LOGIN“เธอแบกมาไม่ได้ถือ” เขาแค่อยากช่วยวิวาห์ยังดื้อจะถือให้ได้
“ถือจะเมื่อยค่ะ เพราะต้องเดินไกล แบกจะช่วยซับแรงดีกว่า” ชีวินยังมองคนตรงหน้านิ่ง ทีเรื่องอย่างนี้ดันฉลาด
“ไปตรงไหน” คร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว เพราะเขาที่ยกถุงปุ๋ยถือในมือเริ่มหนัก
“ฝั่งโน้นค่ะ เราจะเริ่มใส่ตั้งแต่ฝั่งโน้นมาถึงตรงนี้”
นิ้วเล็กชี้ไปชี้มาชีวินทำเพียงเดินตาม ทั้งสองคนช่วยกันใส่ปุ๋ยจนหมดถุงหลัก ๆ เป็นวิวาห์ทำ ชีวินยกถุงปุ๋ยตามเธอเท่านั้น เขาไม่ได้รังเกียจที่จะจับปุ๋ยคอก เพียงแต่คนหนึ่งยกคนหนึ่งตักปุ๋ยใส่ต้นมะม่วง ต่างคนต่างหน้าที่ก็ถูกแล้ว เขาถึงให้เธอเป็นคนทำ
พอใส่ปุ๋ยจนหมดถุงทั้งคู่หน้าตามอมแมมใช้ได้ วิวาห์พาชีวินเดินออกจากสวนมะม่วงลัดเลาะมาทางเดินที่เป็นคันนา มีต้นข้าวกำลังออกรวงเต็มที่ รอเวลาอีกไม่นานก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้
เดินไปยังไม่ถึงไหนวิวาห์ดันร้องลั่นอย่างตื่นเต้น
“ว้ายปลา ปลาค่ะพี่วิน”
พูดไม่ทันจบชีวินไม่ทันหันมองตามเสียงเล็กที่บอกให้เขาดูปลาในทุ่งนา วิวาห์ดันกระโดดจากคันนาลงไปจับปลาที่มีน้ำขังเล็กน้อยกับโคลนที่เลอะเปรอะเปื้อนเธอทั้งตัวในเวลาไม่นาน
“วิวาห์ มันเลอะ”
คนพี่บอกทั้งถอนหายใจแขนยังยกกอดอก กำลังจะอ้าปากเรียกให้เธอขึ้นมาแต่ต้องผงะซะก่อน
เมื่อยัยวิวาห์โยนปลาตัวเล็กมาใกล้เขา แล้วมันก็ดีดดิ้นเศษโคลนเศษดินกระเด็นเลอะตัวชายหนุ่มไปหมด พอจะหลบเจ้าตัวดันกระโดดมาอยู่ตรงหน้า ชีวิน ยื่นมือสองข้างที่มีปลามาใกล้ใบหน้าหล่อเหลาขาวเนียน แล้วมันก็เลอะแก้มเขาด้วย
แขนที่ยกขึ้นกอดอกกำเข้าหากันแน่น ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเรียบทั้งหลับตาหายใจออกหายใจเข้าช้า ๆ เพื่อระงับอารมณ์ แต่พอลืมตาขึ้นเพื่อมองยัยตัวป่วนเป็นต้องผงะอีกรอบ
เพราะวิวาห์อยู่ตรงหน้าเขาระยะประชิด จนคนพี่ต้องก้าวถอยหลังอัตโนมัติด้วยความเคยชินไม่ชอบเข้าใกล้คนอื่น เพื่อออกห่างแต่คงก้าวเร็วไปชายหนุ่มเสียหลักล้มลงตรงบ่อน้ำขังขนาดเล็กที่เธอพึ่งลงไป
“เฮ้ย !!!”
เสียงอุทานดังลั่นทันทีไม่ใช่เพราะชีวินล้มตัวเต็มไปด้วยโคลน แต่เพราะหญิงสาวที่เป็นสาเหตุให้เขาตกลงมา เธอดันกระโดดลงตามมาจนน้ำกระจาย ไม่พอยังตะเกียกตะกายขึ้นมานั่งแหมะบนตักมองหน้าเขาด้วยดวงตากลมโตแวววาวนั่นอีก
“พี่วินอยากหาปลาช่วยวาห์ทำไมไม่บอกค่ะ”
วิวาห์นั่งคาบเกี่ยวบนตักชีวิน สองมือเขาคว้าเอวบางไว้ตอนช่วงชุลมุนที่เธอกระโดดตามลงมา ตอนนี้ตัวเราทั้งคู่ใกล้ชิดกันชนิดที่ว่าแนบสนิทแถมมีกลิ่นโคลนเศษดินติดตัวมอมแมม
“ถอย”
ชีวินบอกคนบนตักให้เธอถอยออกจากตัวเขา บอกตรง ๆ เลอะกว่านี้คงเป็นควายที่เล่นโคลนบ่อถัดไป
“ทำไม... ไม่ชอบเหรอคะ”
“วิวาห์ !”
