Startseite / รักโบราณ / ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่ / ตอนที่ 4 หยกชิ้นนั้นคือต้นเหตุ

Teilen

ตอนที่ 4 หยกชิ้นนั้นคือต้นเหตุ

last update Veröffentlichungsdatum: 13.03.2026 21:24:57

ภายในห้อง 4 เหลี่ยมไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป ซูเชี่ยวนั่งเท้าคางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด 1 เดือนมานี้หญิงสาวพยายามหาคำตอบทุกทางว่าเเท้จริงนางมาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรกันแน่ วิญญาณเจ้าของร่างนี่ล่ะไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงได้เข้ามาอยู่ได้แล้วตัวนางเองในโลกเก่าจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ หญิงสาวพยายามคิดถึงสาเหตุหรือเหตุผลที่เป็นไปได้ แต่คิดเท่าไหร่ก็ยังคิดไม่ออกจึงลุกเพื่อจะไปตำหนักเมี่ยนเปาเพื่อทานข้าวในตอนเย็น ขณะที่ลุกขึ้นกำลังจะก้าวเท้าแต่กลับรู้สึกว่าที่ปลายเท้าว่าเหยียบอะไรเข้าให้ ซูเชี่ยวหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย แสงอาทิตย์สีทองอารามช่วงยามเหม่า ส่องผ่านบานประตูหน้าต่างที่หญิงสาวเปิดทิ้งไว้กระทบเข้ากับจี้หยกสีเขียวมิ้นต์เข้ายามที่หญิงสาวจับขึ้นมาพลิกดู เป็นหยกทรงกลม ด้านในเป็นรูปดอกไม้ที่มีผีเสื้อเกาะอยู่ตัวหนึ่ง

“หยกนี้สวยจัง มาตกอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”

หญิงสาวพลิกดูไปมาอย่างละเอียดและพูดกับตัวเอง นางรู้สึกคุ้นตากับหยกชิ้นนี้เป็นอย่างมาก พยายามนึกว่าเจอที่ไหนถ้าในโลกแห่งนี้นางพึ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกแน่ๆ ถ้าเป็นหากในโลกก่อนนางคงไม่มีหยกแบบนี้แน่นอน แต่แล้วอยู่ๆ ความทรงจำในหัวของนางก็ปรากฏ ภาพที่หญิงสาวกำลังเดินอยู่บนถนนคนเดินในโลกที่แล้ว กำลังเลือกซื้อของและหันไปเห็นลุงคุณหนึ่งแต่งตัวโทรมๆ กำลังนั่งขายของเก่าโดยการใช้ผ้าขนาด 3.5 ฟุตกางกับพื้น และนำสิ่งของวางขายด้วยความที่เป็นคนขี้สงสารจึงเดินเข้าไปหวังจะช่วยอุดหนุน หญิงสาวจับแจกันไม้ที่แกะสลักเป็นรูปผีเสื้อขึ้นมาดูอย่างสนใจ เพราะนางก็ชอบสะสมของเก่าเช่นกัน

“นางหนูชอบแจกันชิ้นนั้นเหรอถามลุงได้”

ชายคนขายพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หญิงสาวเพียงยิ้มกลับไปและเลือกดูแจกันต่อ

“ฉันเอาชิ้นนี้จ๊ะลุง”

หญิงสาวยื่นแจกันตรงหน้าให้ลุงคนขายเพื่อใส่ถุง

“20 หยวนจ๊ะแม่หนู ลุงเเถมหยกชิ้นนี้ให้แล้วกัน”

ลุงคนขายพูดพลางหยิบใส่ถุงให้ไปพลาง

“ไม่เป็นไรจ๊ะลุง ไม่ต้องแถมฉันหรอกเอาไว้ขาย เผื่อมีคนอื่นสนใจ” หญิงสาวรีบปฏิเสธ

“หยกชิ้นนี้อยู่กับลุงมานานแล้ว ขายไม่ได้สักทีลุงแถมให้แล้วกัน” ลุงคนขายพูดแล้วยิ้ม

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวกล่าวออกมาและยื่นเงินให้ทั้งหมด30 หยวน จากนั้นเดินออกมาโดยไม่ฟังคำทักท้วงของลุงคนขาย

ปัง!!

