Partager

บทที่ 8

last update Date de publication: 2026-01-10 16:11:46

ซูหลันหนี่ว์เจ็บใจนักที่มีแต่คนปกป้องนางพระชายาตาบอดนั่น ขนาดไท่จื่อเฟยยังโดนกีดกันนับประสาอะไรกับนางเล่า หากมาเพียงลำพังกับลูกสาวมีหวังคงได้ยืนรอเพียงหน้าประตูด้านนอกเท่านั้น

แต่วันนี้อย่างน้อยก็ได้เห็นมันตาบอด นางเชื่อว่าต้องกำจัดมันได้แน่นอน

“ท่านแม่เราจะเอาอย่างไรต่อดี หากวันนั้นมันไม่ไล่ลูกออกมา ลูกก็ยังอยู่ในจวนจวิ้นอ๋อง จัดการมันสบายนัก” ซ่งหลินเหยาไม่ได้อยากเป็นผู้แพ้ นางต้องเป็นผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้น ชาตินี้อย่างไรนางก็จะเป็นฮองเฮาให้ได้ แล้วจวิ้นอ๋องก็ว่าที่ฮ่องเต้องค์ถัดไปอีกด้วย

“เจ้าแม่ลูกวางแผนอะไรกันดูทิศทางลมด้วย” ซ่งอันเดินเข้ามาในห้อง เขารู้ว่าภายในมีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับตำแหน่งองค์รัชทายาท จากกรณีที่บุตรสาวคนโตโดนทำร้าย ประชาชนตราหน้าว่าจวนจวิ้นอ๋องไม่เหมาะสม ทำร้ายสตรีเป็นเรื่องไม่ควรกระทำ ทั้งบางกลุ่มที่เคยภักดีต่ออดีตจักรพรรดิยิ่งไม่พอใจ

“ท่านพี่ ท่านหมายความว่าอย่างไร ดูทิศทางลม” ซูหลันหนี่ว์ไม่เข้าใจที่ท่านพี่บอกนาง

“ตำแหน่งองค์รัชทายาทสั่นคลอน หากจวิ้นอ๋องแต่ภรรยาคนอื่นเข้าจวน เรื่องนี้ขันทีในวังลือกันให้ขรม” ซ่งอันที่โดนเพ่งเล็งว่าจับขั้วอำนาจองค์รัชทายาทเพื่อล้มล้างบัลลังก์ก็เครียดนัก ไม่เฉพาะตำหนักบูรพาที่โดนจับตา จวนของเขาก็เช่นกัน

“ท่านพี่พูดอะไรอย่างนั้นเจ้าคะ....จะเป็นไปได้ยังไง” ซูหลันหนี่ว์อยากผลักดันลูกสาวตัวเองขึ้นเป็นใหญ่ แม้นางไร้วาสนาแต่ลูกสาวของนางวาสนามาถึงแล้ว เหตุใดต้องมีมารอย่างซ่งเว่ยเหยา ลูกเลี้ยงที่นางรังเกียจอยู่ด้วยนะ

ข้าไม่เข้าใจสวรรค์ เหตุใดให้แม่ตายไม่ส่งลูกไปตายด้วยเล่า

“แม่นางเป็นใครแล้วเจ้าเป็นใคร!” เสียงถัดมาทำเอาซูหลันหนี่ว์ตัวเย็นเฉียบ เมื่อรู้ว่านังองค์หญิงเกาหยางตายไปแล้วยังตามมาหลอกหล่อนอีกงั้นหรือ

‘ข้าทำเจ้าตรอมใจแล้ว เหตุใดยังไม่เลิกรังความอีก’

“แต่พระชายาตาบอดใครจะยอมรับ” นางเถียงกลับ อย่างไรก็เป็นที่อับอาย ประชาชนย่อมไม่ยอมรับเรื่องนี้

“เจ้าอยู่นิ่ง ๆ เถิดรอดูทิศทางลม ตำหนักจวิ้นอ๋องไม่จำเป็นไม่ต้องไป หากไม่อยากตายกันหมด”

เพียงยัดข้อหากบฏก็ตายยกตระกูลแล้ว อย่าว่าแต่อย่างอื่นเลย เขาจึงต้องเงียบสงบไม่พูดคุยหรือติดต่อกับองค์รัชทายาทสักพัก

“นิ่งได้อย่างไรท่านพี่ ที่จริงควรเป็นหลินเหยาของเราแต่งเข้าจวนจวิ้นอ๋อง หากไม่เพราะ...”

