แชร์

ตอนที่ 5 นางเปลี่ยนไป

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-13 21:26:03

ณ ตำหนักเมี่ยนเปา

ซูเชี่ยวกำลังทานอาหารเย็นอยู่กับเจียอี่ ก็ได้ยินเสียงศิษย์หญิงดังมาจากโต๊ะข้างๆ

“เมื่อกี้พวกเจ้าเห็นหรือไม่ นางพยายามส่งสายตามองเจ้าสำนัก แต่กลับโดนเจ้าสำนักเมิน พลังก็ไม่มีไม่รู้จักเจียมตัวว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา”

เสียงหนึ่งดังเข้ามานั้นคือเสียงของแม่นางเหอซิว

“ข้าว่านางเปลี่ยนไปแล้วนะ”

ศิษย์ชายที่นั่งกับพวกแม่นางเหอซิวอีกคนพูดขึ้น

“เหอะ! เปลี่ยนไปอะไรล่ะ คงเป็นแผนการ มารยาของนางอีกสิไม่ว่า”

เหอซิวตั้งใจพูดเสียงดังให้นางได้ยิน เจียอี่ที่นั่งทานข้าวข้างๆ นางกำลังจะลุกขึ้นและทำท่าจะด่ากลับไป แต่โดนซูเชี่ยวห้ามไว้

“อย่าไปยุ่งกับพวกนางเลย”

ซูเชี่ยวกล่าวกับเจียอี่ และลุกเพราะทานข้าวเสร็จแล้วจากนั้นตั้งใจพูดดังๆ

“เจียอี่หมากัดอย่ากัดตอบ เราไม่ใช่หมา"

ไหนๆ ในร่างก่อนนางก็เป็นนางร้ายในสายตาทุกคนพูดแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง จากนั้นเดินออกมาโดยที่ไม่ได้หันไปใส่ใจอีก

“พรุ่งนี้ข้าจะออกจากสำนักไปทำธุระข้างนอก”

ระหว่างทางที่เดินกลับเจียอี่พูดขึ้น

“ออกไปข้างนอกงั้นเหรอ”

ซูเชี่ยวถามออกมาด้วยสายตาลุกวาว ตั้งแต่นางเข้ามาอยู่ที่นี่ยังไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่แต่ในบริเวณสำนักแห่งนี้

“ใช่ เจ้าจะไปกับข้าด้วยหรือไม่ ข้าจะไปทำธุระเดี๋ยวเดียว เจ้าก็เดินที่ตลาดรอข้าก็ได้”

เจียอี่กล่าวออกมาเมื่อเห็นสายตาของฝ่ายตรงข้าม

“ข้าออกไปได้ด้วยหรือ แล้วข้าต้องทำยังไง”

“เจ้าต้องมีป้ายอนุญาตในการผ่านประตูหน้าสำนักถึงออกไปได้ ศิษย์ในสำนักจะมีทุกคน”

เจียอี่เอาออกมาให้ซูเชี่ยวดูตรงหน้า เป็นป้ายเหล็กและมีชื่อเขียนไว้ว่า สำนักวารีหยก เจียอี่ หญิงสาวคิดว่าป้ายนี้นางไม่มีแน่เพราะนางสำรวจห้องที่อยู่มาหมดแล้ว แต่ไม่เคยเห็นป้ายนี้เลย

“แล้วถ้าข้าไม่มีล่ะ”

ซูเชี่ยวกล่าวออกไปด้วยสีหน้าดูเศร้าสร้อย

“เจ้าไปรับกับท่านรองเจ้าสำนักหรือท่านเจ้าสำนักได้” เจียอี่กล่าวออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของซูเชี่ยว เพราะดูแล้วแต่ก่อนหญิงสาวมีคนคอยดูแล แต่ตอนนี้ไม่มีเป็นไปได้ว่าหญิงสาวคงไม่รู้

“หากพรุ่งนี้เจ้าไปขอป้ายได้แล้วไปหาข้าที่ห้องแล้วกัน เราจะออกไปยามซื่อกัน ข้าต้องขอตัวก่อนข้าจะเอาหนังสือไปคืนที่ตำหนักใฝ่คุณธรรม”

