Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-12-15 23:23:57

ตลอดเส้นทางหยางหยู่เฟยเปิดม่านที่ปิดหน้าต่างเพื่อบังแสงและฝุ่นที่ฟุ้งกระจายขณะรถม้าวิ่ง แต่กลับเห็นว่าการสัญจรตลอดทางมีเหล่าทหารอยู่เป็นระยะ จนอดถามท่านลุงกู่ให้คลายสงสัยไม่ได้

“ท่านลุงเจ้าคะ ข้าไม่รู้ว่าเสี้ยนหยางสำคัญอย่างไร เหตุใดทหารจึงมีตลอดเส้นทาง”

ท่านลุงกู่ยิ้มให้อย่างใจดี แล้วก็ตอบเท่าที่ตัวเองพอรู้มาบ้างเล็กน้อย จากการรับจ้างไปส่งคนต่างเมืองอยู่บ่อยครั้ง

“เมืองเสี้ยนหยางนับเป็นเมืองในความรับผิดชอบของกองทัพตระกูลเหอ แม่ทัพเหอได้รับหน้าที่ดูแลชายแดนเพราะเสี้ยนหยางเป็นดินแดนที่แทรกกลางอยู่ระหว่างสองแคว้น ทิศเหนือติดกับแคว้นฉี ทิศใต้ติดกับแคว้นจิ้น ดังนั้นทหารรักษาแคว้นจึงอยู่ที่นี่หลายแสนคน ยามไม่มีศึกก็อารักขาชาวบ้านตลอดเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ยามมีศึกก็ต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัวอันตรายช่างน่ายกย่องยิ่งนัก”

“เช่นนั้นหรือเจ้าคะ ข้าเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้”

หยางหยู่เฟยโลกแคบ นางรู้จักเพียงเมืองหลวง

อยู่แต่ในวังกับแต่งไปเรือนเยียนอ๋องซื่อจื่อ การได้ออกมาเช่นนี้นับว่าได้เปิดโลกทัศน์ของนางอย่างยิ่ง

การเป็นองค์หญิงอยู่อย่างเงียบสงบใครว่าจะไม่มีภัย นางไม่ทำร้ายผู้ใดแต่ไม่ใช่ผู้อื่นที่ไม่ริษยานางจะคิดเหมือนนาง การได้เป็นสตรีของซื่อจื่ออันดับหนึ่งนางประมาทเกินไป เคยคิดว่านางโชคดีกว่าองค์หญิงที่กำเนิดกับสนมชั้นปลายแถวมาก แต่เมื่อย้อนคิดไปนางกลับอิจฉาสตรีเหล่านั้นที่ได้สามีทั่วไป แต่กลับได้รับความรักใคร่ทะนุถนอมพวกนางเป็นอย่างดี

เยียนเหรินเป็นญาติกับฮองเฮา เพราะท่านหญิงเหอเหวินอี๋เป็นญาติสนิทกับฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ‘เหอเยียนถิง’ ว่ากันว่าฮองเฮาทรงรักแม่ทัพใหญ่ ‘เหอจื่อหยาง’ผู้นี้ นอกจากหลานชายของพระองค์จะเก่งในด้านการรบแล้ว รูปร่างหน้าตาก็ไม่เป็นสองรองใคร ถึงขนาดเล่าลือกันว่า หากแม่ทัพเหอเป็นอันดับสองแล้ว ผู้ที่เป็นอันดับหนึ่งจะถูกฮองเฮาทรงส่งคนไปสังหารทันที

ดูเหมือนความสัมพันธ์ของตระกูลเยียนกับตระกูล เหอไม่ธรรมดาเสียแล้ว แต่นางเป็นลูกหลานตระกูลหวังมารดาเป็นบุตรสาวคนโตของชายาผู้เฒ่าหวังในอดีต

แต่กลับถูกคนตระกูลเยียนให้ร้าย มันเพราะอะไรกัน!

