Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-01-10 16:11:06

เมื่อท่านกั๋วกงกลับไป เว่ยเหยาก็บอกให้เป่ยเป่ยปิดเรือนไม่พบผู้ใดแล้ว นางเวียนหัวจะพักผ่อน นั่นทำให้จวิ้นอ๋องที่เพิ่งกลับจากประชุมไม่ได้พบนาง

“อะไรนะไฉ่กั๋วกงมางั้นเหรอ” ไท่จื่อเองก็กลับมาที่จวนจวิ้นอ๋องด้วย วันนี้สีหน้าของเสด็จพ่อไม่ดีนัก คิดว่ายังไม่หายขุ่นเคืองเรื่องหลานสะใภ้โดนทำร้ายจากลูกชาย แม้ว่าไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ นำป้ายของฝ่าบาทมาข้าน้อยมิกล้า” พ่อบ้านหลี่รายงานไปตามจริง วันนี้เขาเองก็หวั่นใจเช่นกัน แต่ตลอดการพูดคุยเขาไม่ได้อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าคุยอันใดกันบ้าง

“นางพูดถึงพวกเราหรือไม่”

“ข้าน้อยมิทราบพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ตอนมาให้ข้าน้อยจัดเตรียมเครื่องบำรุงจากในวังมาให้พระชายาเท่านั้น พูดคุยสิ่งใดบ้างข้าน้อยมิได้อยู่ด้วย” พ่อบ้านหลี่ตอบอย่างลำบากใจ ครั้นจะไปซักไซ้ก็ใช่ที่ พระชายายังเจ็บป่วยอยู่

“เสด็จพ่ออย่างกังวลใจไป ลูกจะไปเยี่ยมนางเอง” จวิ้นอ๋องรู้ว่าเสด็จพ่อกังวลสิ่งใด แต่เขาเพียงแค่ห่วงนางเท่านั้น ไม่ได้คิดเป็นอื่น เมื่อเขาเดินมาถึงเรือนของนาง ก็เงียบสนิทบ่าวไพร่ไม่มีให้เดินรับใช้ เป่ยเป่ยที่เฝ้านายหญิงอยู่ก็รีบออกมาทันทีเมื่อเห็นจวิ้นอ๋องมา

“คารวะจวิ้นอ๋อง”

“นางเป็นอย่างไรบ้าง”

“บ่นว่าปวดศีรษะตั้งแต่บ่ายดื่มยาแล้วก็หลับไปเพคะ” เป่ยเป่ยบอกแค่ที่นายหญิงสั่งเท่านั้น

“ท่านกั๋วกงมาหานางว่าอย่างไรบ้าง”

“เพียงแต่มาสอบถามอาการแล้วก็แค่ขาดเหลือสิ่งใดหรือไม่เจ้าค่ะ”

“แค่นั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ”

จวิ้นอ๋องพยักหน้ารับ คิดว่าซักไปก็ไร้ประโยชน์อีกอย่างนางก็ไม่รู้ว่ากั๋วกงมีความสำคัญเช่นไร คงไม่มีอันใดกระมัง จวิ้นอ๋องทรุดนั่งที่เตียงนอนของนาง มือหนายกขึ้น ลูบที่ศีรษะนางเบา ๆ อย่างเป็นห่วง ความอบอุ่นที่มือของเขาปลุกนางตื่นขึ้น หญิงสาวสะดุ้งเพราะมือนั้นไม่ใช่มือของเป่ยเป่ย

“คะ...ใคร...เป่ยเป่ยเจ้าอยู่ไหน...เป่ยเป่ย” นางเรียกสาวใช้อย่างหวาดกลัว ทั้งขยับเข้าไปด้านในลึกขึ้นจนเขาต้องดึงนางไว้

“เจ้าอย่าขยับเป็นข้าเอง” จวิ้นอ๋องเห็นท่าทีหวาดกลัวของนางแล้วก็อดสงสารไม่ได้ หญิงสาวที่หอบหายใจด้วยความหวาดกลัวค่อย ๆ สงบลงจนหน้าอกกระเพื่อมเบาแรง นางดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา แล้วเอ่ยเสียงสั่นเล็ก ๆ

