอน

“นายหญิงตื่นเช้ามาดื่มยาและทานอาหารแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้เพิ่งหลับไปหลังจากทานอาหาร” เป่ยเป่ยไม่ได้บอกว่านายหญิงมีความสามารถใดเพิ่มขึ้นมา เพียงแต่พูดแค่สิ่งที่ควรจะพูดก็เท่านั้น

“เช่นนั้นก็ดี เราจะเข้าวังไปเฝ้าฝ่าบาท เจ้าก็ดูแลนางให้ดี ขาดเหลือสิ่งใดก็แจ้งพ่อบ้านหลี่ ข้าจะไม่ให้ใครมารบกวนพวกเจ้า” จวิ้นอ๋องกล่าวแล้วเดินออกไป ที่ไม่ให้ใครมารบกวน กลัวว่านางจะสะเทือนใจไปมากกว่านี้ ให้นางสุขภาพแข็งแรงกว่านี้เสียก่อน หากใครจะเยี่ยมก็แล้วแต่นางจะพิจารณาเป็นรายบุคคลไป

ถ้อยคำของจวิ้นอ๋อง เว่ยเหยาได้ยินชัดเจน นางอนาถใจนัก เหตุใดเขาเพิ่งมาทำดีกับนางตอนนี้ ทำดีกับนางตอนที่นางมีประโยชน์เช่นนี้ นางทุกข์ใจนัก เมื่อสองเดือนก่อนที่คิดว่าตัดใจจากรักเขาข้างเดียวได้แล้ว ตอนนี้ทุกข์ใจว่าเขาคิดจะหาประโยชน์จากนาง นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเพื่อขึ้นสู่อำนาจอย่างนั้นหรือ

ในหัวใจของเว่ยเหยารู้สึกปวดร้าวรุนแรง ตอนนางหลับนางฝันถึงพี่อาหง ฝันถึงเรื่องราวตอนเด็ก ฝันถึงท่านแม่ ทุกคนยิ้มให้นาง แต่เมื่อนางเอื้อมมือหมายจะจับพวกเขาไว้ พวกเขาก็หายวับไปกับตา นางยืนร้องไห้เพียงลำพังเท่านั้น

บางทีการไม่ต้องเติบโตมารับรู้เรื่องอันใดก็ดีกว่าสินะ

ไฉ่กั๋วกง วันนี้ได้รับคำสั่งให้ไปดูนางยามที่เข้าประชุม หนึ่งคืออยากรู้ว่าหากจวิ้นอ๋องและไท่จื่อไม่อยู่ นางจะได้รับการดูแลดีหรือไม่ ไฉ่เฉินยิ่งกว่าเต็มใจเสียอีก รถม้าของไฉ่เฉินจอดที่หน้าประตูจวนจวิ้นอ๋อง เมื่อคนเฝ้าประตูเห็นป้ายจากฝ่าบาทก็รีบเปิดประตูทันที พ่อบ้านหลี่ไม่กล้าเสียมารยาท ด้วยรู้ว่าบุรุษผู้นี้มาเพื่ออันใด

“คารวะท่านกั๋วกง มิทราบว่ามีอันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่” พ่อบ้านหลี่กล่าวอย่างนอบน้อม

“พาข้าไปเยี่ยมพระชายาก็พอ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ส่งเครื่องบำรุงมาให้พระชายา” เขากล่าวไปตามที่สิ่งได้รับบัญชาจากฝ่าบาทมาไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย พ่อบ้านหลี่จึงนำท่านกั๋วกงไปยังเรือนของพระชายา แต่เมื่อเห็นว่าเป่ยเป่ย สาวใช้ข้างกายของนางกำลังจะออกไปด้านนอกเขาจึงเรียกไว้

“เจ้าคือสาวใช้ของพระชายาใช่หรือไม่”

“คารวะท่านกั๋วกง เป็นข้าน้อยเองเจ้าค่ะ” เป่ยเป่ย กล่าวอย่างนอบน้อมเช่นกันวันนี้ท่านกั๋วกงมาเพียงลำพัง ดังนั้นนางจึงต้องรั้งอยู่ก่อน มิสามารถออกไปด้านนอกอย่างที่ใจคิดได้แล้ว

“แล้วเจ้าจะไปที่ใด”

เป่ยเป่ยมองเหลือบตาไปที่พ่อบ้านแล้วก็ก้มหน้า เท่านั้นกั๋วกงก็เข้าใจดีว่า คงจะไปทำบางสิ่งที่บอกใครไม่ได้กระมัง จึงอำนวยความสะดวกให้นาง

“ท่านพ่อบ้านหลี่ ช่วยไปแจ้งห้องครัวของท่านจัดเครื่องบำรุงของฝ่าบาทมาให้พระชายาด้วย” เขาให้คนยกของที่นำมาส่งให้พ่อบ้านหลี่