หรือแท้ที่จริงแล้วหวงตานตานมีฐานะอื่นที่นางไม่รู้นอกจากเป็นนางกำนัล

แม้นางจะจำหน้าสามีไม่ได้แล้ว และไม่คิดล้างแค้นเอาคืน แต่ว่านางต้องสืบให้ได้ว่าผู้ไม่ประสงค์ดีกับนางต้องการทำลายนางด้วยเหตุอันใด และแม่ทัพเหออาจเป็นสะพานให้นางหาคำตอบนี้ได้

ห้าปีผ่านไปแล้วนางคิดว่าสามีก็คงลืมเลือนนางเช่นกัน และแม่ทัพเหอจื่อหยางที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ข้องเกี่ยวกับนางโดยตรงก็คงจดจำนางไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นหลังจากจัดการอะไรเรียบร้อยแล้ว นางจะลองหาวิธีเข้าใกล้แม่ทัพเหอดูสักครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อสืบบางเรื่องที่ยังไม่กระจ่าง

คิดจนเหนื่อยบวกกับเส้นทางที่รถม้าผ่านก็โยกไปมา ทำให้นางเริ่มอ่อนเพลียจึงดึงลูกสาวและลูกชายมากอดเอาไว้แล้วหลับไปด้วยกัน

การเดินทางวันแรกผ่านไปด้วยดี ถึงจุดพักม้าใกล้ค่ำพอดีกับที่นางตื่นขึ้นหลังรถม้าจอดสนิท

“ถึงที่ใดแล้วเจ้าคะท่านลุงกู่” เสียงที่อ่อนล้าจากการเดินทางไกลครั้งแรกทำให้ท่านลุงกู่ยิ้มให้ พร้อมตอบคำถาม

“อำเภอชิงหัวแล้ว มีจุดพักม้าหลายจุด แต่จุดนี้คนพักน้อยที่สุดมีห้องว่างให้พวกเราได้พักผ่อน และมีน้ำอุ่นให้อาบ แพงกว่าจุดอื่นสิบอีแปะ แต่สบายกว่ามาก” ท่านลุงกู่แนะนำเพิ่มอีกนิดหน่อย ย่อมทำให้การเดินทางไม่เหน็ดเหนื่อยมาก และหยางหยู่เฟยก็เห็นด้วย หากพักที่อื่นไม่มีน้ำให้อาบมิสู้เพิ่มเงินอีกเล็กน้อย แต่สะดวกสบายกว่าหรอกหรือ

“เช่นนั้นรบกวนท่านลุงยกของให้ข้าหน่อยเจ้าค่ะ

ไก่ของหลิงเผิงยังต้องให้อาหาร ส่วนข้าจะไปเช่าห้องสองห้อง”

เนื่องจากการเดินทางนางจะเป็นผู้รับผิดชอบค่ากินกับที่พักให้ ส่วนท่านลุงกู่จะเป็นคนขับรถม้าพานางไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัย เป็นข้อตกลงระหว่างกันโดยเสียค่าจ้างห้าตำลึงเงิน

หยางหยู่เฟยเรียกลูกชายและลูกสาวให้เดินตาม

ลงมา หลิงเผิงขยี้ตาแล้วก็จับมือน้องสาวที่ยังสะลึมสะลือกลัวจะเดินชนเสาเข้าเสียก่อน แล้วตามท่านแม่ไป

มองสำรวจรอบ ๆ พบว่ามีเหล่าคนที่ท่านแม่บอกว่าเป็นทหารนั่งกันอยู่ตามโต๊ะดื่มกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เขาหิวก็จริงแต่ต้องอดทน เพราะต้องรอให้ท่านแม่จัดการเรื่อง

ที่พักก่อน

เมื่อได้กุญแจห้องพักแล้วหลิงเผิงรับอาสานำไปให้ท่านลุงกู่ก่อน แล้วเขาจะตามขึ้นไปทีหลัง เพราะว่าเขารู้สึกเป็นห่วงเจ้าพวกแม่ไก่ของเขา

“ท่านลุงกู่กุญแจห้องขอรับ” หลิงเผิงยื่นกุญแจให้พร้อมกับนั่งยอง ๆ ดูเจ้าพวกไก่ของเขา พบว่ามันยังแข็งแรงดีและยังมีไข่ในเล้าไม้ไผ่สานอีกสามฟองด้วย