เสียงหน้าต่างปิดดังเพราะลมข้างนอกพัดแรง ทำให้หญิงสาวที่ยืนถือหยกกำลังนึกเรื่องในโลกใบเก่าสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด

“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" หญิงสาวกล่าวออกมากับตัวเอง และใช้ความคิดว่าอาจจะเป็นหยกชิ้นนี้ก็ได้ที่นำพาหญิงสาวมาที่นี่ จากนั้นนางนำหยกชิ้นนั้นห้อยเอาไว้ที่เอวและปิดหน้าต่างเตรียมตัวออกไปทานอาหารมื้อเย็น เพราะคนที่นี่ทานข้าวเป็นเวลาหากเลยเวลาแล้วอาหารอาจถูกเก็บจนหมด

.

ณ ตำหนักหยกขาว

“เจ้าว่าอะไรนะ? คนของเราได้รับบาดเจ็บหรือไม่”

เสียงทุ้มกล่าวออกมาอย่างอารมณ์เสีย เสียงที่พูดออกมาคือเจ้าสำนักลี่หยางที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้องโถงบริเวณโต๊ะหนังสือ ขณะที่พูดก็วางหนังสือลงและเงยหน้ามองผู้ที่มารายงานนั้นก็คือรองเจ้าสำนักเฟยซิ่นและผู้ติดตามเขา1คน ที่ยืนอยู่กลางห้องโถง

“ไม่ขอรับ คนของเราได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

เฟยซิ่นกล่าวออกมา ช่วยลดสีหน้าผ่อนคลายของลี่หยางได้บ้าง

“แล้วพวกมันล่ะ รู้หรือไม่ว่าเป็นใคร”

เสียงเข้มถามต่อ

“ยังไม่ทราบขอรับ แต่เราจับตัวได้1 คนก่อนที่มันจะกัดยาพิษฆ่าตัวตาย ตอนนี้ถูกขังไว้รอการสอบสวนขอรับ”

เฟยซิ่นรายงานแกผู้เป็นนายของเขา

“กัดยาพิษฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ”

ลี่หยางพูดพึมพำกับตัวเองและทำท่าอย่างใช้ความคิด และพูดขึ้นว่า

“ข้าจะไปดูหน่อย”

จากนั้นเดินนำหน้าคนทั้ง2ที่กำลังยืนรายงานอยู่ออกจากห้องโถง ไปยังคุกใต้ดินทันที

ซูเชี่ยวที่กำลังเดินไปทานอาหารเย็นที่ตำหนักเมี่ยนเปา ซึ่งเป็นที่ทานอาหารเที่ยงและเย็นของคนที่นี่ ระหว่างเห็นศิษย์น้อยใหญ่ต่างวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกัน

“คารวะเจ้าสำนัก รองเจ้าสำนัก”

ศิษย์ที่วิ่งไปเมื่อสักครู่ต่างพูดพร้อมเพียงกันและทำท่าคารวะ เมื่อลี่หยางเจ้าสำนักและเฟยซิ่นรองเจ้าสำนักเดินผ่าน ซูเชี่ยวที่เดินตามมาทีหลังก็มองมาอย่างสงสัย และสบตาเข้ากับสายตาสีน้ำตาลแดงของลี่หยางจนเผลอชะงัก นี่เหรอหน้าตาของลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยก นางไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงได้หลงจนหัวปักหัวปำขนาดนี้ หล่ออย่างกับดาราแถวหน้าที่นางเคยเห็นบนหน้าจอ TV ในโลกเก่า เพราะเวลาทานอาหารเช้าส่วนใหญ่นางก็แค่ตั้งใจกิน เอาแต่มองอาหารตรงหน้าไม่ได้หันไปมองอะไรทั้งนั้น กินเสร็จก็รีบกลับออกมาเลยไม่ได้สุงสิงหรือพูดคุยกับใครอีก ลี่หยางเดินผ่านไปไกลแล้วแต่ซูเชี่ยวยังยืนอยู่ที่เดิมอย่างตกตะลึง

“ซูเชี่ยว”

เจียอี่ที่เดินมาสะกิดซูเชี่ยวด้านหลังให้ตื่นจากภวังค์ และพูดต่อว่า

“ยืนเหม่ออะไรของเจ้า ไปทานอาหารเย็นได้แล้ว”

“เปล่า ไปกันเถอะ”