“เพราะอะไรก็ช่าง หากเจ้ายังดื้อดึงทั้งแม่และลูก ข้าจะจับขังไว้แต่ในเรือนดีหรือไม่” เวลานี้ใช่เวลามันฟื้นฝอยหาตะเข็บหรืออย่างไร เอาตัวให้รอดก่อนเถิด

ซูหลันหนี่ว์ได้แต่เก็บปากไว้ นางเห็นแท้ ๆ ว่าบัลลังก์หงส์ของลูกสาวอยู่ตรงหน้า จะไม่ยอมให้ใครมาแย่งไปเด็ดขาด อีกอย่างจวิ้นอ๋องเองก็ไม่ได้รักใคร่ปรองดองกับลูกเลี้ยงของนางเท่าไหร่นัก หากจะจัดการก็ควรจะเป็นช่วงนี้

“ท่านแม่ทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ เว่ยเหยามีฝ่าบาทหนุนหลัง” หลินเหยาไม่ยอมให้มันเป็นอนาคตฮองเฮาแล้วตัวเองต้องก้มหัวแทบเท้าแน่ ไม่มีวัน

“ใจเย็นก่อนลูก แม่ต้องหาวิธีได้แน่อีกหน่อยเพียงขอไท่จื่อเฟยเข้าไปดูแลจวนแทนเว่ยเหยาก็หาวิธีกำจัดเว่ยเหยาได้แล้ว”

“ไท่จื่อเฟยจะอยู่ข้างเราใช่หรือไม่”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น” ซูหลันหนี่ว์ปลอบใจลูกสาว ตอนแต่งงานเพียงเพราะลูกเลี้ยงเป็นบุตรสาวคนโต เหตุผลนี้ตลกสิ้นดี อยากรู้นักว่าใครเป็นคนคิดตั้งธรรมเนียมบ้า ๆ นี้ไว้ ลูกนังองค์หญิงเกาหยางได้สามีดีกว่าลูกนาง

นางไม่มีวันยอมเด็ดขาด!

ไฉ่กั๋วกงให้คนตามประกบสองแม่ลูก ทั้งตำหนักไท่จื่อด้วย จึงได้รับรู้แผนการของคนเหล่านี้ เขาจึงสั่งให้คนไปดูแลเว่ยเหยารอบ ๆ โดยแฝงเป็นบ่าวรับใช้ชายหญิงปะปนกันไป

‘นางต้องปลอดภัย’

เขาไม่เคยรู้สึกเป็นห่วงใครเท่านี้มาก่อนนางเป็นคนแรกที่เขานั้นห่วงใยนัก ไม่รู้เพราะอันใดเช่นกัน ไม่ว่าความสงสารหรือเหตุผลใด เขาก็ตั้งมั่นจะปกป้องนางแล้ว ไม่มีใครจะเปลี่ยนใจของเขาได้

ในช่วงเย็นจวิ้นอ๋องมาเรือนของเว่ยเหยา เขาตั้งใจจะมาทานข้าวตอนเย็นร่วมกับนาง จึงเดินมาพร้อมกับอาหารบำรุงมากมาย เสียงเดินฝีเท้าหลายคนทำให้เว่ยเหยาที่นั่งเหม่อคิดสิ่งใดเพียงลำพังนั้นหันหน้ามาถามเป่ยเป่ย

“ผู้ใดมาอีก บอกว่าข้าไม่อยากพบ”นางกระซิบสั่งสาวใช้ข้างกาย

“จวิ้นอ๋องเพคะ นำอาหารมาให้พระชายา”