เจียอี่กล่าวเสร็จและเดินออกไป ทิ้งให้ซูเชี่ยวเดินกลับไปคนเดียว นางกำลังคิดว่าพรุ่งนี้จะต้องไปเจอเจ้าสำนักลี่หยางที่เป็นสิ่งที่นางหลีกเลี่ยงมาตลอด เพราะไม่อยากมีปัญหาก็ถอนหายใจ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องไปเจอรองเจ้าสำนักเฟยซิ่นให้ได้ก่อนหากไม่ได้จริงๆ

ค่อยไปเจอเขา ขณะที่หญิงสาวกำลังคิด ทำให้ไม่ทันระวังไปชนเขากับใครคนหนึ่ง

“ขออภัยเจ้าค่ะ” ซูเชี่ยวกล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิด และเงยหน้ามองคนที่นางเดินชน

“ลุง!! ลุงก็ข้ามมาในโลกนี้เหมือนกันเหรอ” ทันทีที่นางเห็นชายตรงหน้าก็จำได้ทันทีว่าคือลุงคนที่แถมจี้หยกให้ตอนที่ซื้อแจกัน และเป็นคนเดียวกับเมื่อ 1 เดือนที่แล้วที่นางถามทางไปตำหนัก ผดุงคุณธรรม ไม่น่าล่ะว่าทำไมนางถึงได้คุ้นหน้าเขามากในตอนนั้น หญิงสาวพยายามตามหาและถามคนอื่นแต่ก็ไม่มีคนเคยเห็นหรือเคยพบ

“อะไรแม่นางหนู ลุงเลิงอะไร ข้าไม่ใช่” ชายตรงหน้ากล่าวออกมาอย่างรำคาญ พร้อมหันหน้าหนีเดินออกไป

“ก็ลุงเป็นคนขายจี้หยกนี้ให้ข้ายังไงล่ะ” ซูเชี่ยวพยายามอธิบายและนำจี้หยกที่ห้อยไว้ที่เอวเอามาให้ดู

“ข้าไม่รู้จัก" ชายตรงหน้าพูดออกมา และเดินหนี

“เดี๋ยวสิลุง ลุง~”

ซูเชี่ยวรีบเดินตามและพยายามเรียก แต่เมื่อชายคนนั้นเดินเข้าไปในประตูอีกทางนางที่เดินตามหลังมาแต่กลับหาไม่เจอแล้ว

“หายไปไหนเร็วขนาดนี้” ซูเชี่ยวบ่นกับตัวเอง พยายามมองหาแต่ไม่เจอ จึงได้ท้อใจและเดินกลับห้องของตัวเอง หลังหญิงสาวจากไปชายคนนั้นโผล่มาจากพุ่มไม้พร้อมถอนหายใจแล้วเดินจากไป

.

วันรุ่งขึ้น

ณ ตำหนักหยกขาว

“เจ้าสำนักคิดว่าเป็นฝีมือของสำนักเพลิงอัคคี อย่างที่คนร้ายบอกหรือไม่” เฟยซิ่นถามออกมาเมื่อพวกเขาอยู่กันแค่ 2 คนในตำหนัก

“เจ้าคิดว่าอย่างไร” เสียงเข้มถามออกมา พลางรินน้ำชาให้ตัวเองและเฟยซิ่น

“ข้าคิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะสำนักเพลิงอัคคีเราไม่เคยแว้งกัดพวกเดียวกันเอง" เฟยซิ่นกล่าวอย่างใช้ความคิด เจ้าสำนักเพลิงอัคคีมีนามว่าเย่วซือเป็นสหายสนิทของลี่หยาง พวกเขาสนิทสนมกันมาก เติบโตมาด้วยกันและมีอาจารย์คนเดียวกันไม่มีทางที่จะส่งคนเข้ามาเเน่นอน

“ใกล้จะถึงการคัดเลือกผู้นำทั้ง 5 สำนักแล้ว คงมีสำนักใดที่หมายปองแล้วพยายามเข้ามาก่อความวุ่นวายและโยนความผิดในสำนักเพลิงอัคคี”