ซูเชี่ยวพูดและเดินไปข้างหน้าแต่กลับหันหน้ามามองด้านหลังตามแผ่นหลังกว้างของสายตาสีน้ำตาลแดงเมื่อสักครู่

ทางด้านลี่หยาง 1 เดือนมานี้เขาไม่ค่อยได้เจอหน้าของซูเชี่ยวอีกเลยหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ปกติเจ้าตัวจะพยายามเข้ามาเอาใจโดยการทำหน้าที่แทนบ่าวรับใช้บ้าง เอาขนมน้ำชามาให้เขาบ้าง คอยอาสามาช่วยปัดกวาดเช็ดถูในตำหนักเขาบ้าง พยายามหาเรื่องชวนเขาคุยถึงขั้นคอยรังควานผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา ทำให้เขารู้สึกรำคาญเป็นอย่างมาก เขาเคยบอกนางไปแล้วว่าไม่ชอบแต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นางยังคงพยายามเข้าใกล้เขาเหมือนเดิม 1 เดือนที่ผ่านมาทำให้เรารู้สึกสงบจนลืมว่านางยังอยู่ที่สำนักแห่งนี้ แต่เมื่อสักครู่นี่ที่เขาได้เผลอสบตาเข้ากับนาง ในสายตานางกลับมองเขาด้วยความว่างเปล่า และนางเพียงยืนมองจากไกลๆ ไม่ได้วิ่งมาหาเหมือนเมื่อก่อนทำให้เขารู้สึกสงสัยว่านางอาจกลับตัวกลับใจ หรือนี่อาจเป็นแผนการอะไรสักอย่างของนางอีกก็ได้ แต่เขาก็ต้องหยุดคิดเรื่องนี้เพียงเท่านี้เพราะตอนนี้เขากำลังเร่งเดินทางไปที่คุกใต้ดินเพื่อสืบหาข้อมูลของคนร้าย ที่พยายามลักลอบเข้ามาในสำนักวารีหยก

ณ คุกใต้ดิน

ด้านในมีกรงขังไม้ประมาณ10กว่าห้อง และมีผู้คุ้มกันหนาแน่น ตรงหน้าของลี่หยางคือคนร้ายอายุประมาณ 25 ปี มือกางออกแล้วมัดไว้ที่เสาเหมือนไม้กางเขน มีสภาพช้ำตามใบหน้า เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน

“สารภาพหรือยัง”

ลี่หยางถามผู้คุมที่ยืนอยู่ตอนที่เข้ามาถึง

“ยังขอรับ”

ชายผู้คุมตอบออกมาอย่างจนปัญญา

“เฟยซิ่น”

ลี่หยางเรียกให้เฟยซิ่นพูด

“นายเจียง แช่ลู่ มีภรรยา ลูกชาย1 คน และลูกสาว1คน”

เฟยซิ่นยังพูดไม่จบคนร้ายที่อยู่ตรงหน้าถึงกับหน้าซีดและขัดขึ้นมาก่อน

“ข้ายอมพูดแล้ว ข้ายอมพูดแล้ว เป็น เป็น สำนักเพลิงอัคคี ข้ายอมพูดแล้วเจ้าปล่อยครอบครัวของข้าไปเถอะ”

ทันทีที่พูดจบคนร้ายได้กัดพิษฆ่าตัวตายทันที

“ตายแล้วครับท่านเจ้าสำนัก”

ผู้คุ้มกันที่อยู่ใกล้ๆ ตกใจรีบเข้าไปดู และพูดออกมา

“ไหนว่าเอายาพิษออกมาแล้วไง ไฉนยังกัดได้อีก”

เขาถามอย่างหัวเสีย

“ตอนข้าตรวจดูเห็นมีข้างเดียวจริงๆ ขอรับ”

ผู้คุมกล่าวออกมาอย่างลนลาน

“จัดการให้เรียบร้อย”