“เจ้าบอกว่าข้ากินข้าวกินยาแล้ว” เว่ยเหยาไม่อยากกินของผู้ใดอีกแล้ว วันนี้นางกินมาเยอะแล้ว นั่ง ๆ นอน ๆ กิน ๆ กลัวว่าตัวจะอวบอ้วนเป็นหมูเสียก่อน

“คราวะจวิ้นอ๋อง พระชายาเอ่อ...เพิ่งทานอาหารกับดื่มยาแล้วเพคะ” เป่ยเป่ยรายงานตามที่นายหญิงสั่ง แต่จวิ้นอ๋องเหมือนจะฉลาดเพราะว่าอาหารนั้นยังไม่มาส่ง นางจะกินอันใดกัน คงไม่กินลมกินฟ้าหรอกนะ

“กินแล้วอย่างนั้นหรือ...เสียดายจังข้าอยากหาเพื่อนกินข้าวด้วยแท้ ๆ แต่ไม่เป็นไรนั่งกับนางก็แล้วกัน”

เป่ยเป่ยมองหน้านายหญิงที่ตอนนี้เหมือนจะโกหกไม่เนียนเพราะว่าโดนจวิ้นอ๋องจับได้แล้ว แต่จวิ้นอ๋องไม่เปิดเผยนางเพียงแต่ให้คนจัดโต๊ะอาหารแล้วให้นางนั่งอยู่ด้วย

“เจ้าอยากกินอีกหรือไม่ มีแต่อาหารดี ๆ บำรุงร่างกายทั้งนั้น ทั้งไก่ตุ๋นโสม ปลาเนื้อขาวนึ่งซีอิ้ว หรือว่า...จะเป็นปลาเปรี้ยวหวาน ให้ข้าเป็นคนป้อนให้ดีหรือไม่”

อาหารทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอาหารที่นางชอบทั้งนั้น เขาให้คนสืบมาแล้ว เหตุใดนางถึงไม่อยากกินเล่า

“เชิญจวิ้นอ๋อง ข้าอิ่มแล้ว” นางตอบเสียงเรียบไร้อารมณ์ ไม่ได้คิดอยากอาหารหรือสนทนาด้วย

อยู่ในอารามสองเดือนนางหมดแล้วซึ่งความอยากอาหารตรงหน้า หากจะอยากจริง ๆ คืออยากออกไปใช้ชีวิตอิสระเสียมากกว่า จนบางครั้งนึกอิจฉาชาวบ้านที่ไม่ต้องมียศตำแหน่งใด แต่ใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ต้องแก่งแย่งแข่งขัน หากนางเป็นได้เช่นนั้นคงดีไม่น้อย

จวิ้นอ๋องคาดเดาผิดไปหรือ เขามองอาหารบนโต๊ะรสชาติเลิศรสทั้งกลิ่นหอม นางกลับไม่รู้สึกอยากอาหารแม้เพียงนิด จะว่าไปเขาก็ไม่เคยคิดอยากทานอาหารกับนาง หากไม่เพราะว่าตัวเองไปทำนางต้องเจ็บป่วยเช่นนี้

“เจ้ายังโกรธข้าใช่หรือไม่ ข้าอยากขอโทษเจ้า” เขาวางตะเกียบแล้วกุมมือนางแทน เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นเช่นนี้ เพราะเขาโง่เองต่างหาก

“ข้ามิโกรธท่านเพียงแต่หากท่านอยากไถ่โทษ ขอเพียงอย่างเดียว ข้าจะไม่ร้องขอสิ่งใดจากท่านอีกเลย” เสียงเนิบนาบพูดไร้อารมณ์ไม่พอใจ

“เจ้าว่ามาสิสิ่งใดกันที่เจ้าอยากได้ หากข้าหามาได้จะไม่ลังเล”

“ให้หนังสือปลดภรรยาแก่ข้าเถิด ปล่อยให้คนตาบอดเช่นข้าใช้ชีวิตที่เหลือด้วยความสงบเถิด ท่านก็เห็นแล้วว่าวันนี้ไท่จื่อเฟยต้องการสิ่งใด หากไม่ใช่ต้องการแน่ใจว่าข้าไร้คุณสมบัติการเป็นพระชายาอีกต่อไป”