เสียงเข้มพร้อมสายตาติดดุเรียกชื่อเธออีกครั้ง เมื่อหญิงสาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทั้งทำหน้าทะเล้นใส่ ชีวินมองคนตัวเล็กบนตักอยู่นาน เธอไม่มีท่าทางจะถอยหนีแถมยังทำปากจู๋ยื่นเข้ามาใกล้ใบหน้าเขา
“อ๊ะ”
วิวาห์อุทานขึ้นพร้อมลืมตามองเมื่อโดนมือใหญ่บีบที่เอวบางเพื่อเรียกสติ แต่ปากเล็กยังทำท่าจู๋เหมือนเดิมพร้อมกะพริบตาปริบ ๆ
“นี่คงไม่คิดว่าพี่จะจูบเธอใช่ไหม”
“คิดค่ะ เราอยู่ใกล้กันขนาดนี้พี่วินไม่อยากจูบเหรอคะ”
“กลิ่นโคลนลอยฟุ้งขนาดนี้ ใครจะไปจูบลง”
“อ๋อ แปลว่าถ้าไม่มีกลิ่นโคลนและสถานการณ์ดีกว่านี้จะจูบเหรอคะ”
ชีวินชะงักทันทีที่สาวน้อยตรงหน้าพูดขึ้น มันมีคำไหนในประโยคที่เขาพูดให้เธอคิดแบบนั้นได้ แล้วทำไมยัยนี่ถึง...
“หมกมุ่น... ลุกขึ้นตัวเลอะไปหมดแล้ว”
“ขอชื่นใจหน่อยได้ไหมคะ... ฟอด~”
เธอไม่ได้ขออนุญาตเธอแค่บอก วิวาห์พูดจบยื่นจมูกแตะลงแก้มคนพี่ไม่เบานัก แล้วลุกขึ้นยืนดีดมือสะบัดขาวิ่งกลับบ้านไป ส่วนชีวินเขาไม่รู้จะตกใจเรื่องไหนก่อนดี รู้เพียงว่าพาแม่มาทำธุระครั้งนี้ ‘เขาโคตรเปลืองตัว’
วิวาห์รีบล้างเนื้อล้างตัวอยู่ที่โอ่งข้างบ้าน มองเห็นชีวินเดินมาจากปลายนาไกล ๆ หญิงสาวยิ่งรีบตักน้ำราดตัว รีบล้างทำความสะอาดเศษดินเศษโคลนออกจากตัวเร็ว ๆ แล้ววิ่งเข้าบ้านไปห้องทันที
เธอเองก็ไม่คิดจะดื้อใส่ชายหนุ่มขนาดนั้น แต่เห็นหน้าเขาที่เอาแต่ดุกันอยู่ได้ ‘ทำหน้าดุดีนักโดนซะบ้างเถอะ’ พูดทั้งที่ไม่รู้เลยว่าใบหน้าตัวเองขึ้นสีระเรื่ออย่างคนเขินอายทุกครั้งที่อยู่ใกล้คนเป็นพี่
ทางชีวินก็ล้างตัวอาบน้ำจนเสร็จ ชีวียังนอนหลับสนิทเหมือนตาย มีคนเข้าห้องมาก็ยังนิ่ง เวียงพิงค์แม่ของเขากับน้าวันยังไม่กลับ เวลาเกือบค่ำแล้วไม่มีใครหิวด้วยเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน
ชีวินทิ้งตัวลงนอนข้างชีวีทั้งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นึกคิดถึงเรื่องตัวเองกับวิวาห์ไม่รู้จะไปในรูปแบบไหน คิดว่าจะดูท่าทีเธอก่อนจะเอายังไงกับเขากันแน่ วิวาห์ทำเป็นวิ่งเข้าหาเขาเพราะอะไรกันทั้งที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน คิดไปคิดมาความเหนื่อยเมื่อยล้านำพาให้เจ้าตัวหลับตามน้องชายไป
เช้าวันอาทิตย์ ชีวินตื่นเร็วรู้สึกตัวง่ายต่างจากแฝดอีกคน ถ้านับดี ๆ เหมือนชีวีจะนอนเลยเวลาที่เขานิยมนับแล้วบอกว่าดีมาหลายชั่วโมง ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่มีท่าทีจะตื่น
อากาศตอนเช้ากำลังเย็นได้ยินเสียงไก่ขันสลับกันขึ้นลง ชายหนุ่มลุกขึ้นล้างหน้าจัดการตัวเองเสร็จออกมานอกห้องนอนก็เจอกับเจ้าของบ้านเลย
“ตาวินตื่นเช้าจังเลยลูก หลับสบายไหม ไม่นอนต่ออีกสักหน่อย”