“จวิ้นอ๋องมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้หรือเพคะ” นางพยายามคุมโทนเสียงให้เป็นปกติแล้ว แต่ไม่ได้จริง ๆ การอยู่ในความมืดที่ไม่รู้ว่าใครจะมาทำร้าย ทำให้นางหวาดกลัว ที่นี่ไม่น่าอยู่สำหรับนางเลยจริง ๆ

“ไม่มีข้าเพียงแต่เป็นห่วงเจ้าเท่านั้น เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเจ็บปวดตรงไหนหรือไม่” เสียงนุ่มเอ่ยถามนาง

“ไม่เป็นไรเพคะ...จวิ้นอ๋องไม่ต้องเป็นห่วง หากเป็นไปได้ห้ามให้ใครมาหาข้าจะดีกว่า หรือถ้าจวิ้นอ๋องจะกรุณาให้หนังสือปลดภรรยาแก่ข้าเถิด ข้าไร้ซึ่งคุณสมบัติเป็นภรรยาของท่านแล้ว” เว่ยเหยาเคยคิดว่าตำแหน่งพระชายาจะทำให้เขาใจอ่อนลงบ้าง ยามนี้นางคิดแล้วว่าการปล่อยให้คนที่รักเป็นอิสระย่อมดีกว่าเอาชีวิตไปเสี่ยง นางไม่อยากเดินอยู่บนเส้นด้ายกับขั้วอำนาจใด

“หย่า...หย่าแล้วเจ้าจะไปไหน จวนเสนาบดีหรือ?”

“ข้าจะไปอยู่วัดถือศีลกับเป่ยเป่ย ข้าไม่อยากเป็นภาระใคร” นางพูดอย่างแน่วแน่ เมื่อก่อนวิ่งหาเขา ตอนนี้นางขอหยุดแล้วเดินจากไปบ้างเถอะ

“ไม่...ข้าไม่ยอมหย่ากับเจ้า”

“ไม่รักแล้วรั้งข้าไว้ทำไม พระชายาตาบอดไม่อายหรือเพคะ” นางถามแทงใจเขานัก เขายอมรับว่าหากมีคนพูดเรื่องนี้ย่อมโกรธ แต่ว่านางเป็นเช่นนี้เพราะเขาไม่ใช่เหรอ

“ใครจะอายก็ช่างสิ ข้าไม่อาย เจ้าต้องเป็นภรรยาข้าคนเดียว” เขาพูดเสียงเข้ม

“ไม่...ข้าไม่อยากเป็นภรรยา ปล่อยข้าไปเถิด หากท่านกลัวว่าตำแหน่งพวกท่านจะหลุดลอยไป เรื่องนี้ข้าจัดการได้ เพียงข้าเขียนจดหมายชี้แจงต่อฝ่าบาทก็ได้แล้ว” เว่ยเหยาคิดว่าสภาพนางตอนนี้คงไม่มีใครอยากรั้งไว้โดยเฉพาะไท่จื่อเฟยมารดาของจวิ้นอ๋องที่อยากให้น้องสาวของนางขึ้นมาตั้งแต่วันที่นางแต่งงานแล้วด้วยซ้ำ

“ผู้ใดเอาเรื่องพวกนี้ใส่หัวเจ้า ข้าไม่คิดหย่า”

“ท่านต้องหย่า”

“ใครก็บังคับข้าไม่ได้”

“ท่านอกตัญญูไม่ได้”

เขาพูดหนึ่งคำนางพูดหนึ่งคำ เรียกได้ว่าแต่ละคำที่นางพูดล้วนเป็นเรื่องจริง เสด็จแม่ของเขาต้องไม่ยอมเรื่องนี้แน่ แต่ว่าเขาก็ไม่ยอมหย่าขาดเป็นบุรุษไร้ความรับผิดชอบเช่นเดียวกัน

“เจ้าไม่ต้องคิดสิ่งใด มีข้าอยู่เดี๋ยวจะดีเอง” เขาถอนหายใจมาหนึ่งคำแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้เจือด้วยอารมณ์ใด

“ท่านดื้อดึงเพื่อให้ข้าตายก่อนใช่หรือไม่”

“ใครจะอยากเห็นเจ้าตายกัน”