“วันนี้มันไข่ด้วยขอรับ ข้านึกว่ามันจะตกใจจนไม่ไข่เสียแล้ว” หลิงเผิงเป็นเด็กจิตใจดีเขารักพวกสัตว์มาก

แต่ก่อนอยากเลี้ยงสุนัขสักตัว แต่พบว่าท่านแม่จะต้องลำบากเพิ่มขึ้น เขาจึงเอาข้าวไปล่อพวกแม่ไก่มาแทน อย่างน้อยเลี้ยงไก่พวกนี้ก็ยังมีไข่กิน เขายังสามารถขุดพวกไส้เดือนดินกับหญ้าและผลไม้ป่าให้มันกินได้

“ไก่ของเจ้าอ้วนนัก” ลุงกู่ชื่นชมไก่ตัวอวบของหลิงเผิง

“ข้าดูแลมันอย่างดีขอรับ” หลิงเผิงบอกด้วยรอยยิ้มอย่างภูมิใจเขาชอบเลี้ยงพวกมันมาก และเป็นสิ่งแรกที่เขาช่วยเหลือมารดาได้ ยามไร้ข้าวสารหุง ยังมีไข่ต้มกินกันคนละฟองก็คลายหิวไปได้มาก

“ไปเถอะรีบไปอาบน้ำ จะได้กินข้าวแล้วนอน

ไก่พวกนี้ลุงจะเอาขึ้นไปด้วยหาอะไรรองให้มัน กลัวว่าคนครัวจะจับมันไปต้มน้ำแกงเสียก่อนเพราะมันตัวใหญ่”

การเดินทางแม้มีทหารตลอดเส้นทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของที่พกติดตัวมาจะไม่ได้หายไป และนั้นเป็นของที่สำคัญย่อมต้องเก็บรักษาติดตัวเอาไว้

“ขอบคุณขอรับ” หลิงเผิงคิดว่าดีมาก ได้นำมันขึ้นไปด้วยเขาก็สบายใจ แต่เมื่อเดินเข้าไปในโรงเตี้ยมของที่พักม้า กลับเห็นเหล่าทหารเดินเข้ามาหาพวกเขา

“นั่นนักเดินทางใช่หรือไม่ พวกเรามาจากกองทัพตระกูลเหอจะดูแลทรัพย์สินทุกคนให้เอง ไม่ต้องเอาขึ้นไปหรอก” เหล่าทหารที่ได้รับการกำชับอย่างดี ของทุกชิ้นของรถม้าคนนี้ห้ามหายแม้แต่อย่างเดียว พวกเขาจึงอารักขามาเงียบ ๆ ตลอดทาง

หลิงเผิงมองตาขวางทั้งไม่ไว้ใจ เพราะไก่ของเขาอ้วนพีแบบนี้ หากตื่นมาเหลือแต่ขนจะทำอย่างไร

“ขอบคุณขอรับแต่พวกเราดูแลกันได้” หลิงเผิง

ไม่รู้จักพวกเขาจะไว้ใจได้อย่างไร เขารีบผลักท่านลุงกู่ขึ้นแล้วระวังหลังให้ราวกับไก่นี้ทำจากทองคำ

เหล่าทหารกำลังจะเอ่ยต่อแต่มีทหารผู้หนึ่งยกกระบี่ห้ามไว้แล้วก็ส่ายหน้า หากทำให้พวกเขาตกใจพวกเราอาจจะไร้เงาหัว

หลิงเผิงจัดการเจ้าพวกแม่ไก่ตัวอวบเสร็จ จึงเข้ามาสมทบกับท่านแม่ในห้อง พบว่าท่านแม่กำลังอาบน้ำให้น้องสาวและหวีผมให้นางใหม่ เขาจึงเดินมาบอกท่านแม่

“ท่านแม่ขอรับเมื่อครู่เหล่าทหารพวกนั้นบอกว่า

จะดูแลทรัพย์สินให้ขอรับ แต่ข้าไม่ไว้ใจจึงให้ท่านลุงกู่เอาไก่ของข้าขึ้นมาบนห้อง กลัวว่ารุ่งเช้าจะเหลือแต่ขน”