ต่อให้นางมองไม่เห็น ก็รับรู้ถึงเจตนาการมาของทั้งแม่เลี้ยงและน้องสาว พวกนางล้วนเป็นเครือญาติกันก็ต้องส่งเสริม เพียงแต่ตอนแต่งนางก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดจึงเป็นนาง

ดีใจได้ไม่เท่าไหร่ แต่งมาก็ต้องรับน้องสาวมาอยู่จวนจวิ้นอ๋อง ไม่เพียงแค่นั้นสามียังทำเหมือนนางไม่มีตัวตน จนร้ายแรงที่สุดคือนางมองไม่เห็นด้วยฝีมือเขา แล้วจะให้นางทำเช่นไรอีกเล่า ในเมื่อถูกพวกเขากระทำอยู่ฝ่ายเดียว

“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าฝ่าบาทไม่อนุญาตให้ข้าแต่งงานใหม่”

“แล้วท่านอยากแต่งงานใหม่หรือไม่”

คำถามนี้ทำเอาจวิ้นอ๋องน้ำท่วมปาก หากกูเทียนมี่อยู่เบื้องหน้า เขาย่อมยินดีแต่งงานใหม่ ต่อให้ผู้ใดห้ามปรามก็ตาม นางคือความรู้สึกดีแรกของเขาที่จะไม่รู้ลืม

“ท่านตอบไม่ได้ใช่หรือไม่ เรื่องนั้นเป็นแค่คำพูดตอนกริ้วเท่านั้น ถึงเวลาท่านก็ต้องมีภรรยา มีบุตรไว้สืบสายเลือด หากแต่ข้าทำหน้าที่นั้นไม่ได้แล้ว”

“เหตุใดไม่ได้”เขาขึ้นเสียง

คำก็หย่า สองคำก็ปลดภรรยา เขาไม่ชอบใจนัก

“ท่านทนนอนกับภรรยาตาบอดได้เช่นนั้นหรือ”

คำถามนี้มีเพียงเสียงเงียบเป็นคำตอบ แต่นางก็รู้อยู่แล้วว่าเขาอย่างไรก็รังเกียจนางที่เป็นเช่นนี้ มีภรรยาตาบอดจะให้ความสำราญแก่สามีได้เช่นไร นางยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำ แล้วเขาล่ะ

“ข้า...ข้า”

“ท่านอย่าโกหกหัวใจตัวเอง ไหนจะมีคนในใจของท่านอีกเล่า ข้าไม่กล้าไปแทนที่ใคร และละอายใจยิ่งนัก เพียงท่านปล่อยข้า ข้าก็ปล่อยท่านแบบนี้ถึงจะเหมาะสม การแต่งงานเดิมก็ไม่ใช่ท่านหรือไม่เต็มใจ เข้าหอสักครั้งก็ไม่เคย แต่จะพูดออกไปก็มีแต่ข้าเสียหาย เช่นนั้นข้ายอมเป็นหญิงหม้ายที่มีคุณธรรมให้สามีแต่งงานกับคนที่ช่วยสืบสกุลได้ คนต้องยกย่องข้าแน่นอน”

เว่ยเหยายกเหตุผลร้อยแปดเพื่อหว่านล้อมเขา ก็เพราะว่านางต้องการจากจวนนี้ไปไวไว ยิ่งเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดี

“ใช่...ข้ามีคนในใจคนหนึ่ง แต่นางอาจจะไม่อยู่แล้ว ข้าไม่รู้ว่าจะตามหานางได้จากที่ใด”

ซ่งเว่ยเหยาเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยคำถามเสียดแทงใจตัวเองออกมา

“นางเป็นใครหรือ” คำถามนี้แม้จะเจ็บปวด แต่นางก็อยากรู้ว่าสตรีผู้นั้นเป็นผู้ใดกัน สตรีแบบไหนกันที่ได้หัวใจ

จวิ้นอ๋องไปครอง

“ข้าเจอนางเมื่อ 12 ปีก่อนชายแดนบูรพา นางแบ่งซาลาเปาให้ข้า...แต่ว่า...ข้าก็ช่วยนางจากสงครามไม่ได้”

ได้ยินคำตอบทำเอาเว่ยเหยาใจสั่น แบ่งซาลาเปา เมื่อ 12 ปีก่อน ชายแดนบูรพา...