น้าวันเดินผ่านประตูห้องเขาเข้าพอดี ชีวินยิ้มน้อย ๆ รับน้ำใจ มองไปยังประตูห้องที่เจ้าตัวบอกเมื่อวานว่าเป็นห้องของเธอ
“วิวาห์ตื่นแล้วอยู่ในครัวกับแม่น่ะ ไปดูไหม พวกน้ากำลังทำกับข้าว”วันนาพูดทั้งยิ้มให้แล้วเดินไปทางครัว ชีวินเองก็เดินตามไป ไม่ยักรู้ว่ายัยสาวต่างบ้านต่างเมืองจะตื่นเช้าเป็นพอเดินมาถึงโซนครัวที่มีขนาดกว้างขวาง น้าวันกำลังวุ่นอยู่กับหม้อสองใบที่ตั้งอยู่บนเตาแก๊สมีควันลอยฟุ้ง ส่งกลิ่นหอมของอาหารเรียกน้ำย่อยจนท้องร้อง เมื่อวานพวกเขาไม่ได้กินข้าวเย็น กินเพียงก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่วิวาห์สั่งให้ช่วงบ่ายแก่ ๆเท่านั้นส่วนวิวาห์นั่งเช็ดปิ่นโตสีเงินลายสวยกับสีเหลืองไข่นวลตา ข้างเธอเป็นเวียงพิงค์ แม่ของเขาที่กำลังนั่งปอกผลไม้เรียงใส่ชั้นปิ่นโต“อ้าวตาวิน ตื่นแล้วเหรอ มาพอดี มาช่วยแม่ทำกับข้าวไปวัดสิลูก”เวียงพิงค์เงยหน้าจากมองลูกสะใภ้ หันมาเห็นลูกชายพอดีที่ยืนอยู่หน้าประตู รีบกวักมือเรียกวิวาห์มองตามถึงได้สบนัยน์ตาสีอ่อน คนตัวโตทิ้งสายตาไว้ที่เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นึกถึงเรื่องเมื่อวานที่ดื้อใส่เขา หญิงสาวพลันทำตัวไม่ถูก ใบหน้าอ่อนใสขึ้นสีระเรื่อนิดแต่ยังยิ้มแฉ่งส่งไปให้ ชีวินที่เห็นอย่างนั้นทำเพียงถอนหายใจยาวเหยียดเช่นเคย ทั้งเมินสายตาไปทาง
“เธอแบกมาไม่ได้ถือ” เขาแค่อยากช่วยวิวาห์ยังดื้อจะถือให้ได้“ถือจะเมื่อยค่ะ เพราะต้องเดินไกล แบกจะช่วยซับแรงดีกว่า” ชีวินยังมองคนตรงหน้านิ่งทีเรื่องอย่างนี้ดันฉลาด“ไปตรงไหน”คร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว เพราะเขาที่ยกถุงปุ๋ยถือในมือเริ่มหนัก“ฝั่งโน้นค่ะ เราจะเริ่มใส่ตั้งแต่ฝั่งโน้นมาถึงตรงนี้”นิ้วเล็กชี้ไปชี้มาชีวินทำเพียงเดินตาม ทั้งสองคนช่วยกันใส่ปุ๋ยจนหมดถุงหลัก ๆ เป็นวิวาห์ทำ ชีวินยกถุงปุ๋ยตามเธอเท่านั้น เขาไม่ได้รังเกียจที่จะจับปุ๋ยคอก เพียงแต่คนหนึ่งยกคนหนึ่งตักปุ๋ยใส่ต้นมะม่วง ต่างคนต่างหน้าที่ก็ถูกแล้ว เขาถึงให้เธอเป็นคนทำพอใส่ปุ๋ยจนหมดถุงทั้งคู่หน้าตามอมแมมใช้ได้ วิวาห์พาชีวินเดินออกจากสวนมะม่วงลัดเลาะมาทางเดินที่เป็นคันนา มีต้นข้าวกำลังออกรวงเต็มที่ รอเวลาอีกไม่นานก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้เดินไปยังไม่ถึงไหนวิวาห์ดันร้องลั่นอย่างตื่นเต้น“ว้ายปลา ปลาค่ะพี่วิน”พูดไม่ทันจบชีวินไม่ทันหันมองตามเสียงเล็กที่บอกให้เขาดูปลาในทุ่งนา วิวาห์ดันกระโดดจากคันนาลงไปจับปลาที่มีน้ำขังเล็กน้อ