หยางหยู่เฟยใจหายวูบ นางมาครั้งนี้คาดว่าไม่มีใครตั้งตัว คงไม่ใช่ตระกูลเยียนส่งคนตามนางมาหรอกกระมัง แต่ทว่าเหล่าทหารของตระกูลเหอ ตระกูลเยียนไม่น่าจะมือยาวมีสิทธิ์ขาดในการสั่งการได้ นอกเสียจากจะเป็นแม่ทัพเหอ คิดได้ดังนั้นนางค่อยสบายได้สักครู่ แต่นางต้องระวังเอาไว้ไม่ยอมให้ใครทำอันตรายนางและลูก ๆ เด็ดขาด

เยียนอ๋องซื่อจื่อถือศักดิ์ศรีเป็นเรื่องใหญ่ นางถูกให้ร้ายว่าแอบส่งจดหมายให้แม่ทัพเหอ ดังนั้นหากนางอยู่ในพื้นที่อารักขาของแม่ทัพเหอนางน่าจะปลอดภัย เหมือนยืมมือศัตรูฆ่าศัตรู

“เช่นนั้นไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวรีบกินข้าวแล้วจะได้นอนกัน”

“ท่านแม่อิงเอ๋อร์ อิงหลิว อิงผิน ไข่ให้ข้าสามฟองท่านเอาไปทำอาหารเถิดจะได้ประหยัด” หลิงเผิงหยิบไข่ที่เก็บมาส่งให้ท่านแม่ แค่กินไข่เขาก็รู้สึกดีมากแล้วไม่ต้องมีเนื้อก็ได้

“เก่งมากลูกแม่เอาเถอะแม่จะเอาไข่นี้ทำอาหารให้พวกเรากิน” หยางหยู่เฟยอยู่อย่างประหยัดมาหลายปี

ทำให้นิสัยประหยัดนี้ส่งถึงลูกชายคนเก่งของนาง ต่อไปเมื่อได้บ้านหลังใหม่นางจะทำคอกไก่ให้เหล่าแม่ไก่ของลูกชายอย่างดี

“พี่ใหญ่แม่ไก่ของท่านเก่งที่สุด ไข่ให้ท่านทุกวัน” หลิงหลงชื่นชมพี่ใหญ่ของตนเองมาก เพราะพี่ใหญ่เก่งกาจและกล้าต่อปากกับเด็กคนอื่นในหมู่บ้านแทนนางอีกด้วย

“แน่นอนหลงเอ๋อร์” หลิงเผิงลูบหัวน้องสาวแล้วก็รีบไปอาบน้ำ เขาแต่งตัวเป็นแล้วไม่ต้องให้ท่านแม่ช่วย ดังนั้นจึงอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับจัดการซักเสื้อผ้าของตนเองให้สะอาด แล้วตากเอาไว้ที่ราวแขวนผ้า

หยางหยู่เฟยยังไม่อาบน้ำ แต่ลงไปยืมห้องครัวทำอาหารให้กับลูก ๆ และนาง ส่วนอาหารของท่านลุงกู่นางจ่ายให้เสี่ยวเอ้อร์ยกขึ้นมาให้ท่านลุงกู่ถึงห้อง

ข้าวสวยร้อน ๆ ที่นางซื้อในโรงพักม้ากับไข่เจียว

หอม ๆ หั่นหัวหอมในครัวใส่เล็กน้อยส่งกลิ่นยั่วยวนนัก

เด็ก ๆ กินข้าวกันหมดถ้วยและนางก็ด้วยเช่นกัน หลังจากดื่มน้ำแล้วเหล่าเด็ก ๆ ก็นอนพักบนเตียง ส่วนนางก็ได้เวลาอาบน้ำของตนเองแล้ว น้ำไม่อุ่นเท่าไหร่แล้วแต่นางอาบได้ เพราะช่วยฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงหน้าร้อนที่ชาวบ้านเพาะปลูกกัน อากาศจะร้อนอบอ้าวในตอนกลางวัน การอาบน้ำเย็นจึงช่วยให้นางสดชื่นไม่น้อย