ลี่หยางกล่าวออกมาและยกชาขึ้นดื่มอย่างสุขุม การคัดเลือกผู้นำเจ้าสำนักจะจัดขึ้นทุกๆ 5 ปี โดยการให้ศิษย์ของในแต่ละสำนักประลองฝีมือกัน หากศิษย์สำนักใครชนะเจ้าสำนักนั้นจะได้เป็นผู้นำสำนักทั้ง 5 และที่ให้ศิษย์ประลองกันเเทนที่จะเป็นการประลองของเจ้าสำนักเองเพราะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งส่วนตัวของเจ้าสำนักซึ่งอาจส่งผลต่อไปในอนาคต จึงให้ศิษย์ในสำนักส่งตัวแทนเข้าประลองแทน เเละเพื่อวัดการอบรมสั่งสอนให้แก่ศิษย์ด้วยว่าสำนักไหนมีศักยภาพมากกว่า

“จริงด้วยขอรับ คนร้ายที่ทางเราจับได้ไม่ยอมกัดยาพิษฆ่าตัวตายตั้งแต่แรก เพราะต้องการให้เราจับเขามาสอบสวนเพื่อที่จะได้โยนความผิดให้สำนักเพลิงอัคคีนี่เอง” เฟยซิ่นพูดออกมาอย่างที่คิดได้ และพูดต่อว่า

“ให้ทางเราส่งจดหมายไปบอกเรื่องนี้ที่สำนักเพลิงอัคคีหรือไม่ขอรับ”

“ไม่ต้อง วันนี้ข้าจะไปพบเขาเองฝากเจ้าจัดหาศิษย์ที่มีฝีมือเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกผู้นำเจ้าสำนักด้วย เรื่องนี้สำคัญมากฝากเจ้าตรวจตราอย่างดี” ลี่หยางพูดพลางยกชาดื่มอีกรอบ

“ขอรับ” เฟยซิ่นตอบรับและเดินออกไป

ทางด้านซูเชี่ยววันนี้นางตั้งใจมาขอป้ายในการออกไปข้างนอก นางถามจางหมิงผู้ช่วยของเฟยซิ่นรองเจ้าสำนักแล้ว แต่พบว่าเฟยซิ่นกำลังคุยธุระกับลี่หยางอยู่ที่ตำหนักหยกขาว จึงตั้งใจมารอเขาที่นี่เพราะใกล้ถึงเวลาที่นัดกับเจียอี่แล้ว นางรอประมาณ 1 เค่อ ก็เห็นเฟยซิ่นเดินออกมา

“คารวะรองเจ้าสำนัก” ขณะที่เฟยซิ่นเห็นหญิงสาวและยิ้มให้ นางจึงทำท่าคารวะและพูดออกไป

“อ่าว ซูเชี่ยวมาหาท่านเจ้าสำนักหรือ” เฟยซิ่นถามออกไปเพราะก่อนเกิดเรื่องหญิงสาวมักจะมาตามติดลี่หยางเป็นประจำ และครั้งนี้เฟยซิ่นก็คิดเช่นนั้น

“เปล่าเจ้าค่ะ ข้ามารอพบท่าน” ซูเชี่ยวตอบออกไปเสียงเรียบ

“รอพบข้าด้วยเรื่องอันใด” เฟยซิ่นถามด้วยความสงสัย เพราะผิดจากการคาดเดาของเขาที่คิดว่าซูเชี่ยวจะมาหาลี่หยางซะอีก

“ข้ามาขอป้ายออกนอกสำนักเจ้าค่ะ” หญิงสาวบอกจุดหมายที่นางมารอเขาออกไป

“เจ้าเข้าไปขอกับเจ้าสำนักได้เลย วันนี้ข้ามีธุระด่วน” เฟยซิ่นพูดแล้วยิ้มให้หญิงสาว จากนั้นเดินผ่านหน้านางออกไปโดยที่ไม่ได้ดูสีหน้าหญิงสาวสักนิด

ทางด้านลี่หยาง ที่นั่งอยู่ด้านในได้ยินเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะเขาที่มีพลังขั้นสูงสุดแล้ว เสียงในบริเวณนี้ไม่มีทางรอดพ้นการได้ยินของเขาได้ เขาเห็นหญิงสาวที่ทำท่าลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าตำหนักมาครึ่งเค่อแล้วไม่เข้ามาสักที ก็รู้สึกหงุดหงิดนี่ไม่ใช่นิสัยของนางเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงรีบเข้ามายิ้มหน้าบานแล้ว

“ใครอยู่ข้างนอกน่ะ เข้ามา” เขาพูดออกไปเพราะเห็นว่าหญิงสาวไม่เข้ามาสักที ซูเชี่ยวเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจและเดินเข้าไป โดยไม่เงยหน้ามองข้างหน้าแต่กลับก้มมองที่เท้าแทน

“คารวะเจ้าสำนัก” ซูเชี่ยวพูดขณะที่โค้งคารวะ

“เจ้ามาที่นี่มีเรื่องอะไร” ลี่หยางพูดขึ้นพลางปิดหนังสือที่อ่าน และเงยหน้ามองซูเชี่ยวที่เอาแต่ก้มหน้ามองเท้าตัวเอง แต่ก่อนนางจะต้องเงยหน้ายิ้มและส่งสายตาให้เขาแล้วสิ

“ข้ามาขอป้ายออกนอกสำนักเจ้าค่ะ” หญิงสาวพูดจุดมุ่งหมายที่นางมาที่นี่ออกไป

ลี่หยางเงียบไปสักพักเพราะเขานึกได้ว่าได้ยึดป้ายเข้าออกของซูเชี่ยวกลับมาตอนที่นางทำผิด และได้ไล่บ่าวรับใช้ที่ติดตามนางมากลับไปจนหมด เขาลุกจากโต๊ะหนังสือที่นั่งอยู่ จากนั้นเดินไปเปิดลิ้นชักหาอยู่สักครู่ก็นำออกมา เขาเดินไปหยุดที่หน้านางและยืนหน้าหน้าหญิงสาว ซูเชี่ยวที่เอาแต่ก้มมองเท้าได้กลิ่นหอมสะอาดจางๆ ใกล้เข้ามาและหยุดที่ตรงหน้าตนพร้อมกับป้ายที่ยื่นมาให้

“ขอบคุณเจ้าสำนัก” หญิงสาวพูดออกมาโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง และยื่นมือ 2 ข้างออกไปรับ เมื่อมือจับที่ป้ายนางใช้แรงดึงแต่กลับดึงไม่ออก

“จะออกไปไหน” เสียงทุ้มกล่าวออกมาเสียงเรียบ ทำให้หญิงสาวชักมือกลับมา

“ข้าจะออกไปตลาดข้างนอกกับเจียอี่เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบออกไปเสียงเบาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“คุยกับข้าใยต้องเอาแต่ก้มหน้า เงยหน้าขึ้น” เขาขึ้นเสียงเล็กน้อยเป็นการสั่ง ซูเชี่ยวสะดุ้งจากนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ทันทีที่สบตากับลี่หยางนางและเขาทั้งคู่ชะงักไปชั่วขณะ ทำให้หญิงสาวหัวใจเต้นรัววันนั้นที่มองไกลๆ ว่าเขาหล่อแล้วนะ พอมองใกล้ๆ แล้วนางจะเป็นลมเพราะหน้าตาหล่อเหลาของเขา แต่ถึงอย่างไรก็ยังรู้สึกหวาดกลัวเขาอยู่จากนั้นทำทีแสร้งมองไปทางอื่น ส่วนลี่หยางมองลึกเข้าไปในตาของนางแต่กลับไม่พบสายที่เหมือนแต่ก่อนที่เอาแต่หลงใหลเขา พบแค่สายตาตกตะลึงและมีความหวาดกลัว นี่นางกลัวเขาอย่างนั้นหรือ เขาส่งเสียงไอออกมา 1 ครั้งและพูดขึ้นว่า

“ระวังตัวด้วย” เขายื่นป้ายให้นางและกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือเหมือนตอนแรก

“ขอบคุณเจ้าสำนัก” ซูเชี่ยวรับป้ายมาและกล่าวขอบคุณเจ้าสำนักจากนั้นรีบเดินออกมา หลังซูเชี่ยวออกมาแล้วลี่หยางจับไปที่หน้าอกตัวเองที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ พลางคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ตอนที่สบสายตานางเมื่อสักครู่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 74 จบบริบูรณ์

    5 ปีต่อมาณ ตำหนักหยกขาว"ฮูหยินเจ้าคะ ศิษย์ในสำนักมารายงานว่าคุณหนูหนิงเอ๋อก่อเรื่องอีกแล้วเจ้าค่ะ"สาวใช้รีบเข้ามารายงานซูเชี่ยวที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำขนมให้เจ้าสองแสบทั้งสองอยู่"ที่ใดกัน นำข้าไป" ซูเชี่ยวพูดพลางถอดชุดกันเปื้อนออกแล้วเดินไปตามสาวใช้ทันที จนมาถึงน้ำตกหลังตำหนักใฝ่คุณธรรม ก็เห็นเจ้าสองแสบชายหญิงวัย 4 ขวบ 2คนที่กำลังยืนกอดอกสำนึกตนก้มหน้ามองพื้น เมื่อลี่หยางกำลังยืนควบคุมอยู่ เมื่อ4 ปีก่อนหลังจากทั้งคู่ย้ายมาอยู่ที่สำนักวารีหยก ซูเชี่ยวได้ตั้งท้องแฝดชายหญิง คนหนึ่งนามว่าลี่หนิงเอ๋อเป็นแฝดหญิง และมีพลังภายในธาตุไฟ ส่วนอีกคนเป็นแฝดชายนามว่าลี่หนิงเฟิ่ง พลังภายในธาตุน้ำ ถึงแม้ทั้งคู่จะอายุแค่ 4 ขวบยังไม่สามารถปลุกพลังภายในได้ แต่พลังภายในของเขาทั้งคู่กับถูกปลุกขึ้นมาเองตอนอายุได้ 3 ควบ 6 เดือน ทั้งคู่ยังแบ่งกันสืบทอดพลังภายในของพ่อและแม่คนละอย่าง และแน่นอนว่าเป็นพลังภายในขั้นสูงสุด "ลี่หนิงเฟิ่ง เจ้าเป็นพี่ใหญ่เหตุใดครั้งนี้นอกจากมิห้ามน้องสาว ยังร่วมมือด้วย"ลี่หยางเอ่ยถามบุตรชายที่เกิดก่อนเพียงไม่กี่นาทีเสียงเข้ม"ท่านพ่ออย่าโทษพี่ใหญ่เลยเจ้าค่ะ ท่านพี่ห้ามข้าแล้ว แ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 73 เจ้าคือสตรีที่งามที่สุดในใจของข้า (Nc)

    "ถ้าหากเจ้ามิเหนื่อย เช่นนั้นเรา...." ชายหนุ่มอึกอักเล็กน้อย"เราทำไมหรือเจ้าคะ" ซูเชี่ยวเอ่ยถามชายหนุ่มอย่างคนไม่รู้เรื่อง เพื่ออยากแกล้งชายหนุ่ม แต่เห็นจากสีหน้าและท่าทางของลี่หยางที่แดงไปทั้งหน้าก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ลี่หยางกุมมือหญิงสาว ก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพราะสุรามงคลนั้นคงไม่ได้เป็นแค่สุราธรรมดาแน่ ปกติคนที่นี่จะใส่ยาที่เรียกว่ายาสรวงสวรรค์แห่งราตรีเข้าไปด้วย จะมีฤทธิ์ทำให้บ่าวสาวรู้สึกหักห้ามใจตนเองไม่ได้ นี่คือวัฒนธรรมของคนที่นี่เพราะจะได้มีทายาทโดยเร็ว ถึงแม้ทั้งคู่จะรู้แต่ก็ไม่ได้กังวลอันใดเพราะทั้งคู่นั้นแต่งงานกันแล้ว แต่แล้วชายหนุ่มก็เปลี่ยนใจอุ้มหญิงสาวไปวางที่เตียง จากนั้นยื่นหน้าเข้าไปจูบที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา และจูบที่ดวงตาของหญิงสาวที่กำลังหลับทั้งสองข้าง จูบแก้ม และสุดท้ายคือริมฝีปากสีแดงสดที่ถูกแต่งแต้มสำหรับงานในวันนี้ลิ้นร้อนสอดเข้าไปในเรียวปากงามอย่างอ่อนโยน และค่อยๆทวีความรุนแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ชายหนุ่มใช้มือที่วางอยู่เลื่อนเสื้อผ้าของหญิงสาวใส่จนไม่เหลือสักชิ้น ก่อนที่ปลดเสื้อตัวจิ้ม 2 ตัวสุดท้ายอย่างคนชำนาญมือ กว่าหญิงสาวจะรู้สึกตัวเพราะมัวแต่

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 72 สมรสพระราชทาน

    1 เดือนต่อมา"คุณหนูคลุมหน้านะเจ้าค่ะ"เสี่ยวไป๋เอ่ยขึ้นเพื่อบอกเจ้านายตนเอง ก่อนที่จะเอาผ้ามงคลสีแดงปิดศีรษะและใบหน้าของหญิงสาวเอาไว้"ได้แล้วเวลาแล้วหรือ"หญิงสาวที่ถูกปิดใบหน้าด้วยผ้ามงคลสีแดงเอ่ยถาม ตอนนี้นางรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก"ขบวนเกี้ยวเจ้าบ่าวถึงหน้าจวนแล้วเจ้าค่ะ"เสี่ยวไป๋ที่ชะเง้อหน้าไปดูด้านนอกเรือนแล้วเข้ามารายงานด้านลี่หยางตอนนี้ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม ด้านหลังเขาคือขบวนเกี้ยว และหีบสินสอดกว่า 20 หีบถูกหามมามากมาย ชายหนุ่มมาพร้อมกับเย่วซือ และเฟยซิ่นที่ยืนอยู่ด้านข้าง ด้านหลังยังมีศิษย์ในสำนักที่จบการศึกษาแล้วมาด้วย ชาวบ้านมากมายต่างมารอดูการแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นโดยมีฮ่องเต้ทรงเป็นผู้จัดการจัดงานช่างยิ่งใหญ่และดูอบอุ่นไปพร้อมกัน ทั้งหมดยืนอยู่หน้าจวนอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่จะเจอกับแม่ทัพเจินที่ยืนอยู่กับฮูหยินหน้าจวน"เจ้าคือใคร มาที่นี่ทำไมหรือ" แม่ทัพเจินเอ่ยถามเสียงเข้ม "ข้านามว่าลี่หยาง เป็นเจ้าสำนักวารีหยก วันนี้ที่ข้ามาเพื่อแต่งงานกับเชี่ยวเออร์ บุตรสาวของท่านขอรับ"ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น พร้อมทำท่าคารวะ"เชี่ยวเออร์อย่างงั้นหรือพูดได้ดี แต่ข้าเคยใ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 71 ท่านเริ่มรักข้า ตั้งแต่เมื่อใดหรือเจ้าคะ

    1 อาทิตย์ต่อมาลี่หยาง เย่วซือ ซูจื่อหลาน ซูเชี่ยว ชุนฮวา และเจียอี่ กำลังนั่งทำโคมไฟสำหรับเทศกาลโคมลอยวันนี้ ที่นี่ไม่ได้มีการประดับเรือไฟเหมือนอย่างที่สำนักวารีหยก เพราะไม่ได้มีแม่น้ำสายใหญ่ในเมืองหลวง คนที่นี่จึงปล่อยโคมขึ้นสู่ท้องฟ้าแทน โดยลี่หยางและซูเชี่ยวทำอันเดียวกัน เย่วซือกับชุนฮวาก็เช่นกัน 2 คู่ดูมีความสุขกับการตกแต่งโคมไฟเป็นอย่างมาก ต่างจากซูจื่อหลานและเจียอี่ที่ดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย เหมือนกับว่าทั้งคู่กำลังมีเรื่องในใจอย่างไรอย่างนั้น เจียอี่ซูเชี่ยวพอเดาได้ว่าเป็นเพราะเรื่องอันใด นางรู้แล้วว่าสหายของตนนั้นแอบชอบรองเจ้าสำนักเฟยซิ่น ตอนนี้เจียอี่น่าจะกำลังเป็นห่วงรองเจ้าสำนักอยู่ แต่กลับซูจื่อหลานพี่ชายของนาง เหตุใดถึงทำท่าว่ามีเรื่องกลุ้มใจขนาดนั้น แต่แล้วนางก็เห็นสายตาของพี่ชายที่มองมาทางเสี่ยวไป๋ที่นั่งรอรินชาให้ทุกคนไม่ห่างหลายครั้ง แล้วเสี่ยวไป๋ยังหลบสายตาท่านพี่อีก ก็เริ่มเกิดความสงสัยว่ามีอันใดกันแน่ เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนนางให้เสี่ยวไป๋นำของไปให้ท่านพี่ที่เรือน เสี่ยวไป๋ก็หายไปเลยไม่ได้กลับมาหานางอีกจนหมดวัน หลังจากนั้นตลอด 1อาทิตย์ที่ผ่านมาเวลาซูเชี่ยวบังเอิญ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 70 ข้ามิควรหนีปัญหาและทิ้งเจ้าให้โดดเดี่ยว

    ซูเชี่ยวหลังจากตื่นจากการนอนกลางวัน เพราะการเดินทางที่ยาวนาน ทำให้นางเหนื่อยล้าจนหลับไปกว่า 1 ชั่วยาม หวังว่าจะตื่นขึ้นมาจัดข้าวของตนและของที่ท่านพี่มอบให้อย่างเป็นระเบียบ แต่ขณะที่นางกำลังตรวจดูสิ่งของอยู่นั้น กลับเหลือบไปเห็นภาพแผนที่ลับเสียก่อน"สงสัยว่าของท่านพี่จะปะปนมาด้วย" หญิงสาวกล่าวพึมพำกับตนเอง ก่อนที่จะคัดแยกของที่คิดว่าปนมาอีกหลายชิ้นไว้ "เสี่ยวไป๋ เจ้าเอาของพวกนี้ไปคืนท่านพี่ที่เรือนแทนข้าที""ข้าหรือเจ้าคะ ข้าไม่ไปได้หรือไม่" เสี่ยวไป๋เอ่ยอย่างปฏิเสธ "เจ้านั่นแหละ ข้าจะจัดของพวกนี้ ขืนให้เจ้าจัดการ ข้าคงหาของมิเจอพอดี""ก็ได้เจ้าค่ะ"เสี่ยวไป๋เอ่ยรับอย่างจนใจ ก่อนที่จะหอบของ 3-4 ชิ้นตรงไปที่เรือนของซูจื่อหลานทันที.หลังจากซูจื่อหลานอยู่คุยกับซูเหวินให้หายคิดถึงแล้ว ก็ตรงกลับเรือนของตนเพื่อพักผ่อน ชายหนุ่มมองภายในเรือนกว้างที่สะอาดและดูดีอย่างเคยเหมือนเมื่อหลายปีก่อนอย่างรู้สึกดี ชายหนุ่มเดินเข้าไปห้องอาบน้ำส่วนตัวภายในเรือนที่ให้คนเตรียมน้ำไว้ให้ก่อนแล้ว หวังจะชำระร่างกายและนอนพักผ่อนให้หายเหนื่อย ชายหนุ่มถอดเครื่องแต่งกายออกทีละชิ้น เขาวางปิ่นหยกรูปดอกไม้ที่ตนพกติ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 69 สิ้นสุดสงครามแล้ว

    การเดินทางกลับเมืองหลวงของกองทัพ ค่อนข้างใช้เวลานานกว่าตอนมาชายแดน เพราะไม่ได้รีบเร่งมากนัก ใช้เวลากว่า 1 อาทิตย์กับอีก3 วันจึงถึงเมืองหลวง“สิ้นสุดสงครามแล้ว หลังจากนี้ท่านจะทำเช่นไรต่อไปหรือเจ้าคะ”ซูเชี่ยวเอ่ยถามลี่หยางที่นั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกัน“ข้าแล้วแต่เจ้า”ชายหนุ่มพูดพลางยื่นมือไปจับที่ฝ่ามือของหญิงสาว“ข้าอยากกลับสำนักวารีหยกเจ้าคะ ที่นี่วุ่นวายเหลือเกิน อันตรายก็มีมากด้วย ที่นั่นทั้งเงียบสงบอาหารก็อร่อยกว่าที่นี่มาก”หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงอาหารและสุรารสเลิศทางตอนเหนือ“เจ้านี่มันเห็นแก่กินจริงเชียว”ลี่หยางพูดพลางบีบจมูกนางเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้“มิได้หรือเจ้าคะ”“ย่อมได้ หลังเราแต่งงานกันแล้ว ข้าจะขอท่านแม่ทัพเจินให้เจ้าไปอยู่ที่สำนัก”“เจ้าค่ะ”ขบวนกองทัพเดินทางต่อมาอีกแค่2 ชั่วยามก็ถึงเมืองหลวง เหล่าชาวบ้านมากมายรีบเข้ามาต่อแถวตอนรับ เพื่อดูว่าลูกหลานของตนนั้นปลอดภัยดีหรือไม่ ซูเชี่ยวมองสองข้างทางที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของชาวบ้านเมื่อรู้ว่าบุตรของตนเองนั้นปลอดภัยดี และได้ยินเสียงคนร่ำไห้ด้วยความทรมานเมื่อรู้ว่าบุตรของตนนั้นจบชีวิตลงในสนามรบ เพียงแค่ได้เห็นหน้าเป็นค

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 12 เจ้าส่งคนคอยจับดูพฤติกรรมของนางให้ดี

    1 วันต่อมาซูเชี่ยวฟื้นขึ้นมาด้วยอาการเมื่อยล้า เจ็บตามเนื้อตามตัวและรู้สึกปวดที่เเขนและขาของนาง ตอนนี้มีรอยเขียวเป็นจ้ำเต็มไปหมดจากการที่หญิงสาววิ่งเพื่อหนีไปตามเฟยซิ่น แต่ก็ไปไม่ถึงหลังจากที่สลบไป1 วัน1 คืนเต็มๆ ทำให้นางรู้สึกสดชื่นมากขึ้น เมื่อสักครู่ตอนนางฟื้นขึ้นมาเจียอี่เข้ามาพอดีและได้บอกกับ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 11 เจ้าเดินหมากเป็นด้วยหรือ

    ลี่หยางและซูเชี่ยวเดินออกมาจากตลาดและขึ้นรถม้าตรงกลับสำนักวารีหยกทันที แต่เพราะวันนี้มีผู้คนมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟมากมาย จึงทำให้การเดินทางติดขัดบ่อยครั้งรถม้าไม่สามารถขยับตัวไปข้างหน้าได้สักเท่าไหร่ จากที่ใช้เวลาแค่ 1 เค่อก็ถึง แต่ตอนนี้ผ่านไป 1 เค่อแล้วแต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน บรรยากาศภายในรถม้าเงียบเห

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 10 พวกท่านหน้าตาหล่อเหลาเกินไป

    ภายในรถม้าของสำนักวารีหยก ลี่หยางและซูเชี่ยวนั่งเงียบมาตลอดทางโดยที่ไม่มีเสียงพูดคุยกัน ทั้งสองนั่งฝั่งตรงข้ามกัน ลี่หยางแอบลอบสังเกตซูเชี่ยวที่นั่งเงียบตลอดทาง ไม่มีเรื่องชวนคุยกับเขาเหมือนเมื่อก่อนอย่างที่เคยเป็น ทำให้เขารู้สึกอดแปลกใจไม่ได้ ส่วนทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นชายหนุ่มเพียงนั่งหลับตานิ่งเง

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 9 นางมีความลับ

    ซูเชี่ยวหลังจากลงชื่อเสร็จก็ย่อกายไปทางลี่หยางเล็กน้อย และเดินออกมาจากตำหนักใฝ่คุณธรรมโดยไม่สนใจว่าชายหนุ่มมีเรื่องจะคุยด้วยหรือไม่ "อยู่ใกล้เขาทีไรมักมีเรื่องทุกที ข้าจะต้องอยู่ให้ห่างเขาเข้าไว้" ซูเชี่ยวพูดกับตัวเองในใจ“หยุดก่อน” เสียงทุ้มกล่าวออกมาเรียบๆ หลังจากเห็นว่าซูเชี่ยวรีบเดินออกมาเพราะต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status