ทั้งสามคนนั่งทานก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง มีชีวีกับวิวาห์ที่คุยกันตลอด บางทีก็วกวนมาหาชีวินเหมือนขอความเห็นแต่ไม่เคยได้คำตอบ เพราะเขาทำเพียงนิ่ง แต่ฟังและเก็บทุกรายละเอียดที่ทั้งสองคนคุยกันไว้หมด“อ้าววิวาห์อีหล่าคนงาม” เสียงเอ่ยทักทายหญิงสาวจากทางหน้าร้าน“น้องวาห์มากินก๋วยเตี๋ยวติหล่า”ชายหนุ่มสองคนทักทายสาวน้อยขึ้นด้วยภาษาท้องถิ่น พอทั้งสามคนที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ก่อนแล้วหันไปมองคนมาใหม่ซึ่งมีสามคนเช่นกัน แต่เอ่ยทักเพียงสองคน อีกคนทำเพียงยิ้มทักทายเท่านั้นหนุ่มเมืองกรุงเห็นหนุ่มบ้านนา ชีวินยังมองนิ่งแต่ชีวีอ้าปากค้างไปนิด ก่อนจะพูดออกไปแผ่วเบา“หล่อมาก”สามคนมาใหม่ตัวสูงใหญ่ทั้งใบหน้าหล่อคมเข้ม แต่งตัวสไตล์บ้าน ๆ เหมือนไปไร่ไปสวน เลี้ยงวัวในฟาร์ม แต่ยังคงความหล่อเหลาจากรูปร่างและใบหน้า เมื่อพวกเขาถอดหมวกและผ้าปิดหน้าออก“สวัสดีจ้ะพี่นาย พี่เก้า พี่แสง”วิวาห์เอ่ยทักทายกลับทั้งยิ้มให้ ไม่มีใครไม่รู้จักแก๊งสามหนุ่มหมู่บ้านโคนงามโคนเจริญนี้ พวกเขาฮอตมากแต่เหมือนจะไม่สนใจสาวไหนท
“เออ แม่นอยู่ หมั้นกันแล้วกะส่ำผัวเมีย แต่งมื้อได๋อย่าลืมเอิ้นพวกแม่ ๆ เด้อนางเด้อ” (เออ ใช่ หมั้นกันแล้วก็เท่ากับเป็นผัวเป็นเมีย แต่งวันไหนอย่าลืมเรียกแม่ ๆ นะลูกนะ)ยายอีกคนพูดบอกอย่างเข้าใจและแสดงท่าทางยินดี ส่วนคนเปิดเรื่องยิ้มกว้างทั้งพยักหน้ารับทั้งส่ายหัวบอกออกไปเช่นกัน“จ้ะ ไม่ลืมแน่นอนจ้ะ”ชีวินที่มองเธอคุยกับยาย ๆ อยู่ได้แต่นั่งนิ่ง พูดเป็นตุเป็นตะ ใครจะไปแต่งงานกับเธอกันหลังจากเรื่องชุลมุนจบลงพิธียินดีกับบ่าวสาวกลับมาปกติ ผูกข้อไม้ข้อมืออวยพรเสร็จเรียบร้อย เจ้าภาพงานแต่งเชิญแขกแยกย้ายไปรับประทานอาหารร่วมกันรวมทั้งคนเมืองกรุงกับคนเมืองนอกที่ทำตัวนอกเมืองด้วยชีวินนั่งอยู่เก้าอี้พลาสติกสี่ขาสีแดง ด้านขวาเป็นเวียงพิงค์แม่ของเขานั่งอยู่ ส่วนอีกข้างปกติควรเป็นชีวี แต่ตอนนี้ไม่ปกติเพราะด้านซ้ายของเขากลับกลายเป็นยัยคุณหนูหลงทางนั่งข้าง ส่วนชีวีย้ายไปนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วมันก็กินอย่างเดียวไม่สนใจใครที่ชีวินเรียกวิวาห์ว่า ‘คุณหนูหลงทาง’ เพราะเธอทำตัวตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็นอยู่บ่อยครั้งจนชายหนุ่มงงสับสนกับเ
“อิหล่าวิวาห์อีกแล้วติสู ลูกสาววันนาเป็นหมู่เจ้าสาวอีกแล้ว รอบนี้รอบที่ 4 แล้วเด้อ เขาว่าเป็นหมู่เจ้าสาวเกิน 3 เทือ บ่ได้ผัวคัก ๆ” (หนูวิวาห์อีกแล้วเหรอ ลูกสาววันนาเป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกแล้ว รอบนี้รอบที่ 4 แล้วนะ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวเกิน 3 ครั้งจะไม่ได้สามีนี่)ยายคนหนึ่งนั่งไม่ใกล้ไม่ไกลหรี่ตามองจ้องใบหน้าสาวน้อยลูกครึ่ง วันนาผู้เป็นแม่พาลูกสาวกลับจากต่างประเทศมาอยู่ที่ต่างจังหวัดได้ไม่นาน