ขณะที่กำลังแช่ตัวในอ่างน้ำที่เย็นชืดไปแล้ว นางก็คิดทบทวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้อีกครั้ง การผ่านทางของนางตั้งแต่ต้นทางจนถึงอำเภอชิงหัวตลอดทางมีแต่ทหารตระกูลเหอเต็มไปหมด หากไม่เพราะนางมีเรื่องอื้อฉาวที่ปกปิดเพียงจวนเยียนอ๋องชื่อจื่อ นางคงนึกว่าตระกูลเยียนคงส่งคนมาติดตามนางไปแล้ว แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตกว่าเหตุการณ์นี้มันปกติหรือไม่ปกติกันแน่

ยามจื่อเรือนซื่อจื่อตระกูลเยียน

ร่างหนึ่งกำลังนั่งอ่านรายงานด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ห้าปีแล้วที่เรือนซื่อจื่อไม่มีสตรีไว้ประดับเรือน ไม่ว่าจะเป็นชายาอ๋องซื่อจื่อหรือสตรีอุ่นเตียง ล้วนถูกเยียนอ๋อง-ซื่อจื่อไล่ออกไปจนหมด ทงานที่ทำโดยสตรีมีเพียงสาวใช้ที่ทำงานในเรือนครัว ซักล้าง และเย็บปัก

หลังจากเกิดเรื่องคราวนั้น เยียนอ๋องซื่อจื่อเอาแต่เก็บตัวเงียบ ไม่สังสรรค์หรือออกงานหากไม่จำเป็นเกี่ยวกับราชวงศ์และฝ่าบาท รวมทั้งคนนอกไม่มีใครล่วงรู้เรื่องอื้อฉาวขององค์หญิงสูงศักดิ์ ที่แต่งมาเป็นชายาเยียนอ๋อง-ซื่อจื่อตระกูลเยียน

“เรียนซื่อจื่อ คนดูแลของเราไปตรวจสอบที่สุสาน พบว่าองค์หญิงมีลูกแฝดสองคนใบหน้าเหมือนซื่อจื่อราวกับถอดกันมาขอรับ” เยว่ตงองครักษ์คนสนิทของเยียนอ๋อง-ซื่อจื่อรายงานอย่างระมัดระวัง หลังจากซื่อจื่อให้ตัดขาดจากองค์หญิง ไม่รู้นึกเช่นไรถึงให้คนไปตรวจสอบดูอีกครั้ง

“นางมีลูก...งั้นเหรอ” เยียนเหรินรู้สึกอึดอัด หัวใจถูกบีบคั้นอย่างหนักราวกับมีศิลานิลมาทับเอาไว้บนอก

ห้าปีก่อนนางโดนลงโทษโดยที่เขาไม่รู้ว่านางตั้งครรภ์ก็คิดว่าตนเองใจร้ายแล้ว แต่เมื่อสืบความในกองทัพดูแล้ว เหอจื่อหยางไม่มีความเคลื่อนไหวสิ่งใดเลย และไม่ส่งคนไปช่วยเหลือนางที่สุสานตระกูลเยียนดังที่คาดไว้แต่แรก นั่นผิดวิสัยคนเป็นชู้รักกัน จึงให้คนสืบเสาะเรื่องของนางอีกครั้ง ว่าคนโหดเหี้ยมเช่นเหอจื่อหยางจะทิ้งคนรักได้ลงคอ หรือแค่ต้องการหักหน้าเขากันแน่ แต่ทุกอย่างว่างเปล่าราวกับไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เคราะห์ที่เขาไม่บุ่มบ่ามทำเรื่องให้ใหญ่ตั้งแต่แรก หาไม่ต้องหมิ่นเกียรติฮองเฮาเป็นแน่ เพราะเหอจื่อหยางคือหลานรัก ผิดกับตนนัก

“จะเป็นได้หรือไม่ขอรับ ว่าจดหมายที่พบในคืนนั้นเป็นจดหมายปลอม” เยว่ตงกล่าวพร้อมสังเกตสีหน้าของผู้เป็นนายไปด้วย จากเดิมที่เคร่งขรึมอยู่แล้ว คราวนี้กลับกลายเป็นดำทะมึน คล้ายกับมีสีของหมึกเขียนเปื้อนใบหน้านัก

“เจ้าว่าจดหมายปลอมงั้นรึ”

เพล้ง!