ลี่หยางพูดออกมาแล้วจึงสะบัดเสื้อคลุมและเดินหนีออกไป ตรงกลับตำหนักหยกขาว

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 30 กลับจวน

    ณ จวนแม่ทัพแม่ทัพซูเจิน และซูเชี่ยวเดินทางกลับเมืองหลวงพร้อมทุกคนในกองทัพ และแยกออกมาเพื่อกลับจวน เมื่อทั้งคู่ลงจากรถม้าก็เห็นซูเหวินและคนอื่นๆ มารอรับอยู่ด้านหน้าจวน“เชี่ยวเออร์” ซูเหวินร้องเรียกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นซูเชี่ยวลงมาจาก รถม้า ซูเชี่ยวเดินเข้ามาหานาง และเมื่อมาถึงนางก็โดนสวมกอดทันที“ท่านแม่” ซูเชี่ยวเอ่ยขึ้นขณะที่โดนสวมกอด อบอุ่นจริงๆ นี่สินะที่เรียกว่าครอบครัว ด้วยหน้าตาที่งดงามและคล้ายนางขนาดนี้ ทำให้นางเข้าไปหาอย่างไม่ลังเล เมื่อเห็นท่านแม่ของร่างนี้นางจึงรู้ได้ทันทีว่าได้ความงามมาจากใคร นี่สินะที่เรียกว่างามล่มเมือง ขนาดอายุมากแล้วแต่ความสวยไม่ลดน้อยลงเลย“เชี่ยวเออร์ แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน” แม่ทัพเจินที่เดินมาตามหลัง เมื่อได้ยินที่ฮูหยินพูดก็ยิ้มกว้างพลางเอ่ยเเซวฮูหยินของตัวเอง“คิดถึงเเค่เชี่ยวเออร์เท่านั้นหรือ สงสัยข้าจะตกกระป๋องซะแล้ว” ขณะที่เเม่ทัพเจินพูดก็ทำสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างไม่จริง“ซูเหวินคารวะท่านพี่เจ้าค่ะ” ซูเหวินพูดขึ้นและย่อกายลงมาเล็กน้อย“เข้าไปในจวนเถอะ” ซูเจินพูดพลางโอบทั้ง 2 คนเดินเข้าไปภายในจวนแม่ทัพกว้างใหญ่ บริเวณโดยรอบร่มรื่น การตกแต่งสวนสวย

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 29 ครั้งนี้ข้าจะไม่เมาอีกแล้วท่านสำนัก

    ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ก็สิ้นสุดลง ลี่หยางและทุกคนเดินทางมาถึงกองทัพที่ชายเเดนเป็นที่เรียบร้อย เมื่อมาถึงด้านหน้าค่ายกองทัพ ก็เห็นทุกคนมารอรับอยู่แล้ว เมื่อทุกคนลงมาจากรถม้าและหลังม้าได้ก็เดินเข้าไปที่หน้าค่ายพร้อมกัน ซูเจินแม่ทัพใหญ่ที่ยืนรออยู่นานแล้ว ได้แต่ชะเง้อคอคอยดูอย่างร้อนรน เขาได้ข่าวว่าคณะเดินทางของสำนักวารีหยกถูกลอบทำร้ายก็ยิ่งทำให้เขายืนอย่างไม่เป็นสุข“คารวะท่านเเม่ทัพ” ลี่หยางพูดขึ้น และตามด้วยศิษย์คนอื่นๆ“คารวะเจ้าสำนักวารีหยก” ซูเจินพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อพูดเสร็จก็ชะเง้อหน้ามองหาใครคนใดคนหนึ่ง“เชิญๆ” ซูเจินกล่าวขึ้นจากนั้นเดินนำเข้าไปด้านใน ลี่หยางถูกพาเข้ามาในกระโจมหลักทันที ส่วนคนอื่นๆ ก็เพียงรอแค่ด้านนอก ลี่หยางเข้าไปไม่นานก็ออกมาจากกระโจม พร้อมกับแม่ทัพซูเจินด้วยเช่นกันซูเจินกวาดตามองเหล่าศิษย์ของสำนักวารีหยกเพื่อหาใครสักคน จนสายตาไปสะดุดหญิงสาวที่กำลังนั่งดื่มน้ำอยู่ จากนั้นรีบเดินไปหาด้วยความคิดถึง“เชี่ยวเออร์” ซูเจินพูดขึ้นมาทันทีที่เห็นซูเชี่ยว ทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นอย่างนั้นก็หันมาตามทิศทางเสียง เป็นชายวัยกลางคนประมาณ 50 ต้นๆ ถึงอายุมากแล้วแต่กลับดูบึกบึ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 28 ทนหน่อย ข้าจะทำแผลให้