แต่วิวาห์เข้าพิธีสู่ขวัญเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับงานแต่งงานคนในหมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้านใกล้เคียงไปแล้ว รวมงานนี้เป็นครั้งที่สี่คนโบราณถือ ถ้าเป็นเพื่อนเจ้าสาวเกินสามครั้ง อาจจะไม่ได้แต่งงานมีสามี แต่นั่นก็เป็นเพียงคำพูดบอกต่อกันมาเท่านั้นส่วนวิวาห์สาวน้อยที่เป็นหัวข้อสนทนาทำเพียงฉีกยิ้มกว้าง เธอไม่ได้พูดอะไร เพราะการไม่มีสามีคือสิ่งที่เธอต้องการ ยิ่งตอนนี้ว่าที่สามีเธอยังมานั่งอยู่ในงานด้วย พอหันมาเห็นหน้าชีวินที่คิ้วเขาขมวดเป็นปมอยู่ ใบหน้ารูปไข่ยิ่งฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมส่งไปให้เห็นแบบนั้นคนพี่ยังทำแบบเดิมคือถอนหายใจแล้วเมินหน้าไปทางอื่น ไม่รู้ว่าเขาต้องถอนหายใจกับเธ
“เวียงนั่งก่อน มาเหนื่อย ๆ พักสักหน่อยเดี๋ยวค่อยไปบ้านงานแต่งกัน” เจ้าของบ้านพาเพื่อนมานั่งลงที่ชุดเก้าอี้ไม้สักทองขนาดใหญ่ภายในตัวบ้าน“ไม่เป็นไร ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากเลย ดีใจซะด้วยซ้ำที่ได้เจอวันและหนูวาห์ ทั้งจะได้เจอเพื่อนรุ่นเราที่ไม่ได้พบกันมานาน”เวียงพิงค์พูดไปยิ้มไป สองมือยังกุมมือเพื่อนไม่ยอมปล่อย เธอดีใจจริง ๆ ที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากวันนาคลอดลูกได้ไม่นานก็ต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ ด้วยธุรกิจที่ทำอยู่ร่วมกันกับครอบครัวสามีเธอเอง พอไปอยู่ที่นู่นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันมากนักช่วงแรก เพราะเริ่มต้นใหม่อะไรก็ดูยากและยังไม่ลงตัวไปหมดแต่พอเด็ก ๆ โตขึ้นทั้งวันนาและเวียงพิงค์ถึงได้ติดต่อกันมากกันพูดคุยกันบ่อย ตอนเวียงพิงค์เสียสามีหัวหน้าครอบครัวไป ครอบครัวของวันนาก็มาแต่วิวาห์ไม่ได้มาเพราะติดอะไรหลาย ๆ อย่างปัจจุบันงานบริษัทสาขาที่ต่างประเทศกลายเป็นชอนสามีวันนาเป็นคนดูแลทั้งหมด ส่วนสาขาในประเทศเป็นเวียงพิงค์และลูกชายดูแลระหว่างที่ผู้ใหญ่สองคนพูดคุยซักถามกัน ชีวินชีวีเองก็นั่งฟังและมองรอบตัวบ้านไปพลาง
“อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันทีแพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพรา
“เฮ้ย !”“อะไร ตกใจหมด”นั่งกันอยู่ดี ๆ ชีวีอุทานขึ้นเสียงดัง ทั้งที่ก่อนหน้ามันนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดีจนแฝดพี่อย่างชีวินต้องถามออกไป เพราะตอนนี้พวกเรานั่งในห้องสำหรับทำโพรเจกต์จบชีวิน ชีวี แฝดประจำกลุ่มแก๊งหนุ่มหล่อวิศวะไฟฟ้าปีสี่ที่สาว ๆ ตั้งให้ ใครต่อใครต่างบอกทั้งสองคนเหมือนกันสมกับเป็นแ
ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






