หน้าหลัก / รักโบราณ / ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่ / ตอนที่ 3 ผู้ใดบอกว่านางไม่มีพลังกัน

แชร์

ตอนที่ 3 ผู้ใดบอกว่านางไม่มีพลังกัน

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-13 21:23:26

สะพานไม้ทอดตัวเป็นทางเดินจากพื้นดินยาวไปกลางน้ำ มีศาลาไม้สไตล์จีนโบราณทรง 8 เหลี่ยม ที่ตั้งอยู่บริเวณโดยรอบแม่น้ำถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาและหน้าผาสูงต่ำสลับกัน มีต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวดูสดชื่นที่ปกคลุมไปด้วยไอหมอกเหนือผิวน้ำ ที่นี่คือบริเวณหลังตำหนักหยกขาวเจ้าของตำหนักแห่งนี้ไม่ใช่ใครนอกจากชายที่อยู่ในบริเวณกลางศาลาแห่งนี้ ลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยกกำลังนั่งดีดกู่เจิงอย่างเพลิดเพลิน แต่เเล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาแต่ไกล ทำให้เขาต้องหยุดบรรเลงจากนั้นลุกขึ้นและยืนหันหน้าชื่นชมทิวทัศน์เบื้องหน้า

“เป็นอย่างไรบ้าง”

เสียงทุ้มกล่าวออกมาโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับมามองคนที่พึ่งมาเยือนเมื่อสักครู่นี้

“นางไม่ยอมรับคำสารภาพขอรับ”

เสียงนุ่มกล่าวออกมา ผู้ที่มาเยือนคือรองเจ้าสำนักเฟยซิ่น จากนั้นเล่าเรื่องและเหตุผลการณ์ต่างๆ ให้ลี่หยางเจ้าสำนักฟังอย่างละเอียด เรื่องที่เหล่านั้นคือเรื่องของซูเชี่ยวในวันนี้นั่นเอง

“อืม ครั้งนี้นางนับว่าฉลาดที่สามารถหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองได้ ปล่อยนางไปก่อน”

เสียงทุ้มกล่าวออกมาและหันหน้ามามองเฟยซิ่น แล้วยิ้ม

ชายตรงหน้าคือลี่หยางเจ้าสำนักวารีหยก ใบหน้ารูปไข่ ผมยาวดำถึงกลางหลังพรื้วไหว ครึ่งบนถูกมัดรวบและครอบด้วยเครื่องประดับสีทองปล่อยหางม้าที่มัดให้สยายไปกับผมยาว ผมด้านหน้าถูกปล่อยออกมาเล็กน้อยช่วยเพิ่มความสง่างาม คิ้วเข้มดำหนาเรียงตัวสวย ดวงตาสีน้ำตาลแดงคมกริบ ขนตายาวยิ่งทำให้เวลาคนมองแล้วรู้สึกอบอุ่นและหนาวเย็นยะเยือกไปพร้อมกัน จมูกโด่งได้รูป เรียวปากไม่หนาไม่บางเกินไปเข้ากับใบหน้าได้ดี ทำให้คนที่พบเห็นไม่สามารถละสายตาได้ กิริยาการยืนดูมั่นคงภูมิฐาน เสื้อผ้าเนื้อดีสีดำยาวตัดกับผิวขาวยิ่งทำให้ดูสง่างามหาใครเทียบ

“ครั้งนี้นางทำเกินไปจริงๆ ท่านไม่ควรปล่อยไว้แบบนี้อีก นางชื่นชอบท่านมากจนกระทำตัวเกินขอบเขต…” เฟยซิ่นยังพูดไม่จบและกลับต้องหยุดพูดเมื่อลี่หยางยกมือห้ามไม่ให้พูดต่อ

“นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย หากมีครั้งต่อไปส่งนางกลับจวนท่านแม่ทัพ” ลี่หยางกล่าวออกมาเสียงเรียบและหยิบแก้วชาที่เฟยซิ่นพึ่งรินให้เมื่อสักครู่ยังมีควันจางๆ ลอยออกมา ยืนหันหลังยกชาขึ้นดื่มมองทิวทัศน์อันสวยงามและสงบด้านหน้าเงียบๆ โดยไม่มีเสียงของทั้ง2ดังขึ้นอีก

ด้านซูเชี่ยวหลังจากที่โดนทำโทษด้วยการโบย 15 ไม้ ก็ใช้เวลากว่า 2 เค่อในการหอบสังขารกลับมาที่ห้อง โดยที่ไม่มีใครคิดที่จะพยุงนางกลับมาเลยเพราะหญิงสาวทำผิดมาหลายครั้งในร่างเก่าบ่าวรับใช้จึงถูกส่งกลับไปหมด และศิษย์ร่วมสำนักก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นนางมารร้ายอย่างนาง จึงต้องช่วยเหลือตัวเองอย่างยากลำบาก พอกลับมาถึงห้องหญิงสาวจึงค่อยๆ เดินไปหาตามลิ้นชักเพื่อหายามาทา

หญิงสาวเปิดหาไม่นานก็พบ เป็นขวดยาสีขาวที่มีชื่อเขียนไว้ข้างในเป็นผงละเอียดสีขาว โชคดีหน่อยที่มีชื่อเขียนไว้ว่าเป็นยาอะไร ด้วยการแพทย์ในโลกนี้แตกต่างจากโลกปัจจุบันมาก อย่างยาสามัญประจำบ้านในโลกก่อนแตกต่างกันลิบลับ

นางค่อยๆ ดันร่างกายให้ไปนอนบนเตียง และถอดเสื้อผ้าออกเผยให้เห็นผิวหนังด้านหลังที่ถลอก มีเลือดไหลออกมาอย่างน่ากลัวชวนขนลุก หญิงสาวแล้วค่อยๆ เทยาลงไปช้าอย่างทุลักทุเล

“อ๊ากกกกก แสบชะมัด”

หญิงสาวร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อผงสีขาวถูกแผลนางนิดเดียวเท่านั้น พลางคิดว่ายาพิษหรืออย่างไรขืนทาทั่วหลังมีสิทธิ์ทนไม่ไหวจนตายก็เป็นได้ คนที่นี่ก็กระไรโบยเจ็บชะมัดตีแค่ไม้เดียวข้าก็ไม่กล้าทำอีกแล้วล่ะ นางไม่กล้าที่จะใส่ยาอีกแม้แต่นิดเดียวเพราะมันทั้งแสบและทรมานเกินไป ทำได้เพียงใส่ผ้าชุบน้ำและค่อยๆ เช็ดบริเวณแผล

ก๊อกๆ!!

เสียงเคาะประตูดังออกมา ทำให้หญิงสาวที่ตั้งใจเช็ดแผลสะดุ้งจนเผลอเอาผ้าไปโดนแผลแรง จนส่งเสียงซี๊ด~ ออกมาเบาๆ ด้วยความเจ็บและแสบที่แผล

“ใคร”

ซูเชี่ยวส่งเสียงถามออกไป และเอาผ้าห่มที่อยู่ข้างๆ ปิดร่างกายเอาไว้

“ข้าเจียอี่ ท่านรองเจ้าสำนักเฟยซิ่นให้ข้าเอายามาให้”

เสียงหญิงสาวที่อยู่หน้าห้องส่งเสียงดังเข้ามา

“เชิญแม่นางเจียอี่”

ซูเชี่ยวกล่าวออกมาเสียงเรียบ เจียอี่เปิดประตูเข้ามาด้านใน หน้าตานางไม่ถึงกับสวยแต่ออกแนวน่ารักและดูปราดเปรื่อง เจียอี่มองไปรอบๆ ห้องที่ไม่กว้างไม่เล็กจนเกินไป เป็นครั้งแรกที่นางได้เข้ามาในห้องนี้ เพราะปกติศิษย์ในสำนักจะได้นอนห้องล่ะ 3 คน แต่ซูเชี่ยวได้นอนคนเดียวเพราะนางใช้อำนาจทางครอบครัว เจียอี่เดินมาหยุดที่หน้าเตียงของซูเชี่ยวและวางถาดยาที่นางถือมาวางที่โต๊ะข้างเตียง

“เจ้าทาเช้าเย็นไม่เกิน3วันแผลจะตกสะเก็ดและหายดี”

เจียอี่กล่าวออกมาและทำท่าจะก้าวขากลับไป

“ขอบคุณเจ้ามากแม่นางเจียอี่”

ซูเชี่ยวกล่าวออกมาด้วยความจริงใจ และหยิบยาที่เจียอี่นำมาอย่างสงสัยว่ามันใช้ยังไง

“เจ้าว่ายังไงนะ ขอบคุณงั้นเหรอ”

เจียอี่ที่กำลังจะก้าวขาออกไปต้องหยุดชะงักและหันกลับมามองว่าใช่ซูเชี่ยวที่ได้ฉายาว่านางมารร้ายคนนั้นรึเปล่า

“อะไรของเจ้า ข้าก็พูดว่าขอบใจเจ้าอย่างไรเล่า”

ซูเชี่ยวพูดโดยไม่หันมามองหน้าเจียอี่อีก แต่กำลังสนใจยาที่นางเอามาให้ มี 2 อย่าง คือถ้วยยาที่น้ำด้านในสีออกน้ำตาลๆ นี่น่าจะเป็นยาสมุนไพรต้มที่ไว้กิน อีกถ้วยเป็นยาผงสีออกส้มอิฐที่ละลายน้ำมาแล้วมีเนื้อเหลวไม่มากน่าจะเป็นยาสมุนไพรที่ใช่ทาแผล

เจียอี่ที่ยังอึ้งอยู่มองมาที่นางอย่างจับผิดทางสีหน้าแต่ก็ไม่เห็นความผิดปกติ หรือการฝืนใจในการพูดใดๆ จึงถอนหายใจและเดินเข้ามาใกล้

“ถ้วยนี้เจ้าดื่ม ส่วนอีกถ้วยเจ้าเอาไว้ทา”

เจียอีชี้ไปทิศทางถ้วยขณะที่พูด ซึ่งเป็นอย่างที่ซูเชี่ยวคิดไว้ไม่มีผิด ซูเชี่ยวที่นอนอยู่กำลังจะหยิบอีกถ้วยเพื่อมาทาแต่ก็ยังทำท่าทุลักทุเลเพราะยังเจ็บและเเสบอยู่มาก เจียอี่ที่เห็นท่าเก้ๆ กังๆ ของนางก็รู้สึกสงสาร นางคิดว่าซูเชียวที่แต่ก่อนนางมีคนคอยรับใช้ แต่ตอนนี้ถูกส่งกลับจวนหมดแล้วแถมท่าทางนางตอนนี้ก็ไม่ได้ร้ายกาจอะไรจึงหยิบยาจากมือของซูเชี่ยวมา

“เจ้าทานยาในถ้วยนั้นก่อน มันช่วยให้เจ้าลดอาการปวด แก้อักเสบ และป้องกันไม่ให้เจ้าเป็นไข้ ไม่สบาย แล้วเดี๋ยวข้าจะช่วยเจ้าทายา ที่แผลให้”

เจียอี่พูดออกมาในที่สุด ซูเชี่ยวเพียงทำตามที่เจียอี่บอกทานยาจากนั้นนอนคว่ำให้เจียอี่ทายาที่แผลให้ ตอนที่เจียอี่ทายาให้หญิงสาวทำใจยอมรับความเจ็บปวดแบบคราที่นางทาเองอย่างเต็มที่ กลับไม่รู้สึกเจ็บแสบแบบที่นางคิดไว้ แต่รู้สึกเย็นสบายบริเวณที่ทาแทน

“ต่อไปตอนเจ้าทาก็เช็ดแผลให้สะอาดก่อน และผงยาในขวดที่ท่านรองเจ้าสำนักเฟยซิ่นให้มาผสมน้ำลงไปเล็กน้อย อย่าทาบริเวณปากแผลให้ทาข้างๆ”

เจียอี่พูดออกมาและนำผ้าห่มปิดร่างกายให้นาง เกรงว่าหญิงสาวน่าจะทำอะไรไม่เป็นเพราะแต่ก่อนมีบ่าวค่อยรับใช้ตลอด

“หากเจ้ามีอะไรเรียกข้าได้ ข้าอยู่ห้องตรงข้ามเจ้า อ้อ ท่านเฟยซิ่นให้ข้ามาบอกเจ้าด้วยว่า 2วันนี้เจ้าไม่ต้องไปเรียนหรือทานอาหารเช้าร่วมกับคนในสำนักก็ได้ รอให้แผลเจ้าหายดีกว่า”

เจียอี่กล่าวออกมาเสียยาว

“ได้ ขอบใจเจ้าอีกครั้ง

ซูเชี่ยวกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงการขอบคุณที่จริงใจ เจียอี่เพียงพยักหน้าแล้วเดินออกไป หลังจากที่เจียอี่ออกซูเชียวก็ค่อยๆ เช็ดเนื้อตัวเพราะนางยังอาบน้ำไม่ได้ไม่งั้นแผลจะโดนน้ำและไม่หาย นี้เป็นสิ่งที่รู้กันทั่วไปในโลกปัจจุบันที่นางอยู่ พลางคิดไปด้วยว่าอย่างน้อยวันนี้นางก็ยังโชคดีที่เจอเจียอี่ โลกใบนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับทุกนางคน หลังเช็ดตัวเสร็จนางก็หลับอย่างเหนื่อยล้า

.

3 วันผ่านไป

ซูเชี่ยวหายจากอาการเจ็บ และแผลเริ่มตกสะเก็ดจนหมดแล้วโดยไม่มีแผลเป็นเหลือเลย เหลือเชื่อมากยานั้นวิเศษเกินจริงมากถ้าเป็นโลกปัจจุบันคนที่ทำยาชนิดนี้เป็นนะคงเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว วันนี้หลังจากที่นางทานข้าวเช้าพร้อมกันกับคนในสำนักแล้ว ซูเชี่ยวก็เข้ามาเรียนทฤษฎีในห้องร่วมกับศิษย์คนอื่นนางทำได้แค่นั้นสัปหงก เพราะไม่เข้าใจเลยสักนิด แค่เรื่องง่ายๆ อย่างการโคจรพลังในร่างกายนางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำอย่างไรถึงทำได้แค่นั่งดูคนอื่นจนจบคาบเรียน หลังเรียนเสร็จหญิงสาวตรงกลับมาที่ห้องอย่างเดียว โดยที่ไม่สนใจที่จะไปไหนทั้งนั้นเป็นแบบนี้มา 1 เดือนแล้ว เพราะนางไม่อยากที่จะยุ่งและสุงสิงหรือมีปัญหากับใครอีก ส่วนทางด้านเจียอี่หลังจากที่วันนั้นพอนางหายก็พยายามเข้าหาเจียอี่ขอเป็นเพื่อนกับนาง แต่นางก็ยังไม่รับซูเชี่ยวเป็นเพื่อนอย่างจริงใจ ยังไม่เชื่อว่าซูเชี่ยวจะเปลี่ยนใจกลับมาเป็นคนดีได้ เพราะคิดว่านางอาจมีแผนการอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ขับไล่ไสส่งซูเชี่ยวไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 30 กลับจวน

    ณ จวนแม่ทัพแม่ทัพซูเจิน และซูเชี่ยวเดินทางกลับเมืองหลวงพร้อมทุกคนในกองทัพ และแยกออกมาเพื่อกลับจวน เมื่อทั้งคู่ลงจากรถม้าก็เห็นซูเหวินและคนอื่นๆ มารอรับอยู่ด้านหน้าจวน“เชี่ยวเออร์” ซูเหวินร้องเรียกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นซูเชี่ยวลงมาจาก รถม้า ซูเชี่ยวเดินเข้ามาหานาง และเมื่อมาถึงนางก็โดนสวมกอดทันที“ท่านแม่” ซูเชี่ยวเอ่ยขึ้นขณะที่โดนสวมกอด อบอุ่นจริงๆ นี่สินะที่เรียกว่าครอบครัว ด้วยหน้าตาที่งดงามและคล้ายนางขนาดนี้ ทำให้นางเข้าไปหาอย่างไม่ลังเล เมื่อเห็นท่านแม่ของร่างนี้นางจึงรู้ได้ทันทีว่าได้ความงามมาจากใคร นี่สินะที่เรียกว่างามล่มเมือง ขนาดอายุมากแล้วแต่ความสวยไม่ลดน้อยลงเลย“เชี่ยวเออร์ แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน” แม่ทัพเจินที่เดินมาตามหลัง เมื่อได้ยินที่ฮูหยินพูดก็ยิ้มกว้างพลางเอ่ยเเซวฮูหยินของตัวเอง“คิดถึงเเค่เชี่ยวเออร์เท่านั้นหรือ สงสัยข้าจะตกกระป๋องซะแล้ว” ขณะที่เเม่ทัพเจินพูดก็ทำสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างไม่จริง“ซูเหวินคารวะท่านพี่เจ้าค่ะ” ซูเหวินพูดขึ้นและย่อกายลงมาเล็กน้อย“เข้าไปในจวนเถอะ” ซูเจินพูดพลางโอบทั้ง 2 คนเดินเข้าไปภายในจวนแม่ทัพกว้างใหญ่ บริเวณโดยรอบร่มรื่น การตกแต่งสวนสวย

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 29 ครั้งนี้ข้าจะไม่เมาอีกแล้วท่านสำนัก

    ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ก็สิ้นสุดลง ลี่หยางและทุกคนเดินทางมาถึงกองทัพที่ชายเเดนเป็นที่เรียบร้อย เมื่อมาถึงด้านหน้าค่ายกองทัพ ก็เห็นทุกคนมารอรับอยู่แล้ว เมื่อทุกคนลงมาจากรถม้าและหลังม้าได้ก็เดินเข้าไปที่หน้าค่ายพร้อมกัน ซูเจินแม่ทัพใหญ่ที่ยืนรออยู่นานแล้ว ได้แต่ชะเง้อคอคอยดูอย่างร้อนรน เขาได้ข่าวว่าคณะเดินทางของสำนักวารีหยกถูกลอบทำร้ายก็ยิ่งทำให้เขายืนอย่างไม่เป็นสุข“คารวะท่านเเม่ทัพ” ลี่หยางพูดขึ้น และตามด้วยศิษย์คนอื่นๆ“คารวะเจ้าสำนักวารีหยก” ซูเจินพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อพูดเสร็จก็ชะเง้อหน้ามองหาใครคนใดคนหนึ่ง“เชิญๆ” ซูเจินกล่าวขึ้นจากนั้นเดินนำเข้าไปด้านใน ลี่หยางถูกพาเข้ามาในกระโจมหลักทันที ส่วนคนอื่นๆ ก็เพียงรอแค่ด้านนอก ลี่หยางเข้าไปไม่นานก็ออกมาจากกระโจม พร้อมกับแม่ทัพซูเจินด้วยเช่นกันซูเจินกวาดตามองเหล่าศิษย์ของสำนักวารีหยกเพื่อหาใครสักคน จนสายตาไปสะดุดหญิงสาวที่กำลังนั่งดื่มน้ำอยู่ จากนั้นรีบเดินไปหาด้วยความคิดถึง“เชี่ยวเออร์” ซูเจินพูดขึ้นมาทันทีที่เห็นซูเชี่ยว ทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นอย่างนั้นก็หันมาตามทิศทางเสียง เป็นชายวัยกลางคนประมาณ 50 ต้นๆ ถึงอายุมากแล้วแต่กลับดูบึกบึ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 28 ทนหน่อย ข้าจะทำแผลให้

    การเดินทางตลอด 2 วันที่ผ่านมาเพื่อเข้าเมืองหลวงก็สิ้นสุดลง เมื่อตอนนี้ทุกคนอยู่หน้าประตูเมืองหลวง รอการตรวจป้ายเข้าออก ตอนนี้บ้านเมืองยังอยู่ในสงคราม ทำให้ทหารที่ประตูเมืองต้องเคร่งครัดเป็นอย่างมาก แต่ในระหว่างที่พวกเขารอตรวจอยู่นั้น ได้มีทหารจำนวนหนึ่งตรงมาทางพวกเขา คนที่ขี่ม้านำหน้าสุดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือชุนฮวา ทันทีที่นางมาถึงก็กระโดดลงจากหลังม้าทันที“ศิษย์ชุนฮวาคารวะอาจารย์” ชุนฮวากล่าวขึ้นเมื่อร่างกายถึงพื้น ลี่หยางเพียงพยักหน้ารับ เหล่าทหารกว่า 100 นาย ที่ไม่เคยเห็นชายหนุ่ม ขณะตามชุนฮวามาด้วยก็รู้สึกตกตะลึง เขาคืออาจารย์ของนางจริงๆ หรือ เหตุใดถึงยังดูหนุ่มถึงเพียงนี้ ชุนฮวามีความสามารถจนขนาดฝ่าบาทยังเอ่ยชมไม่หยุดปาก ยกนางเหนือเหล่าทหารทุกคน เอ็นดูนางเหมือนลูกสาวแท้ๆ ขนาดเมื่อเจอเชื้อพระวงศ์ยังไม่จำเป็นต้องคำนับ ยกเว้นฮองเฮาและฮ่องเต้ ด้วยอายุยังน้อยของชายหนุ่มทำให้เหล่าทหารเหล่านั้นอดดูแคลนลี่หยางไม่ได้ชุนฮวามองไปโดยรอบพบว่ามีชาวบ้านมากมายต่อแถวเพื่อเข้าวังหลวง เกรงว่าธุระด่วนที่นางจะบอกอาจารย์คงพูดตรงนี้ไม่ได้ ลี่หยางที่เห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้าให้นางจากนั้นเดินนำเข้าไปในรถม้า

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 27 ข้าทำได้แล้ว

    วันนี้ก็ครบกำหนดเวลาที่ซูเชี่ยวต้องทำการทดสอบ เพราะพรุ่งนี้ทุกคนที่เข้าร่วมกับกองทัพที่เมืองหลวงต้องออกเดินทางแต่เช้า ซูเชี่ยวมาทดสอบที่ลานกว้างในการทดสอบอย่างครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ศิษย์ทุกคนก็มาคอยให้กำลังใจนางเช่นเคย“สู้ๆ ศิษย์พี่” เสียงของศิษย์ที่มาเป็นกำลังใจเอ่ยเสียงตะโกนออกมา“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” เฟยซิ่นพูดขึ้นและนำลูกแก้วออกมาตรงหน้าหญิงสาว ซูเชี่ยวเดินเข้าไปหยุดที่หน้าเฟยซิ่นรองเจ้าสำนัก“ข้าขอให้เจ้าประสบความสำเร็จ และผ่านการทดสอบ” เฟยซิ่นพูดอย่างให้กำลังใจหญิงสาวและถอยห่างลูกแก้วออกไป 3 ก้าวซูเชี่ยวมองไปที่ลูกแก้วที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยความมุ่งมั่น จากนั้นปล่อยพลังภายในออกมา ระหว่างมือนางปรากฏแสงสีขาว แต่ครั้งนี้เจิดจ้ากว่าทุกครั้ง แสงสีขาวที่หมุนรอบตัวนางหมุนแรงคล้ายพายุขนาดย่อม จนทำให้ตัวนางลอยขึ้นบนอากาศ เส้นผมพัดเป็นคลื่นด้วยเเรงมหาศาล จากนั้นลูกแสงพวกนั้น หมุนกันเป็นเกลียวขึ้นไปบนฟ้ารวมกันเป็นเเสงลูกใหญ่ และพุ่งลงมาที่ตัวหญิงสาวขณะลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเเสงสลายหายไปเกิดรูปผีเสื้อเล็กๆ สะท้อนแสงที่ระหว่างคิ้ว หญิงสาวค่อยๆ ทะยานลงสู่พื้นดินช้าๆ เมื่อเท้านางเเตะที่พื้นรูปผี

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 26 หยกนั้นช่วยข่มพลังธาตุไฟในกายเจ้า

    หลังกลับมาจากตำหนักหยกขาววันนั้นซูเชี่ยวก็เอาแต่ซ้อมตลอดเวลา จนแทบจะไม่ได้พักผ่อนร่างกาย อยากที่จะบรรลุถึงระดับ 60 เร็วๆ เพราะการเพิ่มระดับช่วง50-60 เป็นช่วงที่พลังภายในเพิ่มขึ้นยากที่สุดซูเชี่ยวพึ่งกลับมาจากตำหนักเมี่ยนเปาหลังจากทานอาหารกลางวัน นางคิดว่าจะกลับมางีบหน่อย ช่วงนี้หญิงสาวรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เมื่อนางเข้ามาในห้องก็พบกับขนมกุ้ยฮวาอยู่บนโต๊ะน้ำชา“ใครเอามาให้” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองออกมา จากนั้นยกจานที่ใส่ขนมขึ้นเพื่อจะชิมขนม แต่เมื่อยกขึ้นก็เห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ“อย่าฝึกหนักจนเกินไป การพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ” ซูเชี่ยวอ่านตามกระดาษโน้ตนั้น“ชื่อก็ไม่เขียน ใส่ยาพิษหรือเปล่าเนี้ย” ขณะที่พูดหญิงสาวก็ก้มลงไปสูดดมที่ขนมทันที แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จึงนั่งกินขนมด้วยความเอร็ดอร่อย จากนั้นจึงงีบนอนหลังกินขนมเสร็จ ซูเชี่ยวหลับไปกว่า 1 ชั่วยาม ตื่นมาอีกทีก็ยามอิ๋นแล้ว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงียอยู่ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าสำนักที่กำลังนั่งมองนางอยู่“เป็นไปไม่ได้” ซูเชี่ยวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยี้ตาตัวเองเพื่อไล่อาการงัวเงียให้ห

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 25 วันทดสอบพลังภายใน

    การสอบเพื่อจบการศึกษาของสำนักวารีหยก แบ่งเป็นการสอบทฤษฎีและปฏิบัติ ในการสอบทฤษฎีศิษย์ทุกคนต้องมีคะแนนสอบมากกว่าครึ่งจึงถือว่าผ่าน ส่วนการสอบปฏิบัติเป็นการทดสอบพลังภายในที่ต้องเพิ่มขึ้นจากตอนแรกที่เข้ามาศึกษามากกว่า 60 ส่วนขึ้นไป ต้องผ่านการทดสอบทั้ง 2 อย่างนี้จึงถือว่าผ่านและสามารถจบการศึกษาได้ ฉะนั้น3 อาทิตย์ที่ผ่านมาศิษย์ทุกคนในชั้นปี 5จึงกระตือรือร้น และมักหมกตัวอยู่ที่ตำหนักใฝ่คุณธรรมเพื่อหาความรู้ใส่ตัว และบางคนก็ทบทวนความรู้ที่ผ่านมา ส่วนพลังภายในเป็นเรื่องที่ไม่มีศิษย์คนใดเป็นกังวลมากนัก เพราะตลอดระยะ 5 ปีที่ศึกษามาทุกคนต่างฝึกฝนมาอย่างดีจนบางคนเพิ่มขึ้นมาจนถึง 80 ส่วน แต่นั้นก็ยังเป็นพลังภายในขั้นกลางหรือขั้นสูง แต่ไม่ใช่กับซูเชี่ยวที่มีพลังขั้นสูงสุดการที่จะเพิ่มพลังภายในขึ้นได้ย่อมยากเย็นมากกว่าการเพิ่มพลังภายในขั้นกลางและขั้นสูง ถึงแม้ว่านางจะฝึกฝนอย่างหนักช่วงที่ฝึกกับเจ้าสำนัก แต่ตอนนั้นพลังนางก็ยังอยู่ระดับที่45 ฉะนั้นตลอด 3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ถึงนางจะฝึกฝนอย่างหนัก แต่ระดับพลังก็ยังไม่ถึง 60 ตอนนี้อยู่แค่ 53 เท่านั้นเหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้นที่จะถึงวันที่ทำการทดสอบ นางจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status