ค่ำคืนดึกสงัดมีเสียงถ้วยชากระเบื้องเคลือบกระทบพื้น ทำให้เหล่าบ่าวชายรับใช้ที่ยืนยามอยู่รอบเรือนซื่อจื่อสะดุ้งโหยง ไม่กล้าหลับตาทั้งสอดส่ายสายตาเสาะหาที่มาของเสียง

ครึ่งคืนผ่านไปพระจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือฟากฟ้า เทียนเล่มหนึ่งในที่พักม้าอำเภอชิงหัวถูกจุด แสงเทียนไหวตามแรงลมที่พัดเข้ามา โดยมีสตรีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดานั่งอยู่ตรงหน้าต่างด้านบนชั้นสองโรงพักม้า

หยางหยู่เฟยคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ความทรงจำทุกอย่างในชาติภพที่ผ่านมา ทำให้นางอยากทบทวนเรื่องราวให้ชัดเจน เสียงที่สั่งก่อนที่นางจะฟื้นคือให้ลืมรักลืมแค้น นางก็ลืมจริง ๆ ใบหน้าสามีนึกเท่าไหร่นางก็นึกไม่ออก เห็นเป็นเพียงภาพเงาดำเลือนรางเท่านั้น แต่ขณะที่นางนั่งเหม่ออยู่นั้นก็เห็นเงาดำพาดผ่านไป

ฟึ่บ!!!

“ฮึก...อะไร...อะไรกัน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 64

    “ใช่แล้ว ดื่มแล้วผิวพรรณผุดผ่อง เลือดลมเดินได้ดี และที่สำคัญทำให้อ่อนเยาว์ขึ้นด้วย” นี่คือเคล็ดลับของนาง และย่อมขายดีให้หมู่สตรีแน่ ๆ นางคิดเอาไว้เช่นนั้น “เช่นนั้นเจ้าดื่มเยอะ ๆ ดีหรือไม่ จะได้ยวนใจข้า บ่อย ๆ ดูสิข้าขยันไถนาทุกวัน เหตุใดเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไถยังไม่งอกเงยเสียที” เขาเอามือลู

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 63

    เสี้ยนหยางอ๋องหลบหน้าลูกสาวออกมา จนเมื่อได้เวลารับรางวัล เขาจึงต้องกลับมาประทานรางวัลให้ โดยผู้ชนะมีสุราชั้นดีสิบไห ไข่ไก่อีกหนึ่งร้อยฟอง เงินรางวัลยี่สิบตำลึง และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นทหารสังกัดกองทัพรักษาเมืองเสี้ยนหยางทันที “เก่งมาก นี่โจวอวิ๋นจือเป็นรองแม่ทัพ ให้เขาช่วยชี้แนะเจ้าเถิด”

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 62

    หลังจากนางรั้งสามีให้อยู่กับตัวเอง ก็คิดถึงอยากจ้างขอทานเหล่านั้นให้มาทำงานที่ในสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิง และนางก็จะเปิดหอสุราเหอเหมยลู่และรับแรงงานอีกทาง “ท่านอ๋องเจ้าค่ะ ข้าจะเปิดหอสุรา รับคนงานพวกขอทาน พวกเขาจะได้ลืมตาอ้าปากได้” เสี้ยนหยางอ๋องที่กอดประคองภรรยาอยู่ในอ้อมกอด กดจมูกที่ขมับของน

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 61

    ฤดูหนาวผ่านไปสวนปศุสัตว์ของหลิงเผิงเป็นรูปเป็นร่าง สองแฝดได้นำชื่อเข้าผังตระกูลเหอ และเป็นลูกชายและลูกสาวลำดับที่หนึ่งและสองของเขาอีกด้วย ทุกวันหลิงเผิงมักจะออกไปตรวจสวนปศุสัตว์เลี้ยงตระกูลเหอ ที่มีสัตว์แปลก ๆ มากมายพื้นที่ของปศุสัตว์ แห่งนี้มีถึงหนึ่งร้อยหมู่ นอกจากไก่ไข่ที่เป็นของขึ้นชื่