“ท่านอย่างไร ข้าไม่กลับท่านก็ดึงดัน ข้าอยากให้ท่านหย่าก็ดึงดัน รอให้มีโลงศพมาวางอยู่ตรงหน้าก่อนใช่หรือไม่ท่านถึงจะยอมเชื่อข้า” เว่ยเหยาคิดอยากปล่อย แต่เขากลับรั้งไว้เพื่ออันใดกัน นางไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ที่ผ่านมาล้วนเจ็บปวดกันยังไม่พออีกหรือ

“วันนี้เจ้าพักผ่อน พรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมใหม่”

“ไม่ต้อง...ข้าไม่อยากพบผู้ใด” เว่ยเหยาทรุดตัวลงนอนหันหลังให้เขา ไม่พูดกับเขาอีก บุรุษที่ไม่ยอมเข้าใจสิ่งใดเลยคือจวิ้นอ๋อง เขาคิดว่านางมีอำนาจเหนือไท่เจื่อหรือไท่เจื่อเฟยงั้นเหรอ

“พ่อแม่เจ้าทั้งน้องเจ้าด้วยหรือไม่”

“ใช่” นางตอบโดยไม่ต้องคิด หลังจากมารดาตายไปนางก็ไม่เหลือญาติใดอีกแล้ว พ่อมีเหมือนไม่มี แม่เลี้ยงที่คอยจะกลั่นแกล้ง น้องสาวที่คอยแย่งทุกอย่างของนางไป มีสิ่งใดให้นางอาวรณ์อีกหรือ

“ได้เจ้าอย่าเพิ่งคิดสิ่งใดมาก พักผ่อนให้เพียงพอเถิด” จวิ้นอ๋องยอมล่าถอยออกไป เขาไม่ควรอยู่ให้นางคิดมากให้นางรักษาตัวให้ดี

เป่ยเป่ยได้ยินทุกคำที่เจ้านายเถียงกัน นางทำได้แต่เงียบไม่มีความคิดเห็นใด หากนายหญิงคิดหย่าแล้วไปสวดมนต์ถือศีลอยู่ที่วัดนางย่อมยินดีติดตาม หากนายหญิงอยากออกจากเมืองหลวงย้ายไปอยู่ที่อื่นนางก็ยินดีไปเช่นกัน ไม่ว่านายหญิงจะไปอยู่ที่ใด นางย่อมเคารพการตัดสินใจของนายหญิง

วันถัดมาสาวใช้สองคนถูกนำมาที่เรือน เป็นของท่านกั๋วกง โดยเป่ยเป่ยแจ้งกับพ่อบ้านว่า เด็กสาวทั้งสองเป็นญาติของนาง และจะมาช่วยดูแลพระชายา

พ่อบ้านแปลกใจ เหตุใดทำไมมาพร้อมกับท่านกั๋วกงจึงไปเรียนจวิ้นอ๋องให้ทราบ

“ท่านกั๋วกงมาแต่เช้ามีเรื่องอันใด” จวิ้นอ๋องชักรู้สึกไม่ค่อยชอบใจนักที่ไฉ่กั๋วกงมาทุกวันเช่นนี้ เหมือนจับตาดูความเคลื่อนไหวของจวนของเขามากเกินไป แต่ยามนี้จะพูดอันใดได้เพราะว่ามีป้ายคำสั่งของเสด็จปู่ ผู้ใดจะกล้าขัดคำสั่งกันเล่า

“นำบ่าวหญิงมาด้วยสองคน แต่ว่าเป่ยเป่ยบอกว่าเป็นญาติของนาง ข้าน้อยคิดว่ามันชอบกลนัก” พ่อบ้านหลี่เป็นพ่อบ้านมานานย่อมคาดเดาสิ่งใดไม่ผิดนัก การที่สาวจากด้านนอกมาอยู่ที่จวนมิเท่ากับมาสอดส่องเรื่องในจวนหรือ

“ข้าจะไปดูเอง เจ้าให้คนยกชามารับรองแก่ท่านกั๋วกง ห้ามเสียมารยาท”