“นะ...นะ...นางนามว่าอันใด” เสียงสั่นเครือนั้นถามเขาออกไป แต่จวิ้นอ๋องกลับรู้สึกว่านางสะเทือนใจที่เขาบอกรักคนอื่นต่อหน้านาง จึงไม่คิดเปิดเผยชื่อ

“บอกไปเจ้าก็ไม่รู้จัก เจ้าอยู่ในจวนของข้าให้ดีก็พอ อย่างอื่นไม่ต้องคิดมาก ข้าย่อมจัดการได้”

เขารู้ดีว่าเสด็จแม่ต้องการสิ่งใดที่มาเมื่อวาน ทั้งยังพาน้องสาวของนางมาด้วย คนนอกยังรู้ว่าฮูหยินซ่งต้องการให้ลูกสาวตัวเองแต่งเข้าจวนด้วย เขาต้องจัดการปัญหานี้ให้จงได้

สามวันให้หลัง ซ่งฮูหยินส่งอาหารมาให้ที่เรือนพระชายาจวิ้นอ๋อง แต่ตัวนางไม่ได้มาเพราะรู้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึงตัวหากไม่ได้รับอนุญาต

“ท่านแม่...จะได้ผลหรือเจ้าคะ”

“แม่ให้คนแอบไปสืบมาแล้ว อาหารพวกนี้ล้วนแสลงยาที่นางกิน หากนางกินยาก็จะขับยาออกหมด หากนางกินนาน ๆ สะสมเรื่อย ๆ ก็จะทำให้ตายได้”

“ท่านแม่ฉลาดสุด ๆ อาหารพวกนี้ผิวเผินเหมือนอาหารบำรุงทั่วไป ต้องไม่มีคนจับได้แน่นอนแน่เจ้าค่ะ” หลินเหยามั่นใจว่าคราวนี้แผนการต้องสำเร็จ นางต้องได้แต่งเข้าจวนจวิ้นอ๋องแน่นอน

มีคนจากจวนเสนาบดีซ่งส่งอาหารมาให้ที่จวนจวิ้นอ๋อง พ่อบ้านหลี่รับอาหารจากจวนตระกูลซ่งมาแล้วก็ให้คนของท่านจวิ้นอ๋องตรวจสอบ เมื่อจวิ้นอ๋องเห็นว่าไม่มีอันตราย จึงให้นำมาให้นางได้

ก่อนที่อาหารพวกนั้นจะมาถึง ก็มีเสียงกระซิบเหมือนเสียงลมผ่านหูด้านหลังของเว่ยเหยา

‘อาหารมีสิ่งที่เจือด้วยพิษอย่ากินพ่ะย่ะค่ะ’

คำพูดเหมือนลมผ่านมา แล้วก็ผ่านไปจนเว่ยเหยาต้องเรียก

“ใคร...ผู้ใดอยู่ตรงนั้นออกมานะ”

เสียงนางเรียกทั้งหูก็จับเคลื่อนไหว แต่นางไม่ได้ยินเสียงใดเลย

อาหารงั้นเหรือ?