    การเดินทางตลอด 2 วันที่ผ่านมาเพื่อเข้าเมืองหลวงก็สิ้นสุดลง เมื่อตอนนี้ทุกคนอยู่หน้าประตูเมืองหลวง รอการตรวจป้ายเข้าออก ตอนนี้บ้านเมืองยังอยู่ในสงคราม ทำให้ทหารที่ประตูเมืองต้องเคร่งครัดเป็นอย่างมาก แต่ในระหว่างที่พวกเขารอตรวจอยู่นั้น ได้มีทหารจำนวนหนึ่งตรงมาทางพวกเขา คนที่ขี่ม้านำหน้าสุดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือชุนฮวา ทันทีที่นางมาถึงก็กระโดดลงจากหลังม้าทันที“ศิษย์ชุนฮวาคารวะอาจารย์” ชุนฮวากล่าวขึ้นเมื่อร่างกายถึงพื้น ลี่หยางเพียงพยักหน้ารับ เหล่าทหารกว่า 100 นาย ที่ไม่เคยเห็นชายหนุ่ม ขณะตามชุนฮวามาด้วยก็รู้สึกตกตะลึง เขาคืออาจารย์ของนางจริงๆ หรือ เหตุใดถึงยังดูหนุ่มถึงเพียงนี้ ชุนฮวามีความสามารถจนขนาดฝ่าบาทยังเอ่ยชมไม่หยุดปาก ยกนางเหนือเหล่าทหารทุกคน เอ็นดูนางเหมือนลูกสาวแท้ๆ ขนาดเมื่อเจอเชื้อพระวงศ์ยังไม่จำเป็นต้องคำนับ ยกเว้นฮองเฮาและฮ่องเต้ ด้วยอายุยังน้อยของชายหนุ่มทำให้เหล่าทหารเหล่านั้นอดดูแคลนลี่หยางไม่ได้ชุนฮวามองไปโดยรอบพบว่ามีชาวบ้านมากมายต่อแถวเพื่อเข้าวังหลวง เกรงว่าธุระด่วนที่นางจะบอกอาจารย์คงพูดตรงนี้ไม่ได้ ลี่หยางที่เห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้าให้นางจากนั้นเดินนำเข้าไปในรถม้า

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 27 ข้าทำได้แล้ว

    วันนี้ก็ครบกำหนดเวลาที่ซูเชี่ยวต้องทำการทดสอบ เพราะพรุ่งนี้ทุกคนที่เข้าร่วมกับกองทัพที่เมืองหลวงต้องออกเดินทางแต่เช้า ซูเชี่ยวมาทดสอบที่ลานกว้างในการทดสอบอย่างครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ศิษย์ทุกคนก็มาคอยให้กำลังใจนางเช่นเคย“สู้ๆ ศิษย์พี่” เสียงของศิษย์ที่มาเป็นกำลังใจเอ่ยเสียงตะโกนออกมา“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” เฟยซิ่นพูดขึ้นและนำลูกแก้วออกมาตรงหน้าหญิงสาว ซูเชี่ยวเดินเข้าไปหยุดที่หน้าเฟยซิ่นรองเจ้าสำนัก“ข้าขอให้เจ้าประสบความสำเร็จ และผ่านการทดสอบ” เฟยซิ่นพูดอย่างให้กำลังใจหญิงสาวและถอยห่างลูกแก้วออกไป 3 ก้าวซูเชี่ยวมองไปที่ลูกแก้วที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยความมุ่งมั่น จากนั้นปล่อยพลังภายในออกมา ระหว่างมือนางปรากฏแสงสีขาว แต่ครั้งนี้เจิดจ้ากว่าทุกครั้ง แสงสีขาวที่หมุนรอบตัวนางหมุนแรงคล้ายพายุขนาดย่อม จนทำให้ตัวนางลอยขึ้นบนอากาศ เส้นผมพัดเป็นคลื่นด้วยเเรงมหาศาล จากนั้นลูกแสงพวกนั้น หมุนกันเป็นเกลียวขึ้นไปบนฟ้ารวมกันเป็นเเสงลูกใหญ่ และพุ่งลงมาที่ตัวหญิงสาวขณะลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเเสงสลายหายไปเกิดรูปผีเสื้อเล็กๆ สะท้อนแสงที่ระหว่างคิ้ว หญิงสาวค่อยๆ ทะยานลงสู่พื้นดินช้าๆ เมื่อเท้านางเเตะที่พื้นรูปผี