เช้าตรู่เช่นนี้ ขณะที่เขายังไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนนาง แต่บุรุษอื่นกลับมาเยี่ยมเมียของตัวเองแล้ว นี่ไม่ใช่สิ่งปกตินัก หากแต่ท่านกั๋วกงช่างเคร่งครัดต่อคำสั่งของเสด็จปู่ยิ่ง

เมื่อเดินมาถึงเรือนของภรรยาตัวเอง กลับเห็นว่านางพูดคุยกับท่านกั๋วกงอย่างเป็นกันเอง ราวกับรู้จักกันมานานแรมเดือนอย่างนั้น นั่นยิ่งทำให้ในใจของเขาเริ่มคลางแคลงระแวงสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ทั้งเมื่อวานนางยังขอหนังสือหย่าจากเขาอีกด้วย

“คารวะท่านกั๋วกง ไม่ทราบว่ามาแต่เช้ามีสิ่งใดหรือไม่” จวิ้นอ๋องถามเสียงอันดังขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่

“มิมีอันใด เพียงแต่ทำตามรับสั่งฝ่าบาทให้มาดูอาการและความเป็นอยู่ของพระชายาจวิ้นอ๋องตามปกติ หากมีสิ่งใดขาดตก จะได้รายงานฝ่าบาทได้โดยตรง” กั๋วกงพูดด้วยถ้อยคำธรรมดายิ่งนัก แต่คนฟังรู้สึกคลับคล้ายกับข่มขู่อยู่ในที เขาหาใช่บุรุษที่ทำร้ายสตรีราวกับคนวิปริต เสด็จปู่เข้าพระทัยผิดกันไปใหญ่แล้ว

“ข้าย่อมดูแลนางดี”

“เช่นนี้ข้าก็วางใจแล้ว” กั๋วกงโค้งรับคำจากจวิ้นอ๋อง แต่จวิ้นอ๋องกลับมองไปยังสตรีที่มองไม่เห็นผู้นั้น นางไม่พูดอันใดหรือทักทายเขาสักครึ่งคำ ทั้งยังเงียบราวกับไม่พอใจอยู่

“ได้ยินว่าเจ้ารับสาวใช้มาใหม่ หากคนไม่พอเหตุใดไม่บอกข้า ต้องให้รบกวนท่านกั๋วกงด้วยเรื่องใด” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอาทรอย่างยิ่ง แต่เรียกรอยยิ้มเย็นชาจากใบหน้าของนาง นั่นทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ

“จวิ๋นอ๋องเพียงเข้าใจผิดกระมัง เมื่อวานข้ามาเยี่ยมประจวบเหมาะกับที่เป่ยเป่ยจะออกไปรับพวกนางพอดี ข้าจึงอาสาไม่อยากให้พระชายาอยู่เพียงผู้เดียว ประเดี๋ยวเป็นอะไรไป”

“ใช่แล้วเพคะ เสี่ยวซีกับเสี่ยวเป้ย เป็นญาติบ่าวเอง ยามนี้ครอบครัวแตกแยก จึงขอพึ่งบารมีพระชายาเพคะ” เป่ยเป่ยรีบสมทบอีกคำ เพื่อให้คำพูดของท่านกั๋วกงมีน้ำหนักมากขึ้น

“อ่อ...เป็นเช่นนี้ ต่อไปอย่าได้รบกวนกั๋วกง พ่อบ้าน

หลี่ก็มีเจ้าเพียงบอกกล่าวเขาเท่านั้น” จวิ้นอ๋องตำหนิเป่ยเป่ย เพื่อให้รู้ว่านางทำไม่ถูกต้อง แต่ก็มีสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาปกป้องนาง

“เป็นข้าที่ไม่ได้ตรึกตรองให้ดีเอง ท่านก็อย่าโทษนางเลย” เว่ยเหยาที่เงียบอยู่นานเอ่ยออกมา จากที่หงจื่อไม่คิดว่าจะได้ยินนางพูดกับเขาเสียแล้ว แต่เมื่อแตะต้องสาวใช้นางกลับยืนมือทันที

“เจ้าพักผ่อนให้ดีก็พอ”

นางยิ้มให้เขาเพียงนิดก่อนจะเอ่ยขึ้นบางอย่างราวกับว่านางมองเห็นอย่างนั้น

“คงไม่ได้พักแล้วกระมัง ไหนท่านสัญญากับข้าไม่ให้ผู้ใดรบกวน เหตุใดพาคนมาเสียเยอะแยะเล่า”