หรือว่านี่จะเริ่มแล้ว เริ่มกำจัดนางแล้วหรือ เพียงเวลาไม่นานคนพวกนั้นต้องการให้นางตายเร็วเพียงนี้เชียวหรือ

เว่ยเหยาสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด ตั้งมั่นหากสวรรค์อยากให้นางมีชีวิตอยู่ก็ต้องสู้กันสักตั้ง

“เป่ยเป่ย เสี่ยวซี เสี่ยวเป้ย จากวันนี้เป็นต้นไปอาหารที่มาจากครัวใหญ่ไม่รับ อาหารข้างนอกไม่รับ เราจะทำอาหารกินกันเอง”

“มีอะไรเจือปนในอาหารหรือเจ้าคะ”

“ย่อมต้องมี”

นางพูดเท่านั้น แล้วก็สั่งให้คนของตัวเองไปจัดการแจ้งพ่อบ้านหลี่ ประจวบกับที่พ่อบ้านหลี่นำอาหารมาให้พอดี

“ขออภัยพ่อบ้านหลี่พระชายาไม่รับอาหารจากข้างนอกนับจากวันนี้ นางอยากให้ข้าน้อยทำให้นางกิน นางไม่ชอบอาหารรสมือผู้ใด” เป่ยเป่ยอ้างว่าพระชายาติดรสมือนางแทน จะได้ไม่เป็นที่สงสัย

“แต่นี่เป็นอาหารจากที่บ้านเดิมพระชายา”

“รบกวนท่านนำไปแจกจ่ายให้สาวใช้เถิด เอามาก็ต้องยกกลับอยู่ดี” เป่ยเป่ยกล่าวเท่านั้นก็รับรู้ได้ทันที ตระกูลซ่งนั้นเลวทรามนัก ขนาดแต่งออกมายังไม่วายมาระรานสินะ

“เช่นนั้นข้าจะไปเรียนท่านอ๋อง” พ่อบ้านหลี่ขัดไม่ได้จึงต้องรายงานไปตามสาวใช้ของพระชายากล่าว แม้จะลำบากใจอยู่บ้างก็ตาม
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 55

    จนถึงวันที่ไฉ่เฉินต้องเดินทาง หงจื่อก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพียงแต่ยืนมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วงทั้งอยากพานางไปอยู่ที่จวนด้วยกัน “ท่านเดินทางปลอดภัยนะ” เว่ยเหยามาส่งเขาที่หน้าจวนอวยพรให้เขาปลอดภัยกลับมา แต่คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเขากลับแช่งชักเสียนี่ “ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับม

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 54

    “ข้าคิดถึงเจ้านะเว่ยเหยาเมื่อไหร่เจ้าจะยกโทษให้ข้า” เขารำพันกับตัวเองแล้วก็กลับจวนไปด้วยความหงอยเหงา ทุกวันถัดมาเขาก็มาส่งของด้วยตัวเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จวนกั๋วกงดูวุ่นวายเล็กน้อย ทั้งมีเหล่าบ่าวรับใช้วิ่งวุ่นวายเต็มไปหมด “นี่พวกเจ้า...เกิดอะไรขึ้น” เขารั้งบ่าวรับใช้มาได้หนึ่งคน

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 53

    คนช่างตื๊อยิ้มเห็นฟันขาวครอบทุกซี่ให้กับภรรยา เขานั่งรถม้าตามนางมาเช่นกัน แล้วให้คนของเขาจัดการเอาเป่ยเป่ยไปเก็บชั่วคราว แล้วตัวเองก็ถือดอกไม้เดินตามหลังนางมาจนถึงด้านบนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย “ข้าถือดอกไม้มาให้เจ้าไหว้พระ ไปเถิดไปไหว้พระกัน” เขาจับมือนางเดินเข้าไปแต่ก็โดนสะบัดหลุดออกจากการเก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 52

    “ให้ข้าสงสารเจ้า ทำทานกับสุนัขขี้เรื้อนดีกว่า ข้าย่อมไม่ทรยศสหายเหมือนเจ้า” เขาจำจนวันตายที่มันทิ้งเขาแล้วให้นางโจรจับไปบูชายัญไม่พอ ยังพรากพรหมจรรย์ของเขาไปเสียอีก “เจ้าก็เจ้าคิดเจ้าแค้นจัง ก็ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่า ข้าไม่ได้ตั้งใจ มันเหตุสุดวิสัย” เขาไม่คิดว่ามันจะโกรธขนาดนี้ อุตส่าห์ส่งให้ขึ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 51