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 26 หยกนั้นช่วยข่มพลังธาตุไฟในกายเจ้า

    หลังกลับมาจากตำหนักหยกขาววันนั้นซูเชี่ยวก็เอาแต่ซ้อมตลอดเวลา จนแทบจะไม่ได้พักผ่อนร่างกาย อยากที่จะบรรลุถึงระดับ 60 เร็วๆ เพราะการเพิ่มระดับช่วง50-60 เป็นช่วงที่พลังภายในเพิ่มขึ้นยากที่สุดซูเชี่ยวพึ่งกลับมาจากตำหนักเมี่ยนเปาหลังจากทานอาหารกลางวัน นางคิดว่าจะกลับมางีบหน่อย ช่วงนี้หญิงสาวรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เมื่อนางเข้ามาในห้องก็พบกับขนมกุ้ยฮวาอยู่บนโต๊ะน้ำชา“ใครเอามาให้” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองออกมา จากนั้นยกจานที่ใส่ขนมขึ้นเพื่อจะชิมขนม แต่เมื่อยกขึ้นก็เห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ“อย่าฝึกหนักจนเกินไป การพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ” ซูเชี่ยวอ่านตามกระดาษโน้ตนั้น“ชื่อก็ไม่เขียน ใส่ยาพิษหรือเปล่าเนี้ย” ขณะที่พูดหญิงสาวก็ก้มลงไปสูดดมที่ขนมทันที แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จึงนั่งกินขนมด้วยความเอร็ดอร่อย จากนั้นจึงงีบนอนหลังกินขนมเสร็จ ซูเชี่ยวหลับไปกว่า 1 ชั่วยาม ตื่นมาอีกทีก็ยามอิ๋นแล้ว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงียอยู่ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าสำนักที่กำลังนั่งมองนางอยู่“เป็นไปไม่ได้” ซูเชี่ยวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยี้ตาตัวเองเพื่อไล่อาการงัวเงียให้ห

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 25 วันทดสอบพลังภายใน

    การสอบเพื่อจบการศึกษาของสำนักวารีหยก แบ่งเป็นการสอบทฤษฎีและปฏิบัติ ในการสอบทฤษฎีศิษย์ทุกคนต้องมีคะแนนสอบมากกว่าครึ่งจึงถือว่าผ่าน ส่วนการสอบปฏิบัติเป็นการทดสอบพลังภายในที่ต้องเพิ่มขึ้นจากตอนแรกที่เข้ามาศึกษามากกว่า 60 ส่วนขึ้นไป ต้องผ่านการทดสอบทั้ง 2 อย่างนี้จึงถือว่าผ่านและสามารถจบการศึกษาได้ ฉะนั้น3 อาทิตย์ที่ผ่านมาศิษย์ทุกคนในชั้นปี 5จึงกระตือรือร้น และมักหมกตัวอยู่ที่ตำหนักใฝ่คุณธรรมเพื่อหาความรู้ใส่ตัว และบางคนก็ทบทวนความรู้ที่ผ่านมา ส่วนพลังภายในเป็นเรื่องที่ไม่มีศิษย์คนใดเป็นกังวลมากนัก เพราะตลอดระยะ 5 ปีที่ศึกษามาทุกคนต่างฝึกฝนมาอย่างดีจนบางคนเพิ่มขึ้นมาจนถึง 80 ส่วน แต่นั้นก็ยังเป็นพลังภายในขั้นกลางหรือขั้นสูง แต่ไม่ใช่กับซูเชี่ยวที่มีพลังขั้นสูงสุดการที่จะเพิ่มพลังภายในขึ้นได้ย่อมยากเย็นมากกว่าการเพิ่มพลังภายในขั้นกลางและขั้นสูง ถึงแม้ว่านางจะฝึกฝนอย่างหนักช่วงที่ฝึกกับเจ้าสำนัก แต่ตอนนั้นพลังนางก็ยังอยู่ระดับที่45 ฉะนั้นตลอด 3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ถึงนางจะฝึกฝนอย่างหนัก แต่ระดับพลังก็ยังไม่ถึง 60 ตอนนี้อยู่แค่ 53 เท่านั้นเหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้นที่จะถึงวันที่ทำการทดสอบ นางจ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status