ใช่นางได้ยินเสียงฝีเท้า น้ำหนักการเดินเบาน่าจะเป็นสตรี หากให้เดาคงเป็นตระกูลซ่งที่รังเกียจนางนั่นเอง

จวิ้นอ๋องแปลกใจ วันนี้เดิมก็ไม่มีใครเข้ามารบกวนอยู่แล้ว เพียงแต่กั๋วกงเท่านั้นที่เข้ามาตามคำสั่ง แต่เมื่อหันไปมองยังประตูที่ไกลลิบ ๆ นั่นทำให้รู้ว่าเสด็จแม่และฮูหยิน ซ่งทั้งน้องสาวของนางก็มาด้วย

“ข้าจะไปจัดการเองเจ้าอย่าได้กังวล”

“มาแล้วก็แล้วไปเถอะ ท่านอย่าเสียมารยาทเลย มีท่านกั๋วกงอยู่ พวกนางคงรู้มารยาท”

พวกนาง?

นั่นยิ่งสร้างความแปลกใจให้เขายิ่งไปใหญ่ จนต้องเอามือโบกไปมาที่ตรงหน้านาง เพื่อให้แน่ใจว่านางตาบอดจริงหรือ เป่ยเป่ยหน้าซีด คิดว่าท่านอ๋องคงอยากรู้ว่านายหญิงรู้ได้อย่างไรกระมัง ประเดี๋ยวอยู่ด้วยกันคงต้องกระซิบแล้ว

“ถวายพระพรเสด็จแม่” จวิ้นอ๋องลุกขึ้นนำทำความเคารพ แล้วกั๋วกงเองก็ตามด้วยและเว่ยเหยาเองก็ทำตามเช่นกัน จนซูหนิงต้องรีบห้าม

“มากพิธีอะไรกัน เจ้าไม่สบายอยู่ ลุกขึ้นเถอะ” ไท่จื่อเฟยต้องการมาดูว่านางเป็นเช่นไรบ้างคิดหาทางแก้ไขเผื่ออนาคตลูกชายนางขึ้นเป็นองค์รัชทายาท หากให้นางเป็นชายาชาวเมืองคงได้หัวเราะเยาะเอา

“ไม่คิดว่าจะพบกั๋วกงที่นี่ด้วย”

“ทูลไท่จื่อเฟย ข้าน้อยเพียงแต่ทำตามรับสั่งขอฝ่าบาทเท่านั้น” ไฉ่กั๋วกงกล่าวอย่างนอบน้อมทั้งสังเกตสตรีทั้งสาม

“วันนี้ข้าพาแม่เจ้ากับน้องสาวเจ้ามาเยี่ยม นางไปร้องห่มร้องไห้บอกว่าเป็นห่วงเจ้า ข้าจึงฝืนขัดคำสั่ง หวังว่าเจ้าจะไม่ถือโทษแม่นะหงจื่อ”

จวิ้นอ๋องก็ถอนหายใจ เสด็จพ่อห้ามเสด็จแม่ไม่ได้หรอกหรือ ทำอย่างนี้ไม่เท่ากับเอาบัลลังก์มังกรไปเสี่ยงหรอกหรือ

“เสด็จแม่...เรื่องนี้ลูกเรียนเสด็จพ่อแล้ว หวังว่าท่านแม่จะเข้าใจ” จวิ้นอ๋องไม่พอใจและกล่าวตำหนิต่อหน้ากั๋วกงสร้างความไม่พอใจให้กับไท่จื่อเฟย

เว่ยเหยาไม่ได้ออกความเห็น ฟังอยู่เงียบ ๆ ดูสิว่าน้องสาวหน้าด้านกับแม่เลี้ยงหน้าไม่อายของนางจะกล่าวเช่นไร

“อย่าโทษไท่จื่อเฟยเลยเพคะท่านจวิ้นอ๋อง เป็นข้ากับลูกสาวที่ดื้อดึงเอง” ฮูหยินซ่งแก้สถานการณ์