    รถม้าของทั้งสี่คนเคลื่อนมายังเมืองหลวง หลังจากส่งเว่ยเหยาที่จวนกั๋วกงแล้ว เขาทั้งสองก็รีบเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที เพราะเมียคนดีของเขานั้นไม่อยากกลับจวนของเขา จำเป็นต้องมาส่งที่นี่ ดีกว่าให้หางเลือกกลับไปยังชายแดนบูรพาเสี่ยงอันตรายคนเดียว “คืนนี้ห้ามเจ้าลงกลอน ไม่งั้นเจอดีแน่” “ข้

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 50

    ถ้อยคำนั้นทำเอาเป่ยเป่ยยิ้มล้อนายหญิงไม่คิดว่าห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่สถานะของนายหญิงตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อมาถึงโรงเตี้ยมหงจื่อเลือกจะเช่าห้องสามห้อง ห้องหนึ่งให้เจ้าไก่อ่อน อีกห้องของเป่ยเป่ย ส่วนเขาจะนอนกับเมียให้ฉ่ำอุรา “เถ้าแก่มีห้องว่างสามห้องไหม” “เหลือเพียงสองห้องเท่านั้นคุณ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 7

    เมื่อท่านกั๋วกงกลับไป เว่ยเหยาก็บอกให้เป่ยเป่ยปิดเรือนไม่พบผู้ใดแล้ว นางเวียนหัวจะพักผ่อน นั่นทำให้จวิ้นอ๋องที่เพิ่งกลับจากประชุมไม่ได้พบนาง “อะไรนะไฉ่กั๋วกงมางั้นเหรอ” ไท่จื่อเองก็กลับมาที่จวนจวิ้นอ๋องด้วย วันนี้สีหน้าของเสด็จพ่อไม่ดีนัก คิดว่ายังไม่หายขุ่นเคืองเรื่องหลานสะใภ้โดนทำร้ายจากล

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 6

    เช้าวันถัดมาเป่ยเป่ยปลุกนายหญิงของตัวเองให้ตื่นขึ้น เพื่อทานยาที่หมอหลวงสั่งอย่างเคร่งครัด เว่ยเหยาเองก็ตื่นแต่โดยดี และพยายามทำใจให้ชินกับสิ่งที่ตัวเองเป็น เป่ยเป่ยมองนายหญิงเหมือนคนปกติ ดวงตานั้นยังกระจ่างใส หากไม่มีรู้ว่ามองไม่เห็นก็ไม่รู้เลยว่านายหญิงเจ็บป่วยอยู่ นางพ่นลมหายใจเบา ๆ แต่ด

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 5

    “ทะ...ท่านแม่...ตะ...ตัดหัว” หลินเหยาหลบอยู่หลังท่านแม่ ตลอดชีวิตไม่เคยโดนคำขู่ร้ายแรงเพียงนี้ เห็นทีว่าจวนจวิ้นอ๋องมิใช่ที่จะอวดเบ่งบารมีได้ ซูหลันหนี่ว์ทรุดลงกับพื้นหน้าประตูจวนหากไม่ได้สาวใช้พยุงไว้คงพับไปแล้ว การจะมาเยี่ยมเว่ยเหยามิคิดว่าจะมีความผิดเพียงนี้เชียวหรือ “ใช่...อยาก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 4

    “ท่านจวิ้นอ๋องเมามากแล้วนะเพคะ รีบพักผ่อนก่อนดีกว่า” เสียงเรียบเจื่อด้วยความหงุดหงิดเล็ก ๆ ที่เขามาระรานนางถึงเรือน ทำให้จวิ้นอ๋องที่ยิ่งมีโทสะยามเมามายมากขึ้น “เจ้ากล้าสั่งข้า?” “มิกล้าเพคะ” นางก้มหน้าลงแล้วก็ไม่กล้าสบตาเขาอีก ไม่ใช่เกรงกลัวแต่ไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับบุรุษเมามายต่างห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status