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 60

    จากนั้นเมื่อรถหยุดพักทานอาหารเที่ยงริมลำธารนางจึงออกไปล้างหน้าล้างตา รู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าทั้งที่อากาศเริ่มเย็นแล้วแท้ ๆ เมื่อมาถึงก็เห็นหน้าของสามีเคร่งเครียด โดยมี โจวฝานยืนรอรับบัญชาอยู่ใกล้ ๆ นางจึงเดินเข้าไปถามเขา “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะท่านอ๋อง” “หวงตานตานหนีไป

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 59

    คฑาหรูอี้หนึ่งคู่ทำจากทองคำประดับด้วยหยก สีเขียวมรกตสว่างยามต้องแสง วางประดับอยู่ในเรือนของ ทั้งคู่ แน่นอนว่าเป็นของขวัญล้ำค่าจากเหอฮองเฮาที่อยากอวยพรให้ทั้งคู่สมความปรารถนา เหอจื่อหยางและหยาง- หยู่เฟยยืนมองของขวัญที่ทั้งคู่ชื่นชอบและเก็บเอาไว้ใกล้ ๆ วันนี้ครบสามวันแล้วหลังจากแต่งงานงาน

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 21

    หลิงเผิงและหลิงหลงสาดเกลือจนเหนื่อย ยังได้แค่ครึ่งไห แต่มารดาของตัวเองกลับเข้าไปในบ้านแล้ว แล้วพลันฟ้าก็ผ่าลงมา เปรี้ยง!!! ⚡️ เสียงฟ้าผ่าทำให้คนที่เป็นกองสนับสนุนให้เจ้านายตีกันรีบวิ่งเข้าบ้าน รวมทั้งเด็ก ๆ ด้วยแต่เมื่อแม่ทัพเหอจะตามเข้าบ้านบ้างกลับถูกซื่อจื่อรั้งเอาไว้ “อ

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 20

    “ข้ารู้แล้วว่าทำผิด เพราะหูเบาเชื่อคนอื่น ก็กำลังแก้ไขอยู่นี่อย่างไรเล่า” เยียนอ๋องซื่อจื่อไม่ยอมโดนต่อยอยู่ฝ่ายเดียว แต่เขาพยายามฮึดสู้ต่อยกลับ ในลานบ้านที่เคยสงบสุขตอนนี้มีสองบุรุษเตะต่อยกันไม่ยอมแพ้ ใบหน้าแต่ละคนสะบักสะบอม แต่เมื่อพวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันจึงกระซิบ “ต่อยให้หนัก หากไม

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 19

    หลิงเผิงที่ฟื้นขึ้นก่อนพยายามทบทวนความทรงจำ “ข้าเป็นอะไรไป” เสียงเจ้าเด็กตัวน้อยกล่าวขึ้น พร้อมกับมองหน้าท่านลุงเหอกับจอมยุทธพเนจรที่มีสีหน้าคาดคั้นเขา “เล่ามา!” สองคนประสานเสียง ทำให้เขายิ้มแหย ส่งให้ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะความเล่นซนของเสี่ยวหยุนดันไปขุดสุราหมั

  • ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า   บทที่ 18

    “จื่อหยางเจ้าสืบมานานเท่าไหร่แล้ว” “ครึ่งปีพ่ะย่ะค่ะเสด็จป้า” เหอจื่อหยางไม่กล้าปิดบัง แต่ก็ไม่กล้าก้าวล่วง อันอ๋องเป็นน้องชายร่วมมารดาของฮ่องเต้ที่โดนทรยศ ให้เนรเทศไปอยู่ชายแดนลั่วหยางอันเป็นที่ดินศักดินา ห้ามเข้าเมืองหลวงโดยไม่มีรับสั่ง เสร็จนาฆ่าโคถึก...เหอฮองเฮาคิด สามีของนางทะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status