“วันก่อนข้าได้ยินว่าฝ่าฝืนคำสั่ง องค์รัชทายาทให้ลากตัวไปประหารมิใช่หรือ...วันนี้ท่านกล้าแล้วหรือ” กั๋วกงกล่าวเสริม ยามนี้คนป่วยต้องได้รับการพักผ่อน มีคนมาวุ่นวายมากมายเช่นนี้จะสงบใจได้อย่างไร

“เจ้า!” ฮูหยินซ่งรู้สึกตงิดไม่พอใจในคำพูดท่านกั๋วกง

“เจ้าเสียมารยาทกับผู้แทนฝ่าบาทได้รึ” จวิ้นอ๋องขึ้นเสียง แต่เขานั้นต้องการปกป้องไม่ให้มีโทษหนักกว่านี้เท่านั้น นั่นทำให้ไท่จื่อเฟยดึงหน้าตึง

“เช่นนั้น ไว้รอเจ้าอนุญาตแม่จะมาเยี่ยมใหม่ก็แล้วกัน” เขามองไปยังลูกสะใภ้ที่ทำให้ต้องเสียหน้า ทั้งที่มีคนอื่นอยู่ ทั้งเจ็บใจคิดอยากปลดนางเสียเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ

“ลูกทูลลาเสด็จแม่”

ไท่จื่อเฟยสะบัดหน้าออกไป แม้ต้องขุ่นเคืองกันภายในครอบครัวก็ต้องยอม ยามนี้นางล้วนเป็นคนสำคัญ ความพอใจไม่พอใจของนางกำหนดอนาคตทั้งหมด

“ท่านกั๋วกง วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว ขอตัวพักก่อน ไว้วันพรุ่งนี้ค่อยพบกัน” เว่ยเหยายกมือให้สาวใช้พยุงเข้านอน นางไม่ต้องการพูดคุยกับจวิ้นอ๋องเรื่องใดอีกนอกจากเรื่องหย่าขาดกัน

จวิ้นอ๋องเห็นนางหนีเข้าไปในห้องก็ไม่พอใจ ทีกับกั๋วกงใบหน้ายิ้มแย้ม ทีกับเขาชอบหนีหน้า แต่เขาไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 55

    จนถึงวันที่ไฉ่เฉินต้องเดินทาง หงจื่อก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพียงแต่ยืนมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วงทั้งอยากพานางไปอยู่ที่จวนด้วยกัน “ท่านเดินทางปลอดภัยนะ” เว่ยเหยามาส่งเขาที่หน้าจวนอวยพรให้เขาปลอดภัยกลับมา แต่คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเขากลับแช่งชักเสียนี่ “ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับม

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 54

    “ข้าคิดถึงเจ้านะเว่ยเหยาเมื่อไหร่เจ้าจะยกโทษให้ข้า” เขารำพันกับตัวเองแล้วก็กลับจวนไปด้วยความหงอยเหงา ทุกวันถัดมาเขาก็มาส่งของด้วยตัวเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จวนกั๋วกงดูวุ่นวายเล็กน้อย ทั้งมีเหล่าบ่าวรับใช้วิ่งวุ่นวายเต็มไปหมด “นี่พวกเจ้า...เกิดอะไรขึ้น” เขารั้งบ่าวรับใช้มาได้หนึ่งคน

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 53

    คนช่างตื๊อยิ้มเห็นฟันขาวครอบทุกซี่ให้กับภรรยา เขานั่งรถม้าตามนางมาเช่นกัน แล้วให้คนของเขาจัดการเอาเป่ยเป่ยไปเก็บชั่วคราว แล้วตัวเองก็ถือดอกไม้เดินตามหลังนางมาจนถึงด้านบนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย “ข้าถือดอกไม้มาให้เจ้าไหว้พระ ไปเถิดไปไหว้พระกัน” เขาจับมือนางเดินเข้าไปแต่ก็โดนสะบัดหลุดออกจากการเก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 52