เป่ยเป่ยรับรู้ทันทีว่าท่านกั๋วกงคงอ่านใจนางออก การออกไปครั้งนี้นางไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ เมื่อท่านพ่อบ้านออกไปแล้ว เขาจึงเริ่มถามขึ้น

“บอกข้าได้หรือไม่เจ้าจะไปที่ใด”

“เรียนท่านกั๋วกง...เอ่อ...ข้า...” เป่ยเป่ยไม่รู้ว่าจะบอกคนผู้นี้ได้ไหม แล้วก็ไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้ที่มาด้วย

“บอกมาเถิดข้ามิใช่คนของผู้ใด ฝ่าบาทเพียงห่วงใยนายเจ้าด้วยใจจริง ส่งข้ามาดูทุกวันไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว”

เมื่อได้ฟังแล้วก็ทราบทันทีว่าท่านกั๋วกงไม่ใช่คนของใครในตำหนักหรือขององค์รัชทายาท จึงกล้าพูดออกมา

“เอ่อ...ท่านกั๋วกง นายหญิงให้ข้าไปหาสาวใช้ที่ไว้ใจได้มาเพิ่มอีกเจ้าค่ะ ข้ากำลังจะไปรับน้องสาว”

ไฉ่เฉินฟังเท่านั้นก็รับรู้แล้วว่า มีบางอย่างที่ไม่ถูกนักในจวนแห่งนี้ นางคงไม่สะดวกใจจะใช้คนของจวิ้นอ๋องกระมัง เช่นนั้นควรเป็นเขาที่หาให้นางเองจะดีกว่า

“เจ้าอย่าลำบาก ข้าจะให้สาวใช้ของข้ามารับใช้นายเจ้ามิต้องเป็นห่วง” เขาหันไปพยักหน้ากับคนของตัวเอง แล้วก็จากไป เหลือเพียงกั๋วกงที่ยังอยู่ที่เรือนแห่งนี้ เขาอยากพบหน้านางสักนิด อยากดูให้แน่ใจว่านางไม่เป็นอันใด

เว่ยเหยาลืมตาขึ้นนางยังคงไม่เห็นเช่นเดิม แต่ได้ยินสิ่งที่เป่ยเป่ยพูดกับชายคนหนึ่ง นางไม่เคยได้ยินเสียงมาก่อน จึงเดินลงมาใช้มือปัดป่ายจับอากาศแล้วก็มาถึงประตูห้องนอน

“เป่ยเป่ยเจ้าคุยกับผู้ใด”

เสียงของนายหญิงทำให้เป่ยเป่ยหันกลับมาตาโต นายหญิงมองไม่เห็นมายืนอยู่ตรงหน้าประตูอันตรายยิ่ง

“นายหญิงอยู่นิ่ง ๆ เจ้าค่ะ เป่ยเป่ยจะไปเดี๋ยวนี้” เป่ยเป่ยรีบวิ่งเข้าไปหานาง แต่ทว่าช้ากว่าคนที่คุยด้วยกันเมื่อครู่ เขาก้าวเพียงสองสามก้าวราวกับบินได้ไปถึงตัวของนายหญิงแล้ว

“ออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร ยังไม่หายดี” เสียงดุของเขาทำให้เว่ยเหยาไม่แน่ใจว่าคนที่มาคือผู้ใด

“ท่าน...ท่านคือผู้ใด” นางหันหน้าไปตามเสียงที่ได้ยินขมวดคิ้วเป็นปม จำได้ว่าจวิ้นอ๋องจะไม่ให้ผู้ใดมารบกวน

“ไฉ่กั๋วกง” เขาตอบสั้น ๆ ไม่ได้ขยายความนัก

“เป็นท่านกั๋วกง เว่ยเหยาคารวะท่านกั๋วกง” นางเป็นผู้น้อยจึงค้อมกายคารวะ แม้ว่าพระชายาจวิ้นอ๋องตำแหน่งเหมือนดูน่าเคารพแต่นั่นเป็นเพียงหน้ากากที่นางสวม เพราะเมื่อหน้ากากนี้ถูกเปลี่ยนมือให้กับผู้อื่น นางก็เป็นเพียงแค่สตรีแต่งงานแล้วนามว่าเว่ยเหยาเท่านั้น

“ท่านอย่าคารวะข้าเช่นนี้ ข้าต่ำต้อยกว่าท่าน”

เว่ยเหยายิ้มให้กับความใจดีของท่านกั๋วกง ท่านคงจะเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีสินะ

“น่าเสียดายที่ข้ามองไม่เห็น ท่านผิดกับเหล่าขุนนางอื่นที่อวดเบ่งอำนาจนัก แต่ข้าจะจดจำท่านไว้”

“ข้าเคยพบท่านแล้ว แต่ไม่เคยสนทนา ไม่คิดว่าพบกันอีกครั้ง ท่านก็ไม่อาจมองเห็นข้าเสียแล้ว” ไฉ่เฉินจำแววตาเศร้าคู่นั้นได้ดี นางสวดมนต์เพียงลำพัง แม้ไม่ยิ้มแย้มแต่ทำให้เขารู้สึกว่าละสายตาจากนางได้ยากยิ่งนัก

“พบที่ใดอย่างนั้นหรือ ตัวท่านมีกลิ่นของเหม่ยฮวา ในจวนท่านปลูกใช่หรือไม่” แม้กลิ่นจะจาง ๆ แต่นางก็รับรู้ได้นี่คงเป็นอีกอย่างกระมังที่นางได้มาหลังจากตาบอด

“เจ้าได้กลิ่นด้วยหรือ”

“อื้อ...” นางพยักหน้า แล้วรู้สึกว่าการสนทนากับบุรุษแปลกหน้าผู้นี้ก็ไม่เลวนัก มันทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

“เจ้าชอบดอกเหม่ยฮวาหรือ” เขาถามเมื่อช่วยเป่ยเป่ยพยุงนางให้นั่งที่เก้าอี้

“ไม่ข้าไม่ได้ชอบ เพียงแต่ได้กลิ่น ข้าชอบกลิ่นของโม่ลี่ฮวา มันหอมชื่นใจกว่า” นางชอบดอกไม้เพียงบางชนิด แม้ว่าโมลี่ฮวาจะเป็นดอกไม้สีขาว แต่นางกลับชอบกลิ่นของมันยิ่งนัก

“เอาไว้คราวหน้าข้าจะเอามาฝาก” อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่านางชอบดอกอะไร

“ท่านเป็นคนของฝ่าบาทใช่หรือไม่” เป่ยเป่ยเล่าให้นางฟังแล้วว่ามีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง ฝ่าบาททรงมีเมตตานัก ยังคิดถึงนางซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับราชวงศ์แล้วด้วยซ้ำ

“แน่นอนว่าฝ่าบาทใส่ใจทุกคน” หากแต่นางไม่รู้ว่าฝ่าบาทใส่ใจไม่เพราะนางเป็นบุตรสาวขององค์หญิงเกาหยางเท่านั้น เพียงตรวจสอบความเคลื่อนไหวของทุกคนในราชวงศ์ว่าคิดก่อการอันใดหรือไม่

“ช่างเป็นฝ่าบาทที่ใส่ใจคนตัวเล็ก ๆ อย่างข้านัก ฝากท่านขอบพระทัยแทนข้าด้วย”

“มีสิ่งใดขาดอีกหรือไม่ ข้าจะได้นำมาให้ในคราวหน้า” นอกจากสาวใช้เขาก็อยากรู้เช่นกันว่านางขาดเหลือสิ่งใดหรือไม่กันนะ

“ย่อมไม่มี อื่นใดล้วนมีพร้อม ขาดก็แต่...” เมื่อคิดว่าตัวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ก็กัดกินหัวใจขึ้นมาดื้อ ๆ นางพยายามหักห้ามใจแล้ว แต่ทว่ากลับห้ามดวงตาไม่ให้มันเอ่อไหลน้ำใส ๆ ออกมาได้

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะนายหญิง ข้าจะเป็นตาให้ท่านเอง” เป่ยเป่ยเห็นดวงตาของนายหญิงเศร้าเช่นนี้ก็อดที่จะน้ำตาไหลไม่ได้ ร้อยวันพันปีจวิ้นอ๋องไม่เคยเสด็จมายังเรือนของเจ้านาย มิรู้อะไรดลใจเขาให้มาทำร้ายนายของตน

“ขออภัยท่านกั๋วกง เสียมารยาทแล้ว” นางยกมือขึ้นปาดน้ำตา แล้วก็ยิ้มให้

‘นางมองมายังเขาตรง ๆ เช่นนี้ทำเอาเขาใจสั่น เขาอยากให้นางมองเห็นเขาบ้างจัง จะมีวันนั้นไหมนะ...’

“มิเป็นอันใด สาวใช้ข้าจะจัดมาให้เจ้าอย่าห่วง และพวกนางไว้ใจได้” แน่นอนว่าเป็นสาวใช้ขั้น 1 ในจวนของกั๋วกง และย่อมรายงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้กับเขาฟังเช่นกัน

“ขอบคุณท่านกั๋วกง หากไม่รบกวนช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับได้หรือไม่ ข้าไม่อยากให้ผู้ใดรับรู้”

“ย่อมได้” เขารับปากนาง เมื่อพ่อบ้านนำขบวนสาวใช้ยกของบำรุงมาวางเรียงราย เขาก็ขอตัวกลับทันที เพราะมารั้งอยู่ที่นี่นานแล้ว

“สมควรแก่เวลาแล้ว ข้ากลับก่อน ไว้ทูลฝ่าบาทให้ทราบถึงอาการท่าน หากมีคำสั่งฝ่าบาทข้าจะมาเยี่ยมใหม่” เขาอ้างคำของฝ่าบาทเพื่อให้พ่อบ้านที่ใบหน้าสงสัยครามครันคลายใจ

“ลำบากท่านกั๋วกงแล้ว ข้าคงส่งท่านมิได้ขอให้เดินทางปลอดภัย” เว่ยเหยากล่าวด้วยความสุขภาพ เมื่อมีคนอื่นนางก็รักษาระยะห่างกับท่านกั๋วกง ไม่รู้ว่าเขาไว้ใจได้ไหม แต่หัวใจนางสั่งว่าเขาเป็นคนดี
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 55

    จนถึงวันที่ไฉ่เฉินต้องเดินทาง หงจื่อก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพียงแต่ยืนมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วงทั้งอยากพานางไปอยู่ที่จวนด้วยกัน “ท่านเดินทางปลอดภัยนะ” เว่ยเหยามาส่งเขาที่หน้าจวนอวยพรให้เขาปลอดภัยกลับมา แต่คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเขากลับแช่งชักเสียนี่ “ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับม

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 54

    “ข้าคิดถึงเจ้านะเว่ยเหยาเมื่อไหร่เจ้าจะยกโทษให้ข้า” เขารำพันกับตัวเองแล้วก็กลับจวนไปด้วยความหงอยเหงา ทุกวันถัดมาเขาก็มาส่งของด้วยตัวเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จวนกั๋วกงดูวุ่นวายเล็กน้อย ทั้งมีเหล่าบ่าวรับใช้วิ่งวุ่นวายเต็มไปหมด “นี่พวกเจ้า...เกิดอะไรขึ้น” เขารั้งบ่าวรับใช้มาได้หนึ่งคน

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 53

    คนช่างตื๊อยิ้มเห็นฟันขาวครอบทุกซี่ให้กับภรรยา เขานั่งรถม้าตามนางมาเช่นกัน แล้วให้คนของเขาจัดการเอาเป่ยเป่ยไปเก็บชั่วคราว แล้วตัวเองก็ถือดอกไม้เดินตามหลังนางมาจนถึงด้านบนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย “ข้าถือดอกไม้มาให้เจ้าไหว้พระ ไปเถิดไปไหว้พระกัน” เขาจับมือนางเดินเข้าไปแต่ก็โดนสะบัดหลุดออกจากการเก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 52

    “ให้ข้าสงสารเจ้า ทำทานกับสุนัขขี้เรื้อนดีกว่า ข้าย่อมไม่ทรยศสหายเหมือนเจ้า” เขาจำจนวันตายที่มันทิ้งเขาแล้วให้นางโจรจับไปบูชายัญไม่พอ ยังพรากพรหมจรรย์ของเขาไปเสียอีก “เจ้าก็เจ้าคิดเจ้าแค้นจัง ก็ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่า ข้าไม่ได้ตั้งใจ มันเหตุสุดวิสัย” เขาไม่คิดว่ามันจะโกรธขนาดนี้ อุตส่าห์ส่งให้ขึ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 51

    รถม้าของทั้งสี่คนเคลื่อนมายังเมืองหลวง หลังจากส่งเว่ยเหยาที่จวนกั๋วกงแล้ว เขาทั้งสองก็รีบเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที เพราะเมียคนดีของเขานั้นไม่อยากกลับจวนของเขา จำเป็นต้องมาส่งที่นี่ ดีกว่าให้หางเลือกกลับไปยังชายแดนบูรพาเสี่ยงอันตรายคนเดียว “คืนนี้ห้ามเจ้าลงกลอน ไม่งั้นเจอดีแน่” “ข้

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 50

    ถ้อยคำนั้นทำเอาเป่ยเป่ยยิ้มล้อนายหญิงไม่คิดว่าห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่สถานะของนายหญิงตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อมาถึงโรงเตี้ยมหงจื่อเลือกจะเช่าห้องสามห้อง ห้องหนึ่งให้เจ้าไก่อ่อน อีกห้องของเป่ยเป่ย ส่วนเขาจะนอนกับเมียให้ฉ่ำอุรา “เถ้าแก่มีห้องว่างสามห้องไหม” “เหลือเพียงสองห้องเท่านั้นคุณ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status