    “ให้ข้าสงสารเจ้า ทำทานกับสุนัขขี้เรื้อนดีกว่า ข้าย่อมไม่ทรยศสหายเหมือนเจ้า” เขาจำจนวันตายที่มันทิ้งเขาแล้วให้นางโจรจับไปบูชายัญไม่พอ ยังพรากพรหมจรรย์ของเขาไปเสียอีก “เจ้าก็เจ้าคิดเจ้าแค้นจัง ก็ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่า ข้าไม่ได้ตั้งใจ มันเหตุสุดวิสัย” เขาไม่คิดว่ามันจะโกรธขนาดนี้ อุตส่าห์ส่งให้ขึ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 51

    รถม้าของทั้งสี่คนเคลื่อนมายังเมืองหลวง หลังจากส่งเว่ยเหยาที่จวนกั๋วกงแล้ว เขาทั้งสองก็รีบเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที เพราะเมียคนดีของเขานั้นไม่อยากกลับจวนของเขา จำเป็นต้องมาส่งที่นี่ ดีกว่าให้หางเลือกกลับไปยังชายแดนบูรพาเสี่ยงอันตรายคนเดียว “คืนนี้ห้ามเจ้าลงกลอน ไม่งั้นเจอดีแน่” “ข้

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 50

    ถ้อยคำนั้นทำเอาเป่ยเป่ยยิ้มล้อนายหญิงไม่คิดว่าห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่สถานะของนายหญิงตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อมาถึงโรงเตี้ยมหงจื่อเลือกจะเช่าห้องสามห้อง ห้องหนึ่งให้เจ้าไก่อ่อน อีกห้องของเป่ยเป่ย ส่วนเขาจะนอนกับเมียให้ฉ่ำอุรา “เถ้าแก่มีห้องว่างสามห้องไหม” “เหลือเพียงสองห้องเท่านั้นคุณ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 41

    หลังจากขึ้นจากน้ำ คนหวงเมียก็เดินนำหน้า เพราะตัวเปียกด้วยกันทั้งคู่ แล้วเสื้อผ้าของนางก็แนบลู่เข้ากับเนื้อสาวจนทำให้นึกหงุดหงิด ดีที่บ้านของนางอยู่ช่วงท้ายหมู่บ้านแล้ว คนที่สัญจรไปมาไม่ได้มีมากนัก แต่กระนั้นเขาก็ยังหวงอยู่ดี “เจ้าขวางข้าทำไม” กูเทียนมี่ชักหงุดหงิด ที่เจ้าบ้านี่เดินล้อมหน้าล

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 23

    “เห็นบอกพ่อบ้านว่าไท่จื่อเฟยเรียกให้ไปพบเจ้าค่ะ” ฟังคำตอบแล้วก็รู้ว่าต้องเตรียมรับมือกับการวางแผนของแม่ผัวกับน้องสาวอีกแล้วสินะ คราวนี้จะมาไม้ไหนอีกก็ไม่รู้ นางเหนื่อยจริง ๆ จนบางครั้งอยากปล่อยไปให้หมด จวิ้นอ๋องกลับมาที่จวนรีบเข้าไปหานางทันที ยิ่งเห็นนางอยู่เรือนตัวเองยิ่งชอบใจนัก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 21

    “จวิ้นอ๋อง...ที่นี่ไม่ใช่เรือนของข้า...” “เจ้ามองเห็นงั้นหรือ” จวิ้นอ๋องอมยิ้ม ไม่คิดว่านางจะรู้ และพูดขึ้นมาเขาสั่งให้คนอื่นห้ามบอกนางว่าอยู่เรือนของเขา เหตุใดจึงจับได้เร็วนัก แบบนี้ก็ไม่สนุก “กลิ่นย่อมไม่เหมือนกัน” “เจ้ารู้แล้วก็กินเถิด ที่นี่เรือนข้า” “ไม่ให้ข้

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 18

    “เอ่อ...จวิ้นอ๋องเพคะ...ข้าอยากไปไหว้พระที่อารามหย่งเล่อ” นางพูดออกมาเสียงพร่า จนทำให้คนที่ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าอยากถอดมันทิ้งแล้วไปกอดรัดนางอีกรอบ ให้รู้แล้วรู้รอดไป ยั่วนัก! เขารู้ว่านางไม่ได้ตั้งใจ แต่มันทำให้เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ “ก็ได้ ข้าจะให้ทหารไปคอยดูแลด้วย เจ้